تسجيل الدخولอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จออกมาด้านนอกห้องนอน
ชุดนอนของเธอเรียกสายตาของพ่อครัวจำเป็นได้ทันทีทันใด เสื้อสายเดี่ยวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว ๆ โผล่ออกมา ข้าวไข่เจียววางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันโชยลอยมาเตะจมูก ทำเอาคนหิวเดินมานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว “เอาซอสไหม” บูมเห็นซอสพริกแช่อยู่ในตู้เย็น ไข่เจียวของเขาปรุงรสน้อยมาก เหยาะซอสแค่สี่หยด ตีไข่แดงกับไข่ขาวจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยให้ชูรสแล้วเทลงกระทะทันที “ไม่เอาค่ะ” จูนตักข้าวกับไข่เจียวหอม ๆ เข้าปากโดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามว่ามันยังร้อนอยู่ เธอเคี้ยวเร็วๆ กลืนลงคอทันทีทันใด ทำเอาบูมหัวเราะขำกับความโก๊ะแสนน่ารักของเธอ “ร้อนอะ” จูนเอ่ยสั้น ๆ ติดรำคาญตัวเองที่ไม่ระวัง เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกลืนก้อนไฟลงคอ ช่องอกร้อนวาบคล้ายโดนไฟลวก “ทำไมไม่คายออกมา” บูมยื่นน้ำอุณหภูมิห้องให้คนตัวเล็กดื่ม อดส่ายหน้าน้อย ๆ หัวเราะขำอีกฝ่ายไม่ได้ “ก็คนมันเสียดาย” “แค่ไข่เจียวเอง ไข่ฟองละไม่กี่บาท” “มันใช่ไข่ธรรมดาที่ไหนล่ะ ไข่ของพี่บูมเลยนะ” จูนยิ้มหวานพูดเอาใจ ทำตาอ้อน ๆ ใส่คนตัวโต ลิ้นพังช่างมันไปก่อน ตอนนี้เธอต้องเอาใจเขา “ทะลึ่ง” บูมหัวเราะขำ วางมือบนศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู “เจอไข่จริง อย่ามาโวยวายก็แล้วกัน” คนตัวเล็กหน้าแดงก่ำ ตากลมหลุบมองเป้ากางเกงอีกฝ่ายแล้วกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ ปั้ดโถ่ เธอยังไม่ได้คิดเลยกระทั่งเขาพูดขึ้นมาให้คิดนี่แหละ ส่วนคนตัวสูงทิ้งตัวนั่งโต๊ะตรงข้าม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดูแชตของกลุ่มทีมฟุตบอล คืนนี้มีถ่ายทอดสดทีมฟุตบอลในดวงใจ “ทำไมวันนี้พี่มาได้ ไหนบอกว่าหยุดแค่วันเสาร์” จูนสบโอกาสจึงถามอีกฝ่าย “โค้ชให้พักหนึ่งวันก่อนแข่งน่ะ จากนั้นก็จะแข่งทัวร์นาเม้นต์ยาวสองเดือน คงไม่ได้มาที่นี่” จูนนึกเห็นใจอีกฝ่าย ดูเหมือนนักกีฬาไม่ค่อยมีเวลามากกว่าที่คิด แถมยังฝึกหนักมากด้วย ระเบียบวินัยเป็นที่หนึ่ง “ทำไมเงียบ” บูมช้อนสายตาขึ้นมาถามหาคนช่างจ้อ “เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ถึงไม่มีแฟน แค่เวลาของตัวเองยังไม่มีเลย” การจะได้มาซึ่งความสำเร็จต้องแลกกับอะไรอีกหลายอย่างในชีวิต เธอเข้าใจดี “อย่าดราม่าดิ” บูมเอ่ยยิ้ม ๆ “เปล่าดราม่า ดีเสียอีก พี่จะได้เลี้ยงจูนยาว ๆ อย่าเพิ่งรีบมีแฟนเลย ขอจูนเกาะก่อน” จูนเอ่ยขำ ๆ ความจริงเธอก็ไม่ได้คิดจะให้เขาเลี้ยงตลอดไป สักวันหนึ่งเราก็ต้องแยกย้าย “แล้วที่มหาลัยเป็นไงบ้าง” บูมรู้ว่าเธอเป็นคนปรับตัวเก่ง เธอคงหาเพื่อนได้ง่าย ยิ่งหน้าตาสวย ๆ คงมีคนเข้าหาเยอะ “วันแรกก็ยังไม่ค่อยได้เรียนอะไร รับน้องก็สนุกดี อ้อรุ่นพี่มาชวนจูนไปเป็นลีดด้วย แต่จูนปฏิเสธไปแล้ว” “ทำไมล่ะ ทำกิจกรรมเยอะ ช่วยประดับพอร์ตตอนยื่นสมัครงานในอนาคตได้นะ” บูมแนะนำในฐานะที่เคยผ่านมาก่อน “เหนื่อย” จูนตอบสั้น ๆ แต่ความหมายครอบคลุมทุกอย่าง “เผื่อพี่ไม่รู้ เมื่อก่อนจูนรับงานเป็นแดนซ์เซอร์พาร์ตไทม์ด้วยนะ กลับบ้านตัวระบมไปหมด” “อายุร้อยอาชีพของจริง” บูมทอดสายตามองคนตรงหน้าอย่างชื่นชม “ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำน่ะถูกแล้ว” “แต่จูนอยากตั้งกล้องไลฟ์สดร้องเพลง นีน่าเพื่อนที่มหาลัยบอกว่ารายได้ดีมาก แค่ของขวัญที่คนดูส่งให้ก็ได้หลายหมื่นเลย แต่ตอนนี้รอให้คอหายดีก่อน” นีน่าชี้ข่องทางรวยให้เธอตอนเรานั่งคุยเล่นกัน “ไหนบอกว่าจะให้พี่เลี้ยง ทำไมยังอยากหาเงินอีก” “ก็พี่ไม่ได้เลี้ยงจูนตลอดชีวิตเสียหน่อย จูนก็อยากหาเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคต ส่วนปัจจุบันก็ใช้เงินพี่” จูนตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก เธอกินหมดเกลี้ยง คนทำไม่ผิดหวังแน่นอน “แต่ถ้าพี่ไม่อยากให้จูนทำ จูนก็ไม่ทำนะ” “อยากทำอะไรทำเถอะ แต่เซฟตัวเองดี ๆ ล่ะ ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ” เขาเตือนเธอในฐานะที่อายุมากกว่า ผ่านประสบการณ์ชีวิตมากกว่าเธอหลายปี สิ่งที่เขาเรียนรู้อย่างแจ่มแจ้งและยึดมั่นเป็นคติประจำใจ นั่นก็คือ วินัย หากไม่มีสิ่งนี้ ยากจะประสบความสำเร็จ หากอยากประสบความสำเร็จต้องทุ่มเท ฝึกฝน ตั้งใจ ไม่มีอะไรได้มาง่ายโดยไม่ลงมือทำอะไร “โอเคค่ะกัปตัน จูนจะจำไว้นะคะ” หลังจากกินข้าวอิ่ม จูนทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ คนตัวโต พี่บูมนั่งดูหนังมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว เขายังอยู่ในชุดเดิม ไม่อาบน้ำ ไม่มีทีท่าว่าจะชวนเธอทำกิจกรรมบนเตียงร่วมกัน เดาว่าน่าจะยังไม่ถึงเวลามั้ง เพราะตอนนี้เพิ่งสองทุ่มครึ่ง แต่การมีเขาอยู่ในห้องด้วยกันช่วยปัดเป่าความเหงาให้น้อยลง ก่อนหน้านี้เธอใช้ชีวิตอยู่ในห้องคนเดียวจนเบื่อ เพราะไม่มีอะไรทำ นั่ง กิน นอน วนไปจนเปิดเทอมถึงได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก เธออยู่ที่นี่เพียงคนเดียว ไม่มีเพื่อนฝูงให้ไปหา ไม่มีครอบครัวให้โทรไปบอกคิดถึง ส่วนคนที่พอจะคุยด้วยได้ก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างสักเท่าไร แชตหนักขวามาก ส่งข้อความไปตอนเช้า เขาเปิดอ่านตอนค่ำ พิมพ์ตอบกลับมาแค่ไม่กี่ประโยคก็หายไปอีก เธอไม่รู้ว่าเด็กเลี้ยงคนอื่นจะใช้ชีวิตสบายแบบตัวเองหรือเปล่า ร่างบางเอนตัวนอนบนเตียงแล้วทิ้งศีรษะนอนหนุนบนตักแกร่งของเขา เธอเงยหน้ามองอีกฝ่าย “มองจากมุมนี้พี่ก็ยังหล่อแฮะ” มือเล็กวางทับบนมือหนาวางทาบบนหน้าท้องของเธอ “มุมไหนก็หล่อ” บูมเอ่ยหยอดคำเล่นพลันก้มหน้ามองสบตากับเธอด้วยแววตาลุ่มลึกแฝงความนัย แล้วส่งเสียงถามเบา ๆ “เมนส์หมดยัง”อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จออกมาด้านนอกห้องนอนชุดนอนของเธอเรียกสายตาของพ่อครัวจำเป็นได้ทันทีทันใด เสื้อสายเดี่ยวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว ๆ โผล่ออกมาข้าวไข่เจียววางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันโชยลอยมาเตะจมูก ทำเอาคนหิวเดินมานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว“เอาซอสไหม” บูมเห็นซอสพริกแช่อยู่ในตู้เย็น ไข่เจียวของเขาปรุงรสน้อยมาก เหยาะซอสแค่สี่หยด ตีไข่แดงกับไข่ขาวจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยให้ชูรสแล้วเทลงกระทะทันที“ไม่เอาค่ะ” จูนตักข้าวกับไข่เจียวหอม ๆ เข้าปากโดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามว่ามันยังร้อนอยู่ เธอเคี้ยวเร็วๆ กลืนลงคอทันทีทันใด ทำเอาบูมหัวเราะขำกับความโก๊ะแสนน่ารักของเธอ“ร้อนอะ” จูนเอ่ยสั้น ๆ ติดรำคาญตัวเองที่ไม่ระวัง เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกลืนก้อนไฟลงคอ ช่องอกร้อนวาบคล้ายโดนไฟลวก“ทำไมไม่คายออกมา” บูมยื่นน้ำอุณหภูมิห้องให้คนตัวเล็กดื่ม อดส่ายหน้าน้อย ๆ หัวเราะขำอีกฝ่ายไม่ได้“ก็คนมันเสียดาย”“แค่ไข่เจียวเอง ไข่ฟองละไม่กี่บาท”“มันใช่ไข่ธรรมดาที่ไหนล่ะ ไข่ของพี่บูมเลยนะ” จูนยิ้มหวานพูดเอาใจ ทำตาอ้อน ๆ ใส่คนตัวโต ลิ้นพังช่างมันไปก่อน ตอนนี้เธอต้องเอา
ความซวยมาจ่อรอหน้าประตูบ้านเลย เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอีท่าไหน ถึงได้สะดุดตา สะดุดใจหนุ่มวิศวะได้ผู้ชายมาชมชอบเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเป็นคนในใจของเพื่อนจูนมองปราดเดียวก็รู้ว่านีน่าชอบอังคาร พวกเขาน่าจะอยู่ในวังวนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่อังคารกลับถามเธอว่ามีแฟนหรือยัง แถมสายตาที่มองมาก็รู้ว่าสนใจแม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ถาม แต่เธอก็ไม่อยากให้ถามเลยเธอเพิ่งจะมีเพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยได้แค่ครึ่งวัน หากนีน่ารู้ว่าอังคารกำลังจะจีบเพื่อนที่เธอเพิ่งพามาให้รู้จัก เดาได้เลยว่านีน่าคงอยากจะเลิกคบกันเสียแต่ตอนนี้“มีแล้ว”เมื่อคำตอบหลุดจากปาก รอยยิ้มของคนตรงหน้าค่อย ๆ จางลง ดวงตาคมฉายแววเสียดายมากกว่าผิดหวังบทสนทนาจบลงเท่านั้น นีน่าวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน“กว่าจะได้กิน คิวยาวมาก” นีน่าบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “มึงไปซื้อน้ำให้กูหน่อยได้ปะ”“อืม เอาอะไรก็ว่ามา กูซื้อน้ำให้มึงเสร็จ กูต้องไปเรียนแล้วนะ”“เอาน้ำเปล่า จูนเอาน้ำอะไร”“น้ำเปล่าก็ได้”คล้อยหลังร่างสูงลุกจากโต๊ะ นีน่าหันมาคุยกับจูนทันที เม
เริ่มต้นวันแรกของการเข้าสู่โลกรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะช้าไปหนึ่งปี แต่มันไม่มีคำว่าสายเกินไปร่างบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองแบบครึ่งตัวและเต็มตัวแล้วกดส่งรายงานผู้ใหญ่ใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อชุดนักศึกษาจนมืดค่ำห้าวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขา แต่เราก็คุยกันผ่านแชตบ้างเป็นบางคราว ให้รับรู้ว่าเรายังอยู่ข้อตกลงร่วมกันCHATJune : ส่งรูปBoom : ขอพิกัดร้านซักชุดนักศึกษาหน่อยจูนเลิกคิ้วนิด เหลืองมองตัวเลขบอกเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 7.30 น. เขาอ่านแล้วตอบทันที ไม่ฝึกซ้อมหรืออย่างไรJune : เอาไปทำไมเหรอBOOM : อยากจะรู้ว่าทำยังไงชุดถึงได้หดลง นึกว่าชุดเด็กอนุบาลนักศึกษาสาวยิ้มขำก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆJune : กัปตันบูมคะ หวง พิมพ์แบบนี้ค่ะBoom : คืนนี้ไปหานะเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันทันที กับข้อความไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เขาไม่ฝึกซ้อมหรือยังไง อย่าบอกนะว่าเห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วอยากมาเป็นอาจารย์สอนคลาสเพศศึกษาจูนพิมพ์ถามเขาไปว่าทำไมถึงมาวันนี้ แต่เธอตัดสินใจลบออก หากเขาอยากจะมาหา เธอก็แค่ทำหน้าที่ต้อนร
“เพื่อนพี่เป็นนักบอลหรือเซียนพระเนี่ย” จูนเลิกคิ้วนิด ๆ หันไปเอ่ยถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ตรงกระจกมองหลังมีสร้อยพระแขวนเอาไว้ ขลังสุด ๆ นับคร่าว ๆ สายตาน่าจะเก้าองค์ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามานั่งในรถก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง“เป็นนักบอลแต่มีพ่อเป็นเซียนพระ” อิ้งค์เป็นทายาทคนเล็กของเซียนพระระดับประเทศ ตอนเข้าสโมสรใหม่ ๆ เขาก็ได้เจอกับป๊าอิฐ ท่านมาแจกพระให้บรรดานักฟุตบอลบูชา เขาก็ได้มาสององค์ วางบูชาอยู่บนหัวนอน“อ้อ แล้วพ่อพี่ล่ะ” จูนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด“พ่อพี่เป็นโค้ชฟุตบอล อดีตเป็นนักฟุตบอล ปัจจุบันนั่งเตะบอลอยู่บนฟ้า” บูมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพ่ออีกแล้ว เพราะเลือกจะเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในใจ คิดถึงได้โดยไม่เจ็บปวด“ขอโทษค่ะ จูนไม่น่าถามเลย” จูนอยากจะตีปากตัวเองสักที“ไม่เป็นไร พูดถึงได้ พ่อพี่ไม่มาหลอกเราหรอกน่า” บูมเอ่ยขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก“จูนไม่ได้กลัวพ่อพี่มาหลอก แต่กลัวพี่เศร้าต่างหาก” เธอไม่น่าปากไวเผลอพูดสะกิดบาดแผลของคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย การจากลากันคือสิ่งที่เศร้าที่สุดแล้ว“แล้วพ่อเราล่ะ” บูมถามกลับบ้าง“เป็นผีไปแล้ว”“หืม
คล้อยหลังคนตัวโตหายเข้าไปในห้องน้ำ จูนก็ทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมไล่สำรวจเตียงนอนของเขาหมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืน และเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง สื่อถึงความเหงาและโดดเดี่ยวสุด ๆ เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงได้หิวโซเหมือนเสือหิวอดอยากปากแห้งมานาน ก็นอนคนเดียว เหงา ๆ อยู่แบบนี้ไง พอมีผู้หญิงสวย ๆ หุ่นเอ็กซ์แบบเธอมาอยู่ด้วย ไม่แปลกที่เขาจะพุ่งกระโจนใส่เธอแบบนั้นเข้าใจได้ ๆมือเล็กรูดยางรัดผมออก ปล่อยเส้นผมสยายเต็มแผ่นหลัง เธอขยับไปอีกฝั่งแล้วทิ้งตัวนอนตะแคง ดึงผ้าห่มมาคลุมกายจนถึงช่วงเอว ใช้แขนตัวเองเป็นหมอนหนุนแล้วหลับตาลง เขาเปิดแอร์ไว้สักพักแล้วบรรยากาศในห้องจึงเย็นสบายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ตากแดดตากลมมาทั้งวัน หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ผสมกับเบียร์ที่ดื่มไปสองแก้ว จากที่คิดจะรับผิดชอบด้วยการรอเขา ความง่วงงุนเอาชนะอย่างง่ายดายรู้สึกตัวอีกก็ตอนที่ได้กลิ่นหอม ๆ ของสบู่กับไออุ่นจากอ้อมอกของคนด้านหลังมาประชิดตัว“ทำไมไม่นอนหนุนหมอน” เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดข้างแก้ม“ก็มันเป็นของพี่” คนกึ่งหลับกึ่งตื่นพึมพำตอบ“นอนหนุนแขนตัวเองไม่เมื่อยหรือไง” คราวนี้เขาสอดปลายแขนเข้ามาใต้ท้า
“ไม่ได้บอก แต่ต่อไปจูนก็คงจะได้เจอพวกมันบ่อย ๆ เดี๋ยวพวกมันก็เข้าใจเอง” บูมไม่มีความคิดจะปกปิดที่ตนเองจะเลี้ยงเด็กสักคน แต่เขาไม่ได้เปิดตัวเธออย่างเอิกเกริกเพราะให้เกียรติอีกฝ่าย เขาก็อยากถามความสมัครใจของเธอก่อนว่าอยากให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับ หรือ เปิดเผยต่อคนอื่นได้ส่วนเรื่องที่ไม่ให้ออกมาพร้อมกัน เพราะเขาเป็นกัปตันทีม เรื่องระเบียบวินัยสำคัญ การที่เขาพาผู้หญิงมาที่ห้อง มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาจำต้องแหกกฎ“จูนอยากไปรู้จักเพื่อนพี่ไหม”“จูนยังไงก็ได้” เธอเป็นเด็กของเขาจริง ๆ จะปกปิดเพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตยุ่งยากเพื่ออะไรกัน “แต่ขอกินข้าวก่อนได้ปะ คือตอนนี้จูนโคตรหิวเลย”“กว่าเขาจะมาตั้งหม้อ กว่าจะต้มอะไรเสร็จ ก็คงอีกครึ่งชั่วโมงย้ายไปนั่งกับพวกพี่ไหม พวกมันใส่ของจนล้นหม้อ ไปช่วยกินหน่อย”“ถ้าพี่โอเค จูนก็ย้ายได้” ตอนนี้เรื่องความหิวมาก่อนทุกอย่างปาร์คกับอิ้งค์หันมามองหน้ากันแล้วส่งสายตาแซวเพื่อน ใครจะคิดว่าบูมจะชวนสาวย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มเพื่อน ปาร์ครีบลุกจากเก้าอี้เพื่อให้น้องคนสวยนั่ง ส่วนตัวเองก็ไปยกเก้าอี้ข้าง ๆ มานั่งแทน“หวัดดีครับ พี่ชื่อ







