LOGIN(5ปีก่อน...)
ภายในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากการจับฉลากของขวัญของพนักงานทั้งบริษัท ชายคนหนึ่งได้รับของขวัญเป็นกล่องคุกกี้หอมหวานกับตุ๊กตาหมีขนฟูตัวใหญ่เป็นรางวัล แนบมากับซองเงินโบนัสของปีนี้ ซึ่งเขาจะได้ใช้จ่ายสำหรับค่าเล่าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา
“เอาไปให้ใบหยกดีกว่า...ต้องดีใจมากแน่ๆ”
เขามองตุ๊กตาในมือ พลางยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงใบหน้าของลูกสาววัย 17ปี นาน ๆ ทีพ่อที่บ้างานอย่างเขาจะได้มีของขวัญไปฝาก ลูกสาวเขาต้องดีใจมากแน่ ๆ เพียงแค่คิดเขาก็สัมผัสได้ถึงความสุขที่เต็มตื้นในหัวใจแล้ว
เขาวางตุ๊กตาหมีตัวนั้นไว้บนโต๊ะเอกสาร ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ เครื่องจักรตัวใหญ่ซึ้งเขามีหน้าที่ควบคุมดูแล ก่อนจะหันไปทำงานกับเครื่องจักรอีกตัว ที่อยู่ด้านตรงข้ามกันอย่างคุ้นชิน
เสียงเครื่องจักรกำลังทำงาน ดังเป็นจังหวะคงที่ พร้อมกับมีเขาคอยดูแลและระบบควบคุมอยู่ไม่ห่าง
แต่แล้ว...
กึก! ครืนนนน...
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงบางอย่างก็แทรกเข้ามาในโสตประสาทของ
เขา จนเขาต้องรีบหันกลับไปดู และหัวใจของเขาก็เหมือนถูกบีบรัดแน่นขึ้นทันที“ฉิบหายแล้ว...”
เขาสบถเสียงแผ่ว เมื่อเห็นร่างของเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง วัยราว ๆ 10-12ขวบปี ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน กำลังหยิบตุ๊กตาหมีของเขายัดเข้าไปในช่องฟันเฟืองของเครื่องจักรที่กำลังหมุนด้วยแรงมหาศาล
ดวงตาคมเบิกโตจนสั่นเทาไปทั้งร่าง ก่อนจะรีบกระโจนพรวดเข้าไปดึงเด็กคนนั้นออกมา เพราะมือน้อย ๆ ของเธอกำลังจะถูกดูดเข้าไปข้างใน
“เฮ้ย! แม่หนูอย่า!” เสียงตะโกนของเขาแผดดังออกมาด้วยสัญชาตญาณ ที่รับรู้ได้ถึงอันตราย มือขวาของเขากระชากแขนเล็กของเด็กน้อยคนนั้นออกมาได้ทัน แต่แรงหมุนของเครื่องจักรกลับตวัดรัดเอาแขนซ้ายของเขาเข้าไปแทน
“กรี๊ด!!!!!!”
“อร๊ากกก...”
เสียงโลหะหนักที่บดท่อนแขนของเขาดัง ก๊อบ! แก๊บ! ชัดเต็มโสตประสาท ความเจ็บปวดแผ่ซ่านราวกับไฟที่ลุกจากปลายนิ้วแล้ววิ่งเข้าสู่หัวใจ
สายตาของเขาพร่ามัว แต่ยังโอบกอดเด็กน้อยไว้แน่น ป้องกันไม่ให้แม้แต่เศษโลหะแตะต้องโดนร่างของเธอ
ภาพสุดท้ายก่อนหมดสติคือเลือดสีเข้มไหลรินลงบนพื้นคอนกรีต และตุ๊กตาหมีของลูกสาวที่ขาดวิ่นและตกกลิ้งไปไกล ขนสีขาวของมันเปื้อนเลือดของเขาจนแดงเถือกไปทั้งตัว ก่อนสติสุดท้ายจะมืดมนและดับวูบไป...
นายบุญชัยลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัจจุบัน พลางถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เขาก้มลงมองแขนซ้ายของตนที่เหลือความยาวเพียงข้อศอก รอยตัดเย็บที่เรียบกริบเป็นร่องรอยจากคมมีดของหมอ ที่จำเป็นต้องตัดเนื้อร้ายซึ่งโดนปั่นจนกระดูกแหลกละเอียดออกเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้
แต่ทว่าหัวใจยังคงเจ็บปวด...ไม่ใช่เพราะแขนที่เสียไป แต่เพราะเขาไม่เคยรู้แม้กระทั่งชื่อของเด็กคนนั้น เด็กที่เขาเสี่ยงชีวิตช่วยไว้จนชีวิตของเขาตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ แต่พ่อแม่ของเด็กคนนั้นกลับไม่ได้มาถามไถ่หรือแสดงตัวใด ๆ จนตอนนี้
เหตุการณ์ครั้งนั้นพลิกผันชีวิตของเขาให้ดิ่งลงสู่ก้นเหวที่สูงชัน เขากลายเป็นผู้พิการแขนขาดไร้การเยียวยา ไร้หน้าที่การงาน แถมยังถูกโกงเงินประกัน จนลำบากลูกเมีย เงินเก็บที่เอาไว้ให้ลูกเรียนต้องก็เจียดมาใช้จ่ายเป็นค่ารักษาของตน จนอนาคตของลูกแทบจะริบหรี่ เคราะห์ซ้ำกำซัด...ภรรยาที่รักก็ป่วยเพราะตรอมใจจนชิงจากโลกนี้ไปก่อน เหลือเพียงเขากับลูกสาวที่ต้องสู้กันต่อไป
แต่หากย้อนกลับไปในวันนั้นอีกครั้ง เขาก็คงเลือกที่จะช่วยเด็กคนนั้นอยู่ดี เพราะเขาคงปล่อยให้เด็กคนนั้น ถูกเครื่องจักรดูดเข้าไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้เช่นกัน
“อย่างน้อย…พ่อก็ยังได้กลับมาหาใบหยกของพ่อ” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางยกยิ้มบางเบา แม้มันจะเป็นรอยยิ้มที่เคลือบด้วยรสขมปร่าของอดีตที่ผ่านมาก็ตาม
ภายในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ในชุมชนเก่า ๆ ที่แออัด เสียงพัดลมตัวเก่าโคลงเคลงอยู่บนเพดานเหนือหัว โต๊ะไม้สีหม่นมีแก้วน้ำสองใบและกับข้าวจานเดียววางอยู่ตรงกลาง
ใบหยกนั่งลงตรงข้ามผู้เป็นพ่อ มือเรียวยังจับปากกาและแฟ้มเอกสารที่หอบกลับมาจากมหาวิทยาลัย เพื่อมาทำต่อที่บ้าน
บุญชัยผู้เป็นพ่อหันมามองหน้าลูกสาว ก่อนจะยิ้มหน้าระรื่นราวกับมีความสุข ที่ได้เห็นถึงความเพียรพยายามของลูกสาว
“ทำไมวันนี้กลับค่ำอีกแล้วล่ะลูก”
ใบหยกวางแฟ้มลงบนโต๊ะ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มีประชุมโปรเจกต์ค่ะ ปีนี้ต้องทำเป็นกลุ่มด้วย…หนูไม่ถนัดเลย”
“อ้าว...แล้วเมื่อก่อนหนูทำยังไง?” ผู้เป็นพ่อเลิกคิ้ว และเอียงคอมองลูกสาวด้วยความไม่เข้าใจ
“เมื่อก่อนทำคนเดียวค่ะ ก็เลยได้แบบที่คิดไว้ เพราะไม่ต้องขัดกับใคร แต่ปีนี้…ต้องฟังความคิดเห็นของหลายคน แล้วก็ต้องทำให้คนอื่นพอใจด้วย...ยากกว่าทำงานคนเดียวซะอีก” เสียงเธอแผ่วลง ราวกับเจอโจทย์ที่ยากขึ้นจริงๆ
“มันเหนื่อยใช่ไหมลูก?” บุญชัยเอ่ยถาม ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว
“มันเหนื่อย…แต่ก็ต้องทำค่ะ เพราะถ้าทำสำเร็จ หนูจะมีโอกาสได้ทุนเพิ่ม…แล้วก็จะได้ไปฝึกงานที่VVIT”
ใบหยกพูดด้วยน้ำเสียงที่เชื่อมั่น ว่าเธอจะต้องทำมันให้สำเร็จ คนเป็นพ่อจึงยื่นแขนข้างที่โดนตัดขาดทางด้านซ้าย เอื้อมมาแตะที่หลังมือของเธอเบา ๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจ
“VVITนี่...ใช่บริษัทที่...” บุญชัยเอ่ยถึงบริษัทที่เขาไม่เคยลบลืมจากความทรงจำ แม้มันจะผ่านมานานหลายปี แต่ชื่อบริษัทนี้กับติดตรึงอยู่ในใจเขาไม่เคยลืม ภาพความทรงจำที่มีทั้งดีและแย่แทรกซึมเข้ามาในหัว จนเขาเกิดความกังวลใจ หากลูกสาวสุดที่รักต้องเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้น
“ใช่ค่ะ...” ใบหยกตอบ พลางทอดสายตามองผู้เป็นพ่อนิ่งนาน พลางกวาดสายตาหม่นมองไปที่แขนข้างซ้ายของพ่อ ที่ถูกตัดตรงข้อศอกเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ภาพของพ่อในวันนี้ มันยิ่งทำให้ใบหยกอยากก้าวข้ามขั้นตอนทุกอย่างเข้าไปในบริษัทนั้นด้วยซ้ำ แต่เธอก็จำเป็นต้องมีสติและใจเย็นกับมันให้มาก เพื่อไม่ให้ความตั้งใจที่เธออดทนรอมานานต้องสูญเปล่า
“...บริษัทที่ทำให้พ่อต้องเป็นแบบนี้ บริษัทที่โกงเงินประกันของพ่อ…จนแม่...ฮึก! ต้องตรอมใจตาย” ใบหยกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาสั่นระริกทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต
ความเงียบงัน แทรกซึมเข้ามาชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองพ่อลูก ที่กำลังนั่งมองหน้ากัน แววตาแฝงลึกไปด้วยความเจ็บปวดคับแค้นใจ
“แล้วลูก...ยังอยากจะไปฝึกงานที่นั่นอีกเหรอ?”
“ค่ะ...เพราะหนูอยากเข้าไปดูว่าใครที่ทำให้พ่อไม่ได้รับความยุติธรรม…ใครที่มันโกงเงินประกันของพ่อและใครที่มันทำให้พ่อต้องเป็นแบบนี้...หนูจะหาทางเอาคืนมันให้สาสม”
ใบหยกมีแววคับแค้นใจฉายชัดอยู่ในดวงตา จนบุญชัยผู้เป็นพ่อแอบห่วงลูกสาว ว่าลูกจะทำอะไรที่นำอันตรายมาถึงตัว เขาจึงแกล้งหัวเราะขึ้นเบา ๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้แล้ว
“เฮ้อ! ลูกสาวพ่อนี่มันดื้อจริง ๆ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะลูก...พ่อไม่ติดใจเอาความอะไรทั้งนั้นแหละ”
“พ่อไม่เอาความ...แต่หนูเอา...หนูไม่ยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ หรอก...แล้วพ่อก็ไม่ต้องมาห้ามหนูด้วย...”
ใบหยกยังคงยืนยันในอุดมการณ์ของตัวเอง จนคนเป็นพ่อได้แต่ส่ายหัวแล้วก็แกล้งทำเสียงประชดประชัน
“เฮ้อ...นี่ถ้าพ่อรู้ว่าพ่อมีลูกสาวขาลุยขนาดนี้นะ พ่อจะไปต่อแขนเหล็กซะ จะได้เอาไปฟาดไอ้คนที่มันกล้าทำลายชีวิตครอบครัวเรา...ลูกว่าดีไหม?”
ใบหยกถึงกับหลุดหัวเราะ ทั้งที่ตากำลังแดงก่ำเพราะจะร้องไห้อยู่แล้ว แต่พ่อของเธอก็เป็นซะอย่างนี้ ทุกอย่างในชีวิตคือเรื่องเล็กน้อยสำหรับพ่อเสมอ...เพราะพ่อของเธอคือคนที่เข้มแข็งที่สุดในโลกแล้ว
“พ่อเนี่ยนะ…จะใส่แขนเหล็ก? เดี๋ยวก็ได้ล้มหัวฟาด เพราะหนักแขนอีกหรอก”
ใบหยกแกล้งพูดล้อเล่นกับพ่อ เพราะเธอเองก็รู้ว่าพ่อของเธอแกล้งพูดเพื่อให้เธอสบายใจเช่นกัน
“จะไปยากอะไร...พ่อก็ล้มใส่มันไปเลยไง จะได้หัวฟาดทั้งคู่” พ่อแกล้งทำหน้าทะเล้น
เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังขึ้นในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่แม้ผนังด้านนอกจะได้ยินเสียงทะเลาะกันของเพื่อนบ้าน เสียงรถเก่า ๆ วิ่งผ่านตรอกซอย แต่ในพื้นที่เล็ก ๆ นี้ กลับมีเพียงรอยยิ้มที่พ่อพยายามมอบให้ลูกสาว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังกับเธอราวกับให้กำลังใจ
“ใบหยก…พ่อรู้ว่าลูกเหนื่อย แต่พ่อเชื่อว่าลูกจะต้องทำได้สำเร็จเหมือนทุกครั้ง และพ่อจะอยู่ตรงนี้เสมอ พ่อจะรอดูความสำเร็จของหนูนะลูก”
ใบหยกพยักหน้าเบา ๆ พลางยิ้มออกมาอย่างปลื้มปริ่มในหัวใจ
“ค่ะพ่อ...หนูจะทำให้ดีที่สุด…เพื่อตัวเอง...และเพื่อพ่อนะ”
สองพ่อลูกปลอบโยนกันด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น และเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าทั้งคู่จะต้องเจอความลำบากมามากแค่ไหน แต่ครอบครัวนี้ก็ยังอบอุ่น และเป็นที่พึ่งทางใจให้กับทั้งใบหยกและพ่อเสมอ...
สวัสดีค่ะ ไรท์ศรีสวาท นะคะ พาเวกัสกับใบหยกมาขอความเอ็นดูจากคุณรี๊ดบ้านgood ฝากเอ็นดูลูก ๆ ของไรท์ด้วยนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณรี๊กทุกท่านจะถูกใจและมีความสุขกับนิยายของไรท์นะคะ ฝากติดตามเป็นกำลังใจไรรท์ด้วยนะคะ
ใบหยกร้องด้วยความตกใจ รีบคว้าบ่าเขาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลัก ก่อนจะหันมาทุบไหล่หนาของเขาอย่างโมโห“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! นายบ้าไปแล้วหรือไง!”“หยุดดิ้น!”“ฉันบอกให้ปล่อย!”“ถ้าไม่อยากให้คนทั้งร้านหันมามอง ก็อยู่นิ่ง ๆ”คำขู่ทำให้ใบหยกชะงักไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน จึงทำได้เพียงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องเวกัสอาศัยจังหวะนั้นอุ้มเธอเดินตรงไปตามทางเดินด้านใน ผ่านประตูที่มีเพียงพนักงานและผู้บริหารเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ก่อนจะผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองเปิดออกปัง!เสียงประตูปิดลงด้านหลังทำให้ใบหยกสะดุ้งเล็กน้อย ยังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่า ชายหนุ่มก็วางเธอลงบนพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“นี่นายจะทำอะไร...”ใบหยกรีบถอยห่างทันที แต่เวกัสกลับก้าวตามเข้ามาใกล้ จนเธอต้องถอยหลังไปอีกก้าว กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะทำงาน“นายเป็นบ้าอะไรของนาย!”เธอเงยหน้าขึ้นตวาด ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ตอบในทันทีเวกัสวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ ขนาบตัวเธอไว้โดยไม่แตะต้องร่างกาย ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงน้อยนิด ลมหา
แต่ความจริงแล้ว... ก่อนจะถึงเวลานัด ลมหนาวได้โทรศัพท์คุยกับชานิกาเรียบร้อยแล้ว และแผนการของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เวกัสได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทแล้วลมหนาว: คืนนี้ว่างไหม มาฉลองโปรเจกต์ด้วยกันหน่อยเวกัสอ่านข้อความนั้นขณะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนักเวกัส: ที่ไหน?ลมหนาว: VENIKA CLUB ห้อง VIP ลงมาดิเวกัส: เออ... ถ้าว่างจะลงไปเขาตอบเพียงเท่านั้นแล้ววางโทรศัพท์ลง ตอนแรกเวกัสไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ การไปฉลองกับเพื่อนหลังจากงานใหญ่เสร็จสิ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่เขาเพียงไม่รู้ว่า... การฉลองครั้งนี้ ไม่ใช่การฉลองเพียงแค่กลุ่มของเขาเช่นวันธรรมดา แต่ลมหนาวเล่นใหญ่เชิญมาทั้งโปรเจกต์เลยอีกด้านหนึ่ง ภายในห้อง VIP ใบหยกกำลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ อย่างออกรส หลังจากได้ดื่มเครื่องดื่มแก้วแรกไปเล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันเริ่มคลายลงทีละน้อยลมหนาวนั่งอยู่ข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มากนัก เพราะโซฟาตัวเดียวกันมีเพื่อนนั่งอยู่หลายคน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีล้ำเส้น เขาเพียงคอยถามไถ่เรื่องทั่วไปและร่วมบทสนทนาเป็นครั้งคราว“งานเสร็จแล้ว ยังเหนื่
หลังจากโปรเจกต์ก่อสร้างหอนาฬิกาดำเนินมาจนสำเร็จลุล่วง ทุกคนต่างก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับงานชิ้นนี้อย่างหนักหน่วง การได้เห็นผลงานที่ตัวเองร่วมกันสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกจนกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สมบูรณ์ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ และแน่นอนว่า... ความสำเร็จในครั้งนี้ย่อมต้องมีงานฉลอง“ใบหยก คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม?”เสียงของลมหนาวดังขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บเอกสารลงในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย เพราะช่วงหลังมานี้ลมหนาวไม่ค่อยชวนเธอออกไปไหนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่องงาน หรือไม่ก็เรื่องทั่วไปผ่านแชตเท่านั้น“เที่ยวไหนเหรอ?”“ผับ” คำตอบของลมหนาว ทำให้ใบหยกชะงักไปนิดหนึ่ง“ผับเนี่ยนะ?” เธอถามเพื่อย้ำ ว่าเธอฟังไม่ผิด“อือ” ลมหนาวตอบสั้น ๆ ตามนิสัย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“โปรเจกต์เสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสฉลองกันหน่อย เราว่าจะชวนเพื่อน ๆ ไปด้วย ทั้งกลุ่มเรา กลุ่มเธอ วิเวียนกับมินตราก็ไปด้วยใช่ไหม?”“นายจะชวนทุกคนเลยเหรอ?”“ใช่” ลมหนาวยืนยัน“แล้วจะไปที่ไหน?
ตับ! ตับ! ตับ! “อื้อ... นิกา อื้ออ... นิกา...อาส์” ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัว ความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก “อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...” ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน “ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์” “งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ” ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ! “อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นแล
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหน







