Masukเมื่อนาฬิกาบอกเวลาหกโมงครึ่ง ก็หมดเวรการทำงานของดลวัฒน์สำหรับวันนี้ หมอหนุ่มกำลังจะก้าวออกไปจากตึกที่ตนเองทำงานอยู่ แต่ทว่าเสียงข้อความจากแอปพลิเคชันหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี
เห็นข้อความที่ถูกส่งมาดลวัฒน์ก็ต้องถอนลมหายใจใส่
‘ไจ๋รออยู่ลานจอดรถนะคะ’
ทำไมเด็กนี่ชอบก่อเรื่องให้วุ่นวาย แล้วเขาขอให้มารับหรือไงกัน
ดลวัฒน์เดินมายังจุดนัดหมาย ก่อนจะเห็นรถมินิคูเปอร์สีน้ำตาลจอดรออยู่ ชายหนุ่มเดินไปยังฝั่งคนขับ ก่อนกระจกจะถูกเลื่อนลง
ดลวัฒน์ก็บอกน้ำเสียงกระด้างทันที “พี่ก็บอกแล้วไงว่าพี่กลับเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้เธอมารับ ทำไมเธอต้องชอบทำให้วุ่นวาย”
“ไจ๋ขอโทษค่ะ แต่ไจ๋เป็นห่วงพี่ดลค่ะ” สิรินดาตอบด้วยคำเดิมๆ เสมอมา เธอกลัวเขาเหนื่อยเกินไป ก็เพราะสามีทำงานติดต่อกันมาสามสิบหกชั่วโมงแล้ว เธอกลัวว่าถ้าหากเขาต้องฝ่ารถติดเพื่อไปให้ถึงบ้านอีก กลัวว่าเขาจะขับไม่ไหวแล้วอาจจะเกิดเรื่องร้ายได้
แม้จะถูกดุ หญิงสาวก็ยังพยายามยิ้ม “ขอไจ๋ทำเถอะนะคะ แค่บางครั้งเองค่ะ” ที่สำคัญมันก็ไม่ได้เกินกำลังที่เธอจะทำให้
“ใครกันแน่ที่น่าห่วง ลงมาซะ พี่จะขับให้เอง” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม หลังจากสลับตำแหน่งกันเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ดึงสายตาไปมองความเรียบร้อยฝั่งข้างคนขับ ก่อนจะหันไปสตาร์ตเครื่องยนต์
“เราจะไปไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามหลังเห็นเขาเลี้ยวรถไปคนละฝั่งกับทางกลับบ้าน
“กินข้าว”
“ไจ๋ขอโทษนะคะ ที่จริงไจ๋น่าจะติดแซนด์วิชมาให้พี่ดลด้วย”
“เธอต้องทำเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่ให้ได้ทุกครั้งหรือไง” คุณหมอหนุ่มส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าผู้เป็นภรรยาทำสีหน้าอย่างไร “พี่หิวพี่ก็หากินเองได้”
หญิงสาวยิ้มบางๆ เธอรู้ว่าเขาทำได้ เพียงแค่เธอเองก็อยากทำหน้าที่ของภรรยาที่ดูแลสามีได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง
“แล้วพรุ่งนี้อยากทานอะไรคะ เดี๋ยวไจ๋จะทำไว้ให้ค่ะ เอาแกงไตปลาไหมคะ” หญิงสาวรู้ว่าเขาชอบกินเผ็ด จึงเสนอเมนูนี้และรู้ด้วยว่ามันคือของโปรดของเขาอย่างหนึ่ง
“อย่าก่อเรื่อง”
เพราะสิรินดากินเผ็ดไม่ได้เลย แต่ในครั้งที่แล้วเจ้าหล่อนกลับทำแกงไตปลามาให้ แล้วด้วยความกลัวว่ามันจะไม่อร่อยจึงชิมไปเสียหลายคำ ผลสุดท้ายก็ปวดท้อง เดือดร้อนเขาต้องหาหยูกหาหยาให้
เมื่อถูกเบรกความคิดนั้นสิรินดาก็ยิ้มแห้งๆ แล้วนั่งเงียบไปตลอดทางจนกระทั่งชายหนุ่มตีไฟเลี้ยวไปจอดข้างทางหน้าร้านราดหน้าเจ้าโปรดของเธอ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น หญิงสาวหันไปมองคนขับด้วยนัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายสว่างไสวราวกับหมู่ดาว
“ขอบคุณค่ะ” ก็มันใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง ที่อย่างน้อยสามีก็จำได้ว่าเธอชอบทานร้านนี้
โชคดีที่มีโต๊ะว่างอยู่พอดี ไม่นานราดหน้าหมี่กรอบทะเลกับราดหน้าเส้นใหญ่หมูร้อนๆ ก็มาเสิร์ฟ
“กินเข้าไปเยอะๆ กินน้อยแบบนี้พี่ถึงถูกแม่บ่นอยู่เรื่อย” ชายหนุ่มเอ่ยหลังเห็นสิรินดาทำท่าจะวางช้อนลงแล้ว ทั้งที่กินไปได้เพียงครึ่งจาน
หญิงสาวยิ้มให้กับคำดุที่ปนห่วงใยนั้น จากนั้นก็ทานมันต่อ
“พรุ่งนี้เธอจะเอาน้ำส้มไปให้แม่พี่ใช่ไหม” ด้วยรู้ว่าในแต่ละเดือนสิรินดาจะแวะเวียนไปทำหน้าที่ของลูกแทนเขาเสมอ ส่วนเขาได้คุยกับมารดาผ่านทางสายโทรศัพท์มากกว่า ท่านเองก็เข้าใจดี
“ค่ะ”
“ถ้าท่านชวนคุยจนดึก ก็นอนนั่น” แม่ของเขาชอบลูกสะใภ้คนนี้มาก พูดอะไรก็ถูกคอกันไปหมด คงเป็นเพราะสิรินดาเป็นคนอ่อนน้อม
“อีกอย่าง”
สิรินดาเงยหน้ามอง แต่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นดวงตากลมโตคู่นี้ก็ต้องวูบไหวไป
“พี่ยังไม่อยากมีลูก หาทางบ่ายเบี่ยงไปก่อน” เขารู้ว่ามารดาต้องพูดเรื่องนี้แน่ ก็เพราะสัปดาห์ก่อนท่านก็เพิ่งเปรยเรื่องนี้ออกมา แม้ว่าเขาก็พูดไปอย่างชัดเจนแล้วว่ายังไม่อยากจะมีก็ตาม
“บอกไปว่าเธอก็ยังไม่พร้อมก็ได้” ถ้าไม่สกัดฝั่งตนไว้ด้วย ทั้งแม่และย่าคงจะรวมพลังกันมากดดันเขา
สิรินดาขบเม้มปากแน่น ความปลาบปลื้มก่อนหน้านี้พลันหายวับไปกับตา แถมความเศร้าก็วิ่งพล่านเข้ามาแทนที่ ก้อนเนื้อเล็กๆ ที่เต้นไวห่อเหี่ยวลงราวกับลูกโป่งอัดแก๊สที่หดลีบ
“เธอเข้าใจความหมายใช่ไหม” ดลวัฒน์กดดันให้ตอบ ทั้งที่ก็เห็นแล้วว่าสายตาของคนตรงข้ามกันเป็นอย่างไร แต่การจะเป็นพ่อแม่คนได้มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลย และตอนนี้เขาก็ยังไม่พร้อม
สิรินดาจะตอบอะไรได้ นอกจากคำตอบที่สามีอยากได้ยิน
“ค่ะ”
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “
ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้
DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน







