تسجيل الدخولความซวยมาจ่อรอหน้าประตูบ้านเลย เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอีท่าไหน ถึงได้สะดุดตา สะดุดใจหนุ่มวิศวะได้
ผู้ชายมาชมชอบเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเป็นคนในใจของเพื่อน จูนมองปราดเดียวก็รู้ว่านีน่าชอบอังคาร พวกเขาน่าจะอยู่ในวังวนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่อังคารกลับถามเธอว่ามีแฟนหรือยัง แถมสายตาที่มองมาก็รู้ว่าสนใจ แม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ถาม แต่เธอก็ไม่อยากให้ถามเลย เธอเพิ่งจะมีเพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยได้แค่ครึ่งวัน หากนีน่ารู้ว่าอังคารกำลังจะจีบเพื่อนที่เธอเพิ่งพามาให้รู้จัก เดาได้เลยว่านีน่าคงอยากจะเลิกคบกันเสียแต่ตอนนี้ “มีแล้ว” เมื่อคำตอบหลุดจากปาก รอยยิ้มของคนตรงหน้าค่อย ๆ จางลง ดวงตาคมฉายแววเสียดายมากกว่าผิดหวัง บทสนทนาจบลงเท่านั้น นีน่าวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน “กว่าจะได้กิน คิวยาวมาก” นีน่าบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “มึงไปซื้อน้ำให้กูหน่อยได้ปะ” “อืม เอาอะไรก็ว่ามา กูซื้อน้ำให้มึงเสร็จ กูต้องไปเรียนแล้วนะ” “เอาน้ำเปล่า จูนเอาน้ำอะไร” “น้ำเปล่าก็ได้” คล้อยหลังร่างสูงลุกจากโต๊ะ นีน่าหันมาคุยกับจูนทันที เมื่อครู่เธอมองมาที่โต๊ะแล้วเห็นทั้งสองคนคุยกัน เธอเห็นสายตาของอังคารก็รู้ว่าเขาโดนเพื่อนใหม่คนสวยตกแล้วแน่ ๆ อังคารก็เป็นแบบนี้ตลอด เขาชอบคนที่เขาอยากชอบ แต่ไม่เคยเหลียวมองคนที่ชอบเขาเลยสักครั้ง เธอก็เลยอกหักซ้ำ ๆ เพราะความเป็นเพื่อนทำได้แค่แอบมองกันอยู่ห่าง ๆ เฝ้าคอยมองเขารักคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ตอนที่น่าไม่อยู่ มันแอบจีบจูนปะ” นีน่าถามตรง ๆ เธออยากจะวัดใจเพื่อนใหม่ หากจะคบเป็นเพื่อนกันนาน ๆ ก็ควรจะทำทุกอย่างให้ชัดเจน เธอไม่อยากมีความแคลงใจกันตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นจากแผลเล็ก ๆ จะกลายเป็นแผลใหญ่ในวันข้างหน้า “เขาก็ถามว่าจูนมีแฟนไหม” “หมอนี่ไวตลอด ชอบคนสวย” นีน่าเอ่ยอย่างหมั่นไส้ เก็บซ่อนความเจ็บแปลบไว้ข้างใน “แต่จูนก็บอกว่ามีแฟนแล้ว” นีน่าแสดงสีหน้าโล่งใจอย่างปิดไม่มิด อังคารชอบจูนเป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดหมาย แต่เธอกลับโล่งใจที่ยังเป็นเพื่อนกับจูนได้ “แฟนจูนเรียนที่นี่ด้วยปะ” “ไม่ได้เรียน เขาเรียบจบแล้ว อายุมากกว่าจูนห้าปี” ขออนุญาตกัปตันบูมมาเป็นไม้กันหมาหน่อยก็แล้วกัน เราอาจจะไม่ใช่แฟนกัน แต่เราก็อยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่าเจ้าของได้ เขาก็คงไม่ว่าอะไร ราวหนึ่งทุ่มจูนมาถึงสถานีรถไฟฟ้าปลายทาง เธอต้องเดินต่ออีกราว ๆ สามร้อยเมตรเพื่อไปยังคอนโด ระหว่างทางเธอก็เจอร้านขายยาจึงเดินเข้าไป อยากจะซื้อยาอมแก้เจ็บคอสักหน่อย ตอนรับน้องรุ่นพี่ให้ร้องเพลงเกือบสองชั่วโมง คอจะแตกอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอใครบางคนที่รู้จักอยู่ในร้านพอดี ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวกับกางเกงยีนขายาวกำลังยืนจ่ายเงินอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เธอค่อย ๆ ย่องเข้าด้านหลัง หวังจะแกล้งให้เขาตกใจเล่น แต่แผนการเกิดผิดคาดอย่างหนักเมื่อเภสัชกรเอ่ยทักทายกัน “สวัสดีค่ะ สอบถามได้นะคะ” วินาทีนั้นลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าหันกลับมามอง เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ๆ บ่งบอกว่าแปลกใจ ก่อนใบหน้าหล่อคมคายระบายยิ้มอ่อนออกมา จูนหลุบมองมือใหญ่ ทันเห็นเขายัดกล่องคอนดอมสองกล่องยัดใส่กระเป๋ากางเกงหลังพอดี ดวงตากลมหรี่มองคนตัวสูงทันที ก่อนใบหน้าสวยจะแย้มยิ้ม คุณกัปตันเตรียมพร้อมสุด ๆ “เป็นอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เขาเจอเด็กตัวเองที่ร้านขายยาแทนห้องพักพลันนึกสงสัยว่าเธอเจ็บป่วยตรงไหน หวังว่ารอบนี้คงไม่มีเรื่องขัดจังหวะอีก “จูนเจ็บคอ ก็เลยจะมาซื้อยาอม” เธอบอกเหตุผลกับอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปหาเภสัชกรพร้อมกับเล่าอาการเจ็บให้ฟังอย่างละเอียดสรุปได้ยาแก้เจ็บคอ สเปรย์พ่นคอกับยาอมช่วยบรรเทาอาการอีกสองแผง “ขอบคุณสำหรับค่ายานะคะ” จูนยกมือไหว้คนตัวสูง เขาเป็นคนจัดการจ่ายค่ายาให้ทั้งหมด คุณกัปตันยังไม่ทันเข้าห้องสาวก็เสียไปแล้วสามร้อยบาท “ไม่เป็นไร อยู่ในสวัสดิการเด็กกัปตัน” บูมตอบน้ำเสียงขี้เล่นพลันยิ้มอ่อน ชายหนุ่มเดินเคียงข้างคนตัวเล็กไปจนถึงรถบิ้กไบค์ของตัวเองที่จอดอยู่ตรงหน้าร้าน “จะซ้อนไปด้วยกันหรือจะเดิน” “ไม่เห็นต้องถามเลย ขี้เกียจเดินแล้ว” ร่างสูงวาดขายาวควบบิ้กไบค์คันใหญ่สีดำ ดวงตาคมหลุบมองกระโปรงทรงเอของคนตัวเล็ก “นั่งได้ไหม” “ได้ ๆ” จูนเอ่ยอย่างมั่นใจ อดีตเคยเป็นเด็กซ้อนมอเตอร์ไซค์ส่งของอยู่บ่อย ๆ เท้าเล็กเหยียบตรงที่วางเท้า สองมือเกาะบ่าคนตัวโตเพื่อประคองตัวเอง ยกสะโพกนั่งเบาะในท่าตะแคง มือจับเอวไว้แน่น “ออกรถเลยพี่” แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกล จากร้านขายยาหน้าปากซอยถึงหน้าคอนโดใช้เวลาสองนาที กระนั้นการได้สัมผัสสายลมเย็น ๆ พลันทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพ เธอก็ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโด ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลย มือหนาช่วยประคองคนตัวเล็กลงรถบิ้กไบค์อย่างปลอดภัย เธอขยับเท้ารออยู่ข้าง ๆ เพื่อให้เขาจอดรถ ก่อนจะเดินเข้าไปในตึกคอนโดด้วยกัน “พี่กินอะไรมาหรือยัง” จูนเอ่ยถามคนตัวโต เขาบอกว่าจะมาดึก ๆ เธอก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ ส่วนวัตถุดิบที่พอจะทำอาหารได้ก็มีแค่ไข่ไก่ในตู้เย็น ข้าวก็ยังไม่ได้หุงขึ้นหม้อ “กินกับน้องสาวที่บ้านมาแล้ว” ก่อนหน้านี้บูมแวะไปหาน้องสาวที่บ้าน นั่งกินข้าวด้วยกัน ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาหาจูนที่นี่ ร่างบางเดินมาหาคนตัวโตแล้วทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ แกล้งทำหน้ายู่ใส่อีกฝ่าย “ใจร้ายอะ ตัวเองแอบไปกินข้าวก่อนได้ไง” เสียงเล็กเอ่ยน้อยใจปนตัดพ้อ “จูนยังไม่ได้กินข้าวเลย อยู่มหาลัยตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับมาถึงห้องก็มืดค่ำแล้ว เจ็บคออีก” “อยากกินอะไรก็สั่งมา พี่จ่ายให้อยู่แล้ว” “ไม่อยากรออะ พี่ทำอาหารเป็นปะ” “แล้วในตู้เย็นมีอะไรให้ทำบ้าง” บูมเหลียวไปมองครัวเล็ก ๆ เคาน์เตอร์สะอาดเอี่ยม ห้องพักก็สะอาด ข้าวของเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย บ่งบอกว่าเด็กคนนี้ค่อนข้างรักสะอาด “ไข่สองฟอง” จูนชูสองนิ้วขึ้นสำทับ “พี่ทอดไข่เจียวให้กินหน่อย โปะกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็ฟินแล้ว” “ตกลงพี่เสียเงินเพื่อให้ตัวเองมาทอดไข่ให้จูนกินว่างั้น” บูมเอ่ยหัวเราะในลำคอก่อนจะดึงเอวบางเข้ามาแนบชิด “พี่อย่าคิดแบบนั้นสิ พี่ทำให้จูนกิน พอจูนกินอิ่ม จูนก็มีแรงให้พี่กินไง” จูนโน้มตัวเข้าไปใกล้ จมูกเล็กทิ้งน้ำหนักบนแก้มสากอย่างออดอ้อน “ทำให้หนูกินหน่อยนะ เดี๋ยวหนูจะอาบน้ำตัวหอม ๆ รอพี่เลย” “โคตรอ้อนเลยว่ะ” บูมหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ น่าจะเป็นการหัวเราะในรอบสัปดาห์ ช่วงนี้เขามีเรื่องเครียดหลายอย่าง ทั้งเรื่องน้องสาว เรื่องเพื่อน รวมถึงเรื่องทีมฟุตบอล แต่พอได้เจอคนตรงหน้ายิ้มหวาน ออดอ้อนกันนิดหน่อย เขาก็รู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก “อ้อนแล้วจะทำให้กินไหม” “โอเค กระผมจะทำเดี๋ยวแหละครับคุณหนู” บูมแกล้งทำเสียงเข้มพลันโน้มจมูกหอมแก้มสาว “อาบน้ำรอเลย”อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จออกมาด้านนอกห้องนอนชุดนอนของเธอเรียกสายตาของพ่อครัวจำเป็นได้ทันทีทันใด เสื้อสายเดี่ยวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว ๆ โผล่ออกมาข้าวไข่เจียววางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันโชยลอยมาเตะจมูก ทำเอาคนหิวเดินมานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว“เอาซอสไหม” บูมเห็นซอสพริกแช่อยู่ในตู้เย็น ไข่เจียวของเขาปรุงรสน้อยมาก เหยาะซอสแค่สี่หยด ตีไข่แดงกับไข่ขาวจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยให้ชูรสแล้วเทลงกระทะทันที“ไม่เอาค่ะ” จูนตักข้าวกับไข่เจียวหอม ๆ เข้าปากโดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามว่ามันยังร้อนอยู่ เธอเคี้ยวเร็วๆ กลืนลงคอทันทีทันใด ทำเอาบูมหัวเราะขำกับความโก๊ะแสนน่ารักของเธอ“ร้อนอะ” จูนเอ่ยสั้น ๆ ติดรำคาญตัวเองที่ไม่ระวัง เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกลืนก้อนไฟลงคอ ช่องอกร้อนวาบคล้ายโดนไฟลวก“ทำไมไม่คายออกมา” บูมยื่นน้ำอุณหภูมิห้องให้คนตัวเล็กดื่ม อดส่ายหน้าน้อย ๆ หัวเราะขำอีกฝ่ายไม่ได้“ก็คนมันเสียดาย”“แค่ไข่เจียวเอง ไข่ฟองละไม่กี่บาท”“มันใช่ไข่ธรรมดาที่ไหนล่ะ ไข่ของพี่บูมเลยนะ” จูนยิ้มหวานพูดเอาใจ ทำตาอ้อน ๆ ใส่คนตัวโต ลิ้นพังช่างมันไปก่อน ตอนนี้เธอต้องเอา
ความซวยมาจ่อรอหน้าประตูบ้านเลย เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอีท่าไหน ถึงได้สะดุดตา สะดุดใจหนุ่มวิศวะได้ผู้ชายมาชมชอบเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเป็นคนในใจของเพื่อนจูนมองปราดเดียวก็รู้ว่านีน่าชอบอังคาร พวกเขาน่าจะอยู่ในวังวนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่อังคารกลับถามเธอว่ามีแฟนหรือยัง แถมสายตาที่มองมาก็รู้ว่าสนใจแม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ถาม แต่เธอก็ไม่อยากให้ถามเลยเธอเพิ่งจะมีเพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยได้แค่ครึ่งวัน หากนีน่ารู้ว่าอังคารกำลังจะจีบเพื่อนที่เธอเพิ่งพามาให้รู้จัก เดาได้เลยว่านีน่าคงอยากจะเลิกคบกันเสียแต่ตอนนี้“มีแล้ว”เมื่อคำตอบหลุดจากปาก รอยยิ้มของคนตรงหน้าค่อย ๆ จางลง ดวงตาคมฉายแววเสียดายมากกว่าผิดหวังบทสนทนาจบลงเท่านั้น นีน่าวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน“กว่าจะได้กิน คิวยาวมาก” นีน่าบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “มึงไปซื้อน้ำให้กูหน่อยได้ปะ”“อืม เอาอะไรก็ว่ามา กูซื้อน้ำให้มึงเสร็จ กูต้องไปเรียนแล้วนะ”“เอาน้ำเปล่า จูนเอาน้ำอะไร”“น้ำเปล่าก็ได้”คล้อยหลังร่างสูงลุกจากโต๊ะ นีน่าหันมาคุยกับจูนทันที เม
เริ่มต้นวันแรกของการเข้าสู่โลกรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะช้าไปหนึ่งปี แต่มันไม่มีคำว่าสายเกินไปร่างบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองแบบครึ่งตัวและเต็มตัวแล้วกดส่งรายงานผู้ใหญ่ใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อชุดนักศึกษาจนมืดค่ำห้าวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขา แต่เราก็คุยกันผ่านแชตบ้างเป็นบางคราว ให้รับรู้ว่าเรายังอยู่ข้อตกลงร่วมกันCHATJune : ส่งรูปBoom : ขอพิกัดร้านซักชุดนักศึกษาหน่อยจูนเลิกคิ้วนิด เหลืองมองตัวเลขบอกเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 7.30 น. เขาอ่านแล้วตอบทันที ไม่ฝึกซ้อมหรืออย่างไรJune : เอาไปทำไมเหรอBOOM : อยากจะรู้ว่าทำยังไงชุดถึงได้หดลง นึกว่าชุดเด็กอนุบาลนักศึกษาสาวยิ้มขำก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆJune : กัปตันบูมคะ หวง พิมพ์แบบนี้ค่ะBoom : คืนนี้ไปหานะเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันทันที กับข้อความไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เขาไม่ฝึกซ้อมหรือยังไง อย่าบอกนะว่าเห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วอยากมาเป็นอาจารย์สอนคลาสเพศศึกษาจูนพิมพ์ถามเขาไปว่าทำไมถึงมาวันนี้ แต่เธอตัดสินใจลบออก หากเขาอยากจะมาหา เธอก็แค่ทำหน้าที่ต้อนร
“เพื่อนพี่เป็นนักบอลหรือเซียนพระเนี่ย” จูนเลิกคิ้วนิด ๆ หันไปเอ่ยถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ตรงกระจกมองหลังมีสร้อยพระแขวนเอาไว้ ขลังสุด ๆ นับคร่าว ๆ สายตาน่าจะเก้าองค์ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามานั่งในรถก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง“เป็นนักบอลแต่มีพ่อเป็นเซียนพระ” อิ้งค์เป็นทายาทคนเล็กของเซียนพระระดับประเทศ ตอนเข้าสโมสรใหม่ ๆ เขาก็ได้เจอกับป๊าอิฐ ท่านมาแจกพระให้บรรดานักฟุตบอลบูชา เขาก็ได้มาสององค์ วางบูชาอยู่บนหัวนอน“อ้อ แล้วพ่อพี่ล่ะ” จูนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด“พ่อพี่เป็นโค้ชฟุตบอล อดีตเป็นนักฟุตบอล ปัจจุบันนั่งเตะบอลอยู่บนฟ้า” บูมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพ่ออีกแล้ว เพราะเลือกจะเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในใจ คิดถึงได้โดยไม่เจ็บปวด“ขอโทษค่ะ จูนไม่น่าถามเลย” จูนอยากจะตีปากตัวเองสักที“ไม่เป็นไร พูดถึงได้ พ่อพี่ไม่มาหลอกเราหรอกน่า” บูมเอ่ยขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก“จูนไม่ได้กลัวพ่อพี่มาหลอก แต่กลัวพี่เศร้าต่างหาก” เธอไม่น่าปากไวเผลอพูดสะกิดบาดแผลของคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย การจากลากันคือสิ่งที่เศร้าที่สุดแล้ว“แล้วพ่อเราล่ะ” บูมถามกลับบ้าง“เป็นผีไปแล้ว”“หืม
คล้อยหลังคนตัวโตหายเข้าไปในห้องน้ำ จูนก็ทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมไล่สำรวจเตียงนอนของเขาหมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืน และเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง สื่อถึงความเหงาและโดดเดี่ยวสุด ๆ เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงได้หิวโซเหมือนเสือหิวอดอยากปากแห้งมานาน ก็นอนคนเดียว เหงา ๆ อยู่แบบนี้ไง พอมีผู้หญิงสวย ๆ หุ่นเอ็กซ์แบบเธอมาอยู่ด้วย ไม่แปลกที่เขาจะพุ่งกระโจนใส่เธอแบบนั้นเข้าใจได้ ๆมือเล็กรูดยางรัดผมออก ปล่อยเส้นผมสยายเต็มแผ่นหลัง เธอขยับไปอีกฝั่งแล้วทิ้งตัวนอนตะแคง ดึงผ้าห่มมาคลุมกายจนถึงช่วงเอว ใช้แขนตัวเองเป็นหมอนหนุนแล้วหลับตาลง เขาเปิดแอร์ไว้สักพักแล้วบรรยากาศในห้องจึงเย็นสบายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ตากแดดตากลมมาทั้งวัน หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ผสมกับเบียร์ที่ดื่มไปสองแก้ว จากที่คิดจะรับผิดชอบด้วยการรอเขา ความง่วงงุนเอาชนะอย่างง่ายดายรู้สึกตัวอีกก็ตอนที่ได้กลิ่นหอม ๆ ของสบู่กับไออุ่นจากอ้อมอกของคนด้านหลังมาประชิดตัว“ทำไมไม่นอนหนุนหมอน” เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดข้างแก้ม“ก็มันเป็นของพี่” คนกึ่งหลับกึ่งตื่นพึมพำตอบ“นอนหนุนแขนตัวเองไม่เมื่อยหรือไง” คราวนี้เขาสอดปลายแขนเข้ามาใต้ท้า
“ไม่ได้บอก แต่ต่อไปจูนก็คงจะได้เจอพวกมันบ่อย ๆ เดี๋ยวพวกมันก็เข้าใจเอง” บูมไม่มีความคิดจะปกปิดที่ตนเองจะเลี้ยงเด็กสักคน แต่เขาไม่ได้เปิดตัวเธออย่างเอิกเกริกเพราะให้เกียรติอีกฝ่าย เขาก็อยากถามความสมัครใจของเธอก่อนว่าอยากให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับ หรือ เปิดเผยต่อคนอื่นได้ส่วนเรื่องที่ไม่ให้ออกมาพร้อมกัน เพราะเขาเป็นกัปตันทีม เรื่องระเบียบวินัยสำคัญ การที่เขาพาผู้หญิงมาที่ห้อง มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาจำต้องแหกกฎ“จูนอยากไปรู้จักเพื่อนพี่ไหม”“จูนยังไงก็ได้” เธอเป็นเด็กของเขาจริง ๆ จะปกปิดเพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตยุ่งยากเพื่ออะไรกัน “แต่ขอกินข้าวก่อนได้ปะ คือตอนนี้จูนโคตรหิวเลย”“กว่าเขาจะมาตั้งหม้อ กว่าจะต้มอะไรเสร็จ ก็คงอีกครึ่งชั่วโมงย้ายไปนั่งกับพวกพี่ไหม พวกมันใส่ของจนล้นหม้อ ไปช่วยกินหน่อย”“ถ้าพี่โอเค จูนก็ย้ายได้” ตอนนี้เรื่องความหิวมาก่อนทุกอย่างปาร์คกับอิ้งค์หันมามองหน้ากันแล้วส่งสายตาแซวเพื่อน ใครจะคิดว่าบูมจะชวนสาวย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มเพื่อน ปาร์ครีบลุกจากเก้าอี้เพื่อให้น้องคนสวยนั่ง ส่วนตัวเองก็ไปยกเก้าอี้ข้าง ๆ มานั่งแทน“หวัดดีครับ พี่ชื่อ







