Masukตอนที่ 3. ตามยันคณะ
หลังจากอ่านแชตของเด็กปีหนึ่งจบ วายุ ก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหินหน้าตึกวิศวะ รอยยิ้มบาง ๆ กระตุกขึ้นที่มุมปากแก๊งเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันเริ่มสังเกตทันที
กระทิง เลิกคิ้ว “ยิ้มอะไรของมึงวะ น่ากลัวฉิบหาย”
แทนไท วางหนังสือในมือลง “ใครโทรมา”
วายุเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโยนเล่น
“เด็กปีหนึ่ง” เพื่อนทั้งโต๊ะเงยหน้าพร้อมกัน นะโม ทำหน้าตกใจเว่อร์ “เฮ้ย! ปีหนึ่งที่ไหนกล้าโทรหามึง”
วายุหัวเราะในลำคอ “ปีหนึ่งที่ขับรถชนบิ๊กไบค์กูเมื่อเช้า”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งโต๊ะระเบิดเสียงหัวเราะทันที กระทิงถึงกับตบโต๊ะ
“ไอ้เหี้ย! น้องมันยังกล้าโทรมาหามึงอีกเหรอ”
วายุเล่าคร่าว ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าและบทสนทนาในแชต ตั้งแต่ที่เชอลีนทักมา
“สวัสดีค่ะ ใช่พี่วายุไหมคะ”จนถึง “จะให้หนูทำอะไรก็ยอมค่ะ” นะโมหัวเราะจนเกือบสำลักน้ำ
“เด็กมันไม่รู้จริง ๆ ว่ากำลังคุยกับใคร”
แทนไทส่ายหน้าเบา ๆ “แล้วมึงตอบว่าไง”
วายุยักไหล่ “ยังไม่ได้ตอบ”
ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปต่อ เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ โซ่ เขาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนมองวายุ
“มีคนโทรหามึงยัง” เพื่อนทั้งโต๊ะหันไปมองทันที
กระทิงขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนะ มึงรู้ได้ไง” โซ่หัวเราะเบา ๆ
“ก็พี่นี่แหละคนให้เบอร์” ทั้งโต๊ะเงียบไปสองวินาที
ก่อนนะโมจะร้องลั่น “ไอ้เชี่ยยย!”
โซ่ยักไหล่ “ก็น้องมันถือป้ายกลางคณะเลย” เขาทำท่าชูป้ายล้อเลียน “ใครมีเบอร์พี่วายุ จ่ายหนึ่งหมื่น” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
วายุเลิกคิ้วนิด ๆ “แล้วมึงก็ให้?”
โซ่พยักหน้า “โอนจริงด้วยนะ”
จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ฝั่งของ เชอลีน ให้ฟังตั้งแต่การประชุมกันหน้าตึก ไปจนถึงตอนยืนชูป้ายซื้อเบอร์ พอเล่าจบ นะโมถึงกับพิงพนักเก้าอี้
“เด็กนี่แม่งกล้าดีว่ะ” กระทิงหันไปมองวายุ
“เอาไงต่อวะ” แทนไทเสริม
“เห็นบอกว่าจะมาหามึงเย็นนี้”
นะโมยิ้มเจ้าเล่ห์ “จะรอน้องมันไหม” วายุหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง สายตาคมมองแชตที่ยังค้างอยู่
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้หนูไปหาที่หน้าคณะนะคะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางมือถือกลับลงโต๊ะ
“ไม่” เพื่อน ๆ มองหน้าเขาพร้อมกันวายุเอนตัวพิงเก้าอี้ สายตาเย็นเฉียบ
“ยัยเด็กนี่…” มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย “ต้องถูกเอาคืน”
ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน หน้าตึกคณะของปีหนึ่งเริ่มเงียบลง นักศึกษาหลายคนทยอยกลับหอหรือกลับบ้าน
เชอลีน ยืนกอดอกอยู่ริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย ไม่นานรถคนขับที่บ้านก็มาจอดรับรถคันที่เธอขับชนเมื่อเช้าเธอยื่นกุญแจให้คนขับ
“เอารถกลับไปก่อนนะคะ” คนขับพยักหน้ารับแล้วขับรถออกไป ทันทีที่รถหายไปลับสายตา เพื่อนทั้งกลุ่มก็หันมามองเธอพร้อมกัน
ใบหม่อน ถามเสียงเบา “แล้วตอนนี้แกจะไปไหน”
เชอลีนสูดหายใจลึก “ไปหาพี่วายุที่คณะวิศวะ” คำตอบนั้นทำให้เพื่อน ๆ มองหน้ากันทันที
แตงกวา พูดขึ้นก่อน “งั้นพวกฉันไปด้วย”
เนเน่ พยักหน้าทันที “ปล่อยแกไปคนเดียว เดี๋ยวโดนพี่ปีสี่กินหัวเอา”
นัทตี้ ยิ้มบาง ๆ “ไปพร้อมกันนั่นแหละ อย่างน้อยก็มีพยาน”
เชอลีนมองเพื่อนทั้งสี่คนแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “ขอบใจนะ” ทั้งกลุ่มพยักหน้าพร้อมกัน เตรียมจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พวกเธอจะไปคณะวิศวะเหรอ”
ทุกคนหันกลับไปมอง หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ผมยาวตรงในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาหา เธอยิ้มเล็กน้อย “ฉันได้ยินพอดี” จากนั้นก็พูดต่ออย่างเป็นกันเอง
“ฉันเป็นน้องสาวของพี่โซ่” ชื่อของพี่โซ่ทำให้ทุกคนเลิกคิ้ว
หญิงสาวเอียงหัวถาม
“ถ้าจะไปคณะวิศวะ ไปด้วยกันไหม”
ใบหม่อนมองหน้าเธอแล้วทำท่านึก “เดี๋ยวนะ…” เธอชี้นิ้วเบา ๆ
“เธออยู่ห้องเดียวกับพวกเรานี่นา” ใบหม่อนยิ้มออก
“เห็นนั่งหน้าสุดตลอดเลย” นัทตี้รีบถามทันที
“เธอชื่ออะไรเหรอ” ก่อนจะยิ้มเป็นมิตร “ถ้าไม่รังเกียจ มาเป็นเพื่อนกับพวกเราสิ” หญิงสาวดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า
ก่อนจะแนะนำตัว
โซเฟีย “เรียกสั้น ๆ ว่า เฟีย ก็ได้” เธอยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“ฉันเป็นน้องสาวของพี่โซ่”
เชอลีนยิ้มตอบ ก่อนแนะนำตัวบ้าง “ฉันเชอลีน”
เธอชี้ไปทีละคน “นี่ใบหม่อน แตงกวา นัทตี้ แล้วก็เนเน่”
โซเฟียพยักหน้าทักทายทุกคนบรรยากาศเริ่มเป็นกันเองขึ้นอย่างรวดเร็ว
แตงกวาถามทันที “แล้วเธอจะไปคณะวิศวะทำไม”
โซเฟียยิ้มบาง ๆ “ไปหาพี่ชาย” ก่อนจะพูดเสริมเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“แล้วก็…เหมือนพวกเธอกำลังจะไปหาคนที่พี่ชายฉันรู้จักพอดี” คำพูดนั้นทำให้เชอลีนรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก่อนที่ใครจะถามอะไรต่อ ใบหม่อนก็ปรบมือเบา ๆ
“โอเค งั้นไปกันเถอะ”
กลุ่มเด็กปีหนึ่งหกคน จึงเดินมุ่งหน้าไปยัง คณะวิศวกรรมศาสตร์
ทุกคนขา ฝากติดตามด้วยนะคะ อย่าลืมกดใจ เก็บเข้าชั้น และกดติดตามนักเขียนด้วยนะคะจะได้ไม่พลาดทุกการอัพเดทค่ะ
หนึ่งคอมเม้นท์เท่ากับหนึ่งกำลังใจนะคะ แค่สติ๊กเกอร์คนละดวงก็ทำให้นักเขียนคนนี้ใจฟูแล้วค่ะ💕❤️
ตอนที่5. ผับของรุ่นพี่เชอลีนยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องนอนแสงไฟสีอุ่นสะท้อนให้เห็นหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางที่กำลังสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมยาวสีน้ำตาลเข้มมีไฮไลท์สีน้ำน้ำเงินสองสามช่อด้านหน้าถูกม้วนลอนอ่อน ๆ ปล่อยสบายลงมาถึงกลางหลังคืนนี้เธอเลือกใส่เสื้อเกาะอกสีดำเข้ารูป กระโปรงหนังเอวสูงสีดำแนบกับสะโพกพอดี รองเท้าบูทส้นสูงทำให้ขาเรียวยาวยิ่งดูโดดเด่นลุคคืนนี้ของเธอทั้งสวย ทั้งดุ และเซ็กซี่แบบไม่ตั้งใจเชอลีนมองตัวเองในกระจกครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ“คืนนี้จะไม่คิดถึงไอ้พี่วายุบ้านั่นแล้ว เชอะแล้วบอกไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแต่ดันจะไปแจ้งความเอาซะได้”หญิงสาวคว้ากระเป๋าสะพายก่อนจะเดินออกจากห้องคืนนี้เธอตั้งใจมาสนุกเท่านั้น ไม่มีเรื่องรุ่นพี่และไม่มีเรื่องผู้ชายกวนประสาทคนนั้น…อย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้นสามทุ่มตรงลานจอดรถหน้าผับเปิดใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยรถยนต์และบิ๊กไบค์จอดเรียงราย เสียงเพลง EDM ดังทะลุออกมาจากด้านใน ไฟนีออนขนาดใหญ่ส่องชื่อร้านอย่างโดดเด่นBLACK RUSHใบหม่อนมาถึงก่อน เธอยืนพิงรถเล่นมือถือรอเพื่อน ไม่นานรถของแตงกวาก็เลี้ยวเข้ามาจอดข้าง ๆ กระจกฝั่งคนขับลดลง
ตอนที่ 4. ของเล่นชิ้นใหม่ของรุ่นพี่ปี4กลุ่มสาว ๆ เดินมาถึงหน้าตึกคณะวิศวกรรม แต่บรรยากาศค่อนข้างเงียบกว่าที่คิด รุ่นพี่หลายคนเริ่มทยอยกลับกันแล้วเชอลีนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะถามทันที“พี่วายุอยู่ไหมคะ”โซ่ที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่หันมาเห็นพอดี เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่ายหน้า“ไม่ทันแล้วล่ะ มันออกไปตั้งนานแล้ว เห็นบอกว่าจะไปทำสีรถ”เชอลีนขมวดคิ้วทันที “ทำที่ไหนคะ อู่ไหน เดี๋ยวหนูตามไป” ประโยคตรงไปตรงมาของเธอ ทำให้กลุ่มผู้ชายมองหน้ากันเงียบ ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ กระทิง จะเป็นคนพูดขึ้น“พรุ่งนี้ค่อยมาดีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยุ่งกับมันเลย เชื่อพี่”น้ำเสียงนั้นจริงจังจนเชอลีนชะงักไปเล็กน้อยด้าน ใบหม่อน ที่ยืนฟังอยู่ก็รีบหันมาพูดกับเพื่อน“เชอลีน กลับก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากัน” สาว ๆ คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย บรรยากาศกำลังจะเงียบลง แต่จู่ ๆ แทนไท ก็พูดขึ้นพลางยิ้มเจ้าเล่ห์“ไหน ๆ ก็มาแล้ว ไม่แนะนำตัวทำความรู้จักกันหน่อยเหรอ”เขามองไปรอบ ๆ กลุ่มสาว ๆ ก่อนพูดต่อ“หรือว่าจะรอแนะนำตัวพรุ่งนี้ ตอนประชุมเรื่องน้องใหม่”ได้ยินแบบนั้น นัทตี้ ก็รีบพยักหน้า“ก็ดีเหมือนกันนะคะ รู้จักรุ่นพี
ตอนที่ 3. ตามยันคณะหลังจากอ่านแชตของเด็กปีหนึ่งจบ วายุ ก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหินหน้าตึกวิศวะ รอยยิ้มบาง ๆ กระตุกขึ้นที่มุมปากแก๊งเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันเริ่มสังเกตทันทีกระทิง เลิกคิ้ว “ยิ้มอะไรของมึงวะ น่ากลัวฉิบหาย”แทนไท วางหนังสือในมือลง “ใครโทรมา”วายุเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโยนเล่น“เด็กปีหนึ่ง” เพื่อนทั้งโต๊ะเงยหน้าพร้อมกัน นะโม ทำหน้าตกใจเว่อร์ “เฮ้ย! ปีหนึ่งที่ไหนกล้าโทรหามึง”วายุหัวเราะในลำคอ “ปีหนึ่งที่ขับรถชนบิ๊กไบค์กูเมื่อเช้า”ทันทีที่พูดจบ ทั้งโต๊ะระเบิดเสียงหัวเราะทันที กระทิงถึงกับตบโต๊ะ“ไอ้เหี้ย! น้องมันยังกล้าโทรมาหามึงอีกเหรอ”วายุเล่าคร่าว ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าและบทสนทนาในแชต ตั้งแต่ที่เชอลีนทักมา“สวัสดีค่ะ ใช่พี่วายุไหมคะ”จนถึง “จะให้หนูทำอะไรก็ยอมค่ะ” นะโมหัวเราะจนเกือบสำลักน้ำ“เด็กมันไม่รู้จริง ๆ ว่ากำลังคุยกับใคร”แทนไทส่ายหน้าเบา ๆ “แล้วมึงตอบว่าไง”วายุยักไหล่ “ยังไม่ได้ตอบ”ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปต่อ เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ โซ่ เขาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนมองวายุ“มีคนโทรหามึงยัง”
ตอนที่ 2. แผนตามหาคนโหดของคณะหลังจากเหตุการณ์ชนรถที่ลานจอดรถ เชอลีน ก็ถูกเพื่อนลากกลับมานั่งรวมกันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะเธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที“ซวยตั้งแต่วันแรกของชีวิตมหาลัยเลยอ่ะ…” รอบโต๊ะมีเพื่อนตัวดีนั่งล้อมเหมือนกำลังประชุมวิกฤตใบหม่อน ถอนหายใจเบา ๆ “งั้นก็ปล่อยไปสิ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”เชอลีนเงยหน้าขึ้นทันที “ปล่อยได้ยังไง เขามองเหมือนจะฆ่าฉัน!”แตงกวา ยกคางถามตรง ๆ “งั้นก็เคลมประกัน จบ”เชอลีนเงียบไปครู่หนึ่ง เพื่อน ๆ หรี่ตามอง แตงกวาถามต่อ“เดี๋ยวนะ…แกมีใบขับขี่ไหม”เชอลีนส่ายหน้าช้า ๆ ทั้งโต๊ะเงียบกริบเนเน่ อ้าปากค้าง “อย่าบอกนะว่า....”“ไม่มี…” แตงกวาเอามือตบหน้าผากทันที “แล้วรถใคร”เชอลีนยิ้มแหย “…รถแม่” คราวนี้ทั้งโต๊ะพร้อมใจกันกุมขมับนัทตี้ พูดเสียงเรียบ “งั้นทางเดียวคือไปขอโทษพี่เขา”เชอลีนทำหน้าเหมือนคนหมดหวัง “แล้วจะไปยังไง”เธอกอดอกพิงพนัก “ยังไม่รู้เลยว่าพี่เขาอยู่คณะไหน”แตงกวาหันมามองเหมือนจะพูดอะไร แต่จู่ ๆ เนเน่ก็ดีดนิ้ว“ง่ายจะตาย” ทุกคนหันไปมอง เนเน่ยักไหล่“พวกเรารวยนี่ ใช้เงินแก้ปัญหาสิ”เชอลีนเลิกคิ้ว “หมายถึง?”ไม่ถึงห้านาทีต่อมา แตงกวาหยิบกระ
ตอนที่ 1. ชนกันวันแรกเช้าอันเงียบสงบของ คฤหาสน์เวหานนท์ ลอว์แสงแดดอ่อนลอดผ่านกระจกบานสูงตกกระทบโต๊ะอาหารยาวกลางห้อง กลิ่นกาแฟหอมเข้มลอยคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่หัวโต๊ะ เซบาสเตียน เวหานนท์ ลอว์ เจ้าของอำนาจตัวจริงของตระกูล นั่งจิบกาแฟอย่างสุขุม สายตาคมกริบไล่อ่านข่าวในแท็บเล็ตอย่างเงียบ ๆถัดมาไม่ไกลชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทกำลังนั่งพิงเก้าอี้อย่างสบาย ๆ มือหนึ่งเลื่อนอ่านข่าวในแล็ปท็อป วินเซนโซ่ เวหานนท์ ลอว์ มาเฟียลำดับหนึ่งแห่งฮ่องกงและทายาทคนโตของตระกูลทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นบน ทำให้สองพ่อลูกหยุดการกระทำทุกอย่างและหันไปมองคนที่กำลังเดินกึ่งวิ่งตามทางเดินชายหนุ่มร่างสูงเดินลงบันไดมาในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ธรรมดา และมีเสื้อช็อปพาดไว้ที่ไหล่ ผมยุ่งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งตื่น ทันทีที่เห็นภาพนั้นวินเซนโซ่ก็เงยหน้าจากแล็ปท็อปก่อนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้“พ่อดูสิ…” เขาพูดเสียงเรียบแต่แฝงความขำ“นี่นะเหรอสภาพของมาเฟียลำดับสองของตระกูล”ชายหนุ่มที่เพิ่งลงบันไดมา…ชะงักเล็กน้อยวายุ เวหานนท์ ลอว์ เลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนถอนหายใจ“ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้อยากเดินตามรอยพ่อกับพี่”
แนะนำตัวละครวายุ เวหานนท์ ลอว์ พระเอก ทายาทมาเฟียลำลับที่ 2 (มาเฟียฮ่องกง)พี่ชายของวายุก็คือ วินเซนโซ่ ลอว์ ทายาทมาเฟียลำดับที่ 1 (จากเรื่อง มาเฟียเมียประมูล อ่านแยกได้ไม่งง)ปี 4 วิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมเครื่องกลหัวหน้าสายรหัส ฉายาในคณะ: “Bad Evil”นิสัย:โหด ดุ หน้านิ่ง เย็นชา คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ต้องขึ้นเสียง กวนส้นตีนแบบสุภาพ (ยิ่งทำให้โมโห)ไม่ค่อยยิ้ม แต่ถ้ายิ้ม = มีคนซวยจุดอ่อน: แพ้คนไม่กลัวเขาบุคลิกเวลาอยู่กับคนอื่น “มีปัญหาหรืออยากมีเรื่อง?”บุคลิกเวลาอยู่กับนางเอก “กล้าเถียงพี่อีกคำเดียว ลองดูสิ”👊 แก๊งเพื่อนพระเอกกระทิงสายบู๊ ตัวใหญ่ พูดตรงเป็นคนเดียวที่กล้าด่าวายุโซ่ปากกวนที่สุดในกลุ่มชอบยุให้วายุเสียอาการแทนไทสุขุม ฉลาด เป็นสายคิดแผนมักเป็นคนเตือนวายุนะโมสายขำ ตัวตึงของแก๊งชอบแซวเรื่องผู้หญิง💕นางเอก⚙ เชอรีน ปี 1 วิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมอุตสาหการเด็กกิจกรรม ร่าเริง พลังล้นนิสัย: สดใส ปากไว คิดไว ตอบไวไม่ชอบความอยุติธรรม กล้ากวนรุ่นพี่แบบไม่ตั้งใจ จุดอ่อนใจเต้นแรงเวลาโดนวายุมองนิ่ง ๆประโยคประจำตัว“รุ่นพี่ทำหน้าดุแบบนี้ เพราะหล่อไม่สุดหรือเ







