Masuk“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...”
ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิงไม่เล่นด้วยมึงก็ควรถอย...อย่าเอาสันดานเหี้ย ๆ มาใช้ในถิ่นกู...ออกไป!” เวกัสเปล่งเสียงตวาดไล่จนชายคนนั้นสะดุ้งเฮือก แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่ใบหยก ราวกับจะฝากฝังความอาฆาตแค้น เวกัสจึงคว้าข้อมือของใบหยกแล้วดึงให้เธอมาหลบอยู่ข้างหลัง จนใบหยกงุนงงกับสิ่งที่เขาทำ “ออกไป!” เวกัสตลาดไล่อีกครั้ง พลางจ้องชายคนนั้นตาเขม็ง เพียงเห็นสายตาดุดันของเขา ชายคนนั้นก็รีบลนลานออกไป จนภายในห้องน้ำเกิดความเงียบงันเข้าปกคลุม “ทีอย่างนี้...ทำไมไม่เห็นเก่งเลย...ฮึ!” เวกัสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเชียบที่แสนอึดอัด จนใบหยกต้องพยายามสะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของมือใหญ่ “ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง...ไอ้บ้านี่!” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อเวกัสไม่ยอมปล่อยแถมยังกำข้อมือเธอแน่นจนใบหยกเกิดความไม่พอใจ “เธอพูดอย่างนี้กับคนที่พึ่งช่วยชีวิตเธอเหรอ...ฮึ!” เวกัสเอ่ยถามพลางกระชากร่างบางเจ้ามาใกล้ จนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงลมหายใจเป่ารด “นี่! อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ...ถอยไป!” “ทำเป็นอวดเก่ง ปากเก่ง ฉันไม่น่าช่วยเธอเลยเมื่อกี๊ น่าจะปล่อยให้ไอ้เหี้ยนั่นยำเธอให้ดูสักรอบ จะดูซิว่าจะครางเก่งเหมือนด่าไหม...” เวกัสขู่ด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางที่หยิ่งผยองของเธอ “เลว! มันคือแผนเอาคืนของนายสินะ เป็นผู้ชายซะเปล่า แต่เอาคืนผู้หญิงด้วยวิธีสกปรก...วันหลังก็เอากระโปรงมาใส่เหอะ” ใบหยกด่ากราด พลางแกะมือเขาออกจากข้อมือของตัวเอง ราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา “แผนเหรอ…เธอคิดว่าฉันต่ำทรามขนาดนั้นเลย?” “พวกนายทั้งแก๊ง ก็ถนัดทำแต่เรื่องต่ำทรามอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...” คำพูดนั้นเหมือนการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างรุนแรง “...หรือต้องให้ฉันเตือนความจำ ด้วยการสาธยายความต่ำทรามของพวกนาย มันน่าจะพูดไม่หมดภายในวันเดียว...ถ้าจะให้พูดก็คงต้อง...ฮึก...” พูดไปไม่ทันจบประโยค ใบหยกก็ถึงกับต้องเบิกตาโพลงและยืนตัวแข็งทื่อแบบฉับพลัน เมื่อริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยว่าเขาฉอด ๆ ถูกเวกัสโน้มใบหน้าลงมาประกบปิดด้วยปากของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ปากหยักได้รูปจะบดจูบลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างรุนแรง จนคนที่ด่าฉอด ๆ ในตอนแรกอึ้งงันและไม่มีโอกาสหลบหนีได้ทันที ใบหยกตกตะลึงตาโต ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรง เมื่อจูบแรกในชีวิตถูกเขาขโมยไปในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว สัมผัสที่เกิดขึ้นจากความโกรธจัดผสมกับความเดือดดาล ทำให้จูบของเวกัสมีแต่ความหนักหน่วง ร้อนแรง จนลมหายใจของใบหยกขาดห้วง “ฮึก! อื้อ...อ่อย! (ปล่อย!) ฮื่อ!” เธอพยายามดันอกเขาออก แต่แรงของชายหนุ่มกลับมากกว่า ซ้ำยังโอบรัดร่างของเธออย่างแนบแน่น จนเธอหมดแรงที่จะต่อต้าน จูบของเขาทั้งจาบจ้วงและเอาแต่ใจ บดขยี้ริมฝีปากอิ่มราวกับต้องการจะสั่งสอน แถมยังสอดส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอุ่น ดุนดันลิ้นนุ่มของเธอและกระชากออกมาดูดดื่มอย่างละโมบ ใบหยกถึงกับสั่นเทาไปทั้งตัว ความรู้สึกที่เธอไม่เข้าใจนี้ ทำให้เธอหวาดกลัว อีกทั้งจูบแรกที่เธอถูกเขาฉกชิง มันก็ต่างกับสัมผัสที่เธอฝันถึงลิบลับ จูบแรกที่เธออ่านในหนังเธอวรรณกรรมหรือนวนิยาย มันไม่ได้ป่าเถื่อนและดุดันจนน่ากลัวเช่นนี้ แต่จูบแรกของเธอทำไมมันถึงมีแต่ความเจ็บปวด แสบร้อน และอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกแบบนี้ ความผิดหวังและเสียใจกับการเสียจูบแรกให้ผู้ชายเลว ๆ คนนี้ ทำให้ใบหยกช็อกจนแทบเสียสติ เรี่ยวแรงที่เธอมีมันอ่อนลงจนแน่นิ่ง แล้วไม่นานทุกอย่างก็ดับวูบลงไปในความมืด พร้อมความปวดร้าวที่กัดกินหัวใจของเธอ… “เธอ...” เวกัสถอนจูบออกอย่างเนิบช้า เมื่อรับรู้ได้ถึงร่างกายที่อ่อนระทวยในอ้อมกอดแปลก ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาดูถึงได้รู้ว่าเธอเป็นลมเพราะจูบของเขา เวกัสเผลอกอดกระชับร่างบางของเธอเอาไว้แนบอก สายตาคมชะงักไปอีกครั้งเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ตรงหางตาของเธอ “นี่! เธอ...เธอ...ใบหยก...ใบหยกตื่น...” เวกัสพยายามเรียกเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา เขาหันมองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อคิดหาทางออกว่าจะจัดการกับเธอยังไงดี เพราะใจของเขาตอนนี้มันร้อนรนไปหมดทั้งใจแล้ว “เวกัส! นายทำอะไรเพื่อนฉัน...ไอ้เชี่ย!” เวกัสไม่ทันได้หาวิธีแก้ปัญหา เสียงของวิเวียนก็ดังขึ้น พร้อมมินตราที่รีบวิ่งตามมา “ใบหยก! ใบหยกเป็นอะไรไป...ใบหยกตื่นสิ” ทั้งคู่รีบปรี่เข้ามาดึงร่างของใบหยกออกจากอ้อมแขนของเขา ความรู้สึกของเวกัสเหมือนถูกแย่งของสำคัญ เขาถึงได้ทำเหมือนจะไขว่คว้าตามร่างของเธอ “ไอ้เลว! ไอ้ชั่ว! ไปตายซะ!” วิเวียนตวาดลั่น พลางจ้องหน้าเวกัสราวกับอยากจะฆ่าให้ตาย ก่อนจะพยุงเพื่อนออกไปโดยไม่เหลียวกลับมามองเวกัสอีกเลย เวกัสได้แต่ยืนนิ่ง ราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ ภาพริมฝีปากของเธอที่แดงช้ำและหยดน้ำตาที่เขาเป็นคนทำให้รินไหล สะท้อนและฝังลึกลงในใจ จนเขาไม่อาจลบมันออกไปได้เลย เวกัสก่นด่าตัวเองในใจ เขาควรจะสะใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม่น้ำตาของเธอถึงทำให้เขารู้สึกใจสั่นหวิวได้ขนาดนี้ ยัยนั่นถึกทนจะตาย แต่ทำไมกลับมาอ่อนไหวกับเรื่องแค่นี้ได้ พอนึกไปถึงสัมผัสที่เขาแนบชิดบดเบียดไปเมื่อครู่ ก็เล่นเอาเวกัสหายใจติดขัด จนรู้สึกอึดอัดไปทั้งหัวใจ...ใบหยกร้องด้วยความตกใจ รีบคว้าบ่าเขาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลัก ก่อนจะหันมาทุบไหล่หนาของเขาอย่างโมโห“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! นายบ้าไปแล้วหรือไง!”“หยุดดิ้น!”“ฉันบอกให้ปล่อย!”“ถ้าไม่อยากให้คนทั้งร้านหันมามอง ก็อยู่นิ่ง ๆ”คำขู่ทำให้ใบหยกชะงักไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน จึงทำได้เพียงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องเวกัสอาศัยจังหวะนั้นอุ้มเธอเดินตรงไปตามทางเดินด้านใน ผ่านประตูที่มีเพียงพนักงานและผู้บริหารเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ก่อนจะผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองเปิดออกปัง!เสียงประตูปิดลงด้านหลังทำให้ใบหยกสะดุ้งเล็กน้อย ยังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่า ชายหนุ่มก็วางเธอลงบนพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“นี่นายจะทำอะไร...”ใบหยกรีบถอยห่างทันที แต่เวกัสกลับก้าวตามเข้ามาใกล้ จนเธอต้องถอยหลังไปอีกก้าว กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะทำงาน“นายเป็นบ้าอะไรของนาย!”เธอเงยหน้าขึ้นตวาด ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ตอบในทันทีเวกัสวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ ขนาบตัวเธอไว้โดยไม่แตะต้องร่างกาย ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงน้อยนิด ลมหา
แต่ความจริงแล้ว... ก่อนจะถึงเวลานัด ลมหนาวได้โทรศัพท์คุยกับชานิกาเรียบร้อยแล้ว และแผนการของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เวกัสได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทแล้วลมหนาว: คืนนี้ว่างไหม มาฉลองโปรเจกต์ด้วยกันหน่อยเวกัสอ่านข้อความนั้นขณะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนักเวกัส: ที่ไหน?ลมหนาว: VENIKA CLUB ห้อง VIP ลงมาดิเวกัส: เออ... ถ้าว่างจะลงไปเขาตอบเพียงเท่านั้นแล้ววางโทรศัพท์ลง ตอนแรกเวกัสไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ การไปฉลองกับเพื่อนหลังจากงานใหญ่เสร็จสิ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่เขาเพียงไม่รู้ว่า... การฉลองครั้งนี้ ไม่ใช่การฉลองเพียงแค่กลุ่มของเขาเช่นวันธรรมดา แต่ลมหนาวเล่นใหญ่เชิญมาทั้งโปรเจกต์เลยอีกด้านหนึ่ง ภายในห้อง VIP ใบหยกกำลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ อย่างออกรส หลังจากได้ดื่มเครื่องดื่มแก้วแรกไปเล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันเริ่มคลายลงทีละน้อยลมหนาวนั่งอยู่ข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มากนัก เพราะโซฟาตัวเดียวกันมีเพื่อนนั่งอยู่หลายคน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีล้ำเส้น เขาเพียงคอยถามไถ่เรื่องทั่วไปและร่วมบทสนทนาเป็นครั้งคราว“งานเสร็จแล้ว ยังเหนื่
หลังจากโปรเจกต์ก่อสร้างหอนาฬิกาดำเนินมาจนสำเร็จลุล่วง ทุกคนต่างก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับงานชิ้นนี้อย่างหนักหน่วง การได้เห็นผลงานที่ตัวเองร่วมกันสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกจนกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สมบูรณ์ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ และแน่นอนว่า... ความสำเร็จในครั้งนี้ย่อมต้องมีงานฉลอง“ใบหยก คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม?”เสียงของลมหนาวดังขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บเอกสารลงในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย เพราะช่วงหลังมานี้ลมหนาวไม่ค่อยชวนเธอออกไปไหนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่องงาน หรือไม่ก็เรื่องทั่วไปผ่านแชตเท่านั้น“เที่ยวไหนเหรอ?”“ผับ” คำตอบของลมหนาว ทำให้ใบหยกชะงักไปนิดหนึ่ง“ผับเนี่ยนะ?” เธอถามเพื่อย้ำ ว่าเธอฟังไม่ผิด“อือ” ลมหนาวตอบสั้น ๆ ตามนิสัย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“โปรเจกต์เสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสฉลองกันหน่อย เราว่าจะชวนเพื่อน ๆ ไปด้วย ทั้งกลุ่มเรา กลุ่มเธอ วิเวียนกับมินตราก็ไปด้วยใช่ไหม?”“นายจะชวนทุกคนเลยเหรอ?”“ใช่” ลมหนาวยืนยัน“แล้วจะไปที่ไหน?
ตับ! ตับ! ตับ! “อื้อ... นิกา อื้ออ... นิกา...อาส์” ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัว ความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก “อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...” ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน “ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์” “งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ” ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ! “อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นแล
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
(5ปีก่อน...)ภายในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากการจับฉลากของขวัญของพนักงานทั้งบริษัท ชายคนหนึ่งได้รับของขวัญเป็นกล่องคุกกี้หอมหวานกับตุ๊กตาหมีขนฟูตัวใหญ่เป็นรางวัล แนบมากับซองเงินโบนัสของปีนี้ ซึ่งเขาจะได้ใช้จ่ายสำหรับค่าเล่าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้กับลูกสาว
เสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นไม้ของห้องใต้ดินภายในตึกวิศวกรรมเครื่องกลดังลั่น ท่ามกลางเสียงเงียบกริบที่ตึงเครียดกว่าสนามรบ สายตาทุกคู่จับจ้องร่างสูงที่เดินวนไปมาอยู่กลางห้อง พร้อมประกายความโกรธแค้นอันรุนแรง ที่ฉายชัดในดวงตาสีเข้มของเขา“แม่งเอ๊ย!!!” เวกัสสะบัดเสื้อช็อปออกจากร่าง ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหน






![[1] SEXY GRIL รัก ร้อน แรง](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
