ตายแล้วเกิดใหม่ ดันเป็นฮ่องเต้

ตายแล้วเกิดใหม่ ดันเป็นฮ่องเต้

last updateDernière mise à jour : 2026-09-30
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
46Chapitres
228Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ฮ่องเต้กับสนมตายเพราะคนทรยศ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง... ฮ่องเต้กลับกลายเป็นสนม ส่วนสนมต้องขึ้นครองบัลลังก์! ชาติแรก สนมคนโปรดถูกใส่ร้ายจนต้องตายตาม เซียวจิ่งเหยียนคิดว่าตนคงไม่ได้พบหลินเยว่อีกแล้ว ใครจะคิดว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะพบว่า... ตัวเองกลายเป็นหลินเยว่! ส่วนหลินเยว่กลับอยู่บนเตียงมังกรในร่างของเขา! ที่แย่กว่านั้นคือ พวกเขาย้อนกลับมาก่อนวันตายสามเดือน “พระองค์คืนร่างให้หม่อมฉันเดี๋ยวนี้!” “ข้าก็อยากคืน! แต่เจ้าจะให้ข้าถอดร่างออกอย่างไรเล่า!” ไม่มีใครรู้ว่าฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่กำลังใช้ชีวิตเป็นสนมอยู่ในวังหลัง และไม่มีใครรู้ว่าสนมที่เคยถูกมองว่าไร้อำนาจกำลังนั่งอ่านฎีกาอยู่บนบัลลังก์ คนหนึ่งต้องปลอมตัวเป็นสนมเพื่อสืบความลับ อีกคนต้องแกล้งเป็นฮ่องเต้เพื่อหยุดการกบฏ ทั้งคู่รู้ว่าฮองเฮาอยู่เบื้องหลัง และรู้ด้วยว่าอีกสามเดือน...พวกเขาต้องตาย แต่สิ่งที่ไม่เคยรู้คือ การได้ใช้ชีวิตเป็นอีกฝ่าย จะทำให้หัวใจของพวกเขาเปลี่ยนไป จากฮ่องเต้กับสนม กลายเป็นคู่หูจำเป็น จากคู่หูจำเป็น กลายเป็นคนไว้ใจกันที่สุด ศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การแย่งบัลลังก์ แต่ยังมีหัวใจของสองคนเป็นเดิมพัน

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 เลือดบนแขนเสื้อ

บทที่ 1 | เลือดบนแขนเสื้อ

------------------------------

 

กลิ่นกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือห้องทรงพระอักษร แสงจากตะเกียงส่องต้องขอบถ้วยหยกบนโต๊ะจนวาววับ

เซียวจิ่งเหยียนเพิ่งยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจิบ

เพียงอึกเดียวเท่านั้น

มือที่ถือถ้วยก็ชะงัก

คิ้วเข้มขมวดแน่น ก่อนสีพระพักตร์จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

“ฝ่าบาท?”

หลินเยว่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลลุกขึ้นทันที

ถ้วยหยกหลุดจากพระหัตถ์ กระทบพื้นดังเพล้ง

เซียวจิ่งเหยียนก้มลง มือข้างหนึ่งกุมลำคอ อีกข้างยันขอบโต๊ะเอาไว้แน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นทีละเส้น

“ฝ่าบาท!”

หลินเยว่รีบเข้าไปประคองเขา

ยังไม่ทันถึงตัว ร่างสูงก็เซถอยหลัง

เลือดสีแดงเข้มทะลักออกจากริมฝีปาก หยดลงบนแขนเสื้อสีทองทีละหยด

หัวใจของนางกระตุกวูบ

“พิษ...”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามสูดลมหายใจ แต่ทุกครั้งที่หายใจเข้ากลับเหมือนมีเปลวไฟเผาอยู่ในอก

เขาหันไปมองถ้วยน้ำแกงบนพื้น

จากนั้นจึงมองหลินเยว่

แววตาคมคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธ

มีเพียงความตกใจ

และคำถามที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

หลินเยว่หน้าซีด

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ได้ใส่อะไรลงไปนะเพคะ”

เซียวจิ่งเหยียนยกมือขึ้นเหมือนต้องการพูดบางอย่าง

แต่เสียงที่ออกมากลับแหบพร่า

“เจ้า...”

“หม่อมฉันไม่รู้จริง ๆ เพคะ!”

นางคว้ามือเขาไว้แน่น

“ฝ่าบาท ทรงอดทนไว้ก่อน หม่อมฉันจะเรียกหมอหลวงเดี๋ยวนี้”

ปัง!

ประตูถูกผลักเปิดอย่างแรง

องครักษ์หลวงหลายสิบนายกรูกันเข้ามา กระบี่ถูกชักออกจากฝักพร้อมกันจนเกิดเสียงโลหะเสียดสีก้องไปทั่วห้อง

หลินเยว่หันกลับไปอย่างตกใจ

“พวกเจ้าทำอะไร?”

หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง แต่ไม่ได้มองนาง

“ฝ่าบาท กระหม่อมได้รับคำสั่งให้ควบคุมตัวพระสนมหลินเยว่พ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรนะ?”

หลินเยว่คิดว่าตนเองฟังผิด

“ด้วยข้อหา...ลอบวางยาพิษฝ่าบาท”

อากาศในห้องพลันเงียบงัน

นางหันไปมองเซียวจิ่งเหยียน

เขาเองก็มองนาง

สายตาของทั้งคู่สบกันอยู่ชั่วขณะ

หลินเยว่เห็นความไม่เชื่อในดวงตาของเขา

และนั่นทำให้นางเจ็บยิ่งกว่าการถูกกล่าวหาเสียอีก

“หม่อมฉันหรือ?”

เสียงนางแผ่วลง

“เหตุใดต้องเป็นหม่อมฉัน?”

หัวหน้าองครักษ์ไม่ตอบ

ทหารสองนายก้าวเข้ามา

หลินเยว่ถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะถูกมือแข็งแรงคว้าข้อมือ

“ปล่อยข้า!”

นางสะบัดเต็มแรง

“ข้าเป็นสนมของฝ่าบาท พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาจับข้า?”

“พระสนม โปรดอย่าขัดขืน”

“ข้าไม่ได้ทำ!”

เสียงของนางสั่นขึ้นเป็นครั้งแรก

“ฝ่าบาทก็ทรงรู้ว่าข้าไม่ได้ทำ!”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามลุกขึ้น

เขาใช้มือยันโต๊ะ เสียงหอบหายใจหนักขึ้นทุกขณะ

“ปล่อย...นาง...”

คำสั่งแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน

แต่หลินเยว่ได้ยิน

นางหันกลับไป

“ฝ่าบาท!”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามก้าวมาหา

เพียงสองก้าว ร่างสูงก็ทรุดลงข้างโต๊ะ

เลือดไหลจากมุมปากอีกครั้ง

“ฝ่าบาท!”

หลินเยว่ดิ้นจนหลุดจากมือทหารชั่วขณะ นางพุ่งกลับไปหาเขา แต่ปลายกระบี่หลายเล่มกลับขวางตรงหน้า

“ถอยไป!”

“เขาเป็นฮ่องเต้ของพวกเจ้า!”

นางตวาด

“ยังไม่รีบตามหมอหลวงอีกหรือ!”

หัวหน้าองครักษ์กัดฟัน

“หมอหลวงกำลังมา พระสนม โปรดเสด็จไปกับพวกกระหม่อมก่อน”

“ไม่!”

หลินเยว่จับขอบโต๊ะไว้แน่น

“ข้าจะอยู่ที่นี่”

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“เหตุใดไม่ได้!”

ไม่มีคำตอบ

เพราะคำตอบนั้นอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

ชามน้ำแกง

ร่องรอยพิษ

และหลักฐานอีกหลายอย่างที่ถูกจัดวางเอาไว้ราวกับเตรียมพร้อมมานาน

หลินเยว่หันไปมองโต๊ะ

บนถาดข้างชามน้ำแกงมีผ้าเช็ดหน้าของนาง

มีตราประจำตำหนักของนาง

แม้แต่ขวดเครื่องหอมที่นางใช้เป็นประจำก็วางอยู่ตรงนั้น

ทุกอย่างชี้มาที่นาง

ราวกับมีใครบางคนรู้ล่วงหน้าว่า วันนี้นางจะนำอาหารมาให้ฮ่องเต้

“ไม่จริง...”

ริมฝีปากของนางสั่น

“นี่เป็นของของข้า”

เซียวจิ่งเหยียนมองตาม

ดวงตาของเขาค่อย ๆ เย็นลง

เขาเข้าใจแล้ว

นี่ไม่ใช่การลอบวางยาธรรมดา

มีคนเตรียมการเอาไว้ทั้งหมด

และคนผู้นั้นต้องอยู่ใกล้เขามากพอที่จะล่วงรู้ทุกการเคลื่อนไหว

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก

เหล่านางกำนัลรีบถอยออกจากทาง

สตรีในชุดหงส์สีแดงเข้มเดินเข้ามาอย่างสง่างาม

เซี่ยหลัน

ฮองเฮาหยุดอยู่ตรงประตู

สายตาของนางกวาดผ่านถ้วยน้ำแกงบนพื้น ผ่านเลือดบนพระวรกายของฮ่องเต้ ก่อนจะหยุดที่หลินเยว่

สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจ

“ฝ่าบาท!”

นางรีบเดินเข้าไปหา

“เกิดอะไรขึ้นเพคะ?”

เซียวจิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้น

แววตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

เซี่ยหลันคุกเข่าข้างพระวรกาย ก่อนหันไปมองหลินเยว่

“เหตุใดพระสนมจึงอยู่ที่นี่?”

หลินเยว่หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเหลือเชื่อ

“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันเป็นคนนำอาหารมาถวายฝ่าบาท”

“เช่นนั้นหรือ?”

“เพคะ”

“แล้วเหตุใดอาหารของพระสนมจึงมีพิษ?”

หลินเยว่ชะงัก

“หม่อมฉันไม่ทราบ”

“ไม่ทราบ?”

น้ำเสียงของฮองเฮาอ่อนโยน แต่คำพูดกลับหนักขึ้นทุกคำ

“พระสนมเป็นผู้เดียวที่อยู่กับฝ่าบาทก่อนเกิดเหตุ แล้วจะไม่ทราบได้อย่างไร?”

“หม่อมฉันไม่ได้ทำ!”

หลินเยว่หันไปมองฮ่องเต้

“ฝ่าบาท ทรงบอกพวกเขาสิเพคะ”

เซียวจิ่งเหยียนกำมือแน่น

เขาอยากพูด

อยากบอกทุกคนว่านางไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้

แต่พิษกลับกัดกินลมหายใจของเขาทีละน้อย

“ปล่อย...นาง...”

เสียงนั้นเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ

หลินเยว่เบิกตา

“ฝ่าบาท...”

เซี่ยหลันก้มหน้าลงเล็กน้อย

“นำพระสนมออกไปก่อน”

ทหารก้าวเข้ามาอีกครั้ง

หลินเยว่ถูกคว้าตัว

“ปล่อยข้า!”

นางหันกลับไปหาเซียวจิ่งเหยียน

เขากำลังพยายามลุกขึ้น แต่ไม่สำเร็จ

“ฝ่าบาท!”

มือของเขายื่นออกมา หลินเยว่เองก็ยื่นมือกลับไป ปลายนิ้วของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่ชุ่น แต่สุดท้ายก็ไม่ทันแตะกัน

ทหารลากนางออกจากห้อง

“ฝ่าบาท!”

เสียงของหลินเยว่ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

“หม่อมฉันไม่ได้ทำ!”

ประตูตำหนักกำลังปิดลง

ก่อนช่องว่างระหว่างบานประตูจะแคบจนเหลือเพียงเส้นเดียว หลินเยว่เงยหน้าขึ้น

แล้วนางก็เห็นเขา

บุรุษในชุดสีเข้มยืนอยู่ด้านหลังฮองเฮา

ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง

ไม่มีความตกใจ

ไม่มีความหวาดกลัว

มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่หายไปอย่างรวดเร็ว

หลินเยว่จำใบหน้านั้นได้

เซียวจิ่งเหวิน

พระอนุชาของฮ่องเต้

และในวินาทีนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านหัวนางอย่างเย็นเยียบ

เหตุใด...

เขาจึงอยู่ที่นี่ในเวลานี้?

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
46
บทที่ 1 เลือดบนแขนเสื้อ
บทที่ 1 | เลือดบนแขนเสื้อ------------------------------กลิ่นกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือห้องทรงพระอักษร แสงจากตะเกียงส่องต้องขอบถ้วยหยกบนโต๊ะจนวาววับเซียวจิ่งเหยียนเพิ่งยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจิบเพียงอึกเดียวเท่านั้นมือที่ถือถ้วยก็ชะงักคิ้วเข้มขมวดแน่น ก่อนสีพระพักตร์จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว“ฝ่าบาท?”หลินเยว่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลลุกขึ้นทันทีถ้วยหยกหลุดจากพระหัตถ์ กระทบพื้นดังเพล้งเซียวจิ่งเหยียนก้มลง มือข้างหนึ่งกุมลำคอ อีกข้างยันขอบโต๊ะเอาไว้แน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นทีละเส้น“ฝ่าบาท!”หลินเยว่รีบเข้าไปประคองเขายังไม่ทันถึงตัว ร่างสูงก็เซถอยหลังเลือดสีแดงเข้มทะลักออกจากริมฝีปาก หยดลงบนแขนเสื้อสีทองทีละหยดหัวใจของนางกระตุกวูบ“พิษ...”เซียวจิ่งเหยียนพยายามสูดลมหายใจ แต่ทุกครั้งที่หายใจเข้ากลับเหมือนมีเปลวไฟเผาอยู่ในอกเขาหันไปมองถ้วยน้ำแกงบนพื้นจากนั้นจึงมองหลินเยว่แววตาคมคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธมีเพียงความตกใจและคำถามที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้หลินเยว่หน้าซีด“หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ได้ใส่อะไรลงไปนะเพคะ”เซียวจิ่งเหยียนยกมือขึ้นเหมือนต้องการพูดบางอย่างแต่เสียงที่ออกมากลับแ
last updateDernière mise à jour : 2026-08-22
Read More
บทที่ 2 | คืนที่ทั้งสองตาย
บทที่ 2 | คืนที่ทั้งสองตายเสียงโซ่เหล็กลากไปตามพื้นหินดังครืดคราดอยู่ในทางเดินมืดใต้พระราชวัง หลินเยว่ถูกผลักเข้าไปในห้องคุมขัง นางเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนประตูเหล็กจะปิดลงตรงหน้าปัง!เสียงกลอนถูกสอดเข้าที่นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปลายแขนเสื้อยังมีรอยเลือดของเซียวจิ่งเหยียนติดอยู่หลินเยว่ก้มมองมัน เลือดแห้งแล้ว แต่กลิ่นคาวยังติดอยู่ปลายจมูก“ฝ่าบาท...”เสียงของนางเบาจนแทบไม่ได้ยินตั้งแต่ถูกลากออกมาจากตำหนัก นางไม่ได้เห็นเขาอีกเลยไม่รู้ว่าพิษเป็นอย่างไรไม่รู้ว่าหมอหลวงมาถึงหรือยังไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ที่น่ากลัวที่สุดคือ นางไม่รู้ว่าเขาเชื่อหรือไม่ว่านางเป็นคนวางยาหลินเยว่เดินไปนั่งลงบนพื้นเย็นเฉียบ พิงกำแพงหินแล้วหลับตา“ข้าไม่ได้ทำ...”นางพึมพำกับตัวเอง“ข้าไม่มีทางทำร้ายพระองค์”เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้งหลินเยว่ลืมตาทหารสองคนเดินมาหยุดหน้าห้องขังคนหนึ่งเปิดประตู“ออกมา”“จะพาข้าไปไหน?”“ประหาร”คำตอบสั้น ๆ ทำให้นางนิ่งงัน“เดี๋ยวก่อน”หลินเยว่ลุกขึ้น“ข้ายังไม่ได้พบฝ่าบาท”ไม่มีใครตอบ“ข้าต้องการพบพระองค์”“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ประหารพระสนม”หัวใจของหลินเยว่เหมือ
last updateDernière mise à jour : 2026-08-23
Read More
บทที่ 3 | เหตุใดมือข้าจึงเล็กเช่นนี้
บทที่ 3 | เหตุใดมือข้าจึงเล็กเช่นนี้ความมืดค่อย ๆ จางหายไป เซียวจิ่งเหยียนขมวดคิ้ว สิ่งแรกที่รู้สึกคือความนุ่ม ไม่ใช่พื้นหินเย็นเยียบ ไม่ใช่พื้นไม้ในท้องพระโรง แต่เป็นผ้าไหมบางเบาที่รองรับแผ่นหลังอยู่สิ่งที่สองคือกลิ่นกลิ่นดอกเหมยอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องหอมที่คุ้นเคยอย่างประหลาดเขาขยับตัว ผ้าห่มเลื่อนลงจากอก“อือ...”เสียงที่หลุดออกมาทำให้เขาชะงัก เซียวจิ่งเหยียนลืมตาขึ้นทันที เหนือศีรษะไม่ใช่เพดานห้องทรงพระอักษรแต่เป็นม่านโปร่งสีชมพูอ่อนเขานิ่งไปหลายอึดใจก่อนยกมือขึ้นดู มือเรียวเล็ก ขาวนวล นิ้วทั้งห้าบอบบางจนเห็นข้อชัดเจน เขาจ้องมือของตัวเองพลิกซ้ายพลิกขวาจากนั้นค่อย ๆ ยกขึ้นแตะแก้ม ผิวเนียนนุ่ม ไม่มีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่หลังมือขวาซึ่งเขามีมาตั้งแต่วัยเยาว์เซียวจิ่งเหยียนลุกพรวดจากเตียง“นี่มัน...”เสียงของเขาหยุดชะงัก เพราะเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเขาเขากระโดดลงจากเตียง เดินโซเซไปยังกระจกทองเหลืองที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะ เงาสะท้อนในนั้นทำให้เขานิ่งค้างใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งกำลังมองกลับมาผมยาวดำขลับตกลงถึงเอวดวงตากลมคู่นั้นเขาจำได้ดีริมฝีปากที่กำลังอ้าค้างอยู่ก็จำได้เซียวจิ่
last updateDernière mise à jour : 2026-08-24
Read More
บทที่ 4 | ฝ่าบาทกับสนมที่ไม่ใช่ฝ่าบาท
บทที่ 4 | ฝ่าบาทกับสนมที่ไม่ใช่ฝ่าบาท---------------------------------------“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”เสียงของเซียวจิ่งเหยียนดังขึ้นพร้อมกับที่หลินเยว่ยกมือปิดปากเขา“เบา ๆ เพคะ!”เขาปัดมือนางออกทันที“เจ้าจะให้ข้าเบาได้อย่างไร ในเมื่อข้าตื่นขึ้นมาแล้วกลาย เป็นเจ้า!”“หม่อมฉันก็ตื่นขึ้นมาเป็นพระองค์เหมือนกัน!”“นั่นยิ่งแย่กว่าเดิม!”“แล้วจะให้ทำอย่างไร?”ทั้งสองจ้องหน้ากัน หญิงสาวในชุดสนมกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่บุรุษในชุดมังกรกำลังพยายามประคองสีหน้าเย็นชาที่คุ้นเคยของเซียวจิ่งเหยียนเอาไว้ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามอยู่ด้านหลังมองคนทั้งคู่ด้วยความหวาดกลัวไม่มีใครเข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้กับพระสนมจึงยืนเถียงกันกลางทางเดินราวกับลืมไปว่าคนทั้งวังยังอยู่รอบตัวหลินเยว่เหลือบมองซ้ายขวา“ถ้ายังยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป อีกไม่นานทั้งวังก็รู้ว่าพระองค์กับหม่อมฉันทำตัวประหลาด”เซียวจิ่งเหยียนชะงักนางพูดถูก“ไปที่ตำหนักเจ้า”“เพคะ”ทั้งสองแยกย้ายกันไปคนละทาง ก่อนจะหาทางกลับมาเจอกันที่ตำหนักร้างซึ่งอยู่ท้ายเขตฝ่ายใน ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิด ฝุ่นบาง ๆ ลอยขึ้นในอากาศหลินเยว่ปิดประตูลง แล้วหันกลับมา“
last updateDernière mise à jour : 2026-08-25
Read More
บทที่ 5 ฮองเฮายังไม่รู้
บทที่ 5 ฮองเฮายังไม่รู้เงาที่ทอดผ่านช่องใต้ประตูหยุดนิ่งเซียวจิ่งเหยียนกับหลินเยว่สบตากัน ภายในตำหนักเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย“พระสนมเพคะ” เสียงนางกำนัลดังมาจากด้านนอก “ฮองเฮาเสด็จถึงตำหนักของพระสนมแล้วเพคะ”หลินเยว่ผ่อนลมหายใจ อย่างน้อยเซี่ยหลันก็ไม่ได้ยืนอยู่หลังประตูบานนี้“พระองค์ต้องรีบไป” นางกระซิบ “อย่าให้นางรอนาน”“แล้วเจ้าล่ะ?”“หม่อมฉันจะออกทางหลังตำหนัก กลับไปฝ่ายหน้าก่อน”เซียวจิ่งเหยียนกำลังจะเปิดประตู หลินเยว่รีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้“จำไว้นะเพคะ พระองค์เป็นสนม ต้องถวายพระพร เรียกตัวเองว่าหม่อมฉัน และห้ามออกคำสั่ง”“ข้ารู้”“ห้ามเรียกฮองเฮาว่า ‘เจ้า’ ด้วย”เขาหันมองนางทันที “ข้าไม่เลินเล่อถึงเพียงนั้น”“เมื่อครู่พระองค์ยังคิดจะสั่งลงโทษหม่อมฉันอยู่เลย ทั้งที่ตอนนี้ไม่มีอำนาจสั่งใครแล้ว”เซียวจิ่งเหยียนนิ่งไป ก่อนดึงแขนเสื้อคืน“หลินเยว่”“เพคะ?”“หากข้ารอดจากฮองเฮามาได้ เจ้าจะต้องระวังโทษของตัวเองไว้”หลินเยว่ยิ้ม “เห็นหรือไม่เพคะ พระองค์ลืมตัวอีกแล้ว”เขาไม่ตอบ รีบออกจากตำหนักไปทันทีเมื่อเซียวจิ่งเหยียนมาถึงด้านหน้าตำหนักของหลินเยว่ เซี่ยหลันกำลังนั่งรออยู่ใน
last updateDernière mise à jour : 2026-08-26
Read More
บทที่ 6 ข้าต้องเป็นสนมจริงหรือ
บทที่ 6 ข้าต้องเป็นสนมจริงหรือ“พระสนม ถึงเวลาแต่งองค์แล้วเพคะ”เซียวจิ่งเหยียนลืมตาขึ้นพร้อมเสียงเรียกของนางกำนัล เขามองม่านสีอ่อนเหนือเตียงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนความจริงอันน่าหงุดหงิดจะย้อนกลับมาเขายังอยู่ในร่างหลินเยว่ยังเป็นสนมขั้นผินและวันนี้ต้องไปถวายพระพรฮองเฮาเซียวจิ่งเหยียนลุกขึ้นนั่ง นางกำนัลหลายคนเข้ามาพร้อมอ่างน้ำ เครื่องประทินผิว และกล่องเครื่องประดับ พวกนางวางของเรียงเต็มโต๊ะราวกับกำลังเตรียมอาวุธก่อนออกรบ“เหตุใดต้องใช้มากมายถึงเพียงนี้?”“พระสนมต้องแต่งองค์ไปถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”“แค่ไปพบเซี่ย...”เขาหยุดคำทัน ก่อนแก้ใหม่“แค่ไปถวายพระพรฮองเฮา จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้หรือ?”นางกำนัลพยักหน้าพร้อมกันคนหนึ่งถือแป้ง อีกคนเปิดตลับชาด ส่วนคนที่สามยกกล่องปิ่นมาวางตรงหน้าเซียวจิ่งเหยียนมองพวกนางอย่างระแวง“ใช้เพียงสองคน ที่เหลือออกไป”เหล่านางกำนัลชะงัก“ยืนทำอะไร?” เขาขมวดคิ้ว “ไม่ได้ยินคำสั่งหรือ?”พวกนางรีบคุกเข่าลงทันที“พระสนมโปรดอภัยเพคะ!”เซียวจิ่งเหยียนนิ่งไป เพิ่งนึกได้ว่าน้ำเสียงเมื่อครู่เหมือนยามสั่งทหารในท้องพระโรงไม่มีผิดเขายกมือแตะหว่างคิ้ว “ข้าไม่ได้จะลงโทษ ลุก
last updateDernière mise à jour : 2026-08-27
Read More
บทที่ 7 อย่าดื่ม
บทที่ 7 อย่าดื่ม“อย่าดื่ม!”เสียงของเซียวจิ่งเหยียนดังขึ้นจนนางกำนัลที่กำลังจะยกถ้วยชาสำรองขึ้นชิมสะดุ้ง มือของนางสั่นจนฝากระเบื้องกระทบถ้วยดังกรุ๊งกริ๊ง“วางลง” เขาสั่งนางกำนัลรีบวางถ้วยทันทีเซียวจิ่งเหยียนยกชาของตนขึ้นดมอีกครั้ง กลิ่นขมจาง ๆ ซ่อนอยู่ใต้กลิ่นใบชา หากไม่เคยสัมผัสมาก่อน ย่อมไม่มีทางสังเกตพบแต่เขาจำมันได้คืนที่ถูกวางยาพิษ กลิ่นเช่นนี้ติดอยู่ในลมหายใจทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศเข้าไป หลังจากนั้นทหารยังค้นพบผงสีขาวชนิดเดียวกันในตำหนักของหลินเยว่ กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ใช้กล่าวหานางพิษควรปรากฏในอีกสามเดือนข้างหน้าเหตุใดจึงมาอยู่ในถ้วยชาของเขาตั้งแต่คืนนี้?“ชานี้มาจากที่ใด?” เซียวจิ่งเหยียนถาม“ห้องเครื่องส่งมาเพคะ” นางกำนัลตอบเสียงสั่น “เป็นชาที่พระสนมดื่มเป็นประจำ”“ใครนำเข้ามา?”“ขันทีจากห้องเครื่องเพคะ”“ชื่ออะไร?”นางกำนัลส่ายหน้า “บ่าวไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขาบอกเพียงว่าคนส่งชาประจำไม่สบาย จึงมาส่งแทนเพคะ”เซียวจิ่งเหยียนมองประตูด้านข้างซึ่งปิดไม่สนิท หากคนผู้นั้นเพียงนำชามาส่ง ย่อมไม่มีเหตุผลต้องลอบเข้ามาถึงในห้อง“คืนนี้มีใครออกจากตำหนักไปบ้าง?”“ไม่มีเพคะ”
last updateDernière mise à jour : 2026-08-28
Read More
บทที่ 8 สามเดือนก่อนตาย
บทที่ 8 สามเดือนก่อนตายป้ายหยกสีดำถูกวางอยู่กลางโต๊ะอักษรคำว่า เหวิน บนผิวหยกสะท้อนแสงตะเกียงอย่างเย็นเยียบ ขันทีผู้ส่งชานอนตายอยู่ในห้องด้านนอก ส่วนคนที่อาจอยู่เบื้องหลังยังคงลอยนวลเซียวจิ่งเหยียนจ้องป้ายหยกนิ่ง“เรียกเซียวจิ่งเหวินเข้าวัง”หลินเยว่ในร่างฮ่องเต้เงยหน้าทันที “ไม่ได้เพคะ”“ป้ายของเขาอยู่ในมือคนวางยา”“ซึ่งทำให้มันน่าสงสัยเกินไป”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”หลินเยว่หยิบป้ายขึ้นมาพลิกดู ด้านหลังมีรอยสลักประจำตำหนักองค์ชาย แต่ไม่มีร่องรอยใดบอกว่าป้ายเคยอยู่ในมือเซียวจิ่งเหวินจริง“คนที่ยอมตายเพื่อรักษาความลับ กลับพกหลักฐานซึ่งชี้ไปถึงเจ้านายไว้กับตัว พระองค์ไม่คิดว่าแปลกหรือเพคะ?”“อาจเป็นความประมาท”“คนที่เตรียมเม็ดพิษซ่อนไว้ในปากไม่ใช่คนประมาท”เซียวจิ่งเหยียนเงียบไปหลินเยว่วางป้ายลง “มีความเป็นไปได้สองอย่าง หนึ่ง จิ่งเหวินเป็นผู้บงการและจงใจให้พวกเรารู้ว่าเป็นฝีมือเขา”“เขาไม่มีเหตุผลต้องทำเช่นนั้น”“เพคะ ส่วนอย่างที่สอง มีคนต้องการโยนความสงสัยไปที่เขา”“เจ้าคิดว่าเขาบริสุทธิ์?”“หม่อมฉันไม่ได้พูดเช่นนั้น” หลินเยว่สบตาเขา “พวกเราเห็นกับตาว่าเขาร่วมกบฏในชาติแรก แต่ป้
last updateDernière mise à jour : 2026-08-29
Read More
บทที่ 9 พระอนุชาของพระองค์
บทที่ 9 พระอนุชาของพระองค์“วันที่ถูกวงไว้ตรงกับวันที่พวกเราตายทุกประการ”หลินเยว่วางปฏิทินอีกฉบับลงบนโต๊ะ ก่อนชี้วันที่ซึ่งนางจำได้แม่นยำ แม้ไม่ได้นำปฏิทินของเซี่ยหลันออกมาจากตำหนักหงส์ แต่นางจดจำตำแหน่งวงหมึกแดงได้ไม่ผิดเซียวจิ่งเหยียนยืนมองอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าเย็นลงทุกขณะ“เซี่ยหลันวางแผนกบฏไว้ล่วงหน้า จึงไม่แปลกที่นางจะกำหนดวันลงมือ”“แต่นางวงวันนั้นไว้ตั้งแต่สามเดือนก่อน ทั้งที่ตอนนี้แผนหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว”“เจ้ายังสงสัยว่านางอาจจำชาติแรกได้?”“หม่อมฉันยังไม่สรุปเพคะ” หลินเยว่ตอบ “บางทีนั่นอาจเป็นเพียงวันที่พวกเขานัดหมายกันไว้ตั้งแต่แรก”“ผู้ที่รู้คำตอบอาจไม่ได้มีเพียงเซี่ยหลัน”เซียวจิ่งเหยียนมองป้ายหยกสีดำซึ่งวางอยู่ในกล่องไม้ หากฮองเฮากำหนดวันกบฏไว้ เซียวจิ่งเหวินย่อมต้องรู้ด้วย“เรียกเขาเข้าวัง” เขากล่าวครั้งนี้หลินเยว่ไม่คัดค้าน เพียงกำชับว่า “เรียกมาสังเกต ไม่ใช่เรียกมาจับนะเพคะ”“ข้ารู้แล้ว”“และพระองค์ห้ามออกจากหลังฉาก”เซียวจิ่งเหยียนหันมามองนาง “ข้าต้องซ่อนตัวในห้องทรงพระอักษรของตนเอง?”“ตอนนี้ห้องนี้เป็นของหม่อมฉันเพคะ”“เจ้าเริ่มคุ้นเคยกับการเป็นฮ่องเต้เร็วเก
last updateDernière mise à jour : 2026-08-30
Read More
บทที่ 10 คนสองคนในตำหนักเดียวกัน
บทที่ 10 คนสองคนในตำหนักเดียวกันหลินเยว่ยืนนิ่งอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ดวงตาจับจ้องประตูด้านข้างของตำหนักหงส์เซียวจิ่งเหวินเพิ่งหายเข้าไปด้านในองค์ชายผู้ยืนยันต่อหน้านางว่าไม่เคยเข้าฝ่ายใน กลับรู้เส้นทางหลบหลีกเวรยามเป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถผ่านประตูชั้นในได้โดยไม่มีผู้ใดซักถามหลินเยว่กำลังจะขยับเข้าใกล้ เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลังนางหันกลับทันที มือแตะกระบี่ที่คาดอยู่ข้างเอวตามสัญชาตญาณของร่างฮ่องเต้เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด“ข้าเอง”ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเซียวจิ่งเหยียนในร่างหลินเยว่ เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้ม ปล่อยผมลงครึ่งหนึ่งเพื่อปิดบังใบหน้าหลินเยว่รีบดึงเขาเข้าหลังแนวต้นไม้“พระองค์มาที่นี่ได้อย่างไร?”“ข้าต่างหากที่ควรถามเจ้า”“หม่อมฉันเห็นจิ่งเหวินลอบออกจากตำหนักรับรอง จึงตามมา”“โดยไม่บอกข้า?”“เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน”เซียวจิ่งเหยียนขมวดคิ้ว “กฎข้อสาม เราต้องแจ้งอีกฝ่ายก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ”หลินเยว่เหลือบมองตำหนักหงส์ “พระองค์จะท่องกฎตอนนี้จริงหรือเพคะ?”“ผู้ที่เขียนกฎคือเจ้า แต่ผู้ที่ทำผิดก่อนก็ยังเป็นเจ้า”“แล้วเหตุใดพระองค์จึงมาอยู่ที่นี่?”“ข้าเห็นค
last updateDernière mise à jour : 2026-08-31
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status