Beranda / รักโบราณ / สยบรักยอดบัณฑิต / ตอนที่ 2 ทางไกลไร้เงา

Share

ตอนที่ 2 ทางไกลไร้เงา

last update Tanggal publikasi: 2025-04-30 12:46:14

เมืองหลวงของแคว้นสือในยามนี้ยังคงคลุมด้วยหมอกบางๆ ท้องฟ้าสีเทาซีดเย็นชา ราวกับมิได้ต้อนรับการจากไปของผู้ใด

เผิงเหยียนเฉิงก้าวเท้าออกจากตรอกเล็กๆ ด้วยไม้เท้า เสียงกระทบพื้นหินดังกึกกักไปตามจังหวะฝีเท้าที่ไม่สม่ำเสมอ

ผ้าคลุมเก่าๆ บนร่างเขาปลิวไหวตามแรงลม ร่างที่เคยยืดตรงอย่างองอาจ บัดนี้โค้งงอเดินไม่มั่นคงอย่างมิอาจขัดขืน

ทุกย่างก้าวช่างหนักอึ้ง ทุกลมหายใจเจือกลิ่นอับชื้นของความพ่ายแพ้ ไม่มีใครหันมามอง ไม่มีใครเอ่ยถาม ในเมืองหลวงแห่งนี้ ผู้ล้มลงย่อมไร้ค่าดั่งฝุ่นผงที่ถูกเหยียบย่ำ

บัณฑิตตกอับกำหมัดซ้ายแน่น ฝ่ามือทั้งสอง นั้นเต็มไปด้วยรอยแตกจากความหนาวเหน็บ เขาเดินผ่านจัตุรัสใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงขจรไกลเมื่อสอบได้ที่หนึ่ง วันนี้ผู้คนในจัตุรัสยังคงพลุกพล่านแต่ไม่มีใครจดจำเขาได้อีกแล้ว

“ดูนั่นสิ ขอทานเร่ร่อนอีกคน” เสียงกระซิบดังมาจากกลุ่มคนในร้านชา เขาได้ยินแต่เลือกที่จะเมินเฉย

ที่ไหล่ขวาของเขา มีห่อผ้าผืนเล็กที่เก็บข้าวของเพียงน้อยนิด ไม่มีแม้แต่ของมีค่าชิ้นใด ทุกสิ่งที่เคยมี ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเช่นเดียวกับความศรัทธาของเขาในวันวาน

เมื่อเดินถึงประตูเมือง เสียงลั่นเอี๊ยดของประตูที่เปิดรับนักเดินทางข้างนอกดังขึ้นช้าๆ เขาเงยหน้ามองกำแพงสูงตระหง่านนั้น ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่ามันคือประตูสู่ความรุ่งโรจน์ แต่บัดนี้มันกลับเป็นเพียงทางออกของคนไร้ค่า

ไม้เท้าแตะพื้นอีกครั้ง เขาก้าวออกจากเมืองหลวงอย่างเงียบงัน เบื้องหน้าคือถนนยาวไกล เคลือบด้วยหมอกขาวและความเงียบงัน

เมืองเจียงเฉินที่อยู่ห่างออกไป เป็นบ้านเกิดที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้ หนทางนี้อาจยากลำบาก ร่างกายอาจอ่อนแอเกินจะไปถึง แต่เผิงเหยียนเฉิงกลับยิ้มบางๆ ให้ตนเองในใจ

“ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ข้าย่อมต้องเดินต่อไป” เขาบอกกับตัวเองแล้วก้าวเดินไปอย่างอดสู

ในตอนสายเส้นทางนอกเมืองหลวงทอดตัวยาวไกล ฝุ่นจากถนนลอยฟุ้งในอากาศตามการเดินทางของผู้คนและขบวนพ่อค้า คละคลุ้งกับหมอกที่เริ่มจางจนแยกไม่ออกว่าฝุ่นหรือหมอกที่หนากว่ากัน

เผิงเหยียนเฉิงพยุงไม้เท้าเดินอย่างเชื่องช้าใต้แสงแดดอ่อนของยามสาย ร่างกายที่อ่อนล้าแทบไม่อาจพยุงตัวได้ ไม้เท้าในมือสั่นระริกทุกย่างก้าวที่ก้าวไป

เสียงกีบม้ากระทบพื้นดังก้องขึ้นจากด้านหลัง ขบวนรถม้าเล็กๆ ประดับด้วยตราสัญลักษณ์รูปดอกเหมยสีเงิน ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาตามถนน ฝูงคนรับใช้ในชุดสีเรียบๆ เดินตามขบวนเป็นระเบียบ

ขบวนรถม้าของสกุลลู่ผู้มั่งคั่งแห่งเมืองเจียงเฉิน ที่เดินทางมาเยือนเมืองหลวง และกำลังจะเดินทางกลับบ้านเช่นกัน

“หลีกทาง หลีกทางหน่อย” เสียงบ่าวคนหนึ่งตะโกนขึ้น ขณะที่ขบวนใกล้เข้ามา

เผิงเหยียนเฉิงเงยหน้าขึ้น พยายามขยับตัวหลีก แต่ทว่าขาอ่อนแรงอย่างที่สุด ร่างของเขาเซถลาและทรุดฮวบลงตรงกลางถนน

ไม้เท้าหล่นจากมือ กระแทกพื้นหินดัง กึก!

บัณฑิตตกยากพยายามยันตัวขึ้น แต่มือที่ไร้แรงมีเพียงกำลังใจฝืนพยุงร่างกายที่เหนื่อยล้า

บ่าวชายที่เดินนำหัวขบวนขมวดคิ้วแน่น ตวาดออกมาอย่างไม่เกรงใจ

“เฮอะ! คนเร่ร่อนที่ไหนไม่รู้ มาล้มขวางทางขบวนรถของเราเช่นนี้ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

เสียงนั้นแทรกความเงียบทั่วเส้นทาง ทุกสายตาเริ่มหันมามองอย่างตำหนิ

ในรถม้าขนาดกลาง ผ้าม่านแพรขาวพลิ้วไหว หญิงสาวในชุดสีอ่อนกำลังนั่งอ่านตำราเบาๆ ได้ยินเสียงเอะอะก็เงยหน้าขึ้น แววตาใสกระจ่างของนางฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับสาวใช้คนสนิท

“เสี่ยวหลาน ไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

เสี่ยวหลานรับคำ รีบขยับตัวลงจากรถม้า แต่เมื่อเห็นว่าคนรับใช้บ่นนักบ่นหนาก็อดไม่ได้ที่จะเปิดม่านออกเดินตามไป

ทันทีที่ก้าวพ้นผ้าม่าน นางก็เห็นร่างผอมซูบในเสื้อคลุมเก่าๆ กำลังพยายามพยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบาก ริมฝีปากซีดเซียว มือเต็มไปด้วยรอยแผล

แววตาของลู่ซือหนานสั่นไหว นางขมวดคิ้วแน่น ราวกับมีอะไรบางอย่างคุ้นเคยติดค้างอยู่ในใจ

เมื่อนางก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด มองเห็นใบหน้าผู้ที่ล้มอยู่ชัดเจน ภาพอดีตผุดวาบขึ้นในความทรงจำ

เด็กชายตัวน้อยในอดีต เพื่อนบ้านครั้งนางยังอยู่ที่ชนบทท้ายเมืองเจียงเฉิน ลูกชายของผู้ที่เคยช่วยบิดานางไว้เมื่อครั้งนั้น และเป็นเพื่อนเล่นวัยเยาว์ของนาง

“พี่เหยียนเฉิง” เสียงเรียกที่แผ่วเบา แต่สั่นสะเทือนดั่งฟ้าผ่ากลางใจของบัณฑิตหนุ่ม

เผิงเหยียนเฉิงฝืนเงยหน้าขึ้น ลืมตาที่พร่าเลือนมองมายังเจ้าของเสียงนั้น ท่ามกลางฝุ่นทางและเสียงเอะอะ นางยืนอยู่ตรงหน้าเขา งดงามราวกับภาพที่เกือบลืมเลือนไปแล้วจากความเศร้าโศกทั้งมวล

ลู่ซือหนานขมวดคิ้วแน่น ใจพลันร้อนรนเมื่อเห็นสภาพของเผิงเหยียนเฉิงในยามนี้

“ยังยืนอยู่ทำไม รีบพยุงเขาขึ้นรถม้าเร็ว” นางออกคำสั่งเสียงเข้ม เสี่ยวหลานตกใจนิดๆ แต่รีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบ่าวชายอีกสองคน ช่วยกันประคองเผิงเหยียนเฉิงที่อ่อนแรงขึ้นจากพื้น

เผิงเหยียนเฉิงฝืนขัดขืนเบาๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความอับอาย

“ข้า...ไม่เป็นไร...” เสียงของเขาแหบพร่าเบาเกินจะน่าเชื่อถือ

“ท่านอย่าดื้อ” ลู่ซือหนานเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความหนักแน่น

นางมองเขาด้วยแววตาแน่วแน่ ไม่มีความรังเกียจ ไม่มีความเวทนาเกินควรมีเพียงความห่วงใยที่จริงใจ

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 140 ตอนจบ

    ในช่วงเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงในราชสำนักเริ่มต้น งานราชการในส่วนของสำนักศึกษาที่เผิงเหยียนเฉิงได้ริเริ่มและปรับปรุงใหม่ก็เริ่มประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน จากการที่มีแนวคิดปฏิรูปที่เน้นความเป็นธรรมและให้โอกาสแก่ทุกคน ผู้คนในราชสำนักและชาวบ้านต่างยกย่องความคิดเหล่านี้อย่างไม่ขาดสายณ ห้องทำงานหลักในจวนโหว เผิงเหยียนเฉิงก้าวขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงใหม่ ด้วยความตั้งใจที่แท้จริงและความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบการศึกษาที่เอื้ออำนวยให้แก่สตรี ซึ่งเขาและภรรยา ลู่ซือหนาน ได้ร่วมกันผลักดันมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาหลักสูตรและแนวทางสอนได้ถูกปรับปรุงอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตามคำแนะนำจากผู้รู้และนักวิชาการทั้งในราชสำนักและต่างแคว้นฮ่องเต้ทรงประกาศแสดงความชมเชยต่อความก้าวหน้าของสำนักศึกษาและการปฏิรูปที่ได้รับการดำเนินการโดยเผิงเหยียนเฉิงและลู่ซือหนานอย่างยิ่งยวดขณะเดียวกัน เมื่อหน้าที่การงานประสบความสำเร็จ ครอบครัวของเขาก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันในห้องนอนอันอบอุ่น ภายใต้แสงเทียนสีอ่อนที่สาดส่องลงมาจากเพดานเผิงเหยียนเฉิงที่เพิ่งกลับมาถึง เขาเดินเข้ามาเอื้อม

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 139 วันที่รอคอย

    ในยามค่ำของคืนนั้น ท้องฟ้าโปร่งใสแต่แสงจันทร์ดูหม่นเล็กน้อย บรรยากาศภายในจวนโหวเงียบสงบเช่นเคย จนกระทั่งเสียงร้องเบาๆ ดังขึ้นจากห้องนอนชั้นใน“อื้อ ท่านพี่... ข้าเจ็บ... เจ็บท้อง...”ลู่ซือหนานนิ่วหน้า มือข้างหนึ่งกุมผ้าห่ม อีกข้างจับท้องแน่น ร่างทั้งร่างเกร็งเหมือนคลื่นบางอย่างกำลังซัดเข้ามาทีละระลอกเผิงเหยียนเฉิง ได้ยินเสียงภรรยาก็ลุกจากโต๊ะหนังสือมา ใบหน้าซีดเผือด“ฮูหยิน เจ้าเป็นอะไร เจ็บมากหรือไม่ เสี่ยวหลาน เสี่ยวหลาน ไปตามหมอตำแยมา ไปตามท่านแม่ด้วย”เสียงร้องเรียกดังลั่นจนบ่าวไพร่วิ่งกันพล่านทั่วเรือน เสี่ยวหลานกับสาวใช้หลายคนรีบพากันเข้ามาช่วยพยุงลู่ซือหนานให้นอนสบาย เตรียมน้ำอุ่น ผ้าสะอาดอย่างเร่งด่วนอันเหม่ยฉินเข้ามาพร้อมท่าทีสงบนิ่ง นางมองเห็นสถานการณ์แล้วเอ่ยเสียงเข้ม“ทุกคนอยู่ในความสงบ ให้คนไปตามหมอตำแยแล้วหรือยัง ถ้ายังให้รีบไปตามมา เซี่ยมามารบกวนให้คนต้มยาสมุนไพรตามตำราเร่งด่วน เสี่ยวหลาน เสี่ยวหนิว พวกเจ้าอยู่ใกล้นาง ห้ามให้เคลื่อนไหวแรง”ผู้เป็นสามีพยายามจะเข้าไปใกล้ แต่ลู

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 138 ครอบครัวพร้อมหน้า

    ในวันหนึ่ง ณ ถนนหน้าจวนโหว เสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวดังขึ้นตามถนนสายหน้าเรือนใหญ่ ขบวนรถม้าอย่างดีจากเจียงเฉินเคลื่อนตัวมาหยุดตรงประตูหน้าจวนโหว ข้ารับใช้รีบออกมาต้อนรับเมื่อรู้ว่าเป็นครอบครัวของฮูหยินใหญ่ประตูไม้เปิดออก ชายในชุดตัวยาวผ้าแพรสีเทาอ่อนลงจากรถก่อน ลู่หยวนฉีบิดาของลู่ซือหนานเดินลงมาแล้วมองไปรอบๆ ด้วยความปีติ ก่อนจะหันไปรับลูกชายตัวน้อยจากภรรยา ให้นางลงมาจากรถม้าได้สะดวกเด็กน้อยวัยหกเดือนในอ้อมแขนของบิดา เขามีผมดำขลับ ดวงตากลมโต และยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ต่างจากพี่สาวอย่างลู่ซือหนานในวัยเยาว์หลี่อันพ่อบ้านประจำจวนรีบเข้าไปแจ้งข่าว แก่ลู่ซือหนานที่นั่งพักอยู่ในห้องพักด้านในเมื่อได้ยินข่าวถึงกับน้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน นางให้เสี่ยวหลานพยุงเดินออกมาช้าๆ โดยมีเซี่ยมามาเดินเข้ามาดูแลอยู่ไม่ห่าง เพราะเผิงโหวสั่งเอาไว้ว่าให้นางคอยดูแลนายหญิงให้ดีเมื่อเห็นบิดามารดาและน้องชายตัวน้อย นางคารวะเล็กน้อยแล้วยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนที่อันเหม่ยฉินจะเอามือไปสัมผัสข้างแก้มของบุตรสาวด้วยน้ำตา“ลูกเอ๋ย...แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน เจ้าอ่อนล้าหรือไม่ ท้องโ

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 137 ตัดไฟแต่ต้นลม

    วันถัดมา หยางมี่อิงแต่งกายเรียบร้อยในชุดผ้าแพรบางสีชมพูอ่อน เครื่องประดับจัดเต็มแต่ดูละมุน เดินมาถึงหน้าจวนโหวอย่างมั่นใจ หวังจะเข้ามาเยี่ยมลู่ซือหนานเช่นเคย“บอกเผิงฮูหยินด้วยว่า ข้ามาเยี่ยมตามปกติ”นางยิ้มบาง ส่งเสียงกับบ่าวเฝ้าประตูแต่บ่าวหนุ่มกลับทำหน้านิ่ง ยกมือขึ้นคำนับ“ขอประทานอภัยแม่นางหยาง ข้าน้อยรับคำสั่งจากท่านโหวเผิงโดยตรง ห้ามมิให้แม่นางก้าวเข้าจวนอีก”“อะไรนะ” สีหน้าหยางมี่อิงเปลี่ยนไปในทันที เสียงที่เคยหวานเริ่มสั่นเครือ“ท่านโหวพูด... พูดแบบนั้นจริงหรือ”บ่าวค้อมศีรษะอย่างสุภาพแต่หนักแน่น “ใช่ขอรับ เป็นคำสั่งชัดเจนเมื่อวานก่อน แม้จะเป็นสหายเก่า ก็ไม่อนุญาตให้เข้าได้ ท่านโหวถึงขั้นให้จดชื่อไว้ด้วย เพื่อป้องกันการฝ่าฝืน”หยางมี่อิงยืนแข็งอยู่หน้าจวน ใบหน้าที่เคยเชิดสูงบัดนี้แดงจัดด้วยความอับอายและโกรธแค้น หัวใจพลันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง นางไม่คิดว่าเผิงเหยียนเฉิงจะกล้าปฏิเสธนางตรงๆ เช่นนี้ และที่สำคัญกว่านั้น นั่นหมายความว่าเขาอาจบอกภรรยาไปแล้ว&ldqu

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 136 เผยธาตุแท้

    บรรยากาศในจวนโหวที่เคยสงบ เริ่มมีการเคลื่อนไหวอย่างแนบเนียนของสตรีอีกนาง หยางมี่อิงยังคงเข้ามาหาลู่ซือหนานบ่อยครั้ง ยิ่งช่วงที่เผิงเหยียนเฉิงต้องออกไปจัดการงานราชการต่างเมือง ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้นางได้ใช้เวลาอยู่ในจวนมากขึ้น ทว่าภายใต้รอยยิ้มและน้ำเสียงที่แสดงความสนิทสนมนั้น กลับซ่อนอะไรบางอย่างที่เสี่ยวหลานรู้สึกถึงบ่ายวันหนึ่ง ณ เรือนรับรองภายในจวนโหวลู่ซือหนานนั่งถักเชือกสีขาวแดงสำหรับทำเครื่องประดับทารกอยู่บนตั่งในสวน หยางมี่อิงเดินเข้ามาพร้อมตะกร้าผลไม้ในมือ“วันนี้ข้าแวะผ่านตลาด เห็นท้อขาวลูกสวยเลยซื้อมาฝากเจ้า” หยางมี่อิงยิ้มอ่อนโยน วางตะกร้าไว้บนโต๊ะหิน“หญิงตั้งครรภ์กินผลไม้สดดีต่อร่างกาย”“ขอบใจเจ้า มี่อิง” ลู่ซือหนานรับคำอย่างนุ่มนวล พลางวางเชือกในมือลง“เจ้าลำบากแวะมาหาข้าบ่อย ข้ารู้สึกเกรงใจนัก”“เจ้าเป็นเพื่อนเก่า ข้าดีใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ ต่างหาก” หยางมี่อิงกล่าวพร้อมยิ้มหวาน ดวงตากวาดมองไปทางเรือนรอบข้าง แล้วเอ่ยขึ้นเหมือนไม่ตั้งใจ“ช่วงนี้ท่านโหวไม่

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 135 มาดีหรือมาร้าย

    ช่วงเวลาหลายวันถัดมา หยางมี่อิงเริ่มแวะเวียนมาหาลู่ซือหนานที่จวนโหวบ่อยขึ้น นางพูดจานุ่มนวล อ่อนโยน และมักนำของฝากเล็กๆ น้อยๆ มาให้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าแพรลวดลายงามจากทางใต้ หรือสมุนไพรบำรุงครรภ์ที่ได้จากหมอชื่อดัง“ข้าเห็นเจ้ากำลังตั้งครรภ์ เลยปรึกษาผู้อาวุโสในเรือน ข้าว่าน้ำขิงสูตรนี้จะช่วยให้เจ้าหลับได้ดีขึ้นยามค่ำ” หยางมี่อิงยื่นถ้วยให้ลู่ซือหนานด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนลู่ซือหนานรับน้ำขิงมา แต่ไม่ได้ดื่มเข้าไป เพราะไม่ไว้ใจยาจากคนนอก “ขอบคุณเจ้ามาก ข้ามีบ่าวอยู่ แต่ก็อบอุ่นใจนักที่เจ้าห่วงใยถึงเพียงนี้”หยางมี่อิงนั่งลงใกล้ๆ พลางช่วยจัดเรียงผ้าปักลายที่สาวใช้พับไว้ข้างตั่ง“เจ้ารู้หรือไม่ ข้าอิจฉาเจ้ายิ่งนัก...” นางว่าเบาๆ“มีสามีดี มีลูกในครรภ์ และยังได้รับเกียรติให้ตั้งสำนักศึกษาอีก ข้าดีใจแทนเจ้านะซือหนาน”ลู่ซือหนานยิ้ม ไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่เก็บถ้อยคำเหล่านั้นไว้ในใจ นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจปนเล่ห์นัยบางอย่างจากน้ำเสียงของเพื่อนเล่นวัยเยาว์ เหมือนสายลมอ่อนโยน แต่กลับแฝงความเยือกเย็นบางอย่าง

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 113 อดทนไม่ไหว

    ยามเย็นในเมืองหลวงอันสงบ พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ฉายแสงสีทองสาดลอดร่มไม้เหนือกำแพงจวนโหว บรรยากาศในเรือนของเผิงโหวอบอวลด้วยความเงียบสงบและอุ่นใจหลังวันอันเหน็ดเหนื่อยเผิงเหยียนเฉิงเดินกลับจวนด้วยก้าวเร่งรีบ ฝุ่นบนชายชุดขุนนางของเขายังไม่ทันสลัดหมดดี เมื่อมาถึงเรือนในก็เห็นภรรยานั่งรออยู่ท

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 112 ยอมสงบ

    ยามสายของวันที่อากาศอึมครึม รถม้าสีเข้มของสกุลซ่งจอดรอหน้าจวนสกุลโจวอย่างเงียบงัน โจวจิงหยูในชุดเดินทาง ประดับเครื่องประดับอันหรูหราเช่นเคย ดวงหน้าเย็นชานิ่งสงบจนยากอ่านความรู้สึก แต่ในใจกลับปั่นป่วนราวพายุที่ก่อตัวในอกนางภายในจวน สองสามีภรรยาเผชิญหน้ากันโดยไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาอยู่ชั่วขณ

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 111 ความหลัง

    ภายในห้องอาบน้ำ ไอน้ำอุ่นลอยอบอวลคล้ายม่านบางคลุมทั่วห้อง โจวจิงหยูนั่งพิงขอบอ่างหินอุ่น ผมยาวดำขลับถูกรวบขึ้นหลวมๆ ปล่อยให้ลำคอระหงและไหล่ขาวเนียนเผยออกมาเหนือผิวน้ำอุ่นที่ลึกถึงอก ดวงหน้าซีดขาวเงยเล็กน้อยหลับตาลงอย่างอ่อนล้าสาวใช้สองคนยืนอยู่ด้านหลัง บรรจงขัดผิวให้ช้าๆ ทะนุถนอม ผิวขาวเน

  • สยบรักยอดบัณฑิต   ตอนที่ 110 แผนการต่อไป

    ขบวนรถม้าของเผิงเหยียนเฉิงลู่ซือหนานมุ่งหน้ากลับเมืองหลวงอย่างสงบตลอดเส้นทาง สายลมเอื่อยๆ พัดพาไอเย็นคลอเคลียรถม้าคันหน้า ทำให้การเดินทางในครั้งนี้มิได้เหน็ดเหนื่อยนักภายในรถม้าคันประจำของสกุลเผิงโหว ลู่ซือหนานนั่งเอนกายพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย หลังจากร่ำลาและออกจากเจียงเฉินได้ไม่นาน บรรยากาศ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status