INICIAR SESIÓNชาติก่อนซุนลี่เป็นอนุต่ำต้อยที่ทุ่มเทเพื่อครอบครัวกับสามีทว่ากลับถูกตีตายอย่างคนไร้ค่า ด้วยความคับแค้นใจทำให้วิญญาณของนางกลายเป็นวิญญาณพยาบาท จนได้มาเจอกับเฉินมี่ที่ส่งให้ไปเกิดเป็นองค์หญิงสูงศักดิ์ แก้แค้นคนที่เคยทำกับนาง แล้วนางจึงพบกับหนทางแห่งความสุขอีกครั้ง
Ver másคำนำ
ซีรีส์ชุด - บันทึกจากห้องหนังสือ
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายชุดที่มีตัวละครตัวหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทุกเรื่อง นอกเหนือจากตัวละครหลักในเรื่องซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินเรื่องนะคะ ตัวละครนั้นมีชื่อว่า “เฉินมี่” ค่ะ
เฉินมี่ถือกำเนิดขึ้นเองจากขอบจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่และเปี่ยมด้วยความลึกลับ มีสถานะคล้ายกับเทพบรรพกาลแห่งอดีต หล่อนมีบุคลิกลึกลับ ชอบจำแลงร่างเป็นมนุษย์เพศหญิง และชื่นชอบสวมเสื้อผ้าสีแดงเป็นพิเศษ เฉินมี่มีพลังอำนาจมาก สามารถย้อนเวลาหรือเดินทางไปยังอนาคตในจักรวาลคู่ขนานได้ นิยมท่องเที่ยวไปทั้งสามภพ สวรรค์ นรกภูมิ โลกมนุษย์ เดินทางผ่านห้วงเวลาของ อดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อเสาะหาพื้นที่สงบสำหรับพักผ่อนอาบแสงจันทร์ในยามค่ำคืน
และหากมีโอกาสได้พบเจอกับดวงวิญญาณ ซึ่งประสบกับเคราะห์กรรมต่างๆ จนกลายเป็นวิญญาณพยาบาทหรือมีสิ่งติดค้างในใจ หล่อนจะถามถึงความประสงค์ของวิญญาณดวงนั้น จนเป็นที่มาของการกระทำหลายๆ อย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับการล้างแค้น หรือเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเจ้าของเรื่อง
สำหรับซีรีส์ชุดบันทึกจากห้องหนังสือ มีผลงานตีพิมพ์ออกมาแล้วหลายเรื่อง
เรื่องแรก เป็นนิยายกลิ่นอายจีนของโลกสมัยโบราณ ชื่อเรื่องว่า “ธิดาท่านโหว”
เรื่องที่สองเป็นนิยายย้อนยุคที่พาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปยัง สมัยที่ประเทศจีนถูกปกครองโดยจีนคณะชาติและมีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก ชื่อเรื่องว่า “ย้อนเวลากลับมาร้าย คุณหนูใหญ่สกุลโจว”
ส่วนเรื่องที่สาม เฉินมี่มาในบทบาทของอดีตนางแบบเก่า ผู้ผันตัวมาทำงานเบื้องหลังวงการบันเทิงจนได้พบกับเติ้งซู่เหยา นางเอกของเรื่อง “หวนคืนสู่บัลลังก์ดาว คราวนี้ฉันจะเป็นผู้ชนะ”
ซึ่งนิยายจะพาคุณผู้อ่านหวนกลับไปยังอดีตเมื่อปี 1980 ไปพบกับบรรยากาศของวงการบันเทิงเมืองฮ่องกงในยุคที่กำลังบูมสุดขีด และได้รับความนิยมไปทั่วเอเชีย รวมถึงเมืองไทยด้วยค่ะ
ทุกเรื่องในซีรีส์สามารถอ่านแยกกันได้โดยไม่ต้องเรียงลำดับนะคะ
ส่วนซีรีส์ลำดับที่สี่ซึ่งมีไทม์ไลน์เกิดก่อนโจวหวั่นหนิงนางเอกของเรื่อง “ย้อนเวลากลับมาร้าย คุณหนูใหญ่สกุลโจว” เพียงสิบห้าปี ชื่อเรื่องว่า‘จดหมายจากคุณนายจาง’
ช่วงนั้นบ้านเมืองกำลังวุ่นวาย เนื่องจากการแก่งแย่งอำนาจของ นายพลและพวกขุนศึกในประเทศจีน อีกทั้งยังมีโรคระบาดที่คร่าชีวิตคนจนตายเป็นเบือที่เรียกว่า ‘ไข้หวัดใหญ่เสปน’ จางมู่ฟางจะเอาตัวรอดยังไงในขณะที่สาธารณรัฐจีนในเวลานั้น ได้รับฉายาจากประชาคมโลกว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ส่วนเฉินมี่ ตัวละครสมทบของเรื่องนี้ และเป็น ‘เจ้าของจดหมาย’ ที่มาช่วยนางเอกของเรื่อง
ซีรีส์ลำดับที่ห้า ชื่อเรื่องว่า “ย้อนเวลาทวงแค้นสามีตัวร้าย” เฉินมี่ดำเนินบทบาทเองด้วยการเข้าสวมร่างนางเอกกลายเป็นผู้หญิงสุดสตรอง คอยฟาดฟันกับสามีผู้ชั่วร้ายและมีความเห็นแก่ตัวเต็มเปี่ยม
ซีรีส์ลำดับที่หก มีไทมน์ไลน์อยู่ในช่วงยุคปัจจุบัน เฉินมี่ดำเนินบทบาทเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของดาราสาวซึ่งประสบกับเหตุการณ์ประหลาดๆ จนต้องฆ่าตัวตาย
และเรื่องนี้เป็นซีรีส์ลำดับที่เจ็ดในชุด มีชื่อว่า “เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น” เป็นเรื่องราวของซุนลี่ อนุต้อยต่ำที่ถูกใส่ร้ายและถูกตีตายอย่างอยุติธรรม ดวงวิญญาณของนางกรีดร้องดหยหวนอยู่เหนือหลุมสพตัวเองจนได้มาเจอกับเฉินมี่ เทพบรรพกาลที่ผ่านมาเจอเข้า เฉินมี่จึงยื่นมือเข้าช่วยส่งนางให้ไปเกิดใหม่
นิยายจะเข้มข้นแค่ไหน ติดตามอ่านฉบับเต็มได้แล้วค่ะ
หลี่ฮองเฮาเม้มพระโอษฐ์แน่น เรื่องนี้คือสิ่งที่ทำให้พระนางนอนไม่หลับมาหลายเดือนองค์ชายรองยังเด็กเกินไป ต่อให้อีกหกปีก็จะถึงพิธีสวมหมวก แต่เวลาหกปีนั้นก็มากพอให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง หากฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นรัชทายาทก่อน บุตรชายแท้ๆ ของพระนางย่อมหมดโอกาสโดยสิ้นเชิงพระนางกำหัตถ์แน่นจนข้อซีดขาว พระเนตรหงส์แวววาวอย่างไม่ยอมแพ้ พระสุรเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “รัชทายาทจะต้องเป็นเลือดเนื้อของข้าเท่านั้น”หลี่มามารีบก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงหลี่เหวินเฉิงทอดสายตามองน้องสาว ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม “แล้วองค์ชายใหญ่เล่า จะทำอย่างไรกับเด็กคนนั้นดี”หลี่ฮองเฮายิ้มเหี้ยม แค่นหัวเราะเบาๆ “ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ องค์ชายรองก็ไม่มีวันได้ขึ้นเป็นรัชทายาทแน่...เช่นนั้น”บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบลงกว่าเดิม คำพูดนั้นแม้มิได้เอ่ยตรงๆ แต่ทุกคนล้วนเข้าใจความหมายของพระนางได้หลี่เหวินเฉิงหลุบตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวทัดทาน “หรือเราจะเก็บเข้าไว้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป แม้นเขาจะเป็นรัชทายาทแต่ก็ยังถือว่ามีประโยชน์ต่อสกุลหลี่ของเราอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ”หลี่ฮองเฮาตอบเสียงเข้ม
หนึ่งชั่วยามต่อมา ดวงตะวันลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะพอดี แสงแดดแผดกล้าจนพื้นศิลาร้อนระอุ เบื้องหน้าคือบันไดหินทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นสู่ยอดเขาเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้นซุนลี่เงยหน้าขึ้นมองบันไดหินของวัดเก้าบรรพตสวรรค์ วัดนี้พวกชาวบ้านเชื่อกันว่า ผู้ใดเดินขึ้นบันไดสายนี้ด้วยใจบริสุทธิ์ ครบเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้นโดยไม่ย่อท้อ ก็จะได้รับพรจากเทพผู้พิทักษ์แห่งเก้าบรรพต ซุนลี่ยกชายแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อ ก่อนกระชับตะกร้าสะพายหลังแล้วเริ่มก้าวขึ้นบันไดหนึ่งขั้น...สองขั้น...สามขั้น...สิบขั้น...ยี่สิบขั้น...ยิ่งเดินสูงขึ้น อากาศก็ยิ่งเย็นสบายกว่าด้านล่าง รอบกายเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจี ยินเสียงนกร้องผสานไปกับแมลงกรีดปีก บรรยากาศทั้งเงียบ ทั้งวังเวงแต่ก็สดชื่นเหลือใจไม่นานซุนลี่ก็เดินขึ้นมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย แม้หน้าผากจะมีเหงื่อผุดพรายเต็มไปหมด เพราะต้องแบกน้ำหนักจากตะกร้าข้างหลัง แต่ร่างกายของเสี่ยวหลันกลับแข็งแรงกว่าที่นางคิดเอาไว้มาก เด็กสาวผู้นี้คงเคยเดินขึ้นลงเขาเป็นประจำ จึงแทบไม่รู้สึกเหนื่อยนัก นางเดินลัดเลาะผ่านแนวป่าไผ่ไปตามทางดินสายเล็กๆ ไม่นานกระท่อมไม้หลังคามุงฟางก็ปรากฏแก่สายตา มองเห็นคว
หลังจากลงบันไดมายังเบื้องล่าง นางก็ใช้ทางเกวียนเล็กๆ ที่ตัดผ่านเขตชายป่าเดินเท้าเข้าไปยังตัวเมือง กระทั่งผ่านกำแพงเมืองเข้าไปได้ซุนลี่ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ด้วยว่าชาติก่อน แม้นนางจะเกิดและเติบโตที่เมืองหลวง ทว่ากลับหาได้เคยย่างเท้าออกจากประตูเมืองแม้แต่ก้าวเดียว ไม่เคยไปไกลจากตรอกที่อยู่อาศัย จนอายุได้สิบสองปีก็ถูกย้ายเข้าไปจองจำในเรือนหลังของสกุลเสิ่นซุนลี่อาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างพาตัวเองเข้าไปยังถนนในตัวเมือง มุ่งหน้าไปสู่ร้านปักผ้าที่อยู่ในตลาดสำหรับขายสินค้าให้แก่ชนชั้นสูงที่ประตูหลังร้าน ซุนลี่หยิบงานปักทั้งหมดออกมาพลางเอื้อนเอ่ยจำนรรจาด้วยกิริยานอบน้อม “เถ้าแก่ ข้านำงานปักใหม่มาให้แล้วเจ้าค่ะ”เถ้าแก่ร้านรีบกุลีกุจอดึงนางเข้ามาข้างในประตูหลัง “ไหนเอามาดูหน่อยเถอะ คราวนี้ได้มากี่ชิ้น”ซุนลี่ส่งงานปักทั้งหมดให้เถ้าแก่ “ได้มาทั้งหมดเก้าคู่เจ้าค่ะ แขนเสื้อสามคู่ สาบเสื้อสามคู่ สายคาดเอวอีกสามคู่”“ดีๆ”“เดี๋ยวคราวนี้เอาผ้าผืนใหญ่ไป ข้ามีลายให้ด้วย เอาไปให้แม่ของเจ้าปักนะ คิดค่าแรงให้ชิ้นละครึ่งตำลึง” เจ้าของร้านเสนองานใหม่เป็นผ้าผืนใหญ่สำหรับตัดชุดทั้งตัวซุนลี่ทำตาโต ผื
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ซุนลี่นั่งพิงไหล่ของชุนเหมยอยู่เช่นนั้น ก็คลายอ้อมกอดของนางออก แล้วทอดสายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของชุนเหมย ใจดวงน้อยลอยละล่อง ไม่รู้ว่าป่านนี้มารดาที่แท้จริงของเสี่ยวหลันจะเป็นยังไง ติ้งฮองเฮาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของซุนลี่ก็พลันบีบรัด นางเคยเป็นแม่คนหนึ่ง ย่อมเข้าใจดีว่าการต้องพลัดพรากจากลูกในอกเป็นความทุกข์ทรมานเพียงใด เมื่อครั้งเป่าอี๋ยังเล็ก เพียงนางไม่เห็นหน้าบุตรชายแค่วันเดียว ใจก็ร้อนรนจนแทบเป็นบ้า แล้วมารดาของเสี่ยวหลันต้องจากลูกไปนานถึงสิบเก้าปี นางจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรซุนลี่เม้มริมฝีปากแน่น‘เสิ่นต้งเหวิน’ ซุนลี่กำมือแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ แต่ความเจ็บที่กายนั้นหาได้เท่าความเจ็บช้ำภายในใจไม่‘เสิ่นฮูหยิน’‘ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น’เพียงนึกถึงชื่อเหล่านั้น เปลวเพลิงแห่งความแค้นก็ลุกโชนขึ้นในอกอีกครั้ง นางเคยตั้งสัตย์ปฏิญาณเอาไว้ หากสวรรค์เมตตาให้นางมีชีวิตอีกครั้ง นางจะไม่ปล่อยให้คนเหล่านั้นใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเป็นอันขาด ทว่าก่อนจะล้างแค้นได้ นางจำเป็นต้องรู้เสียให้ได้ก่อนว่า หลังจากการตายของนาง เกิ











