Masuk“มึงกำลังจะบอกอะไรกู” ปรมะแสร้งทำเป็นไม่รู้ ทั้งที่หัวใจออกอาการ เขาตีความจากคำบอกของเพื่อนได้ว่า นลิษายอมเสียของที่รักดีกว่าต้องทนอยู่กับเขา
“เขาคงไม่อยากอยู่กับมึงแล้ว เผลอๆ เขาอาจจะไม่รักมึงแล้วด้วย”
“กูไม่เคยบอกให้เด็กนั่นมารักกู รู้สึกไปเองคนเดียวก็ควรต้องจัดการตัวเอง” คนมีทิฐิสูงไหวไหล่
“เออ ทระนงตัวต่อไปเหอะ เสียเขาไปวันไหน กูจะรอดูว่าเงินของมึงจะทำอะไรได้บ้าง”
ภพธรจะรอดู เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีคนเห่าหอนเสียงระงมจมอยู่กับน้ำตา ในวันนั้นเขาจะรอซ้ำ
“มึงควรอยู่ข้างกูสิวะ” คนที่รู้สึกเหมือนโดนหักหลังยกมือขึ้นกอดอกพลางจ้องเขม็งไปยังเพื่อนสนิทที่เหมือนจะลืมไปแล้วว่าเป็นเพื่อนใคร
“แต่ถ้าเพื่อนกูโง่ กูขอยืนอยู่ห่างๆ รอเวลาซ้ำเติมดีกว่า ว่าแต่หน้ามึงโดนอะไรมา”
คนที่โดนทักยกมือขึ้นแตะตรงมุมปาก แม้ร่องรอยที่ถูกบิดาตบมาจะเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังมีรอยจางๆ อยู่ แค่คิดถึงคนจอมบงการก็รู้สึกเครียดและกังวลขึ้นมา
“อ้อ...หน้าเหมือนคนจะโดนทิ้ง” ภพธรตอบเอง เขาถามเพราะจะรอซ้ำอย่างในตอนนี้ต่างหาก แล้วยังหัวเราะชอบใจอีกด้วย
“ไอ้...”
เขาก็นึกว่ามันเป็นห่วง ที่ไหนได้แค่อยากกระทืบเขาให้จมดิน รู้สึกคิดผิดที่ชวนมันออกมา
“แล้วนอนไหนว่ะ” ภพธรไหวไหล่ใส่เพื่อน พร้อมทำเป็นอยากรู้
“คงโรงแรม ขี้เกียจกลับบ้าน” เขาไม่อยากกลับไปบ้าน เพราะตอนนี้บิดากลับมาอยู่ที่นั่น ไม่อยากต้องปะทะคารมด้วย
“แปลกคน”
“อะไรของมึง” ปรมะมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ เขาแปลกตรงไหนกัน
“เพนต์เฮาส์ก็มีไม่กลับไป” สายตาที่มองมาบ่งบอกได้ดีว่าเพื่อนของเขาทั้งโง่และบ้า
“กูเพิ่งทะเลาะกับลิษามาปะวะ” ปรมะกลอกตามองบนใส่ จะให้เขากลับไปได้อย่างไร เพิ่งทะเลาะกันมาหยกๆ ไม่อยากกลับไปปะทะคารมกันอีก และนี่ก็ใกล้จะถึงวันที่นลิษาจะมีความเศร้าวนกลับเข้ามาในใจแล้ว
“แต่นั่นห้องมึง ทำไมไม่ไล่เขาไปล่ะ ทำเป็นโง่ไปได้” คนที่มีคำตอบอยู่แล้วตั้งแต่คำถามในหัวนั้นเบ้ปากอย่างแรง เขาแค่อยากจะสะกิดใจมันเท่านั้น
ปรมะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกใส่ปากแทนคำตอบที่ตัวเองรู้ดี เขาไม่อยากให้นลิษากลับไปอยู่บ้านคนเดียว เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย ในอกมีอาการกระตุกเพราะคำพูดกระตุ้นของเพื่อน ทว่าทิฐิที่มีก็ทำให้เขาเลือกจะมองข้าม
ส่วนภพธรไม่ได้เอ่ยคำใดอีก เฝ้ารอดูจุดจบคนปากเก่ง เขาพนันได้เลยว่าอีกสองสามวันมันจะต้องคลานกลับไปหานลิษาอย่างแน่นอน
บทที่ 7 ตามหน้าที่
เท้าเรียวเล็กก้าวอย่างเชื่องช้าออกจากอาคารขนาดยี่สิบชั้นในเวลาเลิกงาน มุ่งตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าเพื่อกลับห้องพัก แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นให้ต้องหันไปมอง
ปิ๊นๆ
ดวงหน้าหวานพลันเรียบตึง เพราะเห็นรถของคนที่หายไปสามวันขับมาชะลอใกล้ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความ
KHUN : ฉันมารับ
นลิษาไม่สนใจตอบกลับข้อความแล้วก้าวเดินต่อไป ทำราวกับไม่ได้ยินเสียงแตรรถที่ดังขึ้นอีกครั้ง อึดใจนั้นก็มีอีกหนึ่งข้อความตามมา
KHUN : ถ้าไม่ขึ้นรถ ฉันจะขับตามอยู่แบบนี้
แน่นอนว่าเธอแค่มอง แต่ไม่ได้เปิดอ่าน ไม่รู้ว่าเขานึกอะไรถึงมารับกันได้ ไม่กลัวคนเห็นหรืออย่างไร นลิษาพยายามไม่สนใจ แต่ชายหนุ่มก็ยังขับตามช้าๆ อยู่อย่างนั้นจนถูกบีบแตรใส่ และเธอก็กลายเป็นจุดสนใจด้วยเช่นกัน
นลิษากระแทกลมหายใจแรงๆ อยากจะออกแรงวิ่งไปให้ถึงสถานีรถไฟฟ้าโดยเร็ว แต่ติดที่ว่าวันนี้เธอหอบงานมาทำด้วย แต่เธอก็ไม่ยอมขึ้นรถไปกับเขา ฝืนเดินไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้า
ด้านปรมะมีความขุ่นเคืองที่หญิงสาวพยศ แล้วใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิดอย่างไม่เข้าใจตัวเองกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ “คืนนี้ไปดูหนังกัน” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นตอนที่กลับมาถึงห้อง ทำราวกับว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาไม่มีเรื่องขุ่นเคืองใดเกิดขึ้น
“...”
ความเงียบเป็นคำตอบที่ชายหนุ่มคาดเดาไว้ แล้วเริ่มโน้มน้าวให้นลิษาหันมาสนใจ
“หนังที่เราว่าจะไปดูด้วยกันอีกเข้าแล้วนะ เรื่องโปรดไม่ใช่หรือไง” เขาเฝ้ามองอากัปกิริยาคนที่ถอนหายใจใส่กัน
“ลิษามีงานต้องทำค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธ แล้วมองงานที่กำลังทำอยู่
“เวลาเดิมละกัน” ปรมะตีมึน
“ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงคะ ลิษาไม่ไปค่ะ เพราะต้องทำงาน” นลิษากล่าวย้ำออกไป คำพูดของเธอไม่เข้าหูเขาหรืออย่างไร หรือเขาฟังภาษาคนไม่ออก
“หน้าที่”
สารถีหนุ่มกลอกตามองบนใส่คนดื้อ เขาเพียงอยากให้หญิงสาวได้ดูหนังเรื่องโปรด ช่วงที่ผ่านมางานยุ่งจนไม่รู้ว่าหนังเรื่องนั้นเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะฉายแล้วหญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะกระแทกเสียงตอบ “งั้นก็ตามนั้นค่ะ ตามหน้าที่”
“ที่ทำงานใหม่เป็นไงบ้าง” ปรมะเปลี่ยนเรื่อง นลิษาทำงานมาหลายวันแล้วแต่เขายังไม่มีโอกาสได้ถามความคิดเห็นเลย
“ก็ดีค่ะ” เธอตอบแบบขอไปที แต่มันก็ดีมากจริงๆ ที่ได้มาเรียนรู้งานในด้านนี้ และจะดีกว่านี้ถ้าไม่ถูกบังคับ
“แล้วชอบไหม” ชายหนุ่มชำเลืองตามองคนที่หันไปสนใจงาน ไม่สนใจจะตอบคำถามเขา แล้วเค้นเสียงท้วงไป
“ฉันรอคำตอบอยู่ ลิษา” ไม่รู้ว่าการตอบคำถามของเขามันยากเย็นนักหรืออย่างไร หญิงสาวถึงทำท่าราวเหนื่อยหน่ายใจ
“ลิษาควรตอบว่าชอบใช่ไหมคะ คุณจะได้หยุดถามเสียที งั้นก็ชอบค่ะ ชอบมาก”
สิ้นวาจาเธอก็ยุติการต่อความด้วยการหอบงานไปทำตรงระเบียงห้อง ทำให้ปรมะนึกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ
“ร้ายชะมัด”
ไม่นึกเลยว่าคนที่ชอบตามใจเขาเสมอ บทจะดื้อแข็งข้อขึ้นมากลับทำให้หงุดหงิดใจได้ถึงขนาดนี้ หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน
นลิษารีบเคลียร์งานให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะต้องออกไปดูหนังกับเขาตามหน้าที่ เงยหน้ามาอีกทีก็เป็นเวลาสามทุ่มเข้าไปแล้ว มือกดพับหน้าจอโน้ตบุ๊กลงแล้วเดินตรงไปยังโซฟาเพื่อบอกคนที่นั่งรออยู่
“ลิษาพร้อมแล้วค่ะ”
“ไปสิ”
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







