Share

บทที่ 1 ดอกเหมย

last update Tanggal publikasi: 2025-02-02 17:35:43

ไป๋หลานลืมตาขึ้นมาด้วยอาการที่ปวดศีรษะอย่างรุนแรงนางยังไม่ตายอย่างนั้นหรือเพราะรอบกายมีกลิ่นหอมของดอกไม้และเสียงสัตว์ที่ร้องออกมา

“เจ้าฟื้นแล้วหรือ” เจ๋อหรานเดินถือยาสมุนไพรเข้ามาพร้อมกับมองไปที่นางผู้นั้น

“ทะ ท่านช่วยข้าไว้หรือข้าเป็นอะไรไป” ไป๋หลานกำลังเรียบเรียงเหตุการณ์ว่ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร

“เจ้าหลับไป 3 วัน เจ้าตอบข้ามาก่อนเจ้าชื่ออะไร”

“ข้าชื่อ ปะ...” ชื่อที่กำลังจะหลุดออกจากปากของนางต้องหุบลงเพราะหากบอกชื่อไปเกรงว่านางจะได้รับอันตรายอีกต้องปกปิดฐานะที่แท้จริงไว้จนกว่าท่านพ่อจะตามหานางเจอ

“โอ๊ยยยย ข้าจำไม่ได้ข้าปวดหัวเหลือเกิน” ไป๋หลานแกล้งทำว่าปวดหัวหนักและจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใครจากการที่หัวกระแทกกับโขดหิน

“ท่านแม่...” เฟิ่งหวงเปิดประตูเข้าถึงกับมองนางไม่กะพริบแม้ว่าบนศีรษะจะมีผ้าพันแผลแต่ใบหน้าที่แสนงดงามกลับฉายชัดออกมาจนหัวใจที่หยาบกระด้างของเฟิ่งหวงเต้นแรงขึ้นมา

“หวงเอ๋อร์ หวงเอ๋อร์!” เจ๋อหรานที่เรียกลูกชายเสียงดังเพราะมัวแต่จ้องใบหน้าของนางตาไม่กะพริบ

“ขะ ขอรับท่านแม่”“นางจำอะไรไม่ได้ช่วงนี้เจ้าก็ดูแลนางไป นางจำอะไรได้เมื่อไรก็ส่งนางกลับบ้านเมืองไป” เจ๋อหรานให้ไป๋หลานดื่มยาให้ครบตามที่นางสั่ง

วันเวลาร่วงเลยไปถึง 7 วัน อาการของไป๋หลานก็ดีขึ้นตามลำดับและแกล้งความคำเสื่อมเช่นเดิม วันนี้วันแรกที่นางได้ออกมาดูหมู่บ้านซึ่งรายล้อมมีแต่สัตว์เลี้ยงและกระโจมของชาวบ้านที่เต็มไปด้วยภูเขาและเสียงน้ำไหล

“พี่สาวท่านหาอะไรหรือ” อาเจิงเห็นนางเดินออกมาจึงรีบเข้ามาถามไถ่

“แถวนี้มีแม่น้ำหรือไม่ข้าอยากไปล้างเนื้อล้างตัว”

“ท่านเดินตามทางนั้นไป” เด็กหนุ่มชี้ไปตามทางไป๋หลานไม่รอช้าที่จะเดินไปที่แม่น้ำชนเผ่าแห่งนี้นางเองก็ยังไม่รู้ว่าคือที่ใด เมื่อมาถึงจึงนั่งอยู่บนโขดหินอย่างเหม่อลอย

“เจ้ามาทำอะไรตรงนี้!” เฟิ่งหวงเห็นนางนั่งอยู่คนเดียวเขาเห็นตั้งแต่นางเดินเข้ามาแล้ว แต่อยากรู้ว่านางมาทำอะไร

“เจ้านั่นเอง เจ้าชื่ออะไรข้าจะได้เรียกถูก”

“เฟิ่งหวง” ชายหนุ่มตอบไปและจ้องมองหญิงสาวไม่วางตาแต่แววตาที่ว่างเปล่าทำให้เขาถอนหายใจเสียงดัง

“ข้าชื่อ...” ไป๋หลานไม่รู้ว่าจะให้เฟิ่งหวงเรียกว่าอะไรเพราะยังไม่คิดชื่อ

“เหม่ยเหม่ย เจ้าชื่อเหม่ยเหม่ย” เพราะนางนั้นสวยและอยู่ใกล้ทีไรความเหนื่อยล้าเหมือนจะหายไป เหมือนดอกเหมยที่ให้ความสดชื่นตลอดเวลา

“เพราะจัง” ไป๋หลานยิ้มออกมาจนเห็นฟันทำให้เฟิ่งหวงมองนางด้วยความหลงใหล นางเป็นผู้ใดกันทำไมถึงสวยราวกับองค์หญิงสวยจนเขาละสายตาจากนางไม่ได้

“เจ้าระวัง”

“ว้ายยยย” ไป๋หลานหลับตาลงเพราะกลัวว่าจะเจ็บตัวเพราะนางสะดุดกับก้อนหินก้อนโต แต่เหมือนมีมือแขนของเฟิ่งหวงมาคว้าเอวนางไว้ได้ทันไป๋หลายลืมตาขึ้นมาใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบมือใกล้จนไป๋หลานแทบจะหยุดหายใจ แต่เหมือนว่าเฟิ่งหวงจะไม่ยอมปล่อยนาง

“เจ้า เฟิ่งหวง! ปล่อยข้าได้แล้ว”

“ขออภัยเจ้าด้วย” เฟิ่งหวงเมื่อได้สติจึงรีบปล่อยมือออกจากเอวของนางและถอยออกมาห่างๆ จึงหันหลังให้นางเพื่อไม่ให้นางเห็นว่าเขากำลังหน้าแดงเพราะความเขินอาย

“ขอบใจเจ้าที่ช่วยชีวิตข้าไว้ถึงสองครั้ง” ‘ข้าจะตอบแทนบุญคุณเจ้าเอง’ คำนี้ไป๋หลานพูดต่อในใจนางไม่อยากโกหกใครแต่เพื่อความปลอดภัยนางจำเป็นต้องโกหก

“ท่านแม่ข้าสอนเสมอหากพบใครที่ลำบากหากเราช่วยได้ก็ช่วย เจ้าจำเรื่องราวไม่ได้จริงหรือ” เฟิ่งหวงจ้องลึกเข้าไปในแววตานางและยังไม่มั่นใจว่านางโกหกหรือจำไม่ได้

“ขะ ข้าจะโกหกเจ้าไปเพื่ออะไรกัน” ไป๋หลายหันหน้าหนีหากท่านพ่อตามหานางเจอเมื่อไรนางจะต้องไปจากที่นี่และจะไม่ลืมบุญคุณของชนเผ่านี้เลย

“ข้าเกลียดคนโกหกที่สุด หากเจ้าเป็นคนโกหกข้านี่แหละจะเลาะหนังเจ้าออกเอง”

เฟิ่งหวงเดินจากไปทิ้งให้นางรู้สึกไม่ดีที่ต้องโกหก ตอนนี้ขอแค่ชีวิตรอดกลับบ้านเมืองก็พอ

“เจ้าไปไหนมา” เจ๋อหรานถามลูกชายที่เดินเข้ามาในกระโจมด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด

“ข้าก็ไปดูสัตว์ตามประสาข้าท่านแม่มีอะไรหรือขอรับ”

“เจ้าอายุ 21 แล้วเมื่อไรกันที่แม่จะมีหลาน” นางอยากให้ลูกชายออกเรือนเพราะอายุปูนนี้แล้วและกลัวว่าจะไม่มีทายาทแต่ก็ไม่อยากบังคับลูก

“ท่านแม่พูดกับลูกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เอาไว้ลูกรักใครจะบอกท่านแม่คนแรกเลยดีไหมขอรับ” เฟิ่งหวงพูดคำนี้มาหลายครั้งแล้วจนเจ๋อหรานอ่อนใจ

“แล้วแม่นางคนนั้นละเจ้าว่านางเป็นอย่างไร”

“นางชื่อเหม่ยเหม่ย”

“เจ้ารู้ได้ยังไง”

เจ๋อหรานแปลกใจที่ลูกชายรู้ว่านางนั้นมีชื่อแช่อะไรหรือนางไม่ได้ความจำเสื่อม

“ข้าตั้งให้นางเอง ข้าไปก่อนนะท่านแม่” เฟิ่งหวงรีบเดินออกไปเพราะเห็นเหม่ยเหม่ยกำลังนั่งพูดคุยกับเด็กอย่างมีความสุขจนคนเป็นแม่ได้แต่ส่ายหน้า

“ทำอะไรกันหรือ”

“ซักผ้าอยู่” ไป๋หลานตอบออกไปเขาเห็นว่านางกำลังนั่งอยู่แปลกยิ่งนักยังมาถามให้มากความ

“นี่เจ้า!” เฟิ่งหวงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อโดนนางยอกย้อนและเห็นรอยยิ้มที่นางส่งยิ้มให้เด็กๆ แล้วเฟิ่งหวงก็รู้สึกยิ้มตาม

“ท่านยิ้มให้ลมหรือท่านพี่” อาเจิงมองตามในสิ่งที่เฟิ่งหวงมองจึงเข้าใจว่าชายหนุ่มกำลังหัดมีความรัก

“เจ้ามาตั้งแต่ตอนไหน ข้าตกใจหมด” เฟิ่งหวงยังไม่สนใจอาเจิงเมื่อเห็นว่านางเดินไปตามเด็กๆ เฟิ่งหวงจึงรีบเดินตามไปไม่ห่างทิ้งให้อาเจิงอยู่คนเดียว

“เจ้าตามข้ามาหรือ” ไป๋หลานชักจะหงุดหงิดขึ้นมานางไม่ใช่นักโทษที่เขาจะตามติดจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเสียขนาดนี้

“ข้ามาตามดูว่าเจ้าเป็นสายให้ใครหรือไม่” เฟิ่งหวงหาเหตุผลมาอ้างทั้งที่อยากอยู่ใกล้นางมากกว่าสภาพนางฟื้นขึ้นมาได้ก็ถือว่าสวรรค์เมตตาแล้ว

“ข้ายังเอาตัวเองไม่รอดเลยจะไปเป็นสายให้ใครได้ เจ้านี่ดีแต่ปากจริงๆ” ไป๋หลานหัวเสียและต่อว่าเฟิ่งหวงนางเกือบตายเขายังหาว่านางอาจจะเป็นสายศึก

“นั่นเจ้าจะไปไหนมันทางเข้าป่า เหม่ยเหม่ย” เฟิ่งหวงเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของนางและกางมือออกเพื่อไม่ให้นางเดินเข้าป่าเพราะในป่าใหญ่อันตรายมีมากมาย

“ท่านพี่เฟิ่งหวงซินอี้กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวรุ่นคราวเดียวกันกับไป๋หลานวิ่งเข้ามาหาเฟิ่งหวงด้วยท่าทางดีใจจนไม่ได้หันมามองไป๋หลาน

“นางเป็นใครกันข้าไม่เคยเห็น”

ไป๋หลานมองใบหน้าหญิงสาวจึงเข้าใจว่าคงตกหลุมรักเฟิ่งหวงและท่าทีที่ดูหวงไป๋หลานจึงอยากเดินออกไปให้ห่าง

“นางคือเหม่ยเหม่ย”

“…”

“เจ้าจะไปไหนข้ายังพูดไม่จบข้าคือซินอี้เป็นคนในชนเผ่าและเป็นว่าที่ภรรยาของท่านพี่เฟิ่งหวง” แต่ไป๋หลานไม่รอฟังจนจบจึงพูดสวนขึ้นมา

“ข้าเป็นใครเจ้าก็ถามเฟิ่งหวงเอาเอง” นางเดินจากไปทิ้งให้เฟิ่งหวงอยู่กับซินอี้ตามลำพัง

ยามโหย่วเจ๋อหรานเรียกเฟิ่งหวงและแม่นางเหม่ยเหม่ยมานั่งทานข้าวด้วยกันในยามนี้ยังมีอี้หรานและลูกสาวซินอี้ทั้งกระโจมจึงมีแต่ความเงียบ

“ท่านพี่ลองทานเห็ดดูเจ้าค่ะ” ซินอี้ใช้ตะเกียบคีบเห็ดให้เฟิ่งหวงแต่สายตาของเขามองไปที่ไป๋หลานเมื่อเห็นว่านางนั้นไม่ชอบกินผักเป็นมื้อแรกที่ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน

“เนื้อข้าตักให้” เฟิ่งหวงไม่ได้ใส่ใจซินอี้และตักเนื้อให้นางจนเต็มจานเจ๋อหรานคอยแอบมองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ซินอี้ไม่พอใจที่ไม่ได้รับความสนใจจากเฟิ่งหวง

“นางก็มีมือทำไมไม่ให้นางตักเองหัดทานผักเสียบ้าง”

“ซินอี้ เหม่ยเหม่ยนางบาดเจ็บอยู่” อี้หรานปรามลูกสาวที่เป็นคนชอบพูดไม่คิดจนทำให้อาหารมื้อนี้ดูกร่อยไปและบรรยากาศที่ชวนอึดอัด

“ข้าอิ่มแล้วชอบคุณท่านน้าทั้งสองมากเจ้าค่ะ” ไป๋หลานลุกออกไปโดยมีเฟิ่งหวงเดินตามออกไปโดยไม่สนใจเรียกของซินอี้

“นางเป็นใครเกิดนางเป็นไส้ศึกขึ้นมาชนเผ่าพวกเราจะแย่เอานะเจ้าค่ะท่านน้า” เจ๋อหรานวางตะเกียบลงท่าทางของเหม่ยเหม่ยก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยแค่นางจะอะไรไม่ได้ก็ถือว่าแย่มากแล้ว

“นางบาดเจ็บจนจำอะไรไม่ได้ เราเป็นมนุษย์ก็ควรจะช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกันชนเผ่าเราไม่เคยเป็นศัตรูกับใครเจ้าควรระวังคำพูดด้วย”

“ข้าขออภัยเจ้าค่ะท่านน้า” ซินอี้หน้าเสียที่โดนตำหนิและแอบหยิกต้นขาตัวเองไว้แน่นเพราะกลัวจะลุกขึ้นมาอาละวาดใส่ผู้คนที่นับถือ

“ข้าขอโทษแทนนางด้วย”

“เจ้าไม่ผิดอะไรเลยอี้หราน”

เฟิ่งหวงเดินตามนางออกมาจนถึงแม่น้ำตอนนี้เป็นยามซวีซึ่งท้องฟ้านั้นมืดหมดแล้วเหลือให้เห็นแค่ดวงดาวที่ส่อแสงสว่างอยู่เต็มท้องฟ้า

“คืนนี้ดวงดาวเหลือเกิน”

“เจ้าตามข้ามาหรือ” ไป๋หลานมองไปที่ชายหนุ่มที่ทำท่าทีมองท้องฟ้า วันนี้ดวงดาวสวยแต่ก็ทำให้นางเศร้าหมองไม่น้อยรอคอยเวลาว่าเมื่อไรที่ท่านพ่อจะตามมาเจอ

“ข้ากลัวเจ้าจะหลงเลยตามมา” ยามนี้เฟิ่งหวงกลัวว่านางจะหิวจนโมโหจึงคิดจะหาอะไรให้นางกินก่อน

“เจ้าจะทำอะไร”

“เจ้าอยู่เงียบๆ เถอะน่า” เฟิ่งหวงลงไปในน้ำและปามืดเล่มเล็กลงไปในน้ำและรีบวิ่งลงไปจับปลาขึ้นมาทำให้ไป๋หลานแปลกใจที่เฟิ่งหวงเชี่ยวชาญขนาดนี้

“เจ้า”

“เดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้เจ้ากิน” ไม่พูดเปล่าเขายังเดินมาก่อไฟข้างกายไป๋หลานและจัดการย่างปลากลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ไป๋หลานรู้สึกหิวขึ้นมา

“เจ้ากินข้าวน้อยกินเยอะๆ สิ” เฟิ่งหวงยื่นปลากับให้นางตัวหนึ่งตั้งแต่เกิดมาจนโตเป็นหนุ่มเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนนางเป็นหญิงคนแรกที่เฟิ่งหวงอยากทำทุกสิ่งทุกอย่างให้

“ขอบใจเจ้ามากเฟิ่งหวงที่ดีกับข้า” หากถึงวันนั้นวันที่เจ้ารู้ความจริงอย่าโกรธเคืองข้าเลย ไป๋หลานได้แต่รู้สึกผิดที่ต้องโกหกผู้มีพระคุณ

“…”

รอยยิ้มที่นางยิ้มออกมาทำให้เฟิ่งหวงตกอยู่ในอาการตะลึงจนไม่ได้ฟังในสิ่งที่นางพูด นางสวยกว่าหญิงที่เขาเคยพานพบตอนนี้เริ่มจะปักใจแล้วว่านางนั้นคือนางในดวงใจและอยากจะปกป้องนางไปตลอดชีวิต

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทส่งท้าย ดวงใจ

    ชนเผ่าอวิ่น ฮ่องเต้เฟิ่งหวงพาฮองเฮากลับมาเยี่ยมบ้านเกิดและองค์รัชทายาทตงหยางพร้อมกับองค์หญิงอ้ายเสิน ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก “ซินอี้” “ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ” ซินอี้ก้มลงเพื่อทำความเคารพฮองเฮาที่ครั้งหนึ่งนางเคยคิดจะกำจัด “ตอนนี้อยู่นอกวังเจ้าไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก เจ้าสบายดีหรือไม่” ไป๋หลานไม่คิดโกรธเคืองนางเลยสักนิดเวลาผ่านไปคนเราก็สามารถเปลี่ยนกันได้ “หม่อมฉันสบายดีเจ้าค่ะ” “ไทเฮาบอกว่าเจ้ากำลังจะมีลูกน้อย” “เพคะหม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์” ซินอี้แต่งงานกับคุณชายแซ่เหลียงและได้ออกไปเปิดโรงน้ำชาด้วยกันจนมีพยานรักที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของนาง “ข้ายินดีกับเจ้าด้วยอดีตผ่านไปแล้วเจ้าก็ได้บทเรียนแล้ว เราแค่ลืมและเดินหน้าต่อไป” “หม่อมฉันขออภัยในครั้งนั้นด้วยเพค่ะ” “ข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าหรอก” ไป๋หลานไม่ใช่คนที่เจ้าคิดเจ้าแคว้นในวันนี้นางคิดได้แล้ว ก็ต่างคนต่างมีชีวิตและเดินตามเส้นทางของตัวเอง “หม่อมฉันขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ” ไป๋หลานเดินกลับมาและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เฟิ่งหวงที่นั่งดูลูกๆ วิ่ง

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 24 ลูกน้อยของข้า

    วันเวลาผ่านไปจนครบเก้าเดือนองค์หญิงไป๋หลานได้ให้กำเนิดลูกฝาแฝดโอรสและธิดาสร้างความปีติยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะเฟิ่งหวงที่เฝ้ารอพระชายาอยู่หน้าตำหนักไม่ยอมไปไหน “หวงเอ๋อร์พระชายาของลูกแค่หลับเพราะเหนื่อยอย่ากังวลไปนักเลย” “ลูกเป็นห่วงนาง” เฟิ่งหวงนั่งไม่อยู่กับที่เขาเดินไปเดินมาเพื่อรอว่าเมื่อไรนางจะฟื้นขึ้นมา ตอนที่เขาได้ยินเสียงกรีดร้องของนางใจเขาแทบขาด “หวงเอ่อร์ลูกจะให้โอรสและธิดาชื่อว่าอะไร” เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้ลูกทั้งสองและมองหน้ากันสลับไปมาลูกของเขาทั้งสองเกิดจากความรักของพ่อและแม่ “โอรสให้ชื่อตงหยาง ธิดาให้ชื่ออ้ายเสิน” “ดีๆ พ่อชอบชื่อนี้” ฝ่าบาททรงตามใจลูกในการตั้งชื่ออีกไม่นานเฟิ่งหวงจะต้องขึ้นครองบัลลังก์แทนฮ่องเต้ ไป๋หลานค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดสิ่งแรกที่นางนึกถึงคือลูกทั้งสองนางได้ยินเสียงร้องก่อนที่นางจะหมดสติไป ไป๋หลานพยายามที่จะขยับตัว “พระชายาอย่าเพิ่งลุกเพค่ะ” “น้องหญิงเป็นยังไงบ้าง” เฟิ่งหวงรีบเข้ามาดูอาการทันทีเมื่อเห็นว่านางปลอดภัยเขาก็หายห่วง “ลูกของน้อง...”

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 23 ความรักขององค์รัชทายาท

    “หม่อมฉันจะไปตามหมอมาให้เพคะ” “ไม่ต้องหรอกหวงเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร” จากที่นางได้ฟังเรื่องราวมาจากไป๋หลานและองครักษ์จึงพอจะเดาได้ว่าเฟิ่งหวงเป็นอะไรถึงได้ไม่สบายแบบนั้น “น้องหญิงแล้วหวงเอ่อร์ไยถึงไม่สบาย” ฮ่องเต้แปลกใจเฟิ่งหวงเกิดอาการแบบนี้มาหลายวันแล้วแต่ก็ไม่มีอาการดีขึ้น “หวงเอ่อร์แค่แพ้ท้องแทนไป๋หลาน คนท้องมักจะชอบกินของรสเปรี้ยวซึ่งหวงเอ่อร์ไม่ชอบและเกลียดส้มจะตาย” เจ๋อหรานรู้ว่าลูกชายชอบหรือเกลียดอะไร เฟิ่งหวงเป็นแบบนี้ก็เพราะแพ้ท้องแทนพระชายา “เฟิ่งหวงจะทรงหายหรือไม่เพคะ” “ไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานจึงอยู่ดูแลเฟิ่งหวงเมื่อคิดถึงคำพูดของเจ๋อหรานนางถึงกับหน้าแดงขึ้นมา เจ๋อหรานบอกว่าบุรุษที่แพ้ท้องแทนแม่ของลูกแสดงว่าเขานั้นรักนางมาก “อย่าดื้อกับเสด็จพ่อนะลูก” ไป๋หลานหันไปพูดกับลูกน้อยตอนนี้สีหน้าของเฟิ่งหวงดูซีดเซียวนางจึงคอยดูแลไม่ห่าง กำหนดการเดินทางกลับแคว้นนางคงจะต้องเลื่อนออกไป “น้องไป๋หลาน” “เสด็จพี่” “พี่จะกลับแคว้นแล้วน้องต้องดูแลตัวเอง” “ไยถึงเร็วแบบนั้นเพค่ะ” ไป๋หลานใจหายที่เสด็จพี่จ

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 22 ชาตินี้ไม่ขอพบเจอ

    เฟิ่งหวงกำลังจัดการงานต่างๆ ด้วยความยากลำบากเขาทรงงานอย่างหนักเพื่อจะรีบกลับไปหาไป๋หลานที่เขาคิดถึงคะนึงหา ฮ่องเต้ทิ้งให้องค์รัชทายาทต้องเผชิญกับปัญหาและปล่อยให้เขาจัดการกับคนร้าย “องค์รัชทายาทท่านพักผ่อนหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” โม่โฉวเห็นองค์รัชทายาทมุ่งหน้าทำแต่งานที่ประชาชนร้องเรียนมา อีกไม่นานองค์รัชทายาทก็จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ “ตอนนี้ท่านอาเป็นอย่างไรบ้าง” “ทุกคนยังคงไว้อาลัยให้องค์ชายหลานซวนพ่ะย่ะค่ะ” เฟิ่งงหวงหยักหน้าเขาเห็นใจหวางไห่เถิ่งที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และเรื่องที่หลานซวนก่อขึ้นมาทำให้วงศ์ตระกูลเสียหายโทษต้องกักขังไปยังญาติพี่น้องแต่เฟิ่งหวงก็ไม่ยอมเพราะหวางไห่เถิงไม่มีส่วนรู้เห็น “องค์รัชทายาท! ตามหมอหลวงเร็วเข้า” โม่โฉวหันไปเรียกกงกงเมื่อองค์รัชทายาททรงเป็นลมไป ทำให้ทั้งตำหนักวุ่นวายไปหมดใบหน้าซีดเผือดขององค์รัชทายาทนอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง “องค์รัชทายาทน่าจะทรงงานหนักให้พักผ่อนสักหน่อยจะดีขึ้นเองขอรับ” “ท่านให้คนไปส่งหมอหลวง” “พระชายาไม่อยู่นั้นกระหม่อมจะดูแลท่านเอง” โม่

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 21 อย่าได้เห็นหน้ากันอีก

    “ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรเพคะ” ลู่เสียนเกรี้ยวกราดขึ้นมาเมื่อแม่ทัพหลิงหยุนมาบอกข่าวร้าย “องค์รัชทายาททรงส่งเจ้ากลับจวน” “กรี๊ดดดด องค์รัชทายาทจะทำแบบนั้นกับข้าไม่ได้” ลู่เสียนกับมาคิดดูแล้วสิ่งที่องค์รัชทายาททำไปก็แค่ใช้นางเป็นเครื่องมือและส่งองค์หญิงออกไปนอกวัง หลอกให้นางดีใจพอเรื่องราวจบก็ส่งนางกลับจวน “ลูกพ่อองค์รัชทายาทยกเลิกที่จะรับลูกเป็นสนม” หลิงยุนไม่มีสิทธิ์โต้แย้งเพราะคือคำขาดจากองค์รัชทายาทในอนาคตก็จะขึ้นครองบัลลังก์ “ลูกไม่ดีตรงไหนทำไมองค์รัชทายาทถึงหลงใหลมันนัก” “ลูก! เจ้าระวังคำพูดด้วย” ลู่เสียนโกรธและพร่ำเพ้อออกมานางเห็นใบหน้าขององค์รัชทายาทครั้งแรก ก็ตกหลุมรักหาวิธีที่จะได้เข้าใกล้และทรงขอร้องท่านพ่อให้เข้าไปกราบทูลฮ่องเต้ให้รับนางเป็นสนมขององค์รัชทายาท นางดีใจจนแทบบ้าที่ได้รับข่าวดี แต่พอมาวันนี้ทุกอย่างเป็นแค่แผนหลอกให้นางไปเสี่ยงตายแต่กับปกป้ององค์หญิงไป๋หลาน “องค์รัชทายาทตรัสไว้ชาตินี้จะไม่รับสนมจะมีแค่พระชายาคนเดียว” “ทำไมนางถึงไม่ตายตั้งแต่ตอนนั้น” ลู่เสียนโกรธแค้นที่สุดท้ายแล้วนาง

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 20 ภัยร้าย

    ไป๋หลานเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าตำหนักของเฟิ่งหวงนางกำนัลมาแจ้งข่าวว่าเขากำลังจะรับสนมเข้ามาในตำหนักวันนี้ ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อแต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากับทำในนางเจ็บปวดไม่น้อย “องค์หญิง” “เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรเฟิ่งหวง” ไป๋หลานมองไปที่องค์รัชทายาทด้วยแววตาที่แสนเจ็บปวดที่เห็นเขากำลังนั่งอยู่ใกล้นางสนมคนนั้น “ก็อย่างที่เจ้าเห็นข้าจะรับนางเป็นสนม” เฟิ่งหวงเห็นแววตาที่แสนเจ็บปวดนั้นก็หันใบหน้าหนีเขาใจไม่แข็งพอที่จะเห็นน้ำตาของนาง “หม่อมฉันเลี่ยงซูเพค่ะองค์หญิงไป๋หลาน” “ข้าไม่อยากรู้จักเจ้า! เจ้าตอบข้ามาคำว่ารักที่เจ้าพูดหรือมันแค่หลอกลวง” ไป๋หลานเจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นเขาไม่แยแสนางหรือที่เขาทำเพื่อจะแก้แค้นนาง “เจ้าพูดเหมือนไม่เคยหลอกข้า ออกไปข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า” “เจ้าต้องการแก้แค้นข้าหรือ” ไป๋หลานปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาเขาจะรักนางแต่ทุกอย่างกับไม่ใช่เขาแค่ต้องการแก้แค้นนาง “หรือหากเจ้ารับไม่ได้เจ้าก็กลับบ้านเมืองเจ้าไปเสียพิธีอภิเษกของเราถือว่ายกเลิก” เฟิ่งหวงพยายามที่จะกลั้นใจพูดออกมาเพื่อให้นางเกลียดเขา

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 6 ร่างกายหัวใจของเจ้าเป็นของข้า

    “เจ้าว่าอะไรนะ โง่” ซินอี้ถึงกับกรีดร้องออกมานางจ้างวานให้เฟยอินเอายาปลุกกำหนัดไปใส่ในเหล้าในเฟิ่งหวงดื่มและจะออกอุบายให้มาหานางแต่ผิดคาด “ข้าก็เอาไปให้แล้วแต่แม่นางเหม่ยเหม่ยเป็นคนกินเข้าไป เจ้าอย่าลืมค่าจ้างข้า” เขาถือว่าทำงานลุล่วงเพราะแค่น้ำยาไปใส่ให้เหล้าใครจะดื่ม

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 5 ออกอาการหวง

    วันฉูชี (วันส่งท้ายปี) ซึ่งจัดขึ้นในวันสุดท้ายของเดือน 12 เป็นวันที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า และร่วมรับประทานอาหารกันตั้งแต่เย็น ร่ำสุราไปจนถึงเช้า เป็นค่ำคืนที่สนุกสนาน “พี่สะใภ้ใหญ่สวยราวกับเทพธิดา” อาเจิงถึงกับตาค้างที่เห็นไป๋หลานสวมชุดสีชมพูสะอาดหน้าใบที่แต่งแต้มจนสวยงาม

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 4 รักษาระยะห่าง

    สองวันมาแล้วที่ไป๋หลานหลบหน้าหลบตาเฟิ่งหวงจริงอย่างที่แม่ของเขาบอก สักวันนางต้องกลับบ้านเมืองของนางไม่สร้างความผูกพันกันไปมากกว่านี้ “เจ้าหลบหน้าข้าหรือเหม่ยเหม่ย”เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้นางเพราะสองวันที่ผ่านมานางไม่ยอมมาเจอหน้าเขาเลย จนทำให้เขาร้อนใจว่าเขาทำอะไรผิดไป “

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 3 ฝนเป็นใจ

    เฟิ่งหวงนั่งลงที่ข้างกายของนางและเข้ามาโอบกอดนางไว้เพื่อคลายหนาวใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบมือ เสียงฝนยังคงกระหน่ำเทลงมา “อื้อออ” เฟิ่งจูบนางอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีให้นาง มือหนาเริ่มเลื้อยไปมาเหมือนงู “ข้า ข้า...” “เจ้ายอมเป็นของข้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status