Mag-log inณ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ที่รวมเหล่านักเรียน อัลฟ่า เบต้า และโอเมก้าไว้ด้วยกัน ที่นี่มีกฎในการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมและไม่แบ่งแยกชนชั้นเพศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาที่มีเพศรองเป็นเบต้า และโอเมก้า เกินกว่า 70% และมีอัลฟ่าอยู่ประมาณเกือบๆ 30% ที่บอกว่าเกือบก็เพราะว่านอกจากเพศรองทั้งสามแล้ว ที่นี่ยังมีนักศึกษาที่เป็นอีนิกม่าซึ่งเป็นเพศรองสูงสุดรวมอยู่ด้วย
เพียงแต่พวกเขาจะได้รับการปกปิดสถานะไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวพวกเขาเอง หรือหากไม่ใช่นักศึกษา ก็จะมีคณาจารย์บางท่านที่เป็นผู้สอนเป็นอีนิกม่ารวมอยู่ด้วย เพื่อคอยจัดการปัญหาต่างๆ ให้กับมหาลัย
บรรยากาศในห้องเลคเชอร์รวมของคณะบริหารธุรกิจค่อนข้างวุ่นวาย เสียงพูดคุยจอแจของเหล่านักศึกษาดังไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่ ซันก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนนักศึกษาคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ทางเดินพากันหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ
กลิ่นฟีโรโมนของเขาที่ปกติจะให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนแดดยามเช้า บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งจนวอดวาย เหล่าโอเมก้าและเบต้าที่อยู่ใกล้พากันตัวสั่นงันงก บางคนถึงกับหน้าซีดเผือดจนต้องรีบหยิบยาดมขึ้นมาใช้
“เฮ้ย! ไอ้ซัน เบาๆ หน่อยเพื่อน”
เสียงทุ้มของ ‘ท็อป’ เพื่อนสนิทในกลุ่มอัลฟ่าดังขึ้นพร้อมกับตบลงบนบ่าของซันอย่างแรง
“มึงจะปล่อยฟีโรโมนข่มคนอื่นไปถึงไหนวะ ดูดิ๊ เพื่อนในห้องหน้าซีดกันหมดแล้ว”
ซันปรายตามองไปรอบๆ ก็เห็นสายตาหวาดกลัวของนักศึกษาคนอื่นๆ ที่จ้องมองมาที่เขาจริงๆ เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิด พยายามเก็บกลิ่นอายคุกคามของตัวเองกลับเข้าไป แต่มันก็ทำได้ยากเต็มทีเมื่อในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องเมื่อคืน
“โทษทีว่ะ หงุดหงิดนิดหน่อย”
ซันตอบเสียงเรียบ พลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ท็อป
“นิดหน่อยบ้านมึงสิ”
‘เคน’ อัลฟ่าอีกคนในกลุ่มที่นั่งอยู่อีกฝั่งพูดเสริมขึ้นมา
“นี่มันโคตรจะไม่นิดเลยนะเว้ย กลิ่นมึงแม่ง อย่างกับคนที่พร้อมจะหักคอใครได้เลยอ่ะ มีเรื่องอะไรวะ เล่าให้พวกกูฟังได้นะ”
ซันนิ่งเงียบไป เขาไม่อยากจะเล่าเรื่องน่าอัปยศของตัวเองให้ใครฟัง โดยเฉพาะเรื่องของเขาที่เป็นอัลฟ่าพิเศษ แต่กลับถูกใครก็ไม่รู้จับกดตลอดทั้งคืน แถมยังรู้สึกดีไปกับมันอีกต่างหากซึ่งเป็นเรื่องที่เสียศักดิ์ศรีเกินกว่าจะรับได้
“ไม่มีอะไรหรอก แค่นอนไม่พอ”
เขาเลือกที่จะโกหกออกไป
ท็อปกับเคนมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อ
“เออๆ งั้นก็พยายามทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย วันนี้ตอนเย็นมีกิจกรรมรับน้องนะเว้ย แล้วมึงก็ต้องไปช่วยกันคุมน้องด้วย อย่าเผลอปล่อยฟีโรโมนใส่น้องๆ ปีหนึ่งล่ะ เดี๋ยวแม่งตายห่ากันหมด กูไม่อยากให้อาจารย์ฝั่งตรวจสอบวินัยเข้ามาวุ่นวายกับการรับน้องนะ”
“เออ รู้แล้วน่า”
ซันตอบอย่างรับคำ แต่ในใจกลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องกิจกรรมรับน้องเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้สมองของเขามีแต่ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น
คนที่มีดวงตาสีเงินวาววับและกลิ่นหอมประหลาดราวกับควันไม้ผสมไอฝน เขาจะต้องตามหาตัวมันให้เจอ!
ทางด้านของลูน หลังจากที่เขาเดินออกมาจากตึกอำนวยการ เขาก็มุ่งตรงไปยังห้องเรียนตามที่ระบุไว้ในตารางเรียนทันที บรรยากาศของวันเปิดเทอมวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก นักศึกษาต่างจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ลูนที่ยังไม่มีเพื่อนได้แต่เดินหาที่นั่งเงียบๆ คนเดียว
เขาเลือกที่นั่งริมหน้าต่างแถวกลางๆ ของห้อง ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตและเครื่องเขียนขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนในคาบแรก ในขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาจัดของอยู่นั้น ก็มีเสียงทักทายดังขึ้นจากด้านข้าง
“นี่ๆ นาย ที่นั่งตรงนี้ว่างไหม เราขอนั่งด้วยคนสิ”
ลูนเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งกำลังส่งยิ้มกว้างมาให้ เขามีเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่เข้ากับดวงตาสีเดียวกันอย่างลงตัว รอยยิ้มของเขาดูเป็นมิตรและจริงใจจนทำให้ลูนรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างประหลาด
“อ๋อ...ว่าง เชิญเลย”
ลูนตอบกลับไป พลางขยับกระเป๋าของตัวเองหลีกทางให้
“ขอบใจนะ เราชื่อริว ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
ชายหนุ่มคนนั้นแนะนำตัวอย่างคล่องแคล่ว พลางยื่นมือออกมาข้างหน้า
“เราชื่อลูน ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
ลูนยื่นมือไปจับกับอีกฝ่ายอย่างเก้ๆ กังๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเข้ามาทักทายเขาอย่างเป็นมิตรขนาดนี้
“ลูนเหรอ ชื่อเท่ดีจัง” ริวพูดชม
“ว่าแต่ นายมาจากโรงเรียนอะไรเหรอ ตอนปฐมนิเทศน์ เราไม่เห็นหน้านายเลย พึ่งมาวันนี้วันแรกเหรอ”
“อืม...เราเรียนโฮมสคูลน่ะ ตอนปฐมนิเทศน์เราป่วยเลยไม่ได้มา”
ลูนตอบตามความจริง
“โห! จริงดิ เจ๋งอ่ะ แสดงว่านายต้องเรียนเก่งมากๆ เลยสิ ถึงสอบเข้าที่นี่ได้”
ริวทำตาโตอย่างทึ่งๆ
“ส่วนเราก็...นะ อาศัยโควต้านักกีฬาเข้ามา ฮ่าๆๆ”
ลูนยิ้มออกมาบางๆ กับท่าทีสบายๆ ของริว ดูเหมือนว่าเขาจะได้เพื่อนใหม่ที่น่าสนใจเข้าซะแล้ว
คำถามที่ตรงไปตรงมาของลูน ทำให้ซันประหลาดใจเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ชอบทำเป็นกลัวเขาอยู่ตลอดแท้ๆ ทำไมวันนี้ถึงกล้าถามคำถามกับเขาก่อนล่ะ ซันจ้องมองดวงตาที่กำลังรอคอยคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ ในแววตานั้นไม่มีความหวาดระแวงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสงสัยใคร่รู้และความเชื่อใจจางๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น วินาทีนั้น...กำแพงทั้งหมดที่ซันเคยสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้ก็ได้พังทลายลง เขาไม่สนใจอีกแล้วว่ามันจะดูน่าสมเพชแค่ไหนในสายตาคนอื่น เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าศักดิ์ศรีของอัลฟ่าพิเศษจะถูกเหยียบย่ำหรือไม่ หัวใจของเขาได้เลือกแล้ว และคงเลือกมาตั้งนานแล้วแต่เพียงแค่เขาไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง ซันค่อยๆ ยื่นมือออกไป สัมผัสลงบนข้างแก้มที่ยังคงซีดเซียวของลูนอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลูนสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ไม่คาดคิด แต่เขาก็ไม่ได้ปัดป้องหรือถอยหนีเหมือนที่ผ่านมา และเขายังคงจ้องมองซันด้วยแววตาที่รอคอยคำตอบ "ตอนแรก..." ซันเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ และเริ่มเปลี่ยนสรรพนามที่เคยใช้เป็นประจำ
“คุณบอกผมใช่ไหมว่า ครั้งแรกที่เจอกับลูนอีนิกม่า คุณได้มีอะไรกับน้องผมไปแล้วในวันนั้น” สายตาของลีโอค่อยๆ เลื่อนกลับมาจับจ้องที่ซันอีกครั้ง “ช... ใช่ครับ” ซันตอบอย่างไม่เต็มปากนัก เพราะยังไม่ชินที่จะบอกว่าอัลฟ่าพิเศษอย่างเขาได้ไปอยู่ใต้อาณัติของน้องชายคนตรงหน้าแล้ว ลีโอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน การปรากฏตัวของซันในชีวิตของลูน การที่ซันเป็นอัลฟ่าพิเศษเพียงคนเดียวที่เข้าใกล้ลูนได้มากขนาดนี้ และการที่ซันคือคนที่ลูนอีนิกม่าเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนให้เห็นถึงสองครั้ง "คุณ..." ลีโอเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "หรือว่า...บางที...คุณอาจจะเป็นคู่ชะตาของน้องผมก็ได้นะ " หัวใจของซันเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือคู่แห่งโชคชะตามาก่อน แต่วินาทีนี้เขากลับอยากจะเชื่อมันสุดหัวใจ ลีโอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา ก่อนจะหยิบกล่องโลหะสีเงินขนาดเล็กออกมา มันดูเรียบหรูและถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เขาเปิดมันออก เผยให้เห็นหลอดฉีดยาขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีใสเอาไว้หนึ่งหล
สิ่งที่เขาได้เห็นจากลูนในก่อนหน้านี้ทั้งหมดนั้นไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำ แต่คืออีกบุคลิกที่เป็นเกราะป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความเจ็บปวดที่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว "งั้นเพศรองที่แท้จริงของเขาคือ อีนิกม่าสินะ" ซันพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ใช่" ลีโอยืนยัน "บุคลิกอีนิกม่าจะถูกกดเอาไว้ลึกที่สุด มีเพียงคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นที่พลังฮอร์โมนจะรุนแรงจนมัน สามารถแทรกซึมออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น 'ลูนโอเมก้า' ก็จะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย เขารับรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่ 'ความฝัน' หรืออาการ 'ป่วย' เท่านั้น แต่ที่คุณเล่ามา คุณได้เจอกับลูนอีนิกม่าครั้งแรกตอนที่คุณเกิดรัท และไม่ใช่วันที่พระจันทร์เต็มดวงใช่ไหม?" ลีโอถามซันเพื่อย้ำคำตอบที่ได้ยินเรื่องราวการพบเจอของซันและลูนอีกครั้ง “อ่าา ใช่ครับแต่ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ลูนอีนิกม่าบอกผมแค่ว่า ถูกฟีโรโมนของผมปลุกขึ้นมาเท่านั้น” ซันตอบลีโอไปด้วยความจริงทั้งหมดที่เขารู้ “งั้นเหรอ” ลีโอตอบรับสั้นๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากที่ซันได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ลุกขึ้นยื
เมื่อลีโอเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตของลูน ซันก็เริ่มก้าวถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างช้าๆ เตรียมพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวที่เขารู้สึกได้ว่ามันสำคัญมากสำหรับการตัดสินใจในอนาคตของเขา ลีโอละสายตาจากซัน หันกลับไปมองใบหน้าที่กำลังนอนหลับของน้องชาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานนับสิบปี "ครอบครัวของเรา อาจจะดูไม่เหมือนครอบครัวทั่วไป" ลีโอเริ่มต้นเล่า "เพราะพ่อของผมก็เป็นอัลฟ่าพิเศษเหมือนกับคุณ ส่วนแม่เป็นโอเมก้าไร้กลิ่น พวกเขาเป็นคู่แห่งโชคชะตาของกันและกัน ส่วนผมเองก็เป็นอัลฟ่าธรรมดา แต่ลูน เขาเกิดมาแตกต่าง" "ลูนเกิดมาพร้อมกับยีนส์ของ 'อีนิกม่า' เพศรองที่หายากและทรงพลังที่สุดในบรรดาเพศรองทั้งหมด มันคือพรสวรรค์แต่ในขณะเดียวกันมันก็คือคำสาป" "ตอนเด็กๆ ลูนเป็นเด็กที่ร่าเริงและน่ารักมาก แต่พวกเราสังเกตเห็นได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขามีพละกำลังมากกว่าเด็กทั่วไป และบางครั้ง ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เขาก็จะดูกระสับกระส่ายและหงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษ พ่อต้องคอยใช้ฟีโรโมนอัลฟ่าพิเศษของท่านเพื่อช่วยสะกดสัญชาตญาณด
"ชีพจรเต้นอ่อนมาก ร่างกายคงจะช็อกจากการรับฟีโรโมนที่รุนแรงเกินไปอีกแล้วสินะ เฮ้อ...เด็กคนนี้นี่ร่างกายอ่อนแอจริงๆ" "เขาจะเป็นอะไรมากไหมครับ" ริวที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูอาการไปก่อน" ครูพยาบาลตอบ "แต่ยังไงครูก็ต้องติดต่อผู้ปกครองของเขาให้มารับอยู่ดี พวกเธอสองคนออกไปรอข้างนอกก่อนเลยไป!" ซันกับริวถูกไล่ออกมานั่งรอที่เก้าอี้หน้าห้องพยาบาลอย่างไม่มีทางเลือก ท็อปกับเคนตามมาสมทบในอีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากจัดการเรื่องที่โรงอาหารเรียบร้อยแล้ว "เป็นไงบ้างวะ" ท็อปถามขึ้น ซันส่ายหน้า ก็จะตอบด้วยน้ำเสียงราวกับหมดแรง "ยังไม่รู้" บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด ริวนั่งก้มหน้ากุมมือตัวเองแน่นด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ส่วนซันก็เอาแต่นั่งจ้องประตูห้องพยาบาลไม่วางตา ในใจของเขากำลังภาวนาขออย่าให้ลูนเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ลีโอ พี่ชายของลูน ก็มาถึงที่ห้องพยาบาล ครั้งนี้...สีหน้าของเขาไม่ได้ดูตื่นตระ
วินาทีนั้นเอง...ที่เส้นความอดทนสุดท้ายของซันขาดสะบั้นลง แรงกดดันมหาศาลของฟีโรโมนอัลฟ่าพิเศษถูกปลดปล่อยออกมามันหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนนักศึกษาทุกคนในโรงอาหารต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก บางคนถึงกับทรุดลงไปกับพื้น เจ็ทเองก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เขาถูกแรงกดดันนั้นบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แขนที่เคยโอบรัดลูนไว้แน่นคลายออกโดยอัตโนมัติ "มึง...!" ซันไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินตรงเข้าไปหาเจ็ทด้วยสายตาของนักล่า ก่อนจะกระชากคอเสื้อของเจ็ทแล้วเหวี่ยงร่างนั้นกระเด็นไปชนกับโต๊ะข้างๆ อย่างแรงจนโต๊ะล้มระเนระนาด "อ๊าก!" เจ็ทร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลูกสมุนของเจ็ทที่เห็นหัวหน้าโดนซัดลงไปกองกับพื้นก็รีบปล่อยตัวริวแล้ววิ่งหนีไปคนละทิศละทางทันที ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีเพียงลูนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ฟีโรโมนที่เกรี้ยวกราดของซันมันควรจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวและอึดอัด แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาดใจ ตอนนี้ฟีโรโมนของซันที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวเขาราวกับเป็นเกราะป้องก







![เฝ้า(รอ)รัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)