مشاركة

CHAPTER 09

مؤلف: RINSP
last update تاريخ النشر: 2026-08-23 09:02:23

เริ่มต้นวันแรกของการเข้าสู่โลกรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะช้าไปหนึ่งปี แต่มันไม่มีคำว่าสายเกินไป

ร่างบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองแบบครึ่งตัวและเต็มตัวแล้วกดส่งรายงานผู้ใหญ่ใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อชุดนักศึกษาจนมืดค่ำ

ห้าวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขา แต่เราก็คุยกันผ่านแชตบ้างเป็นบางคราว ให้รับรู้ว่าเรายังอยู่ข้อตกลงร่วมกัน

CHAT

June : ส่งรูป

Boom : ขอพิกัดร้านซักชุดนักศึกษาหน่อย

จูนเลิกคิ้วนิด เหลืองมองตัวเลขบอกเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 7.30 น. เขาอ่านแล้วตอบทันที ไม่ฝึกซ้อมหรืออย่างไร

June : เอาไปทำไมเหรอ

BOOM : อยากจะรู้ว่าทำยังไงชุดถึงได้หดลง นึกว่าชุดเด็กอนุบาล

นักศึกษาสาวยิ้มขำก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ

June : กัปตันบูมคะ หวง พิมพ์แบบนี้ค่ะ

Boom : คืนนี้ไปหานะ

เรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันทันที กับข้อความไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เขาไม่ฝึกซ้อมหรือยังไง อย่าบอกนะว่าเห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วอยากมาเป็นอาจารย์สอนคลาสเพศศึกษา

จูนพิมพ์ถามเขาไปว่าทำไมถึงมาวันนี้ แต่เธอตัดสินใจลบออก หากเขาอยากจะมาหา เธอก็แค่ทำหน้าที่ต้อนรับ อย่าได้สงสัยอะไรจนอีกฝ่ายรำคาญ

June : OK จ้า

BOOM : ตอบแค่นี้ พิมพ์ตั้งนาน

เขารออยู่หน้าแชตเลยใช่ไหมถึงได้รู้ว่าเธอพิมพ์ได้ครึ่งทางแล้วลบน่ะ

June : ไม่นานนะ พี่ใจร้อนเอง

Boom : คงงั้น… พี่อาจจะเข้าไปดึกหน่อย แวะเข้าบ้านก่อน

June : รับทราบค่ะ

เทศกาลเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยคึกคักเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ ทำเอาเด็กใหม่ถึงกับมึนหัวเพราะไม่รู้ว่าควรพาตัวเองไปทางไหน

“กำลังหาตึกเรียนอยู่เหรอ” เสียงใสกังวานดังอยู่ข้างหลัง

จูนหันไปมองก็พบผู้หญิงหน้าตาน่ารักกำลังส่งยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร สำรวจมองเครื่องแต่งกายของอีกฝ่ายเหมือนกับตัวเอง เธอน่าจะอยู่ปีหนึ่งเหมือนกัน

“ใช่ เรากำลังหาตึก 21”

“ตึกนี้แหละ” นีน่าบุ้ยปากข้ามไหล่ไปยังด้านหลังของเพื่อนใหม่คนสวยก่อนจะแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงสดใส “เราชื่อนีน่า”

“เราจูน” จูนยิ้มน้อย ๆ ทักทายกลับ

“ปีหนึ่งใช่ปะ”

“อื้อ เธอก็ปีหนึ่งใช่ไหม”

“ใช่ เราเดินไปคุยไปเถอะ เดี๋ยวเข้าห้องสาย”

จูนมีเพื่อนใหม่คนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว นีน่าเป็นเด็กชลบุรี ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกันทำให้จูนรู้สึกอุ่นใจ แม้พวกเธอจะมาจากคนละจังหวัด

“ประเดิมคลาสแรกก็เจออาจารย์โหดเลยแฮะ” จูนหันไปคุยกับเพื่อนเสียงเบา พวกเธอเลือกนั่งเก้าอี้แถวกลาง ๆ

“อาจารย์ก็แกล้งโหดไปงั้นแหละ แต่ความจริงแกเป็นคนใจดีนะ” นีน่าเอ่ยชมอีกฝ่าย

“หืม นีน่ารู้จักอาจารย์มาก่อนเหรอ”

“แกเป็นรุ่นน้องพ่อน่ะ น่าจะเรียกเขาว่าคุณอา”

“อ้อ แบบนี้นี่เอง” จูนรับคำ เธอไม่ได้ถามต่อ เธอกับนีน่าเพิ่งรู้จักกัน การละลาบละล้วงถามเรื่องส่วนตัวมากเกินไป อาจจะไร้มารยาทไปสักหน่อย

คลาสเรียนวันแรกไม่มีอะไรมาก อาจารย์แนะแนวทางการสอนเพียงสามสิบนาทีก็ปล่อยให้นักศึกษาออกจากห้อง แต่ที่บอกว่าอาจารย์โหดเพราะเกณฑ์ตัดเกรดโหดมาก อาจารย์แจ้งก่อนล่วงหน้าให้นักศึกษาเตรียมใจเลยว่าจะจัดสอบควิซเก็บคะแนนดิบทุกอาทิตย์

ใครบอกว่าเลือกเรียนบริหารแล้วจะสบาย ไม่ต้องตรากตรำท่องหนังสือให้หนัก ส่งงานน้อย

เธอว่าไม่ใช่แล้ว ข้อมูลผิดแน่ ๆ

“จูนไปกินข้าวที่โรงอาหารกันไหม” นีน่าเอ่ยชวน

“ไปสิ” จูนตอบรับทันที ท้องน้อย ๆ ของเธอเริ่มส่งเสียงประท้วง วันนี้เธอตื่นเช้าก็จริง แต่ก็ยังไม่ทันกินข้าวเช้าอยู่ดี เพราะเอาแต่ตื่นเต้นกลัวขึ้นรถไฟฟ้าผิดสาย ฉะนั้นเธอจึงออกจากคอนโดแต่เช้า มุ่งหน้าเดินทางมามหาวิทยาลัยอย่างเดียว พอมาถึงได้สำเร็จแต่ดันเดินหาตึกเรียนไม่เจออีก สุดท้ายเธอก็ไม่ได้กินข้าว

จูนกับนีน่าเดินมาถึงโรงอาหารส่วนกลาง เสียงพูดคุยดังระงมทั่วทิศทางเหมือนงานชุมนุม แต่ละร้านมีคนรอต่อคิวยาวมาก คนที่กำลังหิวมาก ๆ รู้สึกท้อใจขึ้นมาทันที

“คนเยอะมาก จะมีที่นั่งไหมเนี่ย” นีน่าบ่นพึมพำขณะจับมือเพื่อนใหม่ให้เดินไปด้วยกัน “อะ เจอเพื่อนพอดี เราไปนั่งกับพวกเขาเถอะ”

จูนยังไม่ทันได้ถามว่าเพื่อนของนีน่าคือใคร นีน่าก็จับจูงมือเธอไปยังโต๊ะยาวซึ่งอยู่ด้านหน้าร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ กลุ่มคนที่นั่งอยู่สวมเสื้อช็อปสีเลือดหมูกันทั้งโต๊ะ พวกเขาต่างหันมามองคนมาใหม่เป็นตาเดียว

จูนคิดว่าพวกเขาน่าจะอยู่ปีสูงกันแล้ว

“อ้าว น่า” หนุ่มวิศวะเสื้อช็อปที่นั่งใกล้สุดเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มดีใจ

“ดีมึง ขอกูกับเพื่อนนั่งด้วยสิ คนเยอะมาก ไม่มีที่นั่งเลย” นีน่าใช้สรรพนามคุยกับหนุ่มหล่ออย่างสนิทสนม

“ได้ ๆ พวกมึงขยับให้เพื่อนกูหน่อย” เพื่อนนีน่าหันไปบอกเพื่อนคนอื่น ๆ ในโต๊ะ ทุกคนต่างขยับขยายพื้นที่นั่งซึ่งเป็นแบบม้านั่งตัวยาวให้คนมาใหม่ได้นั่ง

“จูนนั่งเลย” นีน่าให้เพื่อนนั่งก่อน ส่วนตัวเองค่อยนั่งปิดท้าย

“คนนี้ใครวะ” ผู้ชายคนเดิมถามพร้อมกับส่งยิ้มทักทายจูน

“ชื่อจูน เพื่อนใหม่กูเอง เรียนคณะเดียวกัน ส่วนจูน นี่อังคาร เพื่อนน่า”

อังคาร หนุ่มเดือนวิศวกรรมศาสตร์เอกโยธาปีสอง เพื่อนสมัยเด็กของนีน่า ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่เรียนชั้นประถม สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสิบสามปี

“หวัดดี” จูนทักทายอีกฝ่าย

“ได้เพื่อนใหม่เร็วดีนี่ ไหนมึงบอกว่ากลัวไม่มีเพื่อนไง” อังคารหันไปแซวเพื่อน ก่อนหน้านี้เขากับนีน่าคุยแชตกัน เธอกังวลว่าจะไม่มีเพื่อน ด้วยอีกฝ่ายเริ่มต้นเรียนช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ต้องพักรักษาตัวเกือบครึ่งปี

“ก็บังเอิญเจอคนอายุรุ่นเดียวกัน” นีน่าหันมายิ้มให้เพื่อนใหม่ คราแรกเธอไม่คิดว่าจะได้เพื่อนรวดเร็วตั้งแต่วันเปิดเทอมเหมือนกัน ตอนแรกที่เห็นจูนก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก จูนเป็นคนสวยแบบที่ละสายตาไม่ได้เลย แถมยังดูเป็นคนเข้าถึงง่ายด้วย เธอก็เลยเข้าไปทักทายอยากทำความรู้จัก ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายอายุเท่ากัน

“ฝากจูนช่วยคบเพื่อนเราไปนาน ๆ นะ มันอาจจะดูล้น ๆ ไปบ้างแต่มันก็เป็นคนดี มีน้ำใจมาก”

“มึงชมยังไงให้กูรู้สึกเหมือนโดนประชด” นีน่าบ่นจมูกใส่เพื่อน

“เราต่างหากที่พูดคำนั้น” จูนก็ไม่ใช่คนที่จะสนิทกับใครได้ง่าย แต่เมื่อสนิทแล้วก็หวังว่าจะคบกันไปยาว ๆ

หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ จูนกับนีน่าลุกไปซื้อข้าวโดยมีอังคารนั่งเฝ้าโต๊ะไว้ให้ ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ของเขาทยอยลุกจากโต๊ะออกจากโรงอาหารไปแล้ว จูนเลือกซื้อข้าวร้านอาหารตามสั่ง เธอเลือกร้านนี้เพราะคนต่อแถวน้อยสุด ส่วนจูนเดินแยกออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยว ซึ่งอยู่ถัดไปอีกสามล็อก คิวยาวมาก แต่นีน่าบอกว่าร้านนี้รีวิวเยอะ เธออยากลองกินประเดิมเปิดเทอมวันแรก

จูนกลับมาพร้อมกับข้าวคะน้าหมูกรอบ เธอวางจานไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลงเงียบ ๆ อังคารก้มหน้าเล่นโทรศัพท์พลันช้อนสายตามองแล้วยิ้มให้ก่อนจะมองหาเพื่อนของเขา

“ยังต่อแถวซื้อก๋วยเตี๋ยวอยู่เลย” จูนบอกอีกฝ่าย ตอนนี้ทั้งโต๊ะมีแค่เธอกับเขานั่งกันสองคน

“แถวโคตรยาว จะได้กินกี่โมง” อังคารถอนหายใจใส่คนเพื่อน เห่ออยากกินอะไรก็ไม่รู้

“นีน่าบอกว่าคนรีวิวเยอะก็เลยอยากลอง” จูนคุยกับอีกฝ่ายแล้วตักข้าวคำแรกเข้าปาก ดวงตาโตพลันเบิกกว้างนิด ๆ ไม่คิดว่าคะน้าหมูกรอบจะอร่อยขนาดนี้ ถึงพริกถึงเครื่องสุด ๆ หมูกรอบก็กรอบมาก เนื้อกับมันอย่างละครึ่ง คำที่สองส่งเข้าปากอย่างรวดเร็ว ตามด้วยคำต่อ ๆ ไป

อังคารมองเพื่อนใหม่เงียบ ๆ มองเพลินจนลืมกดเข้าเกมรอบใหม่ กระทั่งคนถูกมองเงยหน้าขึ้นจากจานข้าว ดวงตาใสแป๋วมองเขาอย่างฉงน

วินาทีนั้นเขาเหมือนโดนสะกดให้ตกหลุมความน่ารักของเธออย่างเข้าจัง

“อะไรเหรอ” จูนถามคนตรงหน้า เขามองเธอเหมือนมีอะไรติดอยู่บนใบหน้าแล้วไม่กล้าบอกยังไงอย่างนั้น

“เปล่า ๆ เธอกินเผ็ดเก่งนะ” คะน้าหมูกรอบเคลือบด้วยพริกเม็ดสีเขียวกับสีแดง หน้าตาอาหารจัดจ้าน ทำเอาคนไม่กินเผ็ดอย่างเขารู้สึกเผ็ดแทน

“เรื่องแบบนี้ชมกันได้ด้วยเหรอ” จูนถามพลางหัวเราะเบา ๆ อีกฝ่ายดูตะลึงนิด ๆ ราวกับไม่เคยเห็นคนกินเผ็ด “ตอนอยู่ขอนแก่น เราเคยแข่งกินเผ็ดด้วยนะ”

เธอไม่อยากจะอวดเลยว่าตัวเองเข้ารอบชิงชนะเลิศ เธอสามารถกินพริกความเผ็ดเลเวลสิบได้เลย

“แล้วชนะไหม” อังคารถามอย่างสนใจ ภาพลักษณ์ของเธอไม่เหมือนคนที่จะลงแข่งขันอะไรพวกนี้เลย ถ้าบอกว่าแข่งประกวดที่ใช้หน้าตาสวย ๆ ก็ว่าไปอย่าง

“แพ้รอบชิงอะ สำลักพริกก็เลยหยิบน้ำก่อน เสียดายชะมัด” จูนนึกถึงการแข่งขันครั้งนั้นก็รู้สึกเสียดายเงินรางวัลมากกว่า ตอนนั้นไม่น่ารีบกินเลย แต่เธอต้องทำเวลาเพราะต้องไปทำงานร้านสเต๊กต่อ

“ได้ที่สองก็สุดยอดแล้วนะ” อังคารชมจากใจจริง ยิ่งคุยกัน ยิ่งน่าสนใจ

“เราก็ว่างั้นแหละ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปลงแข่งแก้มือใหม่ ต้องชนะให้ได้” จูนตั้งมั่นเอาไว้แล้วตั้งแต่จบการแข่งขัน ทว่าเธอยังไม่มีแพลนกลับบ้านเร็ว ๆ นี้

“ชอบการแข่งขันเหรอ”

“เปล่า แต่ชอบเงินรางวัล” จูนยิ้มกว้างอย่างจริงใจ “รางวัลที่หนึ่งกับที่สองต่างกันตั้งสองหมื่นเลยนะ”

“ต่างเยอะมาก”

“ใช่ไหมล่ะ” จูนตักข้าวเข้าปากพลันเหลียวมองนีน่า ตอนนี้เธออยู่ลำดับที่สามแล้ว จูนพยายามกินข้าวให้ช้าลงเพื่อรอเพื่อน

“ว่าแต่จูนมีแฟนยัง” คำถามจากคนตรงหน้าดึงสายตาของเธอกลับมามองสบตากันอีกครั้ง

จูนนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง วินาทีนั้นคำว่าฉิบหายลอยมาติดหน้าผากตัวเบ้อเริ่ม

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สมการนี้พบคนหวั่นไหว Booming Heart   CHAPTER 11

    อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จออกมาด้านนอกห้องนอนชุดนอนของเธอเรียกสายตาของพ่อครัวจำเป็นได้ทันทีทันใด เสื้อสายเดี่ยวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว ๆ โผล่ออกมาข้าวไข่เจียววางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันโชยลอยมาเตะจมูก ทำเอาคนหิวเดินมานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว“เอาซอสไหม” บูมเห็นซอสพริกแช่อยู่ในตู้เย็น ไข่เจียวของเขาปรุงรสน้อยมาก เหยาะซอสแค่สี่หยด ตีไข่แดงกับไข่ขาวจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยให้ชูรสแล้วเทลงกระทะทันที“ไม่เอาค่ะ” จูนตักข้าวกับไข่เจียวหอม ๆ เข้าปากโดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามว่ามันยังร้อนอยู่ เธอเคี้ยวเร็วๆ กลืนลงคอทันทีทันใด ทำเอาบูมหัวเราะขำกับความโก๊ะแสนน่ารักของเธอ“ร้อนอะ” จูนเอ่ยสั้น ๆ ติดรำคาญตัวเองที่ไม่ระวัง เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกลืนก้อนไฟลงคอ ช่องอกร้อนวาบคล้ายโดนไฟลวก“ทำไมไม่คายออกมา” บูมยื่นน้ำอุณหภูมิห้องให้คนตัวเล็กดื่ม อดส่ายหน้าน้อย ๆ หัวเราะขำอีกฝ่ายไม่ได้“ก็คนมันเสียดาย”“แค่ไข่เจียวเอง ไข่ฟองละไม่กี่บาท”“มันใช่ไข่ธรรมดาที่ไหนล่ะ ไข่ของพี่บูมเลยนะ” จูนยิ้มหวานพูดเอาใจ ทำตาอ้อน ๆ ใส่คนตัวโต ลิ้นพังช่างมันไปก่อน ตอนนี้เธอต้องเอา

  • สมการนี้พบคนหวั่นไหว Booming Heart   CHAPTER 10

    ความซวยมาจ่อรอหน้าประตูบ้านเลย เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอีท่าไหน ถึงได้สะดุดตา สะดุดใจหนุ่มวิศวะได้ผู้ชายมาชมชอบเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเป็นคนในใจของเพื่อนจูนมองปราดเดียวก็รู้ว่านีน่าชอบอังคาร พวกเขาน่าจะอยู่ในวังวนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่อังคารกลับถามเธอว่ามีแฟนหรือยัง แถมสายตาที่มองมาก็รู้ว่าสนใจแม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ถาม แต่เธอก็ไม่อยากให้ถามเลยเธอเพิ่งจะมีเพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยได้แค่ครึ่งวัน หากนีน่ารู้ว่าอังคารกำลังจะจีบเพื่อนที่เธอเพิ่งพามาให้รู้จัก เดาได้เลยว่านีน่าคงอยากจะเลิกคบกันเสียแต่ตอนนี้“มีแล้ว”เมื่อคำตอบหลุดจากปาก รอยยิ้มของคนตรงหน้าค่อย ๆ จางลง ดวงตาคมฉายแววเสียดายมากกว่าผิดหวังบทสนทนาจบลงเท่านั้น นีน่าวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน“กว่าจะได้กิน คิวยาวมาก” นีน่าบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “มึงไปซื้อน้ำให้กูหน่อยได้ปะ”“อืม เอาอะไรก็ว่ามา กูซื้อน้ำให้มึงเสร็จ กูต้องไปเรียนแล้วนะ”“เอาน้ำเปล่า จูนเอาน้ำอะไร”“น้ำเปล่าก็ได้”คล้อยหลังร่างสูงลุกจากโต๊ะ นีน่าหันมาคุยกับจูนทันที เม

  • สมการนี้พบคนหวั่นไหว Booming Heart   CHAPTER 09

    เริ่มต้นวันแรกของการเข้าสู่โลกรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะช้าไปหนึ่งปี แต่มันไม่มีคำว่าสายเกินไปร่างบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองแบบครึ่งตัวและเต็มตัวแล้วกดส่งรายงานผู้ใหญ่ใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อชุดนักศึกษาจนมืดค่ำห้าวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขา แต่เราก็คุยกันผ่านแชตบ้างเป็นบางคราว ให้รับรู้ว่าเรายังอยู่ข้อตกลงร่วมกันCHATJune : ส่งรูปBoom : ขอพิกัดร้านซักชุดนักศึกษาหน่อยจูนเลิกคิ้วนิด เหลืองมองตัวเลขบอกเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 7.30 น. เขาอ่านแล้วตอบทันที ไม่ฝึกซ้อมหรืออย่างไรJune : เอาไปทำไมเหรอBOOM : อยากจะรู้ว่าทำยังไงชุดถึงได้หดลง นึกว่าชุดเด็กอนุบาลนักศึกษาสาวยิ้มขำก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆJune : กัปตันบูมคะ หวง พิมพ์แบบนี้ค่ะBoom : คืนนี้ไปหานะเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันทันที กับข้อความไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เขาไม่ฝึกซ้อมหรือยังไง อย่าบอกนะว่าเห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วอยากมาเป็นอาจารย์สอนคลาสเพศศึกษาจูนพิมพ์ถามเขาไปว่าทำไมถึงมาวันนี้ แต่เธอตัดสินใจลบออก หากเขาอยากจะมาหา เธอก็แค่ทำหน้าที่ต้อนร

  • สมการนี้พบคนหวั่นไหว Booming Heart   CHAPTER 08

    “เพื่อนพี่เป็นนักบอลหรือเซียนพระเนี่ย” จูนเลิกคิ้วนิด ๆ หันไปเอ่ยถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ตรงกระจกมองหลังมีสร้อยพระแขวนเอาไว้ ขลังสุด ๆ นับคร่าว ๆ สายตาน่าจะเก้าองค์ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามานั่งในรถก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง“เป็นนักบอลแต่มีพ่อเป็นเซียนพระ” อิ้งค์เป็นทายาทคนเล็กของเซียนพระระดับประเทศ ตอนเข้าสโมสรใหม่ ๆ เขาก็ได้เจอกับป๊าอิฐ ท่านมาแจกพระให้บรรดานักฟุตบอลบูชา เขาก็ได้มาสององค์ วางบูชาอยู่บนหัวนอน“อ้อ แล้วพ่อพี่ล่ะ” จูนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด“พ่อพี่เป็นโค้ชฟุตบอล อดีตเป็นนักฟุตบอล ปัจจุบันนั่งเตะบอลอยู่บนฟ้า” บูมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพ่ออีกแล้ว เพราะเลือกจะเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในใจ คิดถึงได้โดยไม่เจ็บปวด“ขอโทษค่ะ จูนไม่น่าถามเลย” จูนอยากจะตีปากตัวเองสักที“ไม่เป็นไร พูดถึงได้ พ่อพี่ไม่มาหลอกเราหรอกน่า” บูมเอ่ยขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก“จูนไม่ได้กลัวพ่อพี่มาหลอก แต่กลัวพี่เศร้าต่างหาก” เธอไม่น่าปากไวเผลอพูดสะกิดบาดแผลของคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย การจากลากันคือสิ่งที่เศร้าที่สุดแล้ว“แล้วพ่อเราล่ะ” บูมถามกลับบ้าง“เป็นผีไปแล้ว”“หืม

  • สมการนี้พบคนหวั่นไหว Booming Heart   CHAPTER 07

    คล้อยหลังคนตัวโตหายเข้าไปในห้องน้ำ จูนก็ทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมไล่สำรวจเตียงนอนของเขาหมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืน และเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง สื่อถึงความเหงาและโดดเดี่ยวสุด ๆ เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงได้หิวโซเหมือนเสือหิวอดอยากปากแห้งมานาน ก็นอนคนเดียว เหงา ๆ อยู่แบบนี้ไง พอมีผู้หญิงสวย ๆ หุ่นเอ็กซ์แบบเธอมาอยู่ด้วย ไม่แปลกที่เขาจะพุ่งกระโจนใส่เธอแบบนั้นเข้าใจได้ ๆมือเล็กรูดยางรัดผมออก ปล่อยเส้นผมสยายเต็มแผ่นหลัง เธอขยับไปอีกฝั่งแล้วทิ้งตัวนอนตะแคง ดึงผ้าห่มมาคลุมกายจนถึงช่วงเอว ใช้แขนตัวเองเป็นหมอนหนุนแล้วหลับตาลง เขาเปิดแอร์ไว้สักพักแล้วบรรยากาศในห้องจึงเย็นสบายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ตากแดดตากลมมาทั้งวัน หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ผสมกับเบียร์ที่ดื่มไปสองแก้ว จากที่คิดจะรับผิดชอบด้วยการรอเขา ความง่วงงุนเอาชนะอย่างง่ายดายรู้สึกตัวอีกก็ตอนที่ได้กลิ่นหอม ๆ ของสบู่กับไออุ่นจากอ้อมอกของคนด้านหลังมาประชิดตัว“ทำไมไม่นอนหนุนหมอน” เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดข้างแก้ม“ก็มันเป็นของพี่” คนกึ่งหลับกึ่งตื่นพึมพำตอบ“นอนหนุนแขนตัวเองไม่เมื่อยหรือไง” คราวนี้เขาสอดปลายแขนเข้ามาใต้ท้า

  • สมการนี้พบคนหวั่นไหว Booming Heart   CHAPTER 06

    “ไม่ได้บอก แต่ต่อไปจูนก็คงจะได้เจอพวกมันบ่อย ๆ เดี๋ยวพวกมันก็เข้าใจเอง” บูมไม่มีความคิดจะปกปิดที่ตนเองจะเลี้ยงเด็กสักคน แต่เขาไม่ได้เปิดตัวเธออย่างเอิกเกริกเพราะให้เกียรติอีกฝ่าย เขาก็อยากถามความสมัครใจของเธอก่อนว่าอยากให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับ หรือ เปิดเผยต่อคนอื่นได้ส่วนเรื่องที่ไม่ให้ออกมาพร้อมกัน เพราะเขาเป็นกัปตันทีม เรื่องระเบียบวินัยสำคัญ การที่เขาพาผู้หญิงมาที่ห้อง มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาจำต้องแหกกฎ“จูนอยากไปรู้จักเพื่อนพี่ไหม”“จูนยังไงก็ได้” เธอเป็นเด็กของเขาจริง ๆ จะปกปิดเพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตยุ่งยากเพื่ออะไรกัน “แต่ขอกินข้าวก่อนได้ปะ คือตอนนี้จูนโคตรหิวเลย”“กว่าเขาจะมาตั้งหม้อ กว่าจะต้มอะไรเสร็จ ก็คงอีกครึ่งชั่วโมงย้ายไปนั่งกับพวกพี่ไหม พวกมันใส่ของจนล้นหม้อ ไปช่วยกินหน่อย”“ถ้าพี่โอเค จูนก็ย้ายได้” ตอนนี้เรื่องความหิวมาก่อนทุกอย่างปาร์คกับอิ้งค์หันมามองหน้ากันแล้วส่งสายตาแซวเพื่อน ใครจะคิดว่าบูมจะชวนสาวย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มเพื่อน ปาร์ครีบลุกจากเก้าอี้เพื่อให้น้องคนสวยนั่ง ส่วนตัวเองก็ไปยกเก้าอี้ข้าง ๆ มานั่งแทน“หวัดดีครับ พี่ชื่อ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status