Mag-log inเสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นไม้ของห้องใต้ดินภายในตึกวิศวกรรมเครื่องกลดังลั่น ท่ามกลางเสียงเงียบกริบที่ตึงเครียดกว่าสนามรบ สายตาทุกคู่จับจ้องร่างสูงที่เดินวนไปมาอยู่กลางห้อง พร้อมประกายความโกรธแค้นอันรุนแรง ที่ฉายชัดในดวงตาสีเข้มของเขา
“แม่งเอ๊ย!!!” เวกัสสะบัดเสื้อช็อปออกจากร่าง ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอย่างหัวเสีย ดวงตาคมแข็งกร้าว ราวกับจะฆ่าคนตายได้เลย
“ประกาศออกไป...ใครทำให้ยัยนั่นมาสยบแทบเท้าฉันได้ ฉันจะรับเข้าแก๊งตำแหน่งที่หก...” เวกัสประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลุยส์ถึงกับผิวปากตอบรับทันที “หัวหน้าเอาจริงว่ะ”
“มันถึงเวลาแล้ว...ที่เราควรจะจัดการกับยัยนั่นให้สาสมสักที” โชนเสริม
“แล้วแบบไหน...ถึงเรียกว่าสาสม” ริกเตอร์เอ่ย
“จะแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แค่ให้ยัยนั่น...ยอมก้มหัวให้ฉันก็พอ”
“เล่นกับไฟ ระวังไฟไหมตัว” ลมหนาวที่นั่งเงียบอยู่มุมห้อง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เหมือนเตือนเพื่อนว่าให้มีสติให้มากกว่านี้
เวกัสหันขวับไปมองหน้าลมหนาวทันที เมื่อรู้สึกได้ถึงความเอนเอียงไปเข้าทางฝั่งตรงข้ามของเพื่อนรักอย่างลมหนาว
“ถ้ายัยนั่นเป็นไฟ…ฉันก็จะเป็นน้ำมัน เผาให้มันไหม้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย”
ลมหนาวเงียบและหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ หากสิ่งที่เขาพูดไม่มีผลดี ลมหนาวก็เลือกที่จะไม่ยุ่งอีกต่อไป ทำให้เวกัสยิ่งอารมณ์ขึ้น เพราะความเดือดดาลไม่ได้ถูกระบายออกไปจากในอกเลย เขาแค้นเธอจนจะอกแตกตายอยู่แล้ว
(วันต่อมา)
ห้องคณะกรรมการนักศึกษาของสถาบัน ในช่วงสอบกลางภาคเต็มไปด้วยเอกสารที่ถูกฉีกทิ้ง เศษกระดาษโน้ตถูกขยำและยัดใส่ใต้โต๊ะของใบหยก พร้อมทั้งการปล่อยข่าวลือที่เป็นเท็จ ว่าเธอใช้เส้นสายเพื่อให้ได้ทุนเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งที่ ทั้งที่ความจริงคือเธอแบกเกรดเฉลี่ยระดับ TOP อันดับหนึ่งมาตลอด 4 ปี
ใบหยกเกิดข้อสงสัย ว่าทำไมถึงมีคนหมายหัวเธอเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ก่อนนี้จะมีเพียงบางกลุ่มที่กล้าต่อกรกับเธอ แต่มาวันนี้แทบจะทั้งสถาบันที่ลุกขึ้นมากลั่นแกล้งเธอ ราวกับเธอเป็นผู้ร้ายที่มีค่าหัว แล้วแต่ละคนก็ทำเรื่องอุกอาจเหมือนไม่กลัวกฎของสถาบันกันเลยสักนิด ประหนึ่งว่ามีตัวใหญ่บงการอยู่เบื้องหลัง
“ทุกคนสงสัยกันไหม ว่าประธานนักศึกษาสถาบันEST ใช้ลูกไม้อะไรถึงได้เข้ามาเป็นนักเรียนทุนที่มีเกรดเฉลี่ยสูงลิ่วเกือบทุกปี ทั้งที่ปากบอกว่าจน แต่สอบชิงทุนได้เป็นร้อยทุน โอเว่อร์ขนาดนั้น...มันมีแค่ในนิยาย อย่างยัยนั่นถ้าไม่มีเงิน...ก็คงใช่ร่างกายไต่เต้าแน่ ๆ”
ใบหยกกัดฟันแน่น เพื่ออดทนกับสิ่งที่ได้ยิน คำดูถูกเหยียดหยามใช่ว่าเธอจะไม่เคยได้ยิน แต่สำหรับวันนี้เธอยอมรับว่ามันหนักข้อขึ้น จนภาพลักษณ์ของเธอย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี การถูกมองว่าใช้ตัวเข้าแรกกับผลประโยชน์ มันช่างดูไร้ค่าสิ้นดี ดูสิ้นคิดจนเธอรับไม่ได้ว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของผู้หญิงด้วยกัน
“ยัยพวกนั้นมันโรคจิต! แกไม่จำเป็นต้องทนก็ได้นะใบหยก ควรจะสั่งสอนพวกมันสักที่ให้หลาบจำ”
วิเวียน หรือ รวีวรรณ โชติศิริรัตน์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีสี่ เพื่อนรักของใบหยก ที่ดีกรีเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ในประเทศเอ่ยขึ้น เมื่อทนฟังกลุ่มคนไร้สาระพวกนั้นดูถูกเพื่อนรักอย่างใบหยกไม่ได้ คุณหนูที่นิสัยเด็ดขาดอย่างวิเวียนจึงไม่อยากให้เพื่อนยอมและปล่อยผ่านไป เพราะใบหยกเป็นคนที่ไม่ชอบเอาปัญหามาใส่ตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับเธอ
“ช่างเถอะวิเวียน คนพวกนี้ไม่มีค่ามากพอให้ฉันดึงเข้ามาทำให้ตัวเองเป็นทุกข์หรอก ยิ่งฉันไม่อดทนพวกมันก็ยิ่งได้ใจ...อยากทำอะไรก็เชิญ แต่ถ้าทำผิดกฎของสถาบัน ฉันไม่ปล่อยผ่านแน่”
ใบหยกตอบกลับเสียงราบเรียบและใจเย็น เพราะเธอมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ ถึงไม่อยากเก็บมาคิดให้มันกระทบจิตใจ จนเป้าหมายของเธอสั่นคลอน
“มีนก็คิดเหมือนใบหยก ถ้าหมามันทำได้แค่เห่า เราก็ควรเดินออกห่าง...ไม่ควรไปหยุดมองมันให้เสียเวลา”
มีน หรือ มินตรา ภิรมย์ภักดี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีสี่ เพื่อสนิทอีกคนของใบหยก เด็กทุนอีกคนที่คะแนนสอบไล่ตามกันกับใบหยกเพียงไม่กี่คะแนน แม้ฐานะทางบ้านจะไม่รวยเท่าวิเวียน แต่ธุรกิจค้าขายอุปกรณ์ไอทีของครอบครัวมินตราก็ทำให้เธอมีกำลังทรัพย์ที่แน่นพอจะใช้ชีวิตในสถาบันนี้ได้อย่างสุขสบายมากกว่า ถ้าเทียบกับใบหยก
“จะรอให้หมามันไล่กัดก่อนว่างั้น?” วิเวียนยังคงเดือดดาล
“แน่นอนว่าไม่...” ใบหยกตอบ
“เราควรตอบโต้กลับไปบ้าง...ไม่ใช่ยอมอย่างเดียว” วิเวียนกล่าว
“ก็จริงนะ ที่วิเวียนพูดก็มีเหตุผล” มินตราเห็นด้วยกับความคิดของวิเวียน ที่ควรตอบโต้บ้าง
“เธอเป็นถึงประธานสภานักศึกษา ควรใช้อำนาจจัดการสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง” วิเวียนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ใบหยก
“ใช่...งั้นเริ่มจากอะไรดีล่ะ” มินตราเสริม
“หึ...ถ้าต้องเริ่ม...ก็คงต้องเริ่มที่ตัวบงการ ในเมื่อจัดการเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ ก็ไล่บี้ตามกฎสถาบัน ว่ากันเป็นข้อ ๆ ตามระเบียบ”
ใบหยกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น คนอย่างเธอถ้าจะต้องร้าย ใครหน้าไหนก็เอาไม่อยู่
“แล้วมาดูกัน...ว่าฉันหรือพวกมันที่ต้องหยุด”
“เยี่ยม!”
วิเวียนและมินตราต่างหันมายิ้มให้ใบหยก ถ้าพวกเธอไม่โหด ก็คงไม่ได้มานั่งเป็นประธานและกรรมการในสภานักเรียนแห่งนี้หรอก
หลังจากวันนั้นไม่นาน...เว็บบอร์ดของสถาบันที่เงียบเหงามานานก็กลับคึกคักผิดปกติ
#แก๊งบัญชีดำ #มาเฟียสถาบัน #ข่าวด่วน #ข่าวEST เปิดโปงแก๊งนักศึกษาผิดกฎซ้ำซาก พร้อมหลักฐานแน่น ใครอยากเห็นหน้า คลิกดูได้เลย!
เมื่อมีโพสต์พาดหัวข่าวใหญ่ในเว็บบอร์ดของสถาบัน จากบุคคลนิรนามที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร แถมภายในกระทู้ลับยังมีลิงก์โยงไปยังไดรฟ์เก็บไฟล์ลับ พร้อมตารางแสดงรายชื่อ นิสิต-นักศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผิดระเบียบอย่างร้ายแรงของสถาบัน เอกสารเหล่านั้นแนบมาทั้งภาพถ่าย ภาพกล้องวงจรปิด ข้อความลับ ไปจนถึงคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา จนคนในภาพดิ้นไม่หลุด
และรายชื่อที่ถูกโพสต์ ก็คือ...
โชติวัฒน์ รัตนนุกูลเกียรติ (โชน) รีดไถค่าคุ้มครองจากรุ่นน้องนักศึกษาใหม่
เหมราช ศิริทรัพย์สกุล (หลุยส์) ลวนลามอนาจารนักศึกษาหญิงที่เป็นน้องใหม่ในสถาบัน
รัชชานนท์ ดำรงรักษ์สกุล (ริกเตอร์) ตัดต่อภาพแบล็กเมล์นักศึกษาหญิงที่เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
วสุพล พิสุทธิธาดา (เวกัส) คลิปหลุดใช้ห้องพยาบาลเป็นที่ร่วมรักกับนักศึกษาหญิง ซึ่งละเมิดกฎสำคัญของสถาบันอย่างชัดเจน (บัญญัติไว้ตั้งแต่ต้นปี)
แม้จะเป็นโพสต์ในกระทู้ลับ แต่กลับถูกแชร์ต่อในกลุ่มโซเชียลของนักศึกษาในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ความลับนี้จึงกลายเป็นระเบิดตูมใหญ่ที่เกิดขึ้นในสถาบันจนคนทั้งสถาบันอึ้งไปตาม ๆ กัน
ผลกระทบนี้ทำให้คณบดีของสถาบันสั่งเรียกสอบกลุ่มที่มีรายชื่อทันทีและคณะกรรมการฝ่ายความประพฤติก็ลงมติตัดคะแนนขั้นสูงสุด บางคนโดนสั่งพักสิทธิ์กิจกรรมทุกอย่าง บางคนถูกบังคับให้เข้าร่วมโครงการบำเพ็ญประโยชน์อย่างไม่มีข้อยกเว้น ทั้งแก๊งแตกกระเจิงตามข้อกระทำผิด มีเพียงคนเดียวที่ไม่ปรากฏในรายชื่อนั่นก็คือ...ลมหนาว
ปึง!
ภายในห้องใต้ดิน ความเงียบถูกแทนด้วยเสียงปาแฟ้มใส่ผนังอย่างแรง ด้วยฝีมือของหัวหน้าแก๊งอย่างเวกัส ในขณะที่โชนฟาดหมัดลงกับโต๊ะและสบถออกมาอย่างคับแค้นใจ
“ใครมันกล้าเล่นแรงขนาดนี้วะ!!”
เวกัสยืนนิ่ง กรามขบแน่นจนขึ้นสัน ใบหน้าหล่อครุ่นคิดราวกับรู้ว่าเป็นฝีมือใคร
“ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย…ยัยโหดนั่นแน่ ๆ”
“มีแค่คนของสภานักศึกษาเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลภายในระดับนั้นได้...มึงว่ากูพูดผิดไหมเวกัส?” หลุยส์เอ่ยถามเวกัส
“ไม่ผิด…ยัยนั่นจงใจทิ้งระเบิดตรงจุด เป็นการเปิดศึกชัดเจน” เวกัสคาดการณ์
“ที่มึงโกรธเพราะเจ็บใจที่เธอทำให้เสียภาพพจน์ความเป็นราชาของมึง…หรือมึงโกรธที่เธอรู้ว่ามึงเอาผู้หญิงไปกินในห้องพยาบาล...”
“เงียบไปเลยไอ้หนาว…ก่อนที่กูจะหมดความอดทน ไม่พูดเหมือนเดิมดีแล้วมึง...ไอ้เพื่อนเวร!” เวกัสดักคอลมหนาว เมื่อรู้สึกว่าคนพูดน้อยอย่างเขาจะเริ่มพูดมาก
“แม่ง! กูอยากรู้นัก...ว่าไอ้ตัวไหนเป็นคนมือบอนลงข่าวในโซเชียล จับได้นะ...กูจะเยสให้ Error ทั้งระบบเลย”
ริกเตอร์ลั่นวาจาอย่างเลือดเย็น เพราะสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แต่คนสร้างกระแสกับจงใจปั่นข่าวให้เหมือนเขากับเพื่อน ๆ ดูต่ำทรามเกินความเป็นจริง
“พวกมึงจำรอยยิ้มของยัยโหดตอนที่อยู่ในห้องประชุมได้ไหม?” โชนถาม
“รอยยิ้มที่น่าบีบคอนั่นน่ะเหรอ...ชาตินี้ทั้งชาติกูจะไม่มีวันลืมเลย”
ภาพของใบหยกยืนสงบนิ่งอย่างมั่นคง พลางจ้องตรงมาที่เขาในวันประชุมใหญ่ ด้วยแววตาไร้ความเกรงกลัวใด ๆ พร้อมแสยะยิ้มราวกับคนที่ได้รับชัยชนะ วนเวียนสลับไปมาในหัวของเวกัส จนต้องกัดฟันแน่นข่มความเดือดดาลเอาไว้
“ในเมื่อเธออยากเล่นเกมนัก ฉันก็จะเล่นกับเธอสักหน่อย...แล้วมาดูกัน ว่าคนอย่างฉัน เวลาเอาจริงมันเป็นยังไง...”
(ณ วาสุปาร์ค คอนโดหรูใจกลางเมือง ระดับ Super Luxury)
เวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ที่กำลังเข้าสู่โปรแกรมแฮ็กฐานข้อมูล ที่ไม่มีใครเข้าใช้ได้ นอกจากเขาและคนของเขาเท่านั้น
พึ่บ…
พึ่บ…
พึ่บ…
ทันทีที่เข้าใช้งานได้สำเร็จ ภาพถ่ายก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีละใบ ภาพเหล่านั้นคือภาพของใบหยก มีทั้งภาพในชุดมัธยม สวมแว่นทรงกลม กำลังยืนอยู่หน้าโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเขตชนบท และภาพใบหยกขณะกำลังล้างจานในโรงอาหารตอนปีสอง และอีกหลายภาพที่เวกัสนั่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
“นี่มัน...เรื่องบ้าบออะไรวะเนี่ย”
ภาพของใบหยกกับพ่อ…ที่พิการแขนขาด…ในบ้านเช่าแคบ ๆ ที่ไม่มีแม้กระทั่งตู้เย็นและสิ่งอำนวยความสะดวก สลับกับภาพของเธอที่กำลังจ้องหน้าคณะกรรมการสภานักศึกษา ด้วยดวงตาที่เคลือบแฝงแรงโทสะอย่างมีอำนาจ มันขัดแย้งกันจนแทบจะหาข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าอันไหนคือตัวเธอ
“ประธานสภา? เด็กทุนดีเด่น? แต่บ้านกลับไม่มีแม้แต่เครื่องซักผ้า…หรือตู้เย็น” เวกัสพึมพำกับตัวเอง ขณะกำลังเลื่อนดูภาพ
“เธอไม่ได้อยู่รอดเพราะโชคช่วยสินะ…สู้ชีวิตเหลือเกินยัยโหด…”
มือที่คลิกเมาส์รัว ๆ ในตอนแรกถึงกับชะงักเมื่อเบาะแสสำคัญบางอย่างถูกดาวน์โหลดเข้ามาปรากฏชัดอยู่บนหน้าจอ
“เอกสารยื่นขอสมัครการคัดเลือกเข้าฝึกงานในบริษัท วีวีไอที (VVIT) กรุป จำกัด...ลงชื่อ...ยลดา ครองฉัตร”
ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วขึ้นปม ก่อนจะทิ้งตัวพิงไปกับโซฟาอย่างครุ่นคิด
“ทำไมยัยโหดถึงอยากไปฝึกงานที่นั่น...”
นี่คือสิ่งที่เวกัสต้องหาคำตอบ แสงสว่างจากจอสะท้อนเข้าดวงตาของเวกัส ในขณะที่ภายนอกคอนโดตอนนี้ สายฝนกำลังกระหน่ำลงมาไม่หยุด หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาเลื่อนแสดงภาพสุดท้ายขึ้นมา เป็นภาพที่ใบหยกกอดพ่อเอาไว้แน่นอย่างอบอุ่นใจ อยู่ภายในบ้านไม้หลังโทรม ๆ ตรงเขตสลัมที่แออัด
“บ้าเอ๊ย...”
แววตาของเวกัสแปรเปลี่ยนไปในทันที จนต้องรีบพับหน้าจอเพื่อปิดภาพนั้นลงไปซะ เพราะหัวใจของเขาอยู่ ๆ ก็สั่นหวิวจนเกิดความสงสาร ทั้งที่เธอคือศัตรูที่เขาควรจะจัดการให้เด็ดขาด ให้สมกับความอวดเก่งที่กล้ามาต่อกรกับเขา และแน่นอนว่ามันจะไม่จบลงง่าย ๆ ถ้าเธอไม่ยอมสยบแทบเท้าของเขาก็อย่าหวังว่าชีวิตของเธอจะสงบสุขอีกเลย...
ใบหยกร้องด้วยความตกใจ รีบคว้าบ่าเขาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลัก ก่อนจะหันมาทุบไหล่หนาของเขาอย่างโมโห“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! นายบ้าไปแล้วหรือไง!”“หยุดดิ้น!”“ฉันบอกให้ปล่อย!”“ถ้าไม่อยากให้คนทั้งร้านหันมามอง ก็อยู่นิ่ง ๆ”คำขู่ทำให้ใบหยกชะงักไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน จึงทำได้เพียงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องเวกัสอาศัยจังหวะนั้นอุ้มเธอเดินตรงไปตามทางเดินด้านใน ผ่านประตูที่มีเพียงพนักงานและผู้บริหารเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ก่อนจะผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองเปิดออกปัง!เสียงประตูปิดลงด้านหลังทำให้ใบหยกสะดุ้งเล็กน้อย ยังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่า ชายหนุ่มก็วางเธอลงบนพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“นี่นายจะทำอะไร...”ใบหยกรีบถอยห่างทันที แต่เวกัสกลับก้าวตามเข้ามาใกล้ จนเธอต้องถอยหลังไปอีกก้าว กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะทำงาน“นายเป็นบ้าอะไรของนาย!”เธอเงยหน้าขึ้นตวาด ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ตอบในทันทีเวกัสวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ ขนาบตัวเธอไว้โดยไม่แตะต้องร่างกาย ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงน้อยนิด ลมหา
แต่ความจริงแล้ว... ก่อนจะถึงเวลานัด ลมหนาวได้โทรศัพท์คุยกับชานิกาเรียบร้อยแล้ว และแผนการของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เวกัสได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทแล้วลมหนาว: คืนนี้ว่างไหม มาฉลองโปรเจกต์ด้วยกันหน่อยเวกัสอ่านข้อความนั้นขณะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนักเวกัส: ที่ไหน?ลมหนาว: VENIKA CLUB ห้อง VIP ลงมาดิเวกัส: เออ... ถ้าว่างจะลงไปเขาตอบเพียงเท่านั้นแล้ววางโทรศัพท์ลง ตอนแรกเวกัสไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ การไปฉลองกับเพื่อนหลังจากงานใหญ่เสร็จสิ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่เขาเพียงไม่รู้ว่า... การฉลองครั้งนี้ ไม่ใช่การฉลองเพียงแค่กลุ่มของเขาเช่นวันธรรมดา แต่ลมหนาวเล่นใหญ่เชิญมาทั้งโปรเจกต์เลยอีกด้านหนึ่ง ภายในห้อง VIP ใบหยกกำลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ อย่างออกรส หลังจากได้ดื่มเครื่องดื่มแก้วแรกไปเล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันเริ่มคลายลงทีละน้อยลมหนาวนั่งอยู่ข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มากนัก เพราะโซฟาตัวเดียวกันมีเพื่อนนั่งอยู่หลายคน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีล้ำเส้น เขาเพียงคอยถามไถ่เรื่องทั่วไปและร่วมบทสนทนาเป็นครั้งคราว“งานเสร็จแล้ว ยังเหนื่
หลังจากโปรเจกต์ก่อสร้างหอนาฬิกาดำเนินมาจนสำเร็จลุล่วง ทุกคนต่างก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับงานชิ้นนี้อย่างหนักหน่วง การได้เห็นผลงานที่ตัวเองร่วมกันสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกจนกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สมบูรณ์ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ และแน่นอนว่า... ความสำเร็จในครั้งนี้ย่อมต้องมีงานฉลอง“ใบหยก คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม?”เสียงของลมหนาวดังขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บเอกสารลงในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย เพราะช่วงหลังมานี้ลมหนาวไม่ค่อยชวนเธอออกไปไหนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่องงาน หรือไม่ก็เรื่องทั่วไปผ่านแชตเท่านั้น“เที่ยวไหนเหรอ?”“ผับ” คำตอบของลมหนาว ทำให้ใบหยกชะงักไปนิดหนึ่ง“ผับเนี่ยนะ?” เธอถามเพื่อย้ำ ว่าเธอฟังไม่ผิด“อือ” ลมหนาวตอบสั้น ๆ ตามนิสัย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“โปรเจกต์เสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสฉลองกันหน่อย เราว่าจะชวนเพื่อน ๆ ไปด้วย ทั้งกลุ่มเรา กลุ่มเธอ วิเวียนกับมินตราก็ไปด้วยใช่ไหม?”“นายจะชวนทุกคนเลยเหรอ?”“ใช่” ลมหนาวยืนยัน“แล้วจะไปที่ไหน?
ตับ! ตับ! ตับ! “อื้อ... นิกา อื้ออ... นิกา...อาส์” ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัว ความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก “อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...” ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน “ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์” “งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ” ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ! “อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นแล
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
เสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่ม
@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมายในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่







