Se connecterเสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นไม้ของห้องใต้ดินภายในตึกวิศวกรรมเครื่องกลดังลั่น ท่ามกลางเสียงเงียบกริบที่ตึงเครียดกว่าสนามรบ สายตาทุกคู่จับจ้องร่างสูงที่เดินวนไปมาอยู่กลางห้อง พร้อมประกายความโกรธแค้นอันรุนแรง ที่ฉายชัดในดวงตาสีเข้มของเขา
“แม่งเอ๊ย!!!” เวกัสสะบัดเสื้อช็อปออกจากร่าง ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอย่างหัวเสีย ดวงตาคมแข็งกร้าว ราวกับจะฆ่าคนตายได้เลย
“ประกาศออกไป...ใครทำให้ยัยนั่นมาสยบแทบเท้าฉันได้ ฉันจะรับเข้าแก๊งตำแหน่งที่หก...” เวกัสประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลุยส์ถึงกับผิวปากตอบรับทันที “หัวหน้าเอาจริงว่ะ”
“มันถึงเวลาแล้ว...ที่เราควรจะจัดการกับยัยนั่นให้สาสมสักที” โชนเสริม
“แล้วแบบไหน...ถึงเรียกว่าสาสม” ริกเตอร์เอ่ย
“จะแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แค่ให้ยัยนั่น...ยอมก้มหัวให้ฉันก็พอ”
“เล่นกับไฟ ระวังไฟไหมตัว” ลมหนาวที่นั่งเงียบอยู่มุมห้อง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เหมือนเตือนเพื่อนว่าให้มีสติให้มากกว่านี้
เวกัสหันขวับไปมองหน้าลมหนาวทันที เมื่อรู้สึกได้ถึงความเอนเอียงไปเข้าทางฝั่งตรงข้ามของเพื่อนรักอย่างลมหนาว
“ถ้ายัยนั่นเป็นไฟ…ฉันก็จะเป็นน้ำมัน เผาให้มันไหม้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย”
ลมหนาวเงียบและหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ หากสิ่งที่เขาพูดไม่มีผลดี ลมหนาวก็เลือกที่จะไม่ยุ่งอีกต่อไป ทำให้เวกัสยิ่งอารมณ์ขึ้น เพราะความเดือดดาลไม่ได้ถูกระบายออกไปจากในอกเลย เขาแค้นเธอจนจะอกแตกตายอยู่แล้ว
(วันต่อมา)
ห้องคณะกรรมการนักศึกษาของสถาบัน ในช่วงสอบกลางภาคเต็มไปด้วยเอกสารที่ถูกฉีกทิ้ง เศษกระดาษโน้ตถูกขยำและยัดใส่ใต้โต๊ะของใบหยก พร้อมทั้งการปล่อยข่าวลือที่เป็นเท็จ ว่าเธอใช้เส้นสายเพื่อให้ได้ทุนเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งที่ ทั้งที่ความจริงคือเธอแบกเกรดเฉลี่ยระดับ TOP อันดับหนึ่งมาตลอด 4 ปี
ใบหยกเกิดข้อสงสัย ว่าทำไมถึงมีคนหมายหัวเธอเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ก่อนนี้จะมีเพียงบางกลุ่มที่กล้าต่อกรกับเธอ แต่มาวันนี้แทบจะทั้งสถาบันที่ลุกขึ้นมากลั่นแกล้งเธอ ราวกับเธอเป็นผู้ร้ายที่มีค่าหัว แล้วแต่ละคนก็ทำเรื่องอุกอาจเหมือนไม่กลัวกฎของสถาบันกันเลยสักนิด ประหนึ่งว่ามีตัวใหญ่บงการอยู่เบื้องหลัง
“ทุกคนสงสัยกันไหม ว่าประธานนักศึกษาสถาบันEST ใช้ลูกไม้อะไรถึงได้เข้ามาเป็นนักเรียนทุนที่มีเกรดเฉลี่ยสูงลิ่วเกือบทุกปี ทั้งที่ปากบอกว่าจน แต่สอบชิงทุนได้เป็นร้อยทุน โอเว่อร์ขนาดนั้น...มันมีแค่ในนิยาย อย่างยัยนั่นถ้าไม่มีเงิน...ก็คงใช่ร่างกายไต่เต้าแน่ ๆ”
ใบหยกกัดฟันแน่น เพื่ออดทนกับสิ่งที่ได้ยิน คำดูถูกเหยียดหยามใช่ว่าเธอจะไม่เคยได้ยิน แต่สำหรับวันนี้เธอยอมรับว่ามันหนักข้อขึ้น จนภาพลักษณ์ของเธอย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี การถูกมองว่าใช้ตัวเข้าแรกกับผลประโยชน์ มันช่างดูไร้ค่าสิ้นดี ดูสิ้นคิดจนเธอรับไม่ได้ว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของผู้หญิงด้วยกัน
“ยัยพวกนั้นมันโรคจิต! แกไม่จำเป็นต้องทนก็ได้นะใบหยก ควรจะสั่งสอนพวกมันสักที่ให้หลาบจำ”
วิเวียน หรือ รวีวรรณ โชติศิริรัตน์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีสี่ เพื่อนรักของใบหยก ที่ดีกรีเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ในประเทศเอ่ยขึ้น เมื่อทนฟังกลุ่มคนไร้สาระพวกนั้นดูถูกเพื่อนรักอย่างใบหยกไม่ได้ คุณหนูที่นิสัยเด็ดขาดอย่างวิเวียนจึงไม่อยากให้เพื่อนยอมและปล่อยผ่านไป เพราะใบหยกเป็นคนที่ไม่ชอบเอาปัญหามาใส่ตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับเธอ
“ช่างเถอะวิเวียน คนพวกนี้ไม่มีค่ามากพอให้ฉันดึงเข้ามาทำให้ตัวเองเป็นทุกข์หรอก ยิ่งฉันไม่อดทนพวกมันก็ยิ่งได้ใจ...อยากทำอะไรก็เชิญ แต่ถ้าทำผิดกฎของสถาบัน ฉันไม่ปล่อยผ่านแน่”
ใบหยกตอบกลับเสียงราบเรียบและใจเย็น เพราะเธอมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ ถึงไม่อยากเก็บมาคิดให้มันกระทบจิตใจ จนเป้าหมายของเธอสั่นคลอน
“มีนก็คิดเหมือนใบหยก ถ้าหมามันทำได้แค่เห่า เราก็ควรเดินออกห่าง...ไม่ควรไปหยุดมองมันให้เสียเวลา”
มีน หรือ มินตรา ภิรมย์ภักดี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีสี่ เพื่อสนิทอีกคนของใบหยก เด็กทุนอีกคนที่คะแนนสอบไล่ตามกันกับใบหยกเพียงไม่กี่คะแนน แม้ฐานะทางบ้านจะไม่รวยเท่าวิเวียน แต่ธุรกิจค้าขายอุปกรณ์ไอทีของครอบครัวมินตราก็ทำให้เธอมีกำลังทรัพย์ที่แน่นพอจะใช้ชีวิตในสถาบันนี้ได้อย่างสุขสบายมากกว่า ถ้าเทียบกับใบหยก
“จะรอให้หมามันไล่กัดก่อนว่างั้น?” วิเวียนยังคงเดือดดาล
“แน่นอนว่าไม่...” ใบหยกตอบ
“เราควรตอบโต้กลับไปบ้าง...ไม่ใช่ยอมอย่างเดียว” วิเวียนกล่าว
“ก็จริงนะ ที่วิเวียนพูดก็มีเหตุผล” มินตราเห็นด้วยกับความคิดของวิเวียน ที่ควรตอบโต้บ้าง
“เธอเป็นถึงประธานสภานักศึกษา ควรใช้อำนาจจัดการสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง” วิเวียนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ใบหยก
“ใช่...งั้นเริ่มจากอะไรดีล่ะ” มินตราเสริม
“หึ...ถ้าต้องเริ่ม...ก็คงต้องเริ่มที่ตัวบงการ ในเมื่อจัดการเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ ก็ไล่บี้ตามกฎสถาบัน ว่ากันเป็นข้อ ๆ ตามระเบียบ”
ใบหยกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น คนอย่างเธอถ้าจะต้องร้าย ใครหน้าไหนก็เอาไม่อยู่
“แล้วมาดูกัน...ว่าฉันหรือพวกมันที่ต้องหยุด”
“เยี่ยม!”
วิเวียนและมินตราต่างหันมายิ้มให้ใบหยก ถ้าพวกเธอไม่โหด ก็คงไม่ได้มานั่งเป็นประธานและกรรมการในสภานักเรียนแห่งนี้หรอก
หลังจากวันนั้นไม่นาน...เว็บบอร์ดของสถาบันที่เงียบเหงามานานก็กลับคึกคักผิดปกติ
#แก๊งบัญชีดำ #มาเฟียสถาบัน #ข่าวด่วน #ข่าวEST เปิดโปงแก๊งนักศึกษาผิดกฎซ้ำซาก พร้อมหลักฐานแน่น ใครอยากเห็นหน้า คลิกดูได้เลย!
เมื่อมีโพสต์พาดหัวข่าวใหญ่ในเว็บบอร์ดของสถาบัน จากบุคคลนิรนามที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร แถมภายในกระทู้ลับยังมีลิงก์โยงไปยังไดรฟ์เก็บไฟล์ลับ พร้อมตารางแสดงรายชื่อ นิสิต-นักศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผิดระเบียบอย่างร้ายแรงของสถาบัน เอกสารเหล่านั้นแนบมาทั้งภาพถ่าย ภาพกล้องวงจรปิด ข้อความลับ ไปจนถึงคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา จนคนในภาพดิ้นไม่หลุด
และรายชื่อที่ถูกโพสต์ ก็คือ...
โชติวัฒน์ รัตนนุกูลเกียรติ (โชน) รีดไถค่าคุ้มครองจากรุ่นน้องนักศึกษาใหม่
เหมราช ศิริทรัพย์สกุล (หลุยส์) ลวนลามอนาจารนักศึกษาหญิงที่เป็นน้องใหม่ในสถาบัน
รัชชานนท์ ดำรงรักษ์สกุล (ริกเตอร์) ตัดต่อภาพแบล็กเมล์นักศึกษาหญิงที่เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
วสุพล พิสุทธิธาดา (เวกัส) คลิปหลุดใช้ห้องพยาบาลเป็นที่ร่วมรักกับนักศึกษาหญิง ซึ่งละเมิดกฎสำคัญของสถาบันอย่างชัดเจน (บัญญัติไว้ตั้งแต่ต้นปี)
แม้จะเป็นโพสต์ในกระทู้ลับ แต่กลับถูกแชร์ต่อในกลุ่มโซเชียลของนักศึกษาในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ความลับนี้จึงกลายเป็นระเบิดตูมใหญ่ที่เกิดขึ้นในสถาบันจนคนทั้งสถาบันอึ้งไปตาม ๆ กัน
ผลกระทบนี้ทำให้คณบดีของสถาบันสั่งเรียกสอบกลุ่มที่มีรายชื่อทันทีและคณะกรรมการฝ่ายความประพฤติก็ลงมติตัดคะแนนขั้นสูงสุด บางคนโดนสั่งพักสิทธิ์กิจกรรมทุกอย่าง บางคนถูกบังคับให้เข้าร่วมโครงการบำเพ็ญประโยชน์อย่างไม่มีข้อยกเว้น ทั้งแก๊งแตกกระเจิงตามข้อกระทำผิด มีเพียงคนเดียวที่ไม่ปรากฏในรายชื่อนั่นก็คือ...ลมหนาว
ปึง!
ภายในห้องใต้ดิน ความเงียบถูกแทนด้วยเสียงปาแฟ้มใส่ผนังอย่างแรง ด้วยฝีมือของหัวหน้าแก๊งอย่างเวกัส ในขณะที่โชนฟาดหมัดลงกับโต๊ะและสบถออกมาอย่างคับแค้นใจ
“ใครมันกล้าเล่นแรงขนาดนี้วะ!!”
เวกัสยืนนิ่ง กรามขบแน่นจนขึ้นสัน ใบหน้าหล่อครุ่นคิดราวกับรู้ว่าเป็นฝีมือใคร
“ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย…ยัยโหดนั่นแน่ ๆ”
“มีแค่คนของสภานักศึกษาเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลภายในระดับนั้นได้...มึงว่ากูพูดผิดไหมเวกัส?” หลุยส์เอ่ยถามเวกัส
“ไม่ผิด…ยัยนั่นจงใจทิ้งระเบิดตรงจุด เป็นการเปิดศึกชัดเจน” เวกัสคาดการณ์
“ที่มึงโกรธเพราะเจ็บใจที่เธอทำให้เสียภาพพจน์ความเป็นราชาของมึง…หรือมึงโกรธที่เธอรู้ว่ามึงเอาผู้หญิงไปกินในห้องพยาบาล...”
“เงียบไปเลยไอ้หนาว…ก่อนที่กูจะหมดความอดทน ไม่พูดเหมือนเดิมดีแล้วมึง...ไอ้เพื่อนเวร!” เวกัสดักคอลมหนาว เมื่อรู้สึกว่าคนพูดน้อยอย่างเขาจะเริ่มพูดมาก
“แม่ง! กูอยากรู้นัก...ว่าไอ้ตัวไหนเป็นคนมือบอนลงข่าวในโซเชียล จับได้นะ...กูจะเยสให้ Error ทั้งระบบเลย”
ริกเตอร์ลั่นวาจาอย่างเลือดเย็น เพราะสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แต่คนสร้างกระแสกับจงใจปั่นข่าวให้เหมือนเขากับเพื่อน ๆ ดูต่ำทรามเกินความเป็นจริง
“พวกมึงจำรอยยิ้มของยัยโหดตอนที่อยู่ในห้องประชุมได้ไหม?” โชนถาม
“รอยยิ้มที่น่าบีบคอนั่นน่ะเหรอ...ชาตินี้ทั้งชาติกูจะไม่มีวันลืมเลย”
ภาพของใบหยกยืนสงบนิ่งอย่างมั่นคง พลางจ้องตรงมาที่เขาในวันประชุมใหญ่ ด้วยแววตาไร้ความเกรงกลัวใด ๆ พร้อมแสยะยิ้มราวกับคนที่ได้รับชัยชนะ วนเวียนสลับไปมาในหัวของเวกัส จนต้องกัดฟันแน่นข่มความเดือดดาลเอาไว้
“ในเมื่อเธออยากเล่นเกมนัก ฉันก็จะเล่นกับเธอสักหน่อย...แล้วมาดูกัน ว่าคนอย่างฉัน เวลาเอาจริงมันเป็นยังไง...”
(ณ วาสุปาร์ค คอนโดหรูใจกลางเมือง ระดับ Super Luxury)
เวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ที่กำลังเข้าสู่โปรแกรมแฮ็กฐานข้อมูล ที่ไม่มีใครเข้าใช้ได้ นอกจากเขาและคนของเขาเท่านั้น
พึ่บ…
พึ่บ…
พึ่บ…
ทันทีที่เข้าใช้งานได้สำเร็จ ภาพถ่ายก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีละใบ ภาพเหล่านั้นคือภาพของใบหยก มีทั้งภาพในชุดมัธยม สวมแว่นทรงกลม กำลังยืนอยู่หน้าโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเขตชนบท และภาพใบหยกขณะกำลังล้างจานในโรงอาหารตอนปีสอง และอีกหลายภาพที่เวกัสนั่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
“นี่มัน...เรื่องบ้าบออะไรวะเนี่ย”
ภาพของใบหยกกับพ่อ…ที่พิการแขนขาด…ในบ้านเช่าแคบ ๆ ที่ไม่มีแม้กระทั่งตู้เย็นและสิ่งอำนวยความสะดวก สลับกับภาพของเธอที่กำลังจ้องหน้าคณะกรรมการสภานักศึกษา ด้วยดวงตาที่เคลือบแฝงแรงโทสะอย่างมีอำนาจ มันขัดแย้งกันจนแทบจะหาข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าอันไหนคือตัวเธอ
“ประธานสภา? เด็กทุนดีเด่น? แต่บ้านกลับไม่มีแม้แต่เครื่องซักผ้า…หรือตู้เย็น” เวกัสพึมพำกับตัวเอง ขณะกำลังเลื่อนดูภาพ
“เธอไม่ได้อยู่รอดเพราะโชคช่วยสินะ…สู้ชีวิตเหลือเกินยัยโหด…”
มือที่คลิกเมาส์รัว ๆ ในตอนแรกถึงกับชะงักเมื่อเบาะแสสำคัญบางอย่างถูกดาวน์โหลดเข้ามาปรากฏชัดอยู่บนหน้าจอ
“เอกสารยื่นขอสมัครการคัดเลือกเข้าฝึกงานในบริษัท วีวีไอที (VVIT) กรุป จำกัด...ลงชื่อ...ยลดา ครองฉัตร”
ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วขึ้นปม ก่อนจะทิ้งตัวพิงไปกับโซฟาอย่างครุ่นคิด
“ทำไมยัยโหดถึงอยากไปฝึกงานที่นั่น...”
นี่คือสิ่งที่เวกัสต้องหาคำตอบ แสงสว่างจากจอสะท้อนเข้าดวงตาของเวกัส ในขณะที่ภายนอกคอนโดตอนนี้ สายฝนกำลังกระหน่ำลงมาไม่หยุด หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาเลื่อนแสดงภาพสุดท้ายขึ้นมา เป็นภาพที่ใบหยกกอดพ่อเอาไว้แน่นอย่างอบอุ่นใจ อยู่ภายในบ้านไม้หลังโทรม ๆ ตรงเขตสลัมที่แออัด
“บ้าเอ๊ย...”
แววตาของเวกัสแปรเปลี่ยนไปในทันที จนต้องรีบพับหน้าจอเพื่อปิดภาพนั้นลงไปซะ เพราะหัวใจของเขาอยู่ ๆ ก็สั่นหวิวจนเกิดความสงสาร ทั้งที่เธอคือศัตรูที่เขาควรจะจัดการให้เด็ดขาด ให้สมกับความอวดเก่งที่กล้ามาต่อกรกับเขา และแน่นอนว่ามันจะไม่จบลงง่าย ๆ ถ้าเธอไม่ยอมสยบแทบเท้าของเขาก็อย่าหวังว่าชีวิตของเธอจะสงบสุขอีกเลย...
@วาสุปาร์ค คอนโดแฟ้มบันทึกรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในโรงงานถึงเปิดดูทีละหน้าด้วยมือของเวกัส รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับประกัน บันทึกการเยียวยา รายชื่อของพนักงานที่อยู่ในโรงงานวันนั้น และรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินชดเชยเขาไล่ดูมันทีละรายการ บางข้อมูลหายไปอย่างแบบงง ๆ ราวกับไม่มีการบันทึกข้อมูล บางเอกสารถูกแก้ไขภายหลัง และยิ่งค้นก็ยิ่งมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเรื่องของเงินประกันและเงินชดเชยในแต่ละเคสเวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความในเอกสารอย่างเคร่งเครียดคุณเฉลิม ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงงาน...คุณปิยะพงษ์ หัวหน้างานฝ่ายผลิต...สองชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารแทบจะทุกฉบับ แต่กลับมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เวกัสเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะขมวดคิ้ว“เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ...”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเปิดแฟ้มอีกชุดขึ้นมา และในแฟ้มนั้น... มีชื่อของบริษัทประกันที่เคยรับผิดชอบคดีเมื่อห้าปีก่อน รวมถึงรายชื่อบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องเงินชดเชย เวกัสจ้องมันอยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“ช่วยหาข้อมูลของสองคนนี้ให้ละเอียดที่สุด” เขาส
หลังจากวันนั้น... เวกัสก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่กับใบหยก แต่เหมือนเขาเลือกตัดบางอย่างออกจากชีวิตตัวเองไปอย่างเด็ดขาด เขาไม่เคยเข้าไปถามใบหยกถึงเรื่องวันนั้นอีกเลย เขาไม่อยากรู้ว่าเธอตอบลมหนาวว่าอย่างไร และไม่เคยถามว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นแบบไหนและที่สำคัญที่สุด... เขาไม่เข้าใกล้เธออีกเลยนับจากนั้น เวลามีเรื่องเกี่ยวกับโปรเจกต์ เขาจะส่งหลุยส์ ริกเตอร์ หรือโชนมาจัดการแทน หากใบหยกต้องการแก้ไขรายละเอียดงาน เธอก็จะคุยกับเพื่อนของเขาหากมีปัญหาเรื่องวัสดุหรือแบบก่อสร้าง เธอก็จะได้รับคำตอบผ่านคนอื่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้... เวกัสแทบจะเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เงาของเขาอยู่ตรงหน้า ราวกับคนสองคนที่เคยใกล้ชิดกันที่สุด กลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน“เวกัส วันนี้รายละเอียดโครงสร้างตรงฐานฝั่งตะวันตกมีปัญหานิดหน่อย แค่จุดนี้ก็น่าจะเสร็จแล้ว” หลุยส์เอ่ยขึ้น ชายหนุ่มที่กำลังตรวจแบบอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“ให้ริกเตอร์จัดการไป”“แล้วถ้าใบหยกถาม?”“ก็บอกตามนั้น” น้ำเสียงเรียบเฉยจนหลุยส์อดมองหน้าเพื่อนไม่ได้“นี่มึงจะไม่คุยกับใ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ใบหยกพยายามทำให้ตัวเองกลับมาเป็นปกติ เธอยังคงทำงานตามเดิม ยังคงตรวจแบบแปลน คุมงาน และรับผิดชอบทุกอย่างในโปรเจกต์หอนาฬิกาอย่างเต็มที่และในช่วงเวลาที่หัวใจว้าวุ่นจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร... เธอก็ยังคงเปิดแชตของเพจ เมื่อลมหนาวมาเยือนเพียงแต่คืนนี้ต่างออกไป ใบหยกนอนคว่ำอยู่บนเตียง โทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวเล็กกดพิมพ์ข้อความลงไปอย่างต่อเนื่องใบหยก: วันนี้ฉันเจอเขาอีกแล้วเธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ต่อใบหยก: ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นใบหยก: ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขายัง...ปลายนิ้วหยุดชะงัก ใบหยกเม้มริมฝีปาก ก่อนลบข้อความทั้งหมด แล้วเริ่มพิมพ์ใหม่ใบหยก: ฉันไม่ควรคิดถึงเขาเลยใช่ไหม?ไม่มีคำตอบ เธอจึงพิมพ์ต่ออย่างลืมตัวใบหยก: เวกัสเป็นคนที่น่าหงุดหงิดที่สุดในโลกเลยใบหยก: บางทีก็ทำเหมือนฉันสำคัญ บางทีก็ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนใบหยก: แล้ววันนี้ยังมากับผู้หญิงคนนั้นอีก...เธอหยุดอ่านสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ ก่อนจะพิมพ์ประโยคสุดท้ายออกไปอย่างเผลอไผลใบหยก: ฉันเกลียดตัวเองที่ต้องรู้สึกอะไรกับเขาด้วยทันทีที่ส่งออกไป... ใบหยกถึงกับชะงัก“ฉันพูดอ
ภายในห้องนอนของเวนิส เวกัสกอดน้องสาวเอาไว้แน่น มือหนาลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาเป็นจังหวะช้า ๆ ราวกับพยายามถ่ายทอดความอบอุ่นของตัวเองผ่านอ้อมกอดนั้น“ไม่เป็นไรนะ... พี่อยู่นี่แล้ว”เวนิสยังคงหอบหายใจเบา ๆ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากความหวาดกลัว ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับอกของพี่ชาย“พี่คะ...”“ครับ?”“เวนิสกลัว... ฮึก!” เสียงสะอื้นของเธอสั่นพร่าจนแทบขาดห้วง “เวนิสเห็นภาพนั้นอีกแล้ว...”มือของเวกัสที่กำลังลูบหลังน้องสาวชะงักไปเล็กน้อย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องสาวของเขาบอกแบบนี้กับเขาตอนอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง“เห็นอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้“บอกพี่ได้ไหม?”เขาไม่ได้เร่งรัด ไม่ได้ถามซ้ำติด ๆ กัน เพียงรอให้น้องสาวค่อย ๆ รวบรวมสติของตัวเองแต่คำว่า...ภาพนั้น กลับทำให้ความทรงจำบางอย่างที่เวกัสพยายามลืมมาตลอดหลายปีผุดขึ้นมาในหัวห้าปีก่อน... เขายังจำวันนั้นได้อย่างชัดเจน เป็นช่วงปีใหม่ที่โรงงานของบริษัทในเครือของตระกูลจัดกิจกรรมแจกโบนัสให้กับพนักงานเขากับน้องสาวก็มีโอกาสได้ไปร่วมด้วยแต่วันนั้นเวกัสกับเลือกที่จะอยู่ในห้องทำงานของคนเป็นพ่อ เพราะรู้สึกเบื่อกิจกรรมที่มีแต่ผู้ใหญ่
“วันนี้ลูกทำตัวไม่น่ารักเลยนะเวกัส”ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก เสียงของวัชระก็ดังขึ้นจากห้องรับแขกทันทีเวกัสที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงกับชะงัก ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อนั่งรออยู่บนโซฟา ข้างกันคือวารุณีผู้เป็นแม่ที่กำลังมองเขาด้วยสายตาอ่อนใจ“อะไรอีกครับพ่อ” เวกัสรู้สึกมึนงงกับการถูกตำหนิ ทั้งที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน“อะไรอีกงั้นเหรอ?” วัชระวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ “วันนี้พ่อให้แกไปกินข้าวกับเจ้าขา ไม่ได้ให้ไปนั่งทำหน้าบึ้งใส่เขา”“ผมก็ไปแล้วนี่ครับ” เวกัสสวนกลับทันควัน“ไปแล้วกลับก่อนเนี่ยนะ... สุภาพบุรุษที่ไหนเขาทำกัน”“ผมมีธุระครับ และผมก็แจ้งทุกคนแล้ว” เวกัสให้เหตุผล“ธุระอะไร? สำคัญกว่าการทำความรู้จักกับเจ้าขาลูกอาเฉลิมเหรอ?”ชื่อของเฉลิมทำให้เวกัสนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ผู้จัดการเฉลิมเป็นเพื่อนเก่าของพ่อเขา และเจ้าขาก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา การนัดหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของคนหนุ่มสาวธรรมดา แต่มันคือความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามสานต่อ“พ่อครับ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้สนใจเรื่องนี้”“ไม่สนใจก็ต้องรู้จักวางตัว” น้ำเสียงของวัชระเริ่มดังขึ้น “พ่อไ
หลายวันต่อมา...ภายในห้องอาหารหรูของโรงแรมดังแห่งหนึ่ง ย่านใจกลางเมืองที่บรรยากาศเงียบสงบและเวกัสนั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ท่าทางของเขาดูสุขุมราวกับชายหนุ่มที่พร้อมจะนั่งรับประทานอาหารกับครอบครัวอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ หากแต่ความจริงแล้ว... เขาแทบไม่ได้แตะอาหารตรงหน้าเลยเพราะข้างกายเขาตอนนี้มี เจ้าขา หญิงสาวหน้าตาสวยหวาน บุคลิกเรียบร้อย แต่งกายด้วยชุดเดรสเรียบหรู เธอเป็นลูกสาวของครอบครัวที่รู้จักสนิทสนมกับพ่อแม่ของเวกัสและการรับประทานอาหารมื้อเย็นในวันนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะมันคือการนัดดูตัวกันระหว่างสองครอบครัว ซึ่งเขากับเธอก็มีโอกาสได้เจอกันหลายครั้งแล้วแต่อาจจะไม่ค่อยเป็นทางการเท่าครั้งนี้“เวกัส ตักอาหารให้น้องหน่อยสิ”เสียงคุณวารุณี มารดาของเขาดังขึ้นจากอีกฝั่งโต๊ะ ชายหนุ่มเหลือบมองเจ้าขาเล็กน้อย ก่อนจะตักอาหารใส่จานให้หญิงสาวตามมารยาท“ขอบคุณค่ะ” เธอจึงกล่าวขอบคุณ“ไม่เป็นไร” น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เจ้าขาจึงยิ้มบาง ๆ ให้เขาก่อนจะชวนคุย“เมื่อก่อนเจ้าขาได้ยินคุณลุงกับคุณป้าพูดถึงพี่เวกัสบ่อยมากเลยค่ะ จนเจ้าขาอยากเจอพี่
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
เสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่ม
@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมายในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่







