LOGINในช่วงบ่าย ดลวัฒน์เดินเข้ามาภายในห้องอาหารของทางโรงพยาบาลที่มีคนเข้ามาใช้บริการบางตา ก่อนจะสั่งข้าวราดแกงง่ายๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ทว่ายังไม่ได้ตักข้าวเข้าปากก็มีคนเลื่อนเก้าอี้อีกตัวมานั่งด้วย
“หมายความว่ายังไง” คนถามโชว์หน้าจอโทรศัพท์มือถือให้คนตรงหน้าดู
ชายหนุ่มเหลือบมองภาพนั้นแล้วเอ่ยบอกไปอย่างไม่ใส่ใจ “มึงบอกให้กูทำดี กูก็ทำให้ตามมึงขอ จะมาบ่นเหี้ยอะไรอีก”
“ทำดี ด้วยการบอกเขาว่าคนที่จำได้คือพวกกู?”
สิรินดาโพสต์รูปว่าได้ของขวัญก็จริง แต่คนที่หญิงสาวขอบคุณ มันไม่ได้มีแค่ไอ้เพื่อนตัวดีของเขา มันมีรายชื่อของพวกเขาอยู่ด้วย
ซึ่งมันตีความได้อยู่ทางเดียว
“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบโกหก” ก็เขาจำไม่ได้จริงๆ จะให้ไปโกหกว่าจำได้ไปเพื่ออะไรกัน
“ไม่อยากโกหก?”
“อืม”
“คนเหี้ยอย่างมึง โกหกอีกสักครั้งก็ไม่เป็นห่าอะไรหรอก เพราะยังไงมึงก็ตกนรกอยู่แล้ว” พาริยะว่า เพื่อนเขาทำตัวร้ายกาจกับสิรินดาไว้ขนาดนี้ คงจะได้ขึ้นสวรรค์หรอก
“ถามจริงเถอะว่ะ มึงจะใส่ใจน้องไจ๋บ้าง มันจะตายหรือไง เมื่อก่อนกูก็ไม่เห็นว่ามึงจะใจดำขนาดนี้” เขาละอยากจะแหวกอกเพื่อนออกมาดูว่าหัวใจของมันทำด้วยอะไร
จำได้ว่าตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกันดลวัฒน์ก็คอยดูแลหญิงสาวอย่างดี ด้วยทั้งสองครอบครัวรู้จักกันมาเป็นสิบปี ถึงแม้ว่าดลวัฒน์จะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเรื่องความรู้สึก แต่เมื่อก่อนเพื่อนก็ยังแสดงออกด้านความรู้สึกด้วยการกระทำหลายๆ อย่างมากกว่านี้
ดลวัฒน์ตักข้าวเข้าปากต่อ ไม่สนใจคำพูด
แต่สักพักชายหนุ่มก็เริ่มหน้าบึ้งที่ความเงียบไม่ได้ผล แทนที่เพื่อนจะสงบปากสงบคำกลับยังจ้อไม่หยุด ก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายหันไปให้ความสำคัญกับใครอีกคน
“อ้าวเฮีย สวัสดีครับ” พาริยะยกมือขึ้นไหว้คนที่เป็นทั้งรุ่นพี่และญาติ อีกทั้งยังเคยเป็นอาจารย์ติวหนังสือให้กับตนเอง
คนถูกทักพยักหน้ารับคำแล้วหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ตัวถัดมาของโต๊ะตัวข้างๆ ก่อนจะหยิบกล่องอาหารที่ไปอุ่นร้อนมาแล้วออกจากกระเป๋าผ้า
“อาซ้อทำให้ทุกวันเลยหรือครับเฮีย” พาริยะชวนคุณหมอสูตินรีแพทย์สุดฮอตของโรงพยาบาลคุย แม้อีกฝ่ายจะแต่งงานจนมีลูกชายแล้วถึงสามคน แต่ความฮอตของพีรวิชญ์ก็ไม่ได้ลดลงเลย ยังมีนางพยาบาลหน้าใหม่คอยส่งยิ้มให้ไม่ขาด
“อืม” พีรวิชญ์ขานรับสั้นๆ แล้วเหล่มองเพื่อนร่วมโต๊ะของญาติตน คิดว่าพอรู้ถึงสาเหตุของการตั้งคำถามมากมาย คงไม่พ้นเรื่องของดลวัฒน์กับภรรยา ใครบ้างจะไม่รู้เรื่องหลานเจ้าของโรงพยาบาลกับลูกของหุ้นส่วน
“เฮีย ผมขอถามหน่อย เฮียเคยเบื่ออาหารที่อาซ้อทำมาให้บ้างไหมครับ” พาริยะถามด้วยความอยากรู้เป็นที่สุด
“ทำไมต้องเบื่อ เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำให้ฉันทั้งที่เขาก็เหนื่อยทั้งกับลูกกับงานบ้านมากแล้ว” เขารู้ว่าปริยฉัตรรักเขามากถึงยังยอมตื่นเช้ามาทำให้ ใครจะกล้าเบื่อของที่ภรรยาสุดที่รักทำ
ที่สำคัญปริยฉัตรก็สรรหาเมนูทำให้อย่างหลากหลาย เขาไม่มีทางเบื่อได้หรอก
“ฉันหรือเปล่าที่ต้องเกรงใจเขาและรักเขาให้มาก”
คนที่ได้คำตอบก็พยักพเยิดเห็นด้วย ก่อนส่งสายตาขอบคุณในคำตอบนั้น และเชื่อว่าพี่ชายคงรู้ถึงสาเหตุที่เขาถาม
“เฮียทานเลยครับ ผมไม่กวนแล้ว”
สิ้นคำพาริยะก็ดึงสายตากลับมามองดลวัฒน์แล้วเอ่ยถามพร้อมกับยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “น้องไจ๋ไม่ต่างจากอาซ้อเลยสักนิด มึงว่าไหม” สิรินดาเองก็ทำกับข้าวให้ดลวัฒน์เป็นประจำเหมือนกัน เพียงแต่เพื่อนเขากลับกินบ้างไม่กินบ้าง บางวันก็หิ้วไปให้พยาบาลในวอร์ด
โชคดีที่ไม่มีใครเอาเรื่องนี้ไปบอกคนทำ ไม่อย่างนั้นสิรินดาคงจะน้อยใจน่าดู
ดลวัฒน์วางช้อนลงแล้วก็ถามสวนไปบ้าง “เรื่องชาวบ้านคืองานหลักของมึงเหรอ”
“ก็ใช่” พาริยะลอยหน้าลอยตาตอบ เขาไม่ได้คิดเข้าไปยุ่งเรื่องของทุกคน จะสนใจเฉพาะเรื่องคนรอบข้างที่สำคัญเท่านั้น เพราะเขาเคยเห็นพี่ชายของตัวเองที่เกือบจะสูญเสียคนรักเป็นตัวอย่าง จึงไม่อยากให้คนที่เขาเป็นห่วงต้องประสบเหตุการณ์เช่นนั้น
ดลวัฒน์กลอกตาขึ้นฟ้า แล้วคว้ากาแฟแก้วที่สองของวันขึ้นมาดูดด้วยท่าทีเฉยเมย ในเมื่อพาริยะกวนใส่ เขาก็จะกวนกลับเช่นกัน ให้มันรู้ไปว่าใครจะชนะ
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “
ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้
DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน







