ログイン“มีแฟนแล้วค่ะ” จูนสร้างสถิติปฏิเสธหนุ่มที่เข้ามาจีบราว ๆ สิบคนในเวลาสองเดือน บรรดาชายหนุ่มที่อกหักมีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกัน อย่างคนล่าสุดที่เพิ่งเดินคอตกไปนั้นเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาระดับดาราเข้ามาจีบ แต่เธอยังยึดมั่นว่าจะเป็นเด็กดีของกัปตันบูมคนเดียวแม้ว่าเขาจะเงียบหายไปครบสองเดือนตามที่บอกแล้ว เธอเริ่มสงสัยว่านักกีฬาฝึกซ้อมหนักจริง ๆ หรือเขาใช้เป็นข้ออ้างกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม“หล่อมากอะ เสียดายแทน” นีน่ากระซิบคล้อยหลังผู้ชายคนนั้นเดินกลับโต๊ะตัวเอง นับถือความซื่อสัตย์ของเพื่อนที่มีต่อแฟน หากเป็นคนอื่นอาจจะแลกคอนแทกต์เก็บไว้สานต่อไปแล้ว“ชักอยากจะเห็นหน้าแฟนแกแล้วสิ อยากจะรู้ว่าหน้าตาหล่อขนาดไหน แกถึงได้ซื่อสัตย์กับเขาขนาดนี้ แกบอกว่าเป็นนักบอลใช่ปะ” แม้ว่าความสนิทสนมระหว่างเพื่อนจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นนีน่ายังเว้นที่ว่างเรื่องส่วนตัวของเพื่อนเอาไว้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจูนเหมือนไม่อยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเธอกับแฟนสักเท่าไร ครั้นเธอจะถามบ่อย ๆ ก็กลัวว่าเพื่อนจะรำคาญ“อืม” จูนพยักหน้าสำทับ เธอเคยเล่าเรื่องของกัปตันบู
“พี่ไม่สบายใจเรื่องน้องสาวนิดหน่อย” บูมเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ก็ไม่คิดว่าเธอจะสังเกตเห็นความไม่สบายใจที่เขาเก็บเอาไว้“น้องพี่ทำไมเหรอ เล่าให้จูนฟังได้นะ จูนเป็นผู้หญิงเหมือนกันอาจจะเข้าใจมากกว่า”“พี่เป็นห่วงน้องน่ะ รู้สึกไม่ค่อยชอบแฟนน้องเท่าไหร่ นิสัยแม่งไม่ได้เลย” บูมระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้คนตัวเล็กฟัง “อยากให้เลิก”“อ๋อ เป็นโรคหวงน้องสาวนี่เอง” จูนเอ่ยยิ้ม ๆ แล้วขยับตัวไปนั่งบนตักของเขา สองแขนกอดคอเขาไว้หลวม ๆ “จูนมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง พี่ต้องเข้มงวดกับเด็กคนนี้หน่อยแล้วแหละ”“เรื่องอะไร” บูมเลิกคิ้วถามอย่างใส่ใจ ขณะปลายจมูกคลอเคลียกับจมูกเล็ก ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจคั่นกลาง ขณะมือหนาลูบเอวบาง ก่อนจะล้วงเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยวเนื้อนิ่มแล้วลูบไล้แผ่นหลังอย่างแผ่วเบา“วันนี้จูนได้เพื่อนใหม่คนหนึ่งชื่อนีน่า แล้วเธอก็พาไปรู้เพื่อนของเธอ เขาเรียนวิศวะอยู่ปีสองแหละ เป็นเดือนคณะด้วยนะ” จูนเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างจงใจให้อีกฝ่ายหวง“แล้วไง” เขาถามสั้น ๆ สีหน้ายังคบเรียบเฉย หากแต่เวลานี้ตะขอบราถูกปลดออกแล้ว“เขาถามว่าจูนมีแฟนหรือยัง” น้ำเสียงหวานเอ่ยชิดข้างหู มือบางทาบบนต
อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จออกมาด้านนอกห้องนอนชุดนอนของเธอเรียกสายตาของพ่อครัวจำเป็นได้ทันทีทันใด เสื้อสายเดี่ยวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว ๆ โผล่ออกมาข้าวไข่เจียววางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันโชยลอยมาเตะจมูก ทำเอาคนหิวเดินมานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว“เอาซอสไหม” บูมเห็นซอสพริกแช่อยู่ในตู้เย็น ไข่เจียวของเขาปรุงรสน้อยมาก เหยาะซอสแค่สี่หยด ตีไข่แดงกับไข่ขาวจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยให้ชูรสแล้วเทลงกระทะทันที“ไม่เอาค่ะ” จูนตักข้าวกับไข่เจียวหอม ๆ เข้าปากโดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามว่ามันยังร้อนอยู่ เธอเคี้ยวเร็วๆ กลืนลงคอทันทีทันใด ทำเอาบูมหัวเราะขำกับความโก๊ะแสนน่ารักของเธอ“ร้อนอะ” จูนเอ่ยสั้น ๆ ติดรำคาญตัวเองที่ไม่ระวัง เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกลืนก้อนไฟลงคอ ช่องอกร้อนวาบคล้ายโดนไฟลวก“ทำไมไม่คายออกมา” บูมยื่นน้ำอุณหภูมิห้องให้คนตัวเล็กดื่ม อดส่ายหน้าน้อย ๆ หัวเราะขำอีกฝ่ายไม่ได้“ก็คนมันเสียดาย”“แค่ไข่เจียวเอง ไข่ฟองละไม่กี่บาท”“มันใช่ไข่ธรรมดาที่ไหนล่ะ ไข่ของพี่บูมเลยนะ” จูนยิ้มหวานพูดเอาใจ ทำตาอ้อน ๆ ใส่คนตัวโต ลิ้นพังช่างมันไปก่อน ตอนนี้เธอต้องเอา
ความซวยมาจ่อรอหน้าประตูบ้านเลย เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอีท่าไหน ถึงได้สะดุดตา สะดุดใจหนุ่มวิศวะได้ผู้ชายมาชมชอบเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเป็นคนในใจของเพื่อนจูนมองปราดเดียวก็รู้ว่านีน่าชอบอังคาร พวกเขาน่าจะอยู่ในวังวนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่อังคารกลับถามเธอว่ามีแฟนหรือยัง แถมสายตาที่มองมาก็รู้ว่าสนใจแม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ถาม แต่เธอก็ไม่อยากให้ถามเลยเธอเพิ่งจะมีเพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยได้แค่ครึ่งวัน หากนีน่ารู้ว่าอังคารกำลังจะจีบเพื่อนที่เธอเพิ่งพามาให้รู้จัก เดาได้เลยว่านีน่าคงอยากจะเลิกคบกันเสียแต่ตอนนี้“มีแล้ว”เมื่อคำตอบหลุดจากปาก รอยยิ้มของคนตรงหน้าค่อย ๆ จางลง ดวงตาคมฉายแววเสียดายมากกว่าผิดหวังบทสนทนาจบลงเท่านั้น นีน่าวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน“กว่าจะได้กิน คิวยาวมาก” นีน่าบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “มึงไปซื้อน้ำให้กูหน่อยได้ปะ”“อืม เอาอะไรก็ว่ามา กูซื้อน้ำให้มึงเสร็จ กูต้องไปเรียนแล้วนะ”“เอาน้ำเปล่า จูนเอาน้ำอะไร”“น้ำเปล่าก็ได้”คล้อยหลังร่างสูงลุกจากโต๊ะ นีน่าหันมาคุยกับจูนทันที เม
เริ่มต้นวันแรกของการเข้าสู่โลกรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะช้าไปหนึ่งปี แต่มันไม่มีคำว่าสายเกินไปร่างบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองแบบครึ่งตัวและเต็มตัวแล้วกดส่งรายงานผู้ใหญ่ใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อชุดนักศึกษาจนมืดค่ำห้าวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขา แต่เราก็คุยกันผ่านแชตบ้างเป็นบางคราว ให้รับรู้ว่าเรายังอยู่ข้อตกลงร่วมกันCHATJune : ส่งรูปBoom : ขอพิกัดร้านซักชุดนักศึกษาหน่อยจูนเลิกคิ้วนิด เหลืองมองตัวเลขบอกเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 7.30 น. เขาอ่านแล้วตอบทันที ไม่ฝึกซ้อมหรืออย่างไรJune : เอาไปทำไมเหรอBOOM : อยากจะรู้ว่าทำยังไงชุดถึงได้หดลง นึกว่าชุดเด็กอนุบาลนักศึกษาสาวยิ้มขำก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆJune : กัปตันบูมคะ หวง พิมพ์แบบนี้ค่ะBoom : คืนนี้ไปหานะเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันทันที กับข้อความไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เขาไม่ฝึกซ้อมหรือยังไง อย่าบอกนะว่าเห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วอยากมาเป็นอาจารย์สอนคลาสเพศศึกษาจูนพิมพ์ถามเขาไปว่าทำไมถึงมาวันนี้ แต่เธอตัดสินใจลบออก หากเขาอยากจะมาหา เธอก็แค่ทำหน้าที่ต้อนร
“เพื่อนพี่เป็นนักบอลหรือเซียนพระเนี่ย” จูนเลิกคิ้วนิด ๆ หันไปเอ่ยถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ตรงกระจกมองหลังมีสร้อยพระแขวนเอาไว้ ขลังสุด ๆ นับคร่าว ๆ สายตาน่าจะเก้าองค์ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามานั่งในรถก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง“เป็นนักบอลแต่มีพ่อเป็นเซียนพระ” อิ้งค์เป็นทายาทคนเล็กของเซียนพระระดับประเทศ ตอนเข้าสโมสรใหม่ ๆ เขาก็ได้เจอกับป๊าอิฐ ท่านมาแจกพระให้บรรดานักฟุตบอลบูชา เขาก็ได้มาสององค์ วางบูชาอยู่บนหัวนอน“อ้อ แล้วพ่อพี่ล่ะ” จูนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด“พ่อพี่เป็นโค้ชฟุตบอล อดีตเป็นนักฟุตบอล ปัจจุบันนั่งเตะบอลอยู่บนฟ้า” บูมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพ่ออีกแล้ว เพราะเลือกจะเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในใจ คิดถึงได้โดยไม่เจ็บปวด“ขอโทษค่ะ จูนไม่น่าถามเลย” จูนอยากจะตีปากตัวเองสักที“ไม่เป็นไร พูดถึงได้ พ่อพี่ไม่มาหลอกเราหรอกน่า” บูมเอ่ยขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก“จูนไม่ได้กลัวพ่อพี่มาหลอก แต่กลัวพี่เศร้าต่างหาก” เธอไม่น่าปากไวเผลอพูดสะกิดบาดแผลของคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย การจากลากันคือสิ่งที่เศร้าที่สุดแล้ว“แล้วพ่อเราล่ะ” บูมถามกลับบ้าง“เป็นผีไปแล้ว”“หืม







