Masukแชะ!
เพื่อนสนิทหมายเลขหนึ่งอย่างพาริยะคาบบุหรี่ไว้ในปาก ก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาเป็นทางยาว เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเกิดอยากรู้อยากลองมากไปหน่อย จนทำให้เสพติดมันไปแล้ว เมื่อเห็นว่าดลวัฒน์มองมาที่ตนก็ยื่นซองบุหรี่ให้อีกฝ่าย
“กูไม่สูบแล้ว มึงจำไม่ได้แล้ว?”
พาริยะยืนสูบบุหรี่เงียบๆ โดยไม่ได้พูดอะไรเกือบห้านาที ก่อนโยนบุหรี่ลงพื้นและใช้เท้าบี้มันจนดับ จากนั้นหันกลับไปนั่งหมิ่นเหม่ที่ขอบระเบียง
“ถ้ามึงกลับตอนนี้ก็ยังทันนะดล”
เวลานี้เพิ่งจะสองทุ่มเท่านั้น จากชะอำไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงนิดๆ แถมอีกฝ่ายเป็นคนตีนผีอยู่แล้ว หากกลับไปตั้งแต่ตอนนี้อย่างไรก็ทันไปอยู่กับภรรยาตัวเองในคืนวันเกิดอย่างแน่นอน
“น้องไจ๋คงรอมึงอยู่”
“มันก็แค่วันธรรมดาปะ กูต้องให้ความสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง” ดลวัฒน์ถามเสียงสูง แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา ทุกวันนี้เขาก็ยุ่งอยู่กับงานจนร่างแทบพังแล้ว ยังต้องมานั่งสนใจวันพวกนี้อีกหรือ ขนาดวันเกิดตัวเองเขายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันเลย
“อาจจะธรรมดาสำหรับมึง แต่สำหรับน้องไจ๋ล่ะ มึงคิดในมุมเขาบ้างหรือเปล่า”
พาริยะสวนไปเรียบๆ เหนื่อยใจกับความคิดของคนที่สูงไล่เลี่ยกัน คนเราอยู่ด้วยกันก็ควรใส่ใจคนรอบข้างด้วย ทว่าท่าทีของดลวัฒน์กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลง เสมือนว่าคำพูดที่ผ่านมานั้นไม่สามารถเล่นงานจิตสำนึกของเพื่อนตัวดีได้“กี่ปีแล้ว ที่มึงลืมวันเกิดน้องไจ๋”
ปีที่แล้วก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะเพื่อนดันเสือกเลือกรับคิวผ่าตัดในวันเกิดเมียตัวเอง
แถมยังสลบเหมือดข้ามวัน จนสุดท้ายก็ไม่ได้ฉลองวันเกิดด้วยกัน
“กูต้องจำวันเกิดของทุกคนรอบตัวกูได้หรือไง” ดลวัฒน์ถามกลับเสียงเข้ม นัยน์ตาฉายแววหงุดหงิด สาเหตุที่เขาหนีมายืนบนดาดฟ้าก็เพราะเบื่อสายตาตำหนิติเตียนของไอ้เพื่อนตัวดีคนนี้ ทว่าพาริยะก็ยังตามมาก่อกวนอารมณ์ไม่เลิก
“แต่นั่นเมียมึงไหมดล”
ดลวัฒน์เถียงเพื่อนไม่ออก
“จะโกรธเหี้ยอะไรก็เอาแต่พอดี ไหนๆ มึงก็ยังไม่ได้ตัดสินใจจะหย่าตอนนี้ ก็ช่วยทำดีกับน้องไจ๋บ้างเถอะว่ะ” พาริยะกล่าวเชิงขอร้อง ด้วยนึกสงสารสิรินดา
“สงสารมากทีหลังก็มาแต่งแทนกูสิ”
“เหอะ! ทำปากดีไป มึงรู้ดีว่าใครอยากแต่งแทนมึง บอกเลยถ้าย้อนเวลาได้ กูจะยุให้น้องไจ๋เลือกพี่ชายมึงแทน” พาริยะพูดแทงใจดำ “หรือจะให้กูยุตอนนี้เลยก็ได้นะ”
คนฟังกำมือแน่นจนได้ยินเสียงดังกร๊อบ พลางมองมาด้วยสายตาโกรธสุดขีด ทว่าพาริยะกลับยักไหล่ไม่แยแส แล้วเดินไวๆ ไปจากตรงนี้ บางครั้งได้ตอกกลับจนเพื่อนจนมุมบ้างก็ทำให้เขารู้สึกดีและสะใจได้เหมือนกัน
“ไปอบรมมันมา?” ไตรฉัตรถามทันทีที่พาริยะกลับมาประจำที่ พวกเขาสี่คนเวลาใครมีปัญหาหรือมีใครเดินออกนอกลู่นอกทางชนิดที่มีแต่ผลเสีย ก็มักจะเป็นพาริยะที่มีสติก่อนใครและคอยเตือนเพื่อนๆ
เขาเองก็เคยไม่อยากมารับช่วงต่อกิจการที่บ้าน เพราะชอบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากกว่า จนเอาแต่หนีลูกเดียว พาริยะก็พูดจนเขาคิดได้ เพื่อนบอกว่าถ้าไม่ชอบจุดไหนก็แค่ปรับจุดนั้น ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ แก้ไขมันไปทีละเล็กละน้อย ให้มันออกมาในแบบฉบับที่เขาอยากให้เป็น
ที่สำคัญธุรกิจนี้มันคือธุรกิจที่ส่งเสียให้เขาเรียนจนจบและกลายมาเป็นเสี่ยไตรเหมือนทุกวันนี้
พาริยะพยักหน้าตอบก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่มดับกระหาย
“แล้วมันคิดได้ไหม”
“มึงคิดว่าไง” พาริยะถามกลับ
ไตรฉัตรเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “หัวมันยังแข็งไม่เปลี่ยนไปเลยสินะ” สีหน้าของคนที่ตนสนทนาด้วยบ่งบอกว่าภารกิจไม่ได้ลุล่วงไปด้วยดี และมันก็ไม่ได้ผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้สักเท่าไร
เมื่อได้รับการยืนยัน ไตรฉัตรก็ส่ายศีรษะสองสามที ดลวัฒน์คือตัวตึงเรื่องความหัวแข็งของกลุ่มจริงๆ รักษามาตรฐานเรื่องนี้ได้อย่างดีเยี่ยม “โคตรตายยากเลยว่ะ มาโน่นละ”
ดลวัฒน์เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะรินบรั่นดีลงแก้วแล้วกระดกหมดในรวดเดียว
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “
ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้
DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน







