로그인“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...”
ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิงไม่เล่นด้วยมึงก็ควรถอย...อย่าเอาสันดานเหี้ย ๆ มาใช้ในถิ่นกู...ออกไป!” เวกัสเปล่งเสียงตวาดไล่จนชายคนนั้นสะดุ้งเฮือก แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่ใบหยก ราวกับจะฝากฝังความอาฆาตแค้น เวกัสจึงคว้าข้อมือของใบหยกแล้วดึงให้เธอมาหลบอยู่ข้างหลัง จนใบหยกงุนงงกับสิ่งที่เขาทำ “ออกไป!” เวกัสตลาดไล่อีกครั้ง พลางจ้องชายคนนั้นตาเขม็ง เพียงเห็นสายตาดุดันของเขา ชายคนนั้นก็รีบลนลานออกไป จนภายในห้องน้ำเกิดความเงียบงันเข้าปกคลุม “ทีอย่างนี้...ทำไมไม่เห็นเก่งเลย...ฮึ!” เวกัสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเชียบที่แสนอึดอัด จนใบหยกต้องพยายามสะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของมือใหญ่ “ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง...ไอ้บ้านี่!” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อเวกัสไม่ยอมปล่อยแถมยังกำข้อมือเธอแน่นจนใบหยกเกิดความไม่พอใจ “เธอพูดอย่างนี้กับคนที่พึ่งช่วยชีวิตเธอเหรอ...ฮึ!” เวกัสเอ่ยถามพลางกระชากร่างบางเจ้ามาใกล้ จนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงลมหายใจเป่ารด “นี่! อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ...ถอยไป!” “ทำเป็นอวดเก่ง ปากเก่ง ฉันไม่น่าช่วยเธอเลยเมื่อกี๊ น่าจะปล่อยให้ไอ้เหี้ยนั่นยำเธอให้ดูสักรอบ จะดูซิว่าจะครางเก่งเหมือนด่าไหม...” เวกัสขู่ด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางที่หยิ่งผยองของเธอ “เลว! มันคือแผนเอาคืนของนายสินะ เป็นผู้ชายซะเปล่า แต่เอาคืนผู้หญิงด้วยวิธีสกปรก...วันหลังก็เอากระโปรงมาใส่เหอะ” ใบหยกด่ากราด พลางแกะมือเขาออกจากข้อมือของตัวเอง ราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา “แผนเหรอ…เธอคิดว่าฉันต่ำทรามขนาดนั้นเลย?” “พวกนายทั้งแก๊ง ก็ถนัดทำแต่เรื่องต่ำทรามอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...” คำพูดนั้นเหมือนการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างรุนแรง “...หรือต้องให้ฉันเตือนความจำ ด้วยการสาธยายความต่ำทรามของพวกนาย มันน่าจะพูดไม่หมดภายในวันเดียว...ถ้าจะให้พูดก็คงต้อง...ฮึก...” พูดไปไม่ทันจบประโยค ใบหยกก็ถึงกับต้องเบิกตาโพลงและยืนตัวแข็งทื่อแบบฉับพลัน เมื่อริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยว่าเขาฉอด ๆ ถูกเวกัสโน้มใบหน้าลงมาประกบปิดด้วยปากของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ปากหยักได้รูปจะบดจูบลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างรุนแรง จนคนที่ด่าฉอด ๆ ในตอนแรกอึ้งงันและไม่มีโอกาสหลบหนีได้ทันที ใบหยกตกตะลึงตาโต ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรง เมื่อจูบแรกในชีวิตถูกเขาขโมยไปในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว สัมผัสที่เกิดขึ้นจากความโกรธจัดผสมกับความเดือดดาล ทำให้จูบของเวกัสมีแต่ความหนักหน่วง ร้อนแรง จนลมหายใจของใบหยกขาดห้วง “ฮึก! อื้อ...อ่อย! (ปล่อย!) ฮื่อ!” เธอพยายามดันอกเขาออก แต่แรงของชายหนุ่มกลับมากกว่า ซ้ำยังโอบรัดร่างของเธออย่างแนบแน่น จนเธอหมดแรงที่จะต่อต้าน จูบของเขาทั้งจาบจ้วงและเอาแต่ใจ บดขยี้ริมฝีปากอิ่มราวกับต้องการจะสั่งสอน แถมยังสอดส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอุ่น ดุนดันลิ้นนุ่มของเธอและกระชากออกมาดูดดื่มอย่างละโมบ ใบหยกถึงกับสั่นเทาไปทั้งตัว ความรู้สึกที่เธอไม่เข้าใจนี้ ทำให้เธอหวาดกลัว อีกทั้งจูบแรกที่เธอถูกเขาฉกชิง มันก็ต่างกับสัมผัสที่เธอฝันถึงลิบลับ จูบแรกที่เธออ่านในหนังเธอวรรณกรรมหรือนวนิยาย มันไม่ได้ป่าเถื่อนและดุดันจนน่ากลัวเช่นนี้ แต่จูบแรกของเธอทำไมมันถึงมีแต่ความเจ็บปวด แสบร้อน และอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกแบบนี้ ความผิดหวังและเสียใจกับการเสียจูบแรกให้ผู้ชายเลว ๆ คนนี้ ทำให้ใบหยกช็อกจนแทบเสียสติ เรี่ยวแรงที่เธอมีมันอ่อนลงจนแน่นิ่ง แล้วไม่นานทุกอย่างก็ดับวูบลงไปในความมืด พร้อมความปวดร้าวที่กัดกินหัวใจของเธอ… “เธอ...” เวกัสถอนจูบออกอย่างเนิบช้า เมื่อรับรู้ได้ถึงร่างกายที่อ่อนระทวยในอ้อมกอดแปลก ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาดูถึงได้รู้ว่าเธอเป็นลมเพราะจูบของเขา เวกัสเผลอกอดกระชับร่างบางของเธอเอาไว้แนบอก สายตาคมชะงักไปอีกครั้งเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ตรงหางตาของเธอ “นี่! เธอ...เธอ...ใบหยก...ใบหยกตื่น...” เวกัสพยายามเรียกเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา เขาหันมองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อคิดหาทางออกว่าจะจัดการกับเธอยังไงดี เพราะใจของเขาตอนนี้มันร้อนรนไปหมดทั้งใจแล้ว “เวกัส! นายทำอะไรเพื่อนฉัน...ไอ้เชี่ย!” เวกัสไม่ทันได้หาวิธีแก้ปัญหา เสียงของวิเวียนก็ดังขึ้น พร้อมมินตราที่รีบวิ่งตามมา “ใบหยก! ใบหยกเป็นอะไรไป...ใบหยกตื่นสิ” ทั้งคู่รีบปรี่เข้ามาดึงร่างของใบหยกออกจากอ้อมแขนของเขา ความรู้สึกของเวกัสเหมือนถูกแย่งของสำคัญ เขาถึงได้ทำเหมือนจะไขว่คว้าตามร่างของเธอ “ไอ้เลว! ไอ้ชั่ว! ไปตายซะ!” วิเวียนตวาดลั่น พลางจ้องหน้าเวกัสราวกับอยากจะฆ่าให้ตาย ก่อนจะพยุงเพื่อนออกไปโดยไม่เหลียวกลับมามองเวกัสอีกเลย เวกัสได้แต่ยืนนิ่ง ราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ ภาพริมฝีปากของเธอที่แดงช้ำและหยดน้ำตาที่เขาเป็นคนทำให้รินไหล สะท้อนและฝังลึกลงในใจ จนเขาไม่อาจลบมันออกไปได้เลย เวกัสก่นด่าตัวเองในใจ เขาควรจะสะใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม่น้ำตาของเธอถึงทำให้เขารู้สึกใจสั่นหวิวได้ขนาดนี้ ยัยนั่นถึกทนจะตาย แต่ทำไมกลับมาอ่อนไหวกับเรื่องแค่นี้ได้ พอนึกไปถึงสัมผัสที่เขาแนบชิดบดเบียดไปเมื่อครู่ ก็เล่นเอาเวกัสหายใจติดขัด จนรู้สึกอึดอัดไปทั้งหัวใจ...หลังจากคืนนั้น... คนที่นอนไม่หลับกลับไม่ได้มีเพียงแค่เวกัสคนเดียว แต่มีใบหยกอีกคนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ทว่าดวงตากลับเปิดค้างมองเพดานอย่างไร้จุดหมายเธอพลิกตัวไปทางซ้าย... แล้วก็พลิกกลับมาทางขวา สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยกหมอนขึ้นมาปิดหน้า“ใบหยก...แกเป็นอะไรของแกเนี่ย”คำถามนั้นไม่มีคำตอบ เพราะต่อให้พยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างเป็นเพียงความผิดพลาด แต่ภาพของเวกัสกลับยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดทั้งสายตา น้ำเสียง อ้อมกอด และความรู้สึกในช่วงเวลานั้น ยิ่งพยายามลืม...กลับยิ่งจำ และสิ่งที่ทำให้เธอสับสนที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาแต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก เธอไม่รู้ว่าควรเรียกมันว่าอะไรหวั่นไหว? ผูกพัน? หรือเพียงแค่ความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดขึ้นเพราะอยู่ใกล้กันมากเกินไป“เขาคือแค่เวกัส...” ใบหยกพึมพำกับตัวเอง“ผู้ชายที่ชอบเอาชนะคนอื่น แล้วฉันจะไปหวั่นไหวกับเขาทำไม เธอนี่มันไร้สาระจังเลยใบหยก” เธอพยายามหาเหตุผลมาปลอบตัวเอง แต่หัวใจกลับไม่ยอมเชื่อฟังรุ่งเช้า... ใบหยกจึงเลือกวิธีที่คิดว่าง่ายที่สุด... คือการโฟกัสที่การทำงานถ้าพยาย
หลังจากเช้าวันนั้น ใบหยกก็เลือกวิธีรับมือกับความรู้สึกของตัวเองอย่างง่ายที่สุด ด้วยการหลบหน้าเวกัสเธอไม่ได้หนีงาน ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ และไม่ได้ทำตัวผิดปกติต่อหน้าคนอื่น ตรงกันข้าม... ใบหยกกลับทุ่มเทให้กับโปรเจกต์มากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เธอเดินตรวจงานตั้งแต่เช้า ไล่เช็กแบบแปลนทีละจุด ตรวจรายละเอียดของโครงสร้าง พูดคุยกับทีมงาน และจดบันทึกทุกอย่างลงในสมุดอย่างตั้งใจเพียงแต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเวกัสใกล้เข้ามา เธอจะหาข้ออ้างเดินไปอีกด้านทันที“ใบหยก ฉัน...”“เดี๋ยวฉันไปเช็กอีกฝั่งก่อนนะ” “เดี๋ยวสิ... ฉันยังพูดไม่จบ”“เอาไว้ค่อยคุยกันนะ”เธอตอบเร็วเสียจนเวกัสได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไป ครั้งแรกเขายังไม่คิดอะไร ครั้งที่สองยังพอเข้าใจ แต่นี่ผ่านไปเป็นวันแล้ว ใบหยกก็เอาแต่อ้างนั่นนี่ และแทบจะไม่สบตากับเขาเลยสักครั้งจนเวกัสเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ยิ่งเธอพยายามหลบ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกผลักออกห่างทั้งที่เมื่อคืน... เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของเขา ยังมองเขาด้วยแววตาสั่นไหว แต่วันนี้กลับทำเหมือนเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า“เชี่ย... แม่ง!” เสียงสบถเบา ๆ ทำ
“ใบหยก...แกมันบ้าไปแล้ว ทำอะไรลงไปเนี่ย”เสียงพึมพำของใบหยกดังขึ้นท่ามกลางห้องนอนที่เงียบสนิท ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ใบหยกก็แทบไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เธอเอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแล้วพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย ยิ่งพยายามไม่คิด ภาพของเวกัสก็ยิ่งชัดขึ้นมาในหัวแววตาคมเข้มของเขา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเธอ อ้อมแขนที่เคยทำให้เธอรู้สึกทั้งหวาดระแวงและปลอดภัยในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงจุมพิตที่ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวจนไม่เหลือความเป็นตัวเอง“โอ๊ย...ทำไมฉันต้องไปยอมเขาด้วยนะ”ใบหยกยกมือขึ้นปิดใบหน้า เธอพลิกตัวนอนคว่ำแล้วซุกใบหน้าลงกับหมอน รู้สึกว่าความร้อนกำลังไล่ขึ้นมาบนแก้มอีกครั้งเธอไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเองจะเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้คนอย่างเวกัสเข้ามาใกล้ได้ขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังระวังเขาทุกฝีก้าวเขาทั้งเจ้าเล่ห์ ชอบเอาชนะ และไม่เคยยอมใคร แต่วันนี้เธอกลับเป็นฝ่ายตอบรับความรู้สึกนั้นเสียเอง“แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมองหน้าเขาได้ยังไง...”คำถามหลุดออกมาพร้อมเสียงถอนหายใจ เพียงแค่คิดว่าจะต้องเจอเวกัสในวันพรุ่งนี้ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลใบหยกหลับตาแน่น พยา
เวกัสที่กำลังสนุกกับสองเต้าอวบ ค่อย ๆ สอดปลายนิ้วแหวกเนื้อผ้าผื่นบางช้า ๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดุดันร่องเนื้อนุ่ม แล้วขำแลกผ่านม่านกุหลาบสีหวานเข้าไปข้างในความชุ่มฉ่ำที่ปูทางไว้ทำให้ทุกอย่างไหล่ลื่นจนแทรกผ่านได้ง่ายเพียงขยับเบา ๆ“อ๊า! วะ... เว ฮื่อ! เว!”ใบหยกเผลอหลุดเสียงครางลั่นด้วยความเสียว นี่เป็นครั้งแรกและเป็นคนเดียวที่เธอยอมให้สัมผัสตัวเธอได้อย่างใกล้ชิดมากขนาดนี้“แน่นจังเลยหยก... ฮืม!”เวกัสกัดฟันแน่น พลางซุกไซ้ไปทั่วทั้งลำคอและลาดไหล่ของเธอ ในขณะที่มือของเขากำลังรังแกจุดอ่อนไหวของเธออย่างแผ่วเบา“ฮึก! เวกัส... อย่า... เรา... หยุดแค่นี้ได้ไหม”ใบหยกเอ่ยราวกับคนไม่มีทางออก เพราะเธอเองก็เริ่มควบคุมตัวเองไม่ไหวแล้ว“ถ้ามันคือรางวัลที่เราอยากได้ล่ะหยก... หืม...”น้ำเสียงของเขาทั้งออดอ้อนและนุ่มนวลจนใบหยกสั่นสะท้านทุกครั้งที่ได้ยิน“อ๊า! เวกัส... อื้อ!”ใบหยกถึงกับครางลั่น เมื่อเวกัสเริ่มขยับจังหวะของปลายนิ้ว แถมเสียงที่มันเล็ดลอดออกมา ก็ช่างน่าอายเสียจริง“ลองดูก็ได้... นิดเดียว...”ตอนนี้เวกัสเหมือนรถที่กำลังเบรกแตก ความฝันในคืนนั้นที่เขาฝันว่าได้ครอบครองเธอ มันแล่นแป๊บเข้ามาจนหัว
ทั้งคู่สบตากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ภายในห้องใต้ฐานหอนาฬิกาเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่อยู่ใกล้กันเกินกว่าระยะปลอดภัย ใบหยกยังคงกำแผ่นป้ายเอาไว้แน่น ขณะที่แววตาของเวกัสกลับอ่อนลงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงความเงียบที่เหมือนกำลังพูดแทนทุกความรู้สึกผ่านทางสายตาจวบจนเวกัสค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปหาเธอช้า ๆ ราวกับเปิดโอกาสให้ใบหยกถอยหนีได้ทุกเมื่อ ทว่าเธอกลับยืนนิ่ง ทั้งจ้องสบตาเขาราวกับท้าทาย ในขณะที่หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบกลบเสียงรอบตัว“อืม...”ริมฝีปากของทั้งสองแตะกันอย่างแผ่วเบาเวกัสหลับตาพริ้ม เขาพยายามควบคุมตัวเองจนร่างกายสั่นเทา ทั้งที่เขาไม่เคยใช้ความนุ่มนวลแบบนี้กับใครมาก่อน ก่อนจะค่อย ๆ ถอนจูบนั้นอย่างอ้อนยิ้มสายตาของทั้งคู่สบผสานกันอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงจุมพิตสั้น ๆ ที่อ่อนโยนจนใบหยกแทบไม่เชื่อว่าจะเป็นสัมผัสของคนคนเดียวกันกับเวกัสที่เธอเคยรู้จัก“นะ... นาย...”มือหนาค่อย ๆ รับแผ่นป้ายออกจากมือของเธอ แล้ววางมันลงบนโต๊ะด้านข้าง โดยไม่ได้เร่งรัดหรือบีบบังคับ จากนั้นจึงหันกลับมาหาเธออีกครั้ง“เว... เวกัส... ฮึก! ฮื่อ...”และครั้งนี้.
การก่อสร้างหอนาฬิกาดำเนินมาเกือบครบหนึ่งสัปดาห์... จากชิ้นงานที่เคยมีเพียงโครงร่าง วันนี้มันเริ่มกลายเป็นรูปร่างขึ้นมาอย่างชัดเจน ฐานโครงสร้างแข็งแรง ตัวเรือนสูงตระหง่าน และกลไกภายในที่ซับซ้อนค่อย ๆ ถูกประกอบเข้าที่ทีละส่วนทุกอย่างสำเร็จไปแล้วมากกว่าครึ่ง หากไม่มีอะไรผิดพลาด... อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ หอนาฬิกาแห่งนี้ก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งวันทุกคนจึงแทบไม่ได้หยุดมือ เสียงเครื่องมือดังสลับกับเสียงเรียกหากันของสมาชิกในทีม นักศึกษาบางคนอยู่บนโครงนั่งร้าน บางคนกำลังตรวจสอบกลไก บางคนช่วยจัดเตรียมวัสดุอยู่ด้านล่างส่วนใบหยก... เธอจะใกล้อยู่บริเวณนั้นเสมอ ไม่ว่าจะมีใครเรียกหาเธอจากตรงไหน เธอก็มักจะเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปช่วย“ตรงนี้เอาไว้ให้เราจัดการเอง นายไปดูอีกฝั่งเถอะ”“ระวังนะ เดี๋ยวเราช่วยจับให้”“อันนี้ตรวจอีกครั้งก็ได้ เราไม่อยากให้มีข้อผิดพลาด”ทั้งที่ร่างกายเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เหมือนคนที่กำลังวิ่งเข้าใกล้เส้นชัยทีละก้าว และเวกัสเอง... ก็เป็นหนึ่งในคนที่วิ่งอยู่บนเส้นทางเดียวกันกับเธอ ตกเย็น... แสงอาทิตย์สีส้มอ่อน เริ่มทอดผ่านช่องว่างของอาคารเรียน
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
เสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่ม
@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมายในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่
ณ ห้องชมรมภายในศูนย์สาธิตวิทยาของสถาบัน EST ตอนช่วงเวลาบ่ายคล้อย ใบหยกยังคงนั่งก้มหน้าอยู่กับแบบแปลนชิ้นงานบนโต๊ะออกแบบอย่างเคร่งเครียด ดินสอไม้ด้ามยาวหมุนไปมาอยู่ระหว่างนิ้วเรียว ราวกับกำลังใช้ความคิดในหัวไม่หยุด“ใบหยกจ๋า!”เสียงหวานใสแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของวิเวียนดังขึ้นจากข้างหลัง เพื่อย้ำกั







