Masukครู่หนึ่งพาริยะก็กลับลงมาจากห้องพักด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวโปรด แล้วทั้งคู่ก็เดินไปยังลานจอดรถเพื่อออกเดินทางไปยังสถานที่นัดหมาย
เมื่อเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงก็พบว่าเพื่อนมากันเยอะแล้ว ชายหนุ่มทั้งสองยกมือขึ้นขอโทษที่มาไม่ตรงเวลา แต่ก็ไม่มีใครขุ่นเคืองใจอะไร ต่างทักทายกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ก่อนพาริยะและดลวัฒน์จะตรงไปยังโต๊ะของตนเองที่ตอนนี้มีตัวตั้งตัวตีในการจัดงานนี้นั่งไขว่ห้างคอยอยู่แล้ว เรื่องสรรหากิจกรรมต้องยกให้คนนี้ ที่รับหน้าที่ทำมาตั้งแต่มัธยม
“สบายดีไหมไอ้เสี่ย”
“ดี” ไตรฉัตร หรือเสี่ยไตร ตอบพร้อมกับยกเบียร์แก้วที่สามขึ้นมาจิบ
“รวยแล้วดิเสี่ย ได้ข่าวว่าร้านอาบอบนวดไปได้สวยเลย” พาริยะถามแล้วทิ้งก้นลงนั่งใกล้กับผู้ที่เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้ว่าเสี่ย ด้วยความภูมิฐานของอีกฝ่ายและกิจการที่รับช่วงต่อมาจากครอบครัว
“จะยิ่งดีถ้าได้เสี่ยกระเป๋าหนักอย่างพวกมึงไปใช้บริการ” ไตรฉัตรบอก และเขาพร้อมที่จะจัดเตรียมความหรรษาดีๆ ให้เพื่อน แม้ตนจะเพิ่งเข้ามาบริหารกิจการนี้ได้เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนในช่วงที่ครอบครัวเกิดวิกฤต แต่ก็สามารถทำให้มันกลับมามีกำไรได้อย่างรวดเร็ว
“ยกเว้นมึงไอ้ดล ไม่ต้องไป” เสี่ยหนุ่มที่ตัดผมทรงดรอปคัตกล่าวต่อ พร้อมชี้มายังดลวัฒน์
“ทำไมกูถึงไปไม่ได้” ดลวัฒน์ย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อทุกคนไปได้ เขาก็ต้องไปได้
อีกอย่างช่วงเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาก็เคยไปครั้งสองครั้งแล้ว ด้วยความอยากเปิดหูเปิดตาในโลกที่ยังไม่เคยพบเจอ“ก็กูสงสารน้องไจ๋ ไม่อยากให้มึงทำผิด” เพื่อนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เขาไม่อยากให้สถาบันครอบครัวต้องสั่นคลอน “แล้วพวกกูก็ขี้เกียจเสียเวลาทำบุญไปให้ แล้วมึงเองก็จะได้ไม่ต้องตกนรก ไปปีนต้นงิ้ว”
พาริยะชอบใจ แอบเหยียดปากแล้วเสริมต่อ “มึงคงลืมไปไอ้เสี่ย ปกติไอ้ดลมันก็ทำให้น้องไจ๋เสียใจอยู่แล้ว ทำบุญสิบวัดมันก็ไม่มีทางได้ขึ้นสวรรค์หรอก”
ดลวัฒน์แทบจะกลอกตาเป็นเลขแปดกับความเข้ากันของเพื่อนคู่นี้ แต่ทั้งสองก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ชอบจิกกัดเขาเป็นที่สุด ขาดเพื่อนตัวดีอีกคนที่ไม่ได้มาร่วมฉลองด้วย เพราะบินไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศ
ไม่อย่างนั้นเขาคงจะถูกรุมมากกว่านี้
“เข้าข้างเมียกูดีจังนะพวกมึงเนี่ย” ดลวัฒน์หางคิ้วกระตุกยิกๆ เวลามาเจอหน้ากันทีไร ไตรฉัตรและภูมิพัฒน์ก็มักจะถามถึงแต่สิรินดา
ทั้งพาริยะและไตรฉัตรต่างยักไหล่ ก่อนไตรฉัตรจะพูดออกมา “คนดีย่อมมีคนห่วงมากเป็นธรรมดา”
ในสายตาพวกเขา ถึงแม้สิรินดาจะดูหัวอ่อนไปบ้าง แต่ก็เป็นคนดีแถมนิสัยยังน่ารักมากทีเดียว ทำให้พวกเขารู้สึกละอายหากจะชวนเพื่อนเถลไถล
“แล้ววันนี้วันเกิดน้องไม่ใช่เหรอ” ไตรฉัตรนึกขึ้นได้ เพราะช่วงกลางวันตนเพิ่งเข้าไปอวยพรวันเกิดของสิรินดาผ่านไอจีมา
ไม่กี่เสี้ยววินาทีคิ้วของไตรฉัตรก็ต้องเลิกสูงขึ้นข้างหนึ่ง
“ทำไมมึงทำหน้าตาเหมือนไม่รู้แบบนั้น” ไตรฉัตรมองอย่างพิจารณา ก่อนความคิดบางอย่างจะเริ่มแตกยอดในสมอง “อย่าบอกนะว่ามึงจำไม่ได้”
ดลวัฒน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูพร้อมจิ้มเข้าไปในโลกโซเชียล ไม่กี่วินาทีเท่านั้นก็ต้องใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ตามด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจ
“เหี้ย! มึงเป็นผัวประสาอะไรวะ” ไตรฉัตรก่นด่าพร้อมกับมองด้วยสายตาติเตียน
ดลวัฒน์ไม่พูดอะไรตอบโต้
“ก็มันไม่แคร์เขาไง แล้วคนที่มันแคร์ก็กำลังจะมา...” พาริยะพูดแทนด้วยน้ำเสียงแฝงความจริงจัง
ประโยคนี้ทำให้เจ้าของกิจการอาบอบนวดดวงตาขยายกว้าง “ปรางกำลังจะกลับมาเหรอวะ” ต่อให้ไม่เอ่ยชื่อก็รู้ดีว่าใคร เพราะมีเพียงคนเดียวที่ดลวัฒน์เคยให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง
ดนนภา หรือปราง เด็กหัวกะทิของรุ่น ไม่ว่าเรื่องเรียนหรือกิจกรรมก็สามารถทำได้ดีไปพร้อมๆ กัน สมัยนั้นเพื่อนๆ ต่างเชียร์ให้ดนนภาและดลวัฒน์เป็นแฟนกัน เพราะทั้งสองมีหลายอย่างที่เหมาะสมกัน ดลวัฒน์เองก็ปลื้มดนนภาเป็นอย่างมาก ทว่าอยู่มาวันหนึ่งหญิงสาวกลับลาออกแล้วไปเรียนต่อต่างประเทศแทน
“ถามจริงเถอะว่ะไอ้ดล ป่านนี้มึงยังลืมรักแรกไม่ได้อีกเหรอ” ไตรฉัตรถาม สีหน้าของทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้เต็มไปด้วยความอยากรู้ ต่างหันมาเพื่อฟังคำตอบ
ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบเท่านั้น ไตรฉัตรจึงเปลี่ยนเรื่องคุยหลังจากผ่านไปสักครู่ เพราะเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองมา เขาไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่สะพัดกันไปแบบผิดๆ เพราะคงไม่ดีต่อชีวิตครอบครัวของเพื่อนแน่ และไม่อยากให้งานกร่อย
พอนั่งดื่มกันไปได้สักระยะ ดลวัฒน์ก็ปลีกตัวออกมาบริเวณดาดฟ้าของตึก ในมือถือแก้วออนเดอะร็อกมาด้วย สายตาของนายแพทย์หนุ่มมองขึ้นไปยังท้องฟ้าอันมืดมิด ก่อนละสายตาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงจุดไฟแช็ก
แชะ!
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “
ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้
DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน







