ログイン“เพื่อนพี่เป็นนักบอลหรือเซียนพระเนี่ย” จูนเลิกคิ้วนิด ๆ หันไปเอ่ยถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ตรงกระจกมองหลังมีสร้อยพระแขวนเอาไว้ ขลังสุด ๆ นับคร่าว ๆ สายตาน่าจะเก้าองค์ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามานั่งในรถก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง“เป็นนักบอลแต่มีพ่อเป็นเซียนพระ” อิ้งค์เป็นทายาทคนเล็กของเซียนพระระดับประเทศ ตอนเข้าสโมสรใหม่ ๆ เขาก็ได้เจอกับป๊าอิฐ ท่านมาแจกพระให้บรรดานักฟุตบอลบูชา เขาก็ได้มาสององค์ วางบูชาอยู่บนหัวนอน“อ้อ แล้วพ่อพี่ล่ะ” จูนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด“พ่อพี่เป็นโค้ชฟุตบอล อดีตเป็นนักฟุตบอล ปัจจุบันนั่งเตะบอลอยู่บนฟ้า” บูมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพ่ออีกแล้ว เพราะเลือกจะเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในใจ คิดถึงได้โดยไม่เจ็บปวด“ขอโทษค่ะ จูนไม่น่าถามเลย” จูนอยากจะตีปากตัวเองสักที“ไม่เป็นไร พูดถึงได้ พ่อพี่ไม่มาหลอกเราหรอกน่า” บูมเอ่ยขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก“จูนไม่ได้กลัวพ่อพี่มาหลอก แต่กลัวพี่เศร้าต่างหาก” เธอไม่น่าปากไวเผลอพูดสะกิดบาดแผลของคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย การจากลากันคือสิ่งที่เศร้าที่สุดแล้ว“แล้วพ่อเราล่ะ” บูมถามกลับบ้าง“เป็นผีไปแล้ว”“หืม
คล้อยหลังคนตัวโตหายเข้าไปในห้องน้ำ จูนก็ทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมไล่สำรวจเตียงนอนของเขาหมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืน และเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง สื่อถึงความเหงาและโดดเดี่ยวสุด ๆ เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงได้หิวโซเหมือนเสือหิวอดอยากปากแห้งมานาน ก็นอนคนเดียว เหงา ๆ อยู่แบบนี้ไง พอมีผู้หญิงสวย ๆ หุ่นเอ็กซ์แบบเธอมาอยู่ด้วย ไม่แปลกที่เขาจะพุ่งกระโจนใส่เธอแบบนั้นเข้าใจได้ ๆมือเล็กรูดยางรัดผมออก ปล่อยเส้นผมสยายเต็มแผ่นหลัง เธอขยับไปอีกฝั่งแล้วทิ้งตัวนอนตะแคง ดึงผ้าห่มมาคลุมกายจนถึงช่วงเอว ใช้แขนตัวเองเป็นหมอนหนุนแล้วหลับตาลง เขาเปิดแอร์ไว้สักพักแล้วบรรยากาศในห้องจึงเย็นสบายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ตากแดดตากลมมาทั้งวัน หนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ผสมกับเบียร์ที่ดื่มไปสองแก้ว จากที่คิดจะรับผิดชอบด้วยการรอเขา ความง่วงงุนเอาชนะอย่างง่ายดายรู้สึกตัวอีกก็ตอนที่ได้กลิ่นหอม ๆ ของสบู่กับไออุ่นจากอ้อมอกของคนด้านหลังมาประชิดตัว“ทำไมไม่นอนหนุนหมอน” เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดข้างแก้ม“ก็มันเป็นของพี่” คนกึ่งหลับกึ่งตื่นพึมพำตอบ“นอนหนุนแขนตัวเองไม่เมื่อยหรือไง” คราวนี้เขาสอดปลายแขนเข้ามาใต้ท้า
“ไม่ได้บอก แต่ต่อไปจูนก็คงจะได้เจอพวกมันบ่อย ๆ เดี๋ยวพวกมันก็เข้าใจเอง” บูมไม่มีความคิดจะปกปิดที่ตนเองจะเลี้ยงเด็กสักคน แต่เขาไม่ได้เปิดตัวเธออย่างเอิกเกริกเพราะให้เกียรติอีกฝ่าย เขาก็อยากถามความสมัครใจของเธอก่อนว่าอยากให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับ หรือ เปิดเผยต่อคนอื่นได้ส่วนเรื่องที่ไม่ให้ออกมาพร้อมกัน เพราะเขาเป็นกัปตันทีม เรื่องระเบียบวินัยสำคัญ การที่เขาพาผู้หญิงมาที่ห้อง มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาจำต้องแหกกฎ“จูนอยากไปรู้จักเพื่อนพี่ไหม”“จูนยังไงก็ได้” เธอเป็นเด็กของเขาจริง ๆ จะปกปิดเพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตยุ่งยากเพื่ออะไรกัน “แต่ขอกินข้าวก่อนได้ปะ คือตอนนี้จูนโคตรหิวเลย”“กว่าเขาจะมาตั้งหม้อ กว่าจะต้มอะไรเสร็จ ก็คงอีกครึ่งชั่วโมงย้ายไปนั่งกับพวกพี่ไหม พวกมันใส่ของจนล้นหม้อ ไปช่วยกินหน่อย”“ถ้าพี่โอเค จูนก็ย้ายได้” ตอนนี้เรื่องความหิวมาก่อนทุกอย่างปาร์คกับอิ้งค์หันมามองหน้ากันแล้วส่งสายตาแซวเพื่อน ใครจะคิดว่าบูมจะชวนสาวย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มเพื่อน ปาร์ครีบลุกจากเก้าอี้เพื่อให้น้องคนสวยนั่ง ส่วนตัวเองก็ไปยกเก้าอี้ข้าง ๆ มานั่งแทน“หวัดดีครับ พี่ชื่อ
“ส่วนเรื่องอื่นค่อย ๆ ปรับตัวกันไป จูนมีอะไรอยากจะเพิ่มในข้อตกลงไหม”“ระหว่างที่พี่มีจูน พี่คงไม่ไปยุ่งกับคนอื่นใช่ไหม”“ไม่ยุ่ง” เขาตอบทันที เรื่องมั่วไม่เคยอยู่ในสันดาน เขาชัดเจนว่าตัวเองต้องทำอะไร“พี่อยากให้จูนเป็นฝ่ายคุมไหม ฝังยาคุมก็ได้นะ เผื่อพี่อยาก…สด” จูนคิดว่าการพูดเปิดอกพูดคุยกันตรง ๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุด แม้จะอายปากอยู่บ้างก็ตามแต่เรากำลังดีลเรื่องเลี้ยงดู และมีเซ็กซ์อยู่ตรงกลาง จะเอาแต่เหนียมอาย ไม่กล้าพูดก็คงไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดคนที่จะเสียดายและเสียใจคือเธอ“พี่ไม่เคยสด…ต่างคนต่างคุมก็แล้วกัน พี่จะใส่ถุงทุกครั้ง ส่วนจูนก็จัดการตัวเองได้เลย”“โอเคค่ะ”“ส่วนคืนนี้จูนนอนค้างที่นี่แหละ พรุ่งนี้เช้าพี่ออกไปวิ่งเสร็จแล้วเราค่อยออกไปหาคอนโดด้วยกัน”เวลานี้เย็นแล้วคงไม่สะดวกจะหาที่พัก อีกทั้งเขาก็ไม่อยากให้ใครเห็นจูนออกจากห้องในช่วงเวลาที่คนในตึกเดินเข้า ๆ ออก ๆ เหตุผลง่าย ๆ คือเขาไม่อยากโดนลงโทษ ในฐานะกัปตันทีมควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไหนจะต้องมาตอบคำถามพวกเพื่อน ๆ อีก เขาต้องปวดหัวแน่ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสายตาคนทั้งคู่หันไปมองบานประตูสีทึบพร้อมเพรียง“น่าจะเป็นเพื่อนพี่”
“พี่อย่าเงียบสิ ถ้าจะเอาก็มาคุยกัน ถ้าไม่เอาก็แค่ปฏิเสธ” จูนไม่ได้จะมัดมือชกเขาแต่แรก เรื่องแบบนี้มันต้องเต็มใจกันทั้งสองฝ่าย หากเขาไม่อยากเลี้ยงดู เธอจะยัดเยียดตัวเองให้เขาก็คงหน้าไม่อายเกินไป“หรือจูนทำพี่ตกใจ คงไม่เคยมีใครมาเสนอตัวเป็นเด็กเลี้ยงแบบจูนใช่ไหม” เธอก็เป็นเด็กบ้าน ๆ คิดแบบไหนก็พูดแบบนั้น ไม่ได้มีวาทศิลป์ หว่านล้อมให้คนคล้อยตาม“เปล่า จูนไม่ใช่คนแรก” เขาก็ผ่านผู้หญิงมาพอประมาณ ส่วนมากเป็นนักศึกษาอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับน้องสาว ก็มีคนอยากจะมาเป็นเด็กเขาอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ถูกใจใครเป็นพิเศษ เน้นวันไนต์ ไม่เน้นสานต่อ แค่คืนเดียวก็แยกย้าย“อ้อ พี่เลี้ยงคนอื่นอยู่แล้วสินะ” เธอถามเสียงแผ่ว“ไม่ได้เลี้ยงใคร” บูมระบายยิ้มอ่อน ดวงตาคมฉายแววเอ็นดูคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย“ขอถามได้ไหมว่าทำไมไม่หาเลี้ยงสักคน จูนว่าเลี้ยงเด็กสักคนมันน่าจะปลอดภัยกว่านะ ไม่ต้องเสียเวลามาเลือกด้วย บางคนปัดแล้วไม่ตรงปกอีก ยุ่งเลยนะ”เขาเคยเล่าว่านักกีฬาก็ต้องการหากิจกรรมผ่อนคลายจากความกดดันและเครียดก่อนแข่งขัน เซ็กซ์ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งในนั้น มันช่วยกระตุ้นอะดรีนาลีนในร่างกาย เสริมสร้างสารโดพามีน ลดควา
จูนหลุบมองสภาพตัวเองแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องแต่งตัว “จูนเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”คล้อยหลังร่างบางเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ บูมถึงยอมขยับร่างกาย เปลี่ยนที่นั่งจากเตียงมาเป็นเก้าอี้แทนบรรยากาศวันฝนตก ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้ อยู่ให้ห่างจากเตียงน่าจะปลอดภัย หมายถึงรักษาความปลอดภัยทางร่างกายให้กับเธอจูนแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ บูมนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงโต๊ะกินข้าว เธอหอบเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเก็บใส่กระเป๋าลวก ๆ ผมยังเปียกหมาด“ไดร์เป่าผมวางอยู่ตรงโต๊ะหน้าทีวี ใช้ได้นะ” บูมบอกคนตัวเล็เสียงนุ่ม ใบหน้าหล่อพยักเพยิดไปยังไดร์เป่าผมอันเล็กสีชมพูหวานแหววบนโต๊ะทีวี น้องสาวเป็นคนซื้อมาให้เขาใช้เป่าผมเขามองคนตัวเล็กเดินไปหยิบไดร์เงียบ ๆ เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวสีเทาโชว์เอวลอยกับกางเกงคาร์โก้สีครีม เอวของเธอเล็กมาก รับกับสะโพกผาย แขนขาเรียวยาวเหมือนกับนางแบบหุ่นนาฬิกาทรายที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝัน“เสียบตรงไหนได้บ้าง” จูนหันมาถามตาใส“ฮะ” บูมรับคำในลำคอเบา ๆ ตกใจขวัญอ่อนกับคำถามนิดหน่อย เธอให้เขาเสียบอะไรได้นะ ชายหนุ่มโยนความผิดให้กับเสียงฝนตกด้านนอกที่ดังเกินไป“จูนเสียบปลั้กไดร์เป่าผมตรงไหนไ







