เข้าสู่ระบบแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่าน ปลุกให้ชายหนุ่มร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงขยับตัวอย่างเกียจคร้าน ซันครางในลำคออย่างหงุดหงิดเมื่อความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งร่างกาย โดยเฉพาะช่วงสะโพกและบั้นท้ายที่ระบมจนแทบขยับไม่ได้
เขายื่นแขนออกไปหวังจะควานหาร่างของคนที่กกกอดเขาไว้ทั้งคืน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเฉียบของผ้าปูที่นอน จนต้องลืมตาโพลงทันที ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ความอัปยศอดสูแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก
เขาที่เป็นอัลฟ่าพิเศษกับถูกอีนิกม่าที่ไหนก็ไม่รู้กดขี่ข่มเหงตลอดทั้งคืนถึงแม้จะรู้สึกตกใจที่ได้พบกับอีนิกม่าคนนั้นในตอนแรก แต่ก็ไม่ได้จะไม่พอใจกับสัมผัสนั้นสักเท่าไหร่ แถมยังเผลอตัวมีอะไรกับคนคนนั้นจนหลับไปไม่รู้ตัวอีก!
ซันพยุงร่างที่อิดโรยของตัวเองลุกขึ้นนั่งและมองไปรอบๆ ห้องพักที่ตอนนี้สภาพห้องนอนของเขาเละเทะไม่ต่างจากสนามรบ เสื้อผ้าขาดวิ่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น กลิ่นฟีโรโมนของคนสองคนยังคงคลุ้งปะปนกันอย่างชัดเจนจนน่าเวียนหัว
แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ลายมือหวัดๆ เขียนข้อความไว้เพียงสั้นๆ ว่า
‘ขอโทษ’
“ขอโทษเหรอวะ!”
ซันคำรามลั่น ขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ก่อนจะปาทิ้งอย่างหัวเสีย 'ขอโทษเนี่ยนะ?' หลังจากที่ทำกับเขาไปขนาดนั้นแล้วแต่กลับเหลือแค่กระดาษโน็ตกับข้อความบ้าๆ นี่เนี่ยนะ ไอ้บ้านั่นคิดจะชิ่งหนีไปง่ายๆ งั้นเหรอ!
“แม่งเอ๊ย! อย่าให้กูหามึงเจอนะ”
ความโกรธแค้นและเสียศักดิ์ศรีทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน เขาสาบานกับตัวเองว่าจะต้องตามหาตัวไอ้อีนิกม่าไร้ความรับผิดชอบนี้ให้เจอแล้วลากคอมันมาสั่งสอนให้รู้สำนึก!
ซันกัดฟันเดินโซเซเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเรียนวันแรกของการเป็นนักศึกษาปีสอง ภาพที่สะท้อนในกระจกทำให้เขาแทบคลั่ง รอยกัดที่ต้นคอ รอยจ้ำแดงทั่วแผ่นอก บ่งบอกถึงความรุนแรงของบทรักเมื่อคืนได้อย่างชัดเจน เขารีบเปิดน้ำร้อนราดตัวหวังจะชำระล้างความอัปยศที่ถูกทอดทิ้งและกลิ่นของคนคนนั้นออกไปให้หมดสิ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะฝังลึกเกินกว่าจะล้างออกได้ง่ายๆ
ในอีกฟากหนึ่งของเมือง…
ลูน เด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อสไตล์หมาเด็กแสนน่ารัก ที่สาวๆ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องรักเมื่อได้พบเห็น ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงของตัวเองด้วยความรู้สึกมึนงง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันที่ยาวนานและสมจริงอย่างน่าประหลาด ภาพความทรงจำขาดๆ หายๆ วาบเข้ามาในหัว กลิ่นฟีโรโมนรุนแรงของอัลฟ่า สัมผัสอันเร้าร้อนและเสียวซ่าน และความรู้สึกผูกพันกับใครบางคนอย่างลึกซึ้ง
“ฝัน...แปลกชะมัด”
เขาลุกขึ้นนั่ง เกาหัวแกรกๆ พลางบิดขี้เกียจ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัวราวกับไปออกกำลังกายมาอย่างหนัก
ลูนก้มมองสำรวจร่างกายตัวเองก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ เสื้อผ้ายังอยู่ครบดีทุกชิ้น ห้องนอนของเขาก็เรียบร้อยเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยว่ามีใครอื่นเข้ามา
“สงสัยจะฝันจริงๆ นั่นแหละ”
เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ความรู้สึกโหยหาใครสักคนในฝันยังคงติดตรึงอยู่ไม่จางหาย มันเป็นความรู้สึกที่ดี จนอยากจะกลับไปนอนฝันต่อเลยด้วยซ้ำไป
ลูนส่ายหัวเบาๆ เพื่อไล่ความรู้สึกแปลกๆ นั้นออกไป เขาไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องความฝันบ้าๆ นี่หรอก วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกในฐานะนักศึกษาปีหนึ่งของเขาต่างหาก
เด็กหนุ่มมุ่งตรงไปยังห้องน้ำ ตั้งใจจะชำระล้างความเหนื่อยล้าและความฝันพิสดารเมื่อคืนทิ้งไปให้หมด เพื่อเริ่มต้นวันแรกของการเป็นนักศึกษาอย่างสดใส แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับตัวเองในกระจก เขาก็ถึงกับต้องชะงัก
บนผิวเนื้อบริเวณซอกคอและแผงอก ปรากฏรอยแดงจางๆ เป็นจ้ำหลายแห่ง ราวกับถูกแมลงตัวเล็กๆ กัดต่อยตอนหลับ
"เชี่ย...รอยบ้าอะไรวะ"
เขาพึมพำกับตัวเอง พลางขยับเข้าไปมองใกล้ขึ้นอีกนิด นิ้วเรียวยกขึ้นแตะรอยแดงเบาๆ ไม่รู้สึกเจ็บหรือคันเลยสักนิด
"โดนตัวอะไรกัดวะเนี่ย"
เขาขมวดคิ้ว พลางลูบรอยเหล่านั้นเบาๆ
ความรู้สึกสับสนแล่นริ้วขึ้นมาในอก นี่มันไม่ใช่รอยยุงกัดแน่ๆ หรือว่าในห้องของเขาจะมีพวกตัวเรือดซ่อนอยู่? คิดแล้วก็อดขนลุกไม่ได้
คำถามที่ตรงไปตรงมาของลูน ทำให้ซันประหลาดใจเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ชอบทำเป็นกลัวเขาอยู่ตลอดแท้ๆ ทำไมวันนี้ถึงกล้าถามคำถามกับเขาก่อนล่ะ ซันจ้องมองดวงตาที่กำลังรอคอยคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ ในแววตานั้นไม่มีความหวาดระแวงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสงสัยใคร่รู้และความเชื่อใจจางๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น วินาทีนั้น...กำแพงทั้งหมดที่ซันเคยสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้ก็ได้พังทลายลง เขาไม่สนใจอีกแล้วว่ามันจะดูน่าสมเพชแค่ไหนในสายตาคนอื่น เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าศักดิ์ศรีของอัลฟ่าพิเศษจะถูกเหยียบย่ำหรือไม่ หัวใจของเขาได้เลือกแล้ว และคงเลือกมาตั้งนานแล้วแต่เพียงแค่เขาไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง ซันค่อยๆ ยื่นมือออกไป สัมผัสลงบนข้างแก้มที่ยังคงซีดเซียวของลูนอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลูนสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ไม่คาดคิด แต่เขาก็ไม่ได้ปัดป้องหรือถอยหนีเหมือนที่ผ่านมา และเขายังคงจ้องมองซันด้วยแววตาที่รอคอยคำตอบ "ตอนแรก..." ซันเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ และเริ่มเปลี่ยนสรรพนามที่เคยใช้เป็นประจำ
“คุณบอกผมใช่ไหมว่า ครั้งแรกที่เจอกับลูนอีนิกม่า คุณได้มีอะไรกับน้องผมไปแล้วในวันนั้น” สายตาของลีโอค่อยๆ เลื่อนกลับมาจับจ้องที่ซันอีกครั้ง “ช... ใช่ครับ” ซันตอบอย่างไม่เต็มปากนัก เพราะยังไม่ชินที่จะบอกว่าอัลฟ่าพิเศษอย่างเขาได้ไปอยู่ใต้อาณัติของน้องชายคนตรงหน้าแล้ว ลีโอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน การปรากฏตัวของซันในชีวิตของลูน การที่ซันเป็นอัลฟ่าพิเศษเพียงคนเดียวที่เข้าใกล้ลูนได้มากขนาดนี้ และการที่ซันคือคนที่ลูนอีนิกม่าเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนให้เห็นถึงสองครั้ง "คุณ..." ลีโอเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "หรือว่า...บางที...คุณอาจจะเป็นคู่ชะตาของน้องผมก็ได้นะ " หัวใจของซันเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือคู่แห่งโชคชะตามาก่อน แต่วินาทีนี้เขากลับอยากจะเชื่อมันสุดหัวใจ ลีโอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา ก่อนจะหยิบกล่องโลหะสีเงินขนาดเล็กออกมา มันดูเรียบหรูและถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เขาเปิดมันออก เผยให้เห็นหลอดฉีดยาขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีใสเอาไว้หนึ่งหล
สิ่งที่เขาได้เห็นจากลูนในก่อนหน้านี้ทั้งหมดนั้นไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำ แต่คืออีกบุคลิกที่เป็นเกราะป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความเจ็บปวดที่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว "งั้นเพศรองที่แท้จริงของเขาคือ อีนิกม่าสินะ" ซันพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ใช่" ลีโอยืนยัน "บุคลิกอีนิกม่าจะถูกกดเอาไว้ลึกที่สุด มีเพียงคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นที่พลังฮอร์โมนจะรุนแรงจนมัน สามารถแทรกซึมออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น 'ลูนโอเมก้า' ก็จะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย เขารับรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่ 'ความฝัน' หรืออาการ 'ป่วย' เท่านั้น แต่ที่คุณเล่ามา คุณได้เจอกับลูนอีนิกม่าครั้งแรกตอนที่คุณเกิดรัท และไม่ใช่วันที่พระจันทร์เต็มดวงใช่ไหม?" ลีโอถามซันเพื่อย้ำคำตอบที่ได้ยินเรื่องราวการพบเจอของซันและลูนอีกครั้ง “อ่าา ใช่ครับแต่ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ลูนอีนิกม่าบอกผมแค่ว่า ถูกฟีโรโมนของผมปลุกขึ้นมาเท่านั้น” ซันตอบลีโอไปด้วยความจริงทั้งหมดที่เขารู้ “งั้นเหรอ” ลีโอตอบรับสั้นๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากที่ซันได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ลุกขึ้นยื
เมื่อลีโอเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตของลูน ซันก็เริ่มก้าวถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างช้าๆ เตรียมพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวที่เขารู้สึกได้ว่ามันสำคัญมากสำหรับการตัดสินใจในอนาคตของเขา ลีโอละสายตาจากซัน หันกลับไปมองใบหน้าที่กำลังนอนหลับของน้องชาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานนับสิบปี "ครอบครัวของเรา อาจจะดูไม่เหมือนครอบครัวทั่วไป" ลีโอเริ่มต้นเล่า "เพราะพ่อของผมก็เป็นอัลฟ่าพิเศษเหมือนกับคุณ ส่วนแม่เป็นโอเมก้าไร้กลิ่น พวกเขาเป็นคู่แห่งโชคชะตาของกันและกัน ส่วนผมเองก็เป็นอัลฟ่าธรรมดา แต่ลูน เขาเกิดมาแตกต่าง" "ลูนเกิดมาพร้อมกับยีนส์ของ 'อีนิกม่า' เพศรองที่หายากและทรงพลังที่สุดในบรรดาเพศรองทั้งหมด มันคือพรสวรรค์แต่ในขณะเดียวกันมันก็คือคำสาป" "ตอนเด็กๆ ลูนเป็นเด็กที่ร่าเริงและน่ารักมาก แต่พวกเราสังเกตเห็นได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขามีพละกำลังมากกว่าเด็กทั่วไป และบางครั้ง ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เขาก็จะดูกระสับกระส่ายและหงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษ พ่อต้องคอยใช้ฟีโรโมนอัลฟ่าพิเศษของท่านเพื่อช่วยสะกดสัญชาตญาณด
"ชีพจรเต้นอ่อนมาก ร่างกายคงจะช็อกจากการรับฟีโรโมนที่รุนแรงเกินไปอีกแล้วสินะ เฮ้อ...เด็กคนนี้นี่ร่างกายอ่อนแอจริงๆ" "เขาจะเป็นอะไรมากไหมครับ" ริวที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูอาการไปก่อน" ครูพยาบาลตอบ "แต่ยังไงครูก็ต้องติดต่อผู้ปกครองของเขาให้มารับอยู่ดี พวกเธอสองคนออกไปรอข้างนอกก่อนเลยไป!" ซันกับริวถูกไล่ออกมานั่งรอที่เก้าอี้หน้าห้องพยาบาลอย่างไม่มีทางเลือก ท็อปกับเคนตามมาสมทบในอีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากจัดการเรื่องที่โรงอาหารเรียบร้อยแล้ว "เป็นไงบ้างวะ" ท็อปถามขึ้น ซันส่ายหน้า ก็จะตอบด้วยน้ำเสียงราวกับหมดแรง "ยังไม่รู้" บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด ริวนั่งก้มหน้ากุมมือตัวเองแน่นด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ส่วนซันก็เอาแต่นั่งจ้องประตูห้องพยาบาลไม่วางตา ในใจของเขากำลังภาวนาขออย่าให้ลูนเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ลีโอ พี่ชายของลูน ก็มาถึงที่ห้องพยาบาล ครั้งนี้...สีหน้าของเขาไม่ได้ดูตื่นตระ
วินาทีนั้นเอง...ที่เส้นความอดทนสุดท้ายของซันขาดสะบั้นลง แรงกดดันมหาศาลของฟีโรโมนอัลฟ่าพิเศษถูกปลดปล่อยออกมามันหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนนักศึกษาทุกคนในโรงอาหารต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก บางคนถึงกับทรุดลงไปกับพื้น เจ็ทเองก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เขาถูกแรงกดดันนั้นบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แขนที่เคยโอบรัดลูนไว้แน่นคลายออกโดยอัตโนมัติ "มึง...!" ซันไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินตรงเข้าไปหาเจ็ทด้วยสายตาของนักล่า ก่อนจะกระชากคอเสื้อของเจ็ทแล้วเหวี่ยงร่างนั้นกระเด็นไปชนกับโต๊ะข้างๆ อย่างแรงจนโต๊ะล้มระเนระนาด "อ๊าก!" เจ็ทร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลูกสมุนของเจ็ทที่เห็นหัวหน้าโดนซัดลงไปกองกับพื้นก็รีบปล่อยตัวริวแล้ววิ่งหนีไปคนละทิศละทางทันที ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีเพียงลูนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ฟีโรโมนที่เกรี้ยวกราดของซันมันควรจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวและอึดอัด แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาดใจ ตอนนี้ฟีโรโมนของซันที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวเขาราวกับเป็นเกราะป้องก



![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



