تسجيل الدخول“แต่เมื่อข้าได้ยินแผนการของท่าน ข้าจึงสบโอกาสทดลองใช้เชือกเส้นนี้ร่วมด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น และจากการกระทำของเฝิ่นกงกงก็ทำให้ข้ามั่นใจได้ถึงเก้าส่วนแล้ว”
“ว่าเชือกเส้นนี้เป็นสัญญาณลับระหว่างพวกมันจริง ๆ และการที่เฝิ่นกงกงกระโจนลงในหลุมพรางของท่าน โดยไม่คิดสิ่งใดให้มากความ เป็นการยืนยันให้เห็นว่าการที่มีเชือกเส้นนี้ปรากฏขึ้น นั่นหมายความว่าเป็นฝีมือของตระกูลจวง ไม่จำเป็นต้องพะวงสิ่งใดที่จะตามมา”
เจียงอวี้เฉิงหยิบเชือกเส้นนี้ขึ้นมาแกว่งตรงหน้า “อืม... แล้วเชือกเส้นนี้ ท่านได้แต่ใดมา?”
“ข้าก็ให้องครักษ์ลับแอบแบ่งออกมาจากเฝิ่นกงกงอย่างไรเล่า” ชิงหว่านซินแค่นเสียง “เมื่อครู่ ข้ายังสั่งให้หลันเอ๋อร์ขโมยออกมาจากห้องของเขาอีกด้วย อย่างไรเฝิ่นกงกงก็ตายไปแล้ว มิสู้ให้ข้านำมาใช้ประโยชน์ต่อดีกว่า”
เจียงอวี้เฉิงระบายรอยยิ้ม “ว่าแต่ยามนี้เหยื่อรายแรกก็ถูกกำจัดไปแล้ว มิทราบว่าหยาเจินเลือกผู้โชคดีรายต่อไปได้หรือยัง?”
มุมปากของชิงหว่านซินยกสูงข้างหนึ่งอย่างครุ่นคิด พลางวิเคราะ
“แต่เมื่อข้าได้ยินแผนการของท่าน ข้าจึงสบโอกาสทดลองใช้เชือกเส้นนี้ร่วมด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น และจากการกระทำของเฝิ่นกงกงก็ทำให้ข้ามั่นใจได้ถึงเก้าส่วนแล้ว”“ว่าเชือกเส้นนี้เป็นสัญญาณลับระหว่างพวกมันจริง ๆ และการที่เฝิ่นกงกงกระโจนลงในหลุมพรางของท่าน โดยไม่คิดสิ่งใดให้มากความ เป็นการยืนยันให้เห็นว่าการที่มีเชือกเส้นนี้ปรากฏขึ้น นั่นหมายความว่าเป็นฝีมือของตระกูลจวง ไม่จำเป็นต้องพะวงสิ่งใดที่จะตามมา”เจียงอวี้เฉิงหยิบเชือกเส้นนี้ขึ้นมาแกว่งตรงหน้า “อืม... แล้วเชือกเส้นนี้ ท่านได้แต่ใดมา?”“ข้าก็ให้องครักษ์ลับแอบแบ่งออกมาจากเฝิ่นกงกงอย่างไรเล่า” ชิงหว่านซินแค่นเสียง “เมื่อครู่ ข้ายังสั่งให้หลันเอ๋อร์ขโมยออกมาจากห้องของเขาอีกด้วย อย่างไรเฝิ่นกงกงก็ตายไปแล้ว มิสู้ให้ข้านำมาใช้ประโยชน์ต่อดีกว่า”เจียงอวี้เฉิงระบายรอยยิ้ม “ว่าแต่ยามนี้เหยื่อรายแรกก็ถูกกำจัดไปแล้ว มิทราบว่าหยาเจินเลือกผู้โชคดีรายต่อไปได้หรือยัง?”มุมปากของชิงหว่านซินยกสูงข้างหนึ่งอย่างครุ่นคิด พลางวิเคราะ
สิ้นเสียงของชิงหว่านซิน ร่างสูงกำยำที่ลืมตาจิ้งจอกขึ้นมาทีละข้าง ก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งในทันที“กลับไปหมดแล้วหรือ?”“อื้อ” ชิงหว่านซินพยักหน้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างเตียง “มิคาดคิดเลยว่าเฝิ่นกงกงจะหลงกลอุบายชายงามของท่านจริง ๆ ”เจียงอวี้เฉิงหลุดหัวเราะออกมาแผ่วเบา “วีรบุรุษยังยากจะผ่านด่านสาวงามได้เลย ขันทีเฒ่าก็ยากจะผ่านด่านชายงามด้วยเช่นกัน ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”เสียงหัวเราะของเขาชวนให้ชิงหว่านซินหัวเราะตามไปด้วย“ข้าอุตส่าห์คิดวางแผนสารพัด เพื่อที่จะกำจัดเฝิ่นกงกง ทั้งล่อเขา วางยา หรือใส่ร้าย แต่ท่านกลับ…” ชิงหว่านซินนิ่งไปอย่างไม่รู้จะสรรหาคำใดมาใช้อธิบายดี“แผนของข้าคือการใช้ตัวเข้าแลก” เจียงอวี้เฉิงตอบแทน “เพราะวันที่คัดเลือกสวามีของท่าน ข้าเห็นท่าทางของเขาแล้วก็คิดว่าเขาจะต้องชมชอบบุรุษรูปงามเป็นแน่”“ข้าจึงได้ลองเสี่ยง ลองใช้ตนเป็นเหยื่อ และเขาก็ติดกับของเราจริง ๆ ” เจียงอวี้เฉิงอมยิ้ม ก่อนจะถามต่อ “แต่ข้าว่าสิ่งสำคั
ฮ่องเต้ชิงหยางสบเนตรกับพระเชษฐภคินี ครั้นเห็นชิงหว่านซินพยักหน้า เขาจึงได้ตอบตกลง “ได้ เรื่องคืนนี้ ข้าจะไม่ให้ผู้ใดแพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด จะกลายเป็นเพียงว่าเฝิ่นกงกงทำงานผิดพลาดจนข้าไม่พอใจ จึงได้สั่งลงโทษเขา”“คืนนี้ต้องลำบากพี่หญิงและพี่เขยแล้ว มาเถิด ประเดี๋ยวข้าจะไปส่งพวกท่านที่ตำหนักฉางหนิงเอง...”ชิงหว่านซินส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปฏิเสธ “คืนนี้เกิดเรื่องราวมากมายเช่นนี้ในวังหลวง พี่อยากจะพาอาเฉิงกลับตำหนักจงเย่มากกว่า...”ฮ่องเต้ชิงหยางนิ่งไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักพักตร์เห็นด้วย “ข้าเข้าใจ พี่เขยเองก็คงจะไม่สบายใจแล้ว เช่นนั้น ข้าจะให้เฉียนกงกงไปส่งพี่หญิงและพี่เขยกลับตำหนักจงเย่”“แต่พี่เขยถูกวางยาเช่นนี้ ให้หมอหลวงมาตรวจดูอาการก่อนจะดีกว่าหรือไม่? เฉียนกงกง!” ฮ่องเต้ชิงหยางหันไปสั่งขันทีใหญ่ข้างกายอีกคน“ไม่ต้อง!” ชิงหว่านซินรีบร้องบอก แต่เมื่อเห็นแววเนตรสงสัยของฮ่องเต้ชิงหยางแล้ว จึงรีบอธิบาย “ดูจากอาการของอาเฉิงที่ยังมีสติและโต้ตอบได้เช่นนี้ อาการคงไม่รุนแรง
ขันทีองครักษ์ที่เฝ้ายามอยู่ด้านนอกรีบเดินเข้ามาหิ้วตัวเฝิ่นกงกง หากแต่เขาก็ยังดิ้นรนส่งเสียงเว้าวอนอย่างน่าสงสาร“ฝ่าบาท! ฝ่าบาท! กระหม่อมอายุมากถึงเพียงนี้ ยี่สิบไม้อาจจะคร่าชีวิตกระหม่อมได้เลยนะพ่ะย่ะค่ะ” เฝิ่นกงกงรีบทูลขอร้อง “ฝ่าบาท กระหม่อมเฝ้าจงรักภักดีต่อพระองค์มาตลอดนะพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ชิงหยางเม้มโอษฐ์แน่น “เปลี่ยนปะ…”“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันคิดว่าโทษโบยยี่สิบไม้นั้นยังนับว่าน้อยเกินไป” ชิงหว่านซินรีบเอ่ยแทรกขึ้นมา ก่อนที่อนุชาของนางจะใจอ่อน “อาเฉิงของหม่อมฉันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสนมขององค์หญิงใหญ่ อีกทั้งฝ่าบาทยังอนุญาตให้เขาสามารถค้างคืนในวังหลวงได้ นับว่าเป็นการยอมรับในตัวอาเฉิงให้เป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์แล้ว”“หากฝ่าบาทมิทรงลงโทษเขาอย่างหนัก แล้วหน้าตาของราชวงศ์จะเป็นอย่างไรเล่าเพคะ มิได้เป็นการประกาศหรอกหรือว่าโทษของการล่วงเกินราชวงศ์มีเพียงโทษโบยยี่สิบไม้เท่านั้น”“เปลี่ยนเป็นสามสิบไม้!!” ฮ่องเต้ชิงหยางตรัสเสียงดังเฝิ่นกงกง “!!!&rdq
“บังอาจนัก!! ต่อหน้าข้า เจ้ายังกล้าข่มขู่เขาอีกรึ?” ชิงหว่านซินตวัดสายตาคม จ้องมองเฝิ่นกงกงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของอีกฝ่ายเจียงอวี้เฉิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งส่งเสียงออดอ้อนซุกหน้าเข้าหาซอกคอของชิงหว่านซินมากขึ้นไปอีก “องค์หญิง ข้าเจ็บ...”“เจ็บรึ? เจ้าถูกทำร้ายที่ใดบ้าง? เขาทำสิ่งใดกับเจ้า รีบบอกข้ามาเร็วเข้า!” ชิงหว่านซินหันกลับมาให้ความสนใจเขา พลางลูบเนื้อลูบตัวอีกฝ่ายอย่างสำรวจ“ขะ... เขา...” เจียงอวี้เฉิงแสร้งอ้ำอึ้ง พลางเหลือบมองฮ่องเต้ชิงหยางอย่างลำบากใจ ฮ่องเต้ชิงหยางได้แต่หน้ามืดทะมึน เพราะอย่างไรเสีย เฝิ่นกงกงก็คือคนของเขาฮ่องเต้ชิงหยางกำหัตถ์แน่น ก่อนจะตรัสอนุญาต “พูดมาถะ…”“เขาตั้งใจจะข่มเหงข้า!!” เจียงอวี้เฉิงไม่รอให้ฮ่องเต้ชิงหยางตรัสได้จบประโยค เขาก็รีบฟ้องขึ้นมาทันที “เพราะข้าถูกวางยาทำให้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ไม่อาจปฏิเสธขัดขืนเขาได้ เขาจึงถอดเสื้อผ้าของข้า หมายจะล่วงเกินข้า!!”มุมโอษฐ์ของฮ่องเต้ชิงหยางกระตุกรัว ๆพี่เขยของข้าประเสริ
ใจความของประโยคที่เจียงอวี้เฉิงพูดออกมาว่าทำร้ายจิตใจของเฝิ่นกงกงแล้ว หากแต่น้ำเสียงและพละกำลังของเขากลับทำร้ายจิตใจของเฝิ่นกงกงได้มากกว่าฟู่หม่าเจียงปกติดีทุกอย่าง!!ใจความประโยคที่บ่งบอกว่ามีสติครบถ้วน น้ำเสียงที่ตะโกนเปล่งชัด และพละกำลังดุจอาชาศึกสมกับที่เป็นแม่ทัพบัดซบ!! เขาถูกหลอก!ใบหน้าของเฝิ่นกงกงขาวซีด เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงที่ว่าเขาตกหลุมพรางกลลวงนั้น ร่างผอมบางของเขาพยายามดิ้นรนสะบัดออกจากการจับกุมของเจียงอวี้เฉิง หากแต่ขันทีสูงวัยรึจะสู้กับแม่ทัพวัยฉกรรจ์อย่างเจียงอวี้เฉิงได้“องค์หญิง!! กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ! ช่วยด้วย!”“ปล่อยข้านะ!” เฝิ่นกงกงพยายามตะโกนสู้ ท่ามกลางเสียงตะโกนร้องโหวกเหวกของเจียงอวี้เฉิงปัง!!เสียงบานประตูของจวนหัวหน้าขันทีของเฝิ่นกงกงถูกถีบออกอย่างแรง บรรดาองครักษ์ลับของราชวงศ์กรูกันเข้าไปในห้องพักนั้น เพื่อระวังความปลอดภัยให้แก่ฮ่องเต้ชิงหยางและองค์หญิงใหญ่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว“กรี๊ด!!” ชิงหว่านซินกรีดร้องทันที เมื่อได้เห็นภาพที่อ







