เข้าสู่ระบบ“แล้วที่บ้านนายทำอะไรเหรอ”
ริวชวนคุยต่ออย่างไม่ขาดสาย
“ส่วนบ้านเรา ทำบริษัทผลิตน้ำหอมน่ะ เป็นพวกน้ำหอมฟีโรโมนบล็อกเกอร์อะไรทำนองนั้นแหละ ที่ช่วยให้โอเมก้าใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะไปกระตุ้นพวกอัลฟ่าบ้าพลังที่ไหนเข้า”
“ดีจังเลยนะ บ้านเราทำธุรกิจทั่วๆ ไปน่ะ”
ลูนพูดด้วยความชื่นชม
“ก็ดีแหละ แต่ก็น่าเบื่อเหมือนกัน พ่ออยากให้เราไปสืบทอดกิจการต่อ แต่เราอยากเป็นนักบาสมากกว่า”
ริวบ่นอุบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย
“เออ! ตอนเย็นนี้จะมีกิจกรรมรับน้องนะ นายจะไปรึเปล่า ไปด้วยกันไหม เราก็ยังไม่ค่อยรู้จักใครเหมือนกัน ไปเป็นเพื่อนกันนะ”
ลูนลังเลเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนชอบเข้าสังคมเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของริวแล้ว เขาก็ปฏิเสธไม่ลง
“อืม...เอาดิ ไปก็ได้”
“เย้! งั้นเดี๋ยวตอนเย็นเราไปด้วยกันนะ!”
ริวพูดอย่างดีใจ
ตลอดทั้งวัน ลูนกับริวก็ตัวติดกันตลอด ริวเป็นคนพูดเก่งและเข้ากับคนง่าย เขาคอยชวนลูนคุยเรื่องต่างๆ นานา ทำให้ลูนที่ปกติเป็นคนพูดน้อย เริ่มเปิดใจมากขึ้น เขารู้สึกดีใจที่อย่างน้อยในวันแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ได้เจอเพื่อนดีๆ อย่างริว
ช่วงเย็น ณ ลานกิจกรรมกลางแจ้งของมหาวิทยาลัย
บรรยากาศรับน้องเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักศึกษาปีหนึ่งและรุ่นพี่ปีสองที่มารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมในช่วงเย็น ซันนั่งอยู่บนโต๊ะยาวร่วมกับเพื่อนๆ ทีมปีสองคนอื่นๆ ที่เป็นสตาฟฟ์ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยน
“เอาล่ะน้องๆ ทุกคน ฟังทางนี้!”
เสียงของ ‘นิว’ รุ่นพี่เบต้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายสันทนาการดังขึ้นผ่านโทรโข่ง
“กิจกรรมแรกของเราในวันนี้ก็คือ การจับพี่รหัส!”
เสียงเฮของน้องๆ ปีหนึ่งดังขึ้นอย่างตื่นเต้น
“กติกาง่ายๆ เลยก็คือ ให้น้องๆ ทุกคนมาต่อแถว แล้วจับฉลากในโหลแก้วใบนี้ คนละหนึ่งใบ ในฉลากจะมีเลขรหัสของพี่ๆ ปีสองอยู่ น้องๆ จับได้เลขไหนก็ให้ขานรับเลขนั้นเพื่อให้พี่หรัสได้ยินแล้วเดี๋ยวพี่ที่เป็นเจ้าของเลขนั้นจะเดินเข้ามาหาน้องเองและแน่นอนว่า คนนั้นก็จะเป็นพี่รหัสของน้องๆ ไปตลอดทั้งปีการศึกษานี้เลยนะครับ”
นิวอธิบายกติกาอย่างฉะฉาน
“การจับฉลากของเราจะเป็นแบบสุ่มทั้งหมด ไม่มีการแบ่งแยกอัลฟ่า โอเมก้า หรือเบต้า ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมดนะครับ!”
สิ้นเสียงของนิว น้องๆ ปีหนึ่งก็พากันไปต่อแถวเพื่อรอจับฉลากกันอย่างตื่นเต้น นิวเดินถือโหลแก้วไปตามแถวเพื่อให้น้องๆ ได้จับฉลากกันทีละคน
ซันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับกิจกรรมนี้เลยแม้แต่น้อย ในใจของเขายังคงครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่หาย เขาจะต้องหาตัวคนคนนั้นให้เจอให้ได้!
ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นั้น สายตาของเขาก็พลันไปสะดุดกับร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในแถว
ผมสีน้ำตาลเข้ม ผิวขาวจัด และโครงหน้าที่ได้รูปสวย
ถึงแม้ว่าดวงตาของอีกฝ่ายจะเป็นสีดำสนิท ไม่ใช่สีเงินวาววับเหมือนเมื่อคืน แต่ซันก็จำได้ในทันที
‘เจอตัวแล้ว’
ซันลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันทีโดยไม่สนใจสายตางุนงงของเพื่อนๆ เขาก้าวฉับๆ ตรงไปยังเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยความเร็วที่ทำเอาคนรอบข้างตกใจ
ทางด้านของลูน เขากำลังยืนคุยเล่นอยู่กับริวในขณะที่รอต่อแถวจับฉลาก แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงมาที่เขา มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดเหมือนกับในความฝันเมื่อคืน
เขารีบหันไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงของอัลฟ่าหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่เขาด้วยท่าทีคุกคาม ใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะบึ้งตึงนั้นทำให้หัวใจของลูนเต้นระรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ในที่สุดก็เจอตัวสักทีนะ”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของซันดังขึ้น ทำให้ลูนสะดุ้งสุดตัว
“เอ่อ...พี่...เป็นใครครับ?”
ลูนถามออกไปอย่างงุนงง เขาไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มาก่อนในชีวิต
“หึ! ทำเป็นจำไม่ได้เหรอ?”
ซันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกระชากแขนของลูนอย่างแรง
“เมื่อคืนสนุกมากเลยสิท่า! ทำกับกูไว้ซะขนาดนั้นแล้วคิดจะชิ่งหนีไปง่ายๆ งั้นเหรอ!”
“โอ๊ย! ผมเจ็บนะ อะไรวะเนี่ย ปล่อย!”
ลูนร้องออกมาด้วยความเจ็บ เขาสะบัดแขนอย่างแรง แต่ก็สู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้เลย
“พี่พูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ! แต่ผมไม่เคยเจอพี่นะ”
“ยังจะปากแข็งอีก!”
ซันตะคอกเสียงดัง กลิ่นฟีโรโมนที่เกรี้ยวกราดของเขาแผ่กระจายออกมาจนคนรอบข้างเริ่มถอยห่างออกไป
ริวที่เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาขวางระหว่างคนทั้งสองทันที
“พี่ครับ! มีอะไรกันรึเปล่าครับ ทำไมต้องทำรุนแรงกับเพื่อนผมด้วย!”
“มึงอย่าเสือก!”
ซันตวาดใส่ริว แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ลูน
“กูมีเรื่องต้องคุยกับเพื่อนมึง!”
“ผมไม่รู้จักพี่จริงๆ นะเว้ย! ปล่อยผม!”
ลูนยังคงยืนยันคำเดิม ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือดด้วยความกลัวและความสับสน
ซันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูน เขามองไม่เห็นแววโกหกในนั้นเลยแม้แต่น้อย มันมีแต่ความสับสนและหวาดกลัวเท่านั้น
เป็นไปได้อย่างไร...ไม่มีทางที่เขาจะจำหน้าคนที่เขานอนด้วยเมื่อคืนไม่ได้แน่ๆ?
คำถามที่ตรงไปตรงมาของลูน ทำให้ซันประหลาดใจเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ชอบทำเป็นกลัวเขาอยู่ตลอดแท้ๆ ทำไมวันนี้ถึงกล้าถามคำถามกับเขาก่อนล่ะ ซันจ้องมองดวงตาที่กำลังรอคอยคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ ในแววตานั้นไม่มีความหวาดระแวงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสงสัยใคร่รู้และความเชื่อใจจางๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น วินาทีนั้น...กำแพงทั้งหมดที่ซันเคยสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้ก็ได้พังทลายลง เขาไม่สนใจอีกแล้วว่ามันจะดูน่าสมเพชแค่ไหนในสายตาคนอื่น เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าศักดิ์ศรีของอัลฟ่าพิเศษจะถูกเหยียบย่ำหรือไม่ หัวใจของเขาได้เลือกแล้ว และคงเลือกมาตั้งนานแล้วแต่เพียงแค่เขาไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง ซันค่อยๆ ยื่นมือออกไป สัมผัสลงบนข้างแก้มที่ยังคงซีดเซียวของลูนอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลูนสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ไม่คาดคิด แต่เขาก็ไม่ได้ปัดป้องหรือถอยหนีเหมือนที่ผ่านมา และเขายังคงจ้องมองซันด้วยแววตาที่รอคอยคำตอบ "ตอนแรก..." ซันเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ และเริ่มเปลี่ยนสรรพนามที่เคยใช้เป็นประจำ
“คุณบอกผมใช่ไหมว่า ครั้งแรกที่เจอกับลูนอีนิกม่า คุณได้มีอะไรกับน้องผมไปแล้วในวันนั้น” สายตาของลีโอค่อยๆ เลื่อนกลับมาจับจ้องที่ซันอีกครั้ง “ช... ใช่ครับ” ซันตอบอย่างไม่เต็มปากนัก เพราะยังไม่ชินที่จะบอกว่าอัลฟ่าพิเศษอย่างเขาได้ไปอยู่ใต้อาณัติของน้องชายคนตรงหน้าแล้ว ลีโอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน การปรากฏตัวของซันในชีวิตของลูน การที่ซันเป็นอัลฟ่าพิเศษเพียงคนเดียวที่เข้าใกล้ลูนได้มากขนาดนี้ และการที่ซันคือคนที่ลูนอีนิกม่าเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนให้เห็นถึงสองครั้ง "คุณ..." ลีโอเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "หรือว่า...บางที...คุณอาจจะเป็นคู่ชะตาของน้องผมก็ได้นะ " หัวใจของซันเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือคู่แห่งโชคชะตามาก่อน แต่วินาทีนี้เขากลับอยากจะเชื่อมันสุดหัวใจ ลีโอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา ก่อนจะหยิบกล่องโลหะสีเงินขนาดเล็กออกมา มันดูเรียบหรูและถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เขาเปิดมันออก เผยให้เห็นหลอดฉีดยาขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีใสเอาไว้หนึ่งหล
สิ่งที่เขาได้เห็นจากลูนในก่อนหน้านี้ทั้งหมดนั้นไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำ แต่คืออีกบุคลิกที่เป็นเกราะป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความเจ็บปวดที่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว "งั้นเพศรองที่แท้จริงของเขาคือ อีนิกม่าสินะ" ซันพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ใช่" ลีโอยืนยัน "บุคลิกอีนิกม่าจะถูกกดเอาไว้ลึกที่สุด มีเพียงคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นที่พลังฮอร์โมนจะรุนแรงจนมัน สามารถแทรกซึมออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น 'ลูนโอเมก้า' ก็จะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย เขารับรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่ 'ความฝัน' หรืออาการ 'ป่วย' เท่านั้น แต่ที่คุณเล่ามา คุณได้เจอกับลูนอีนิกม่าครั้งแรกตอนที่คุณเกิดรัท และไม่ใช่วันที่พระจันทร์เต็มดวงใช่ไหม?" ลีโอถามซันเพื่อย้ำคำตอบที่ได้ยินเรื่องราวการพบเจอของซันและลูนอีกครั้ง “อ่าา ใช่ครับแต่ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ลูนอีนิกม่าบอกผมแค่ว่า ถูกฟีโรโมนของผมปลุกขึ้นมาเท่านั้น” ซันตอบลีโอไปด้วยความจริงทั้งหมดที่เขารู้ “งั้นเหรอ” ลีโอตอบรับสั้นๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากที่ซันได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ลุกขึ้นยื
เมื่อลีโอเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตของลูน ซันก็เริ่มก้าวถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างช้าๆ เตรียมพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวที่เขารู้สึกได้ว่ามันสำคัญมากสำหรับการตัดสินใจในอนาคตของเขา ลีโอละสายตาจากซัน หันกลับไปมองใบหน้าที่กำลังนอนหลับของน้องชาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานนับสิบปี "ครอบครัวของเรา อาจจะดูไม่เหมือนครอบครัวทั่วไป" ลีโอเริ่มต้นเล่า "เพราะพ่อของผมก็เป็นอัลฟ่าพิเศษเหมือนกับคุณ ส่วนแม่เป็นโอเมก้าไร้กลิ่น พวกเขาเป็นคู่แห่งโชคชะตาของกันและกัน ส่วนผมเองก็เป็นอัลฟ่าธรรมดา แต่ลูน เขาเกิดมาแตกต่าง" "ลูนเกิดมาพร้อมกับยีนส์ของ 'อีนิกม่า' เพศรองที่หายากและทรงพลังที่สุดในบรรดาเพศรองทั้งหมด มันคือพรสวรรค์แต่ในขณะเดียวกันมันก็คือคำสาป" "ตอนเด็กๆ ลูนเป็นเด็กที่ร่าเริงและน่ารักมาก แต่พวกเราสังเกตเห็นได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขามีพละกำลังมากกว่าเด็กทั่วไป และบางครั้ง ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เขาก็จะดูกระสับกระส่ายและหงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษ พ่อต้องคอยใช้ฟีโรโมนอัลฟ่าพิเศษของท่านเพื่อช่วยสะกดสัญชาตญาณด
"ชีพจรเต้นอ่อนมาก ร่างกายคงจะช็อกจากการรับฟีโรโมนที่รุนแรงเกินไปอีกแล้วสินะ เฮ้อ...เด็กคนนี้นี่ร่างกายอ่อนแอจริงๆ" "เขาจะเป็นอะไรมากไหมครับ" ริวที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูอาการไปก่อน" ครูพยาบาลตอบ "แต่ยังไงครูก็ต้องติดต่อผู้ปกครองของเขาให้มารับอยู่ดี พวกเธอสองคนออกไปรอข้างนอกก่อนเลยไป!" ซันกับริวถูกไล่ออกมานั่งรอที่เก้าอี้หน้าห้องพยาบาลอย่างไม่มีทางเลือก ท็อปกับเคนตามมาสมทบในอีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากจัดการเรื่องที่โรงอาหารเรียบร้อยแล้ว "เป็นไงบ้างวะ" ท็อปถามขึ้น ซันส่ายหน้า ก็จะตอบด้วยน้ำเสียงราวกับหมดแรง "ยังไม่รู้" บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด ริวนั่งก้มหน้ากุมมือตัวเองแน่นด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ส่วนซันก็เอาแต่นั่งจ้องประตูห้องพยาบาลไม่วางตา ในใจของเขากำลังภาวนาขออย่าให้ลูนเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ลีโอ พี่ชายของลูน ก็มาถึงที่ห้องพยาบาล ครั้งนี้...สีหน้าของเขาไม่ได้ดูตื่นตระ
วินาทีนั้นเอง...ที่เส้นความอดทนสุดท้ายของซันขาดสะบั้นลง แรงกดดันมหาศาลของฟีโรโมนอัลฟ่าพิเศษถูกปลดปล่อยออกมามันหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนนักศึกษาทุกคนในโรงอาหารต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก บางคนถึงกับทรุดลงไปกับพื้น เจ็ทเองก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เขาถูกแรงกดดันนั้นบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แขนที่เคยโอบรัดลูนไว้แน่นคลายออกโดยอัตโนมัติ "มึง...!" ซันไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินตรงเข้าไปหาเจ็ทด้วยสายตาของนักล่า ก่อนจะกระชากคอเสื้อของเจ็ทแล้วเหวี่ยงร่างนั้นกระเด็นไปชนกับโต๊ะข้างๆ อย่างแรงจนโต๊ะล้มระเนระนาด "อ๊าก!" เจ็ทร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลูกสมุนของเจ็ทที่เห็นหัวหน้าโดนซัดลงไปกองกับพื้นก็รีบปล่อยตัวริวแล้ววิ่งหนีไปคนละทิศละทางทันที ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีเพียงลูนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ฟีโรโมนที่เกรี้ยวกราดของซันมันควรจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวและอึดอัด แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาดใจ ตอนนี้ฟีโรโมนของซันที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวเขาราวกับเป็นเกราะป้องก







