LOGINบ้านสองชั้นเก่า ๆ ครึ่งบนเป็นไม้ ครึ่งล่างเป็นปูนก่อขึ้นมาปิดทึบ จูนมองบ้านของยายเงียบ ๆ ไม่กล้าจะเดินเข้าไป กระทั่งมือหนายื่นมือมาจับมือเธอแล้วจับจูงให้เดินไปพร้อมกัน เธอเลือกกลับมาหายายวันนี้เพราะเป็นวันครบรอบที่ยายจากไป‘ยาย จูนกลับมาหายายแล้วนะ“จูน” เสียงเรียกจากด้านหลังเรียกให้คนที่กำลังเดินเข้าไปหันกลับมามอง ดวงตาเบิกกว้างนิด ๆ ก่อนจะกะพริบรัว ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า“จูน กลับมาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ๆ พลันก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ใบหน้าคมเข้มในความทรงจำกำลังหวนกลับมาให้เธอนึกถึง “พ่อเอง”ผู้ชายตรงหน้าคือ พ่อ ของเธอ“พี่กร คุยกับใครน่ะ” เสียงแหลมเล็กติดรำคาญเอ่ยดังจากด้านหลัง ก่อนปรากฏตัวยืนเคียงข้างกัน ดวงตาเฉี่ยวคล้ายนกเหยี่ยวจ้องมองจูนอย่างแปลกใจ “อ้าว จูน”ผู้หญิงตรงหน้าคือ น้าสร้อย แม่เลี้ยง ของเธอจูนยืนนิ่งนานหลายนาที กระทั่งฝ่ามือหนาสอดมาประสานแนบแน่น เธอถึงได้สติแล้วเอ่ยทักทายพวกเขา“พ่อกลับมาเมื่อไหร่”“กลับมาได้สองปีแล้ว ว่าแต่จูนไปอยู่ที่ไหนมา พ่อพยายามติดต่อเรา แต่ติดต่อไม่ได้เลย นี่ถ้าวันนี้พ่อกับน้าสร้อยไม่ผ่านมาทำธุระแถวนี้ก็คงไม่ได
ใบหน้าหวานหลับตาพริ้ม พยักหน้าเป็นการตอบรับ ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในสัมผัสแห่งความสุขสม ทุกการเคลื่อนไหวของเขาตอกย้ำรุนแรงและหนักหน่วง รู้สึกเหมือนตัวเองปะทะคลื่นลูกใหญ่ที่สาดซัดเข้าหาครั้งแล้วครั้งเล่า วินาทีที่เขาถอดกายออกไปเกือบหลุด หัวใจวูบโหวงรีบไขว่คว้าหาอ้อมกอดเขา วินาทีที่เขาดันกายเข้ามาสุดลึกล้ำ ตัวเธอเหมือนจะจมดิ่งในน้ำทะเลลึก“เสร็จเลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยกระเส่า ร่างหนาโน้มตัวเข้ามาจูบลึกซึ้งแล้วผละออกไป เป็นจูบที่ร้อนแรงและสั้นกระชับ เพื่อเป็นการเร่งเร้าให้เธอพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดไปพร้อมกับเขาบูมเริ่มโหมกระหน่ำจังหวะรักอย่างบ้าคลั่งและรุนแรงที่สุดเท่าที่ทำได้ ทุกการกระทบกระเทือนหนักหน่วงและลึกซึ้งถึงแก่นกลาง เสียงครางของจูนประสานกับเสียงเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องจูนเกร็งตัวแอ่นอกรับสัมผัส มือเรียวจิกเข้าที่ไหล่กว้างของเขาด้วยความเสียวซ่านจนเจ็บไปหมด เธอรู้ว่าจุดสุดท้ายมาถึงแล้ว ดวงตาของเธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มตื้นด้วยอารมณ์อย่างเลือนรางไม่นานนัก ร่างหนาก็แข็งเกร็ง กระตุกถี่ ๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างท่วมท้น ตามมาด้วยร่างกายของจูนที่กระตุกเกร็งตามด้วยค
หกเดือนต่อมา“จูนจะกลับขอนแก่น” เธอลากกระเป๋าเดินทางออกมากางบนพื้น ดึงเสื้อออกจากไม้แขวนแล้วพับเก็บลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อย“ทำไมต้องกลับ พี่ทำอะไรให้จูนโกรธเหรอ” คนตัวสูงใส่ชุดกีฬารีบเดินมาหาคนตัวเล็กอย่างลนลาน เขาแข่งบอลเสร็จก็รีบกลับมาหาเธอเลยทันที ไม่ได้แวะข้างทาง ปวดฉี่ก็ยังต้องอั้นเอาไว้เพื่อจะขอมาเจอหน้าเธอก่อน แต่จู่ ๆ เขาเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วเธอก็บอกว่าจะกลับบ้านแถมยังเก็บเสื้อผ้าไปหลายชุด บูมรีบหยิบเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกมาแล้วกอดเอาไว้ในอก“พี่บูมใจเย็นก่อน ฟังจูนพูดให้จบก่อนสิ” จูนถอนหายใจใส่คนตรงหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย อาการตื่นตกใจเกินกว่าเหตุ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร หรืออาชีพนักกีฬาอยู่ในสภาวะกดดันหนักจนเกิดอาการแพนิกกลัวเมียหนีอย่างนั้นเหรอ“ก็จูนบอกจะกลับบ้าน” บูมว่าเสียงอ่อน ทำสายตาเศร้าสร้อย“จูนมีบ้านก็ต้องกลับไปดูบ้างสิ ทิ้งไว้นานหลายปีไม่มีคนดูแล ป่านนี้ปลวกกินจนเหลือแต่เสาแล้วมั้ง” ผ่านไปห้าปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับบ้านเลย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าตัวเองสามารถกลับบ้านได้แล้ว บวกกับมีเวลาพักร้อนสิบวัน เธอจึงตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินกลับขอนแก่น“แค่ไปดูใช่ไหม” บูมถามอย่
คนถูกถามนิ่งงัน ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอทำอะไรที่แปลว่าตอบตกลง อาจเป็นแววตาที่สั่นไหว หรือลมหายใจที่อับจน แต่บูมก็ถือว่าเธออนุญาตแล้วริมฝีปากหนาทาบทับลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง จูบครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความหิวกระหายเหมือนที่เคยสัมผัส แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานานและความอ่อนโยนที่แฝงอยู่บูมประคองใบหน้าของเธอไว้ด้วยฝ่ามืออันอบอุ่น ก่อนจะค่อย ๆ ดูดซับความหวานจากกลีบปากนุ่มอย่างละเมียดละไม ราวกับเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่เขาตั้งใจจะทำอย่างช้า ๆ และมั่นคงจูนหลับตาพริ้ม ตอบรับสัมผัสจากเขาอย่างเชื่องช้าเช่นกัน ความรู้สึกเก่า ๆ ที่เธอพยายามจะลืมเลือนกลับถูกปลุกขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งความคุ้นเคย ความผูกพัน และความรักที่เธอเคยปฏิเสธจูบรำลึกความหลังกินเวลานานหลายนาที กระทั่งเสียงคนเดินหน้าห้องดังเข้ามา ทั้งสองจึงผละออกจากกันช้า ๆ วินาทีต่อมาพยาบาลเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาด้านในคนป่วยรีบยกมือปิดปากตัวเอง ล้มตัวลงนอน ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายพยาบาลเข้ามาเช็กความเรียบร้อยของอุปกรณ์ เปลี่ยนถุงน้ำเกลือ แล้วเดินออกไปพวกเขารอจนเสียงประตูปิดลง เสียงฝีเท้าเดินออกไปเรื่อย ๆ เมื่อมั่น
บานประตูห้องพักแง้มออก จูนลืมตาตื่นพอดี เธอหันไปมองพลันแปลกใจ คราแรกเธอคิดว่าพยาบาลเข้ามาตรวจเสียอีกแต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง เธอไว้ผมลอนยาวสลวย ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส ใบหน้าของเธอละม้ายคล้ายกับคนที่เพิ่งไล่ตะเพิดกลับไปราวกับเป็นพี่น้องกัน“สวัสดีค่ะ ชื่อบลูนะคะ เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่บูม เขาฝากให้บลูมาช่วยดูแลพี่จูน” บลูอธิบายการมาขอตัวเองให้คนป่วยรับทราบ ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อนเธอกำลังซักผ้าที่บ้าน แล้วจู่ ๆ พี่ชายโทรมาหาบอกมีเรื่องรบกวนให้เธอช่วยหน่อยพอรู้ว่าเขาอยากให้มาช่วยดูแลว่าที่พี่สะใภ้ บลูก็รีบหยุดงานทุกอย่าง โยนให้พี่โอเชียนจัดการต่อแล้วขับรถมาที่โรงพยาบาลทันที“เออ…” จูนดันกายลุกขึ้นนั่ง การมาของน้องสาวพี่บูมทำเอาเธอตั้งตัวไม่ทัน ส่วนคนที่ทำเรื่องกลับไม่ยอมบอกเธอเลยสักคำ เขาบอกว่าจะจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้าไข้แล้วตัวเองจะกลับไปศูนย์ฝึก ทำไมพยาบาลพิเศษถึงเป็นน้องสาวของเขาแทนล่ะ“พี่อยากได้อะไรไหมคะ” บลูถามพร้อมกับมอบรอยยิ้มอบอุ่นให้เธอ“ไม่เป็นไรค่ะ ความจริงเราน่าจะอายุเท่า ๆ กัน ไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้” จูนรู้ว่าน้องสาวของเขาอายุเท่ากันกับเธอ แม้
“กูก็มารับจูนไปทำงาน”“หืม คืนดีกันแล้ว” ไฟเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ เธอหนีเที่ยวจีนแค่อาทิตย์เดียว กลับมาอีกทีก็คืนดีกับรุ่นพี่แล้วอย่างนั้นหรือ“ดีแล้ว” บูมตอบหน้าตาย แม้ว่าเด็กดื้อยังไม่ยอมกลับมาคบกัน แต่เขามั่นใจว่าตัวเองได้เปรียบกว่าอีกฝ่ายแน่นอน“ถามจริง ไม่น่ามั้ง” ไฟถามเสียงสูง สีหน้าและแววตาค่อนไปทางไม่เชื่อสุดใจ“ไม่น่ามั้งอะไร มึงเหอะมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า”“ผมก็มาแบบนี้ตลอด” ไฟยืดอกนิด ๆ อย่างน้อยเข้าก็มีสามปีที่เหนียวแน่นกับจูน “เฮียคงไม่รู้ว่าตอนนี้ผมกับจูนสนิทกันมาก”“งั้นก็เลิกสนิทได้แล้ว” คนอายุมากกว่าเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ“คนที่มีสิทธิ์บอก…คือจูน” ไฟเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ดวงตาคมแข็งกร้าวตวัดมองศัตรูหัวใจ “ถ้าจะมาทำทรงหวงก้าง ก็ไม่ควรทิ้งแต่แรก”“กูไม่ได้ทิ้ง” แค่ตอนนั้นเป้าหมายมันต่างกัน เขากับจูนคุยตกลงกันเข้าใจดีว่าจะหยุด “มึงไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า”“หึ” ไฟกลอกตามองบน ก็แค่เคยเป็นเจ้าของ ทำตัวอวดเบ่งคิดว่าคนอื่นไม่มีทางแทรกเลยว่างั้นบานประตูเปิดออกเป็นสัญญาณห้ามศึก ร่างเล็กยังอยู่ในชุดนอนเหมือนยังไม่พร้อมไปทำงาน ใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่สบายไฟรีบปรี่เข้าไปดูอาการทันที ย


![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




