Masuk"เฮ้ย?!" ต้นข้าวรีบถอดสิ่งที่มันเชื่อมต่อกันอยู่ออกอย่างไว แต่ก็ไม่ทันร่างของเขาเลอะไปด้วยอาเจียนที่เธอปล่อยออกมา "โธ่เว้ยอีกนิดเดียวเอง" ชายหนุ่มรีบลุกจากเตียงแล้วตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายโดยไม่ได้สนใจหญิงสาวที่นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงอีกต่อไปแล้ว
"อ้วกกก" ถึงแม้เขาจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้วแต่ร่างกายของเธอยังคงขับสิ่งที่เหลืออยู่ในกระเพาะออกมาจนเลอะเทอะทั้งเตียงและพื้นห้อง
หลังจากที่ทำความสะอาดร่างกายเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ออกมาเอาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ขึ้นมาสวมใส่ สายตามองหญิงสาวที่เปื้อนไปด้วยอาเจียนของตัวเองด้วยความขยะแขยง
ออกมาจากห้องเขาก็ขึ้นรถสตาร์ท แต่ก่อนออกมาเขาไม่ลืมที่จะยื่นเงินให้เด็กที่มาเปิดผ้าม่านโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เด็กเห็นว่าผู้หญิงยังไม่ออกมาจากห้องเลยปล่อยห้องไว้ก่อน รอให้ฝ่ายหญิงออกแล้วค่อยเข้าไป
เช้าวันต่อมา..
ครืนน ครืนนน ปรารถนารู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ของเธอดัง ตื่นขึ้นมาหญิงสาวก็มองไปรอบๆ ห้องไม่เจอฝ่ายชายอยู่ในนี้แล้ว
เราทำอะไรลงไปเนี่ย.. มองดูร่างกายของตัวเองก็อดสมเพชไม่ได้ เขาคงออกไปตั้งแต่ตอนที่เธออาเจียนเต็มห้องแล้ว แต่พอจะหันไปรับโทรศัพท์สายนั้นก็ตัดไปก่อน
ก๊อกๆ "ตื่นหรือยังครับ" พนักงานแค่จะมาดูว่ายังอยู่ในห้องไหม
"เดี๋ยวฉันออกไปค่ะ" หญิงสาวรีบเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย
เมื่อคืนนี้เรา? ..ตอนที่ล้วงทำความสะอาดถึงจำได้ว่าเมื่อคืนนี้มันไปถึงขั้นไหนแล้ว เพราะ เธอรู้สึกแสบตรงอวัยวะส่วนนั้น พอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนน้ำตาก็ไหลรินปะปนกับสายน้ำฝักบัว นี่เธอเสียครั้งแรกไปแล้วเหรอ แถมคนที่ได้ครั้งแรกไปยังทิ้งให้เธอนอนหมดสภาพอยู่ในห้องเพียงคนเดียว
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จปรารถนาก็เปิดประตูให้พนักงาน และพนักงานก็เข้ามาตรวจเช็คห้อง พอเห็นว่าเธอทำห้องเลอะเทอะก็ตำหนิติเตียน แถมยังบอกให้เธอจ่ายค่าทำความสะอาดห้องเพิ่มด้วย
"ผู้ชายเมื่อคืนเขาไม่ได้จ่ายค่าห้องเหรอคะ?" รู้สึกอายสายตาของพนักงานมาก แต่ก็ต้องยอมรับสภาพของตัวเอง
"พนักงานเมื่อคืนไม่ได้บอกอะไร ถ้าจ่ายไว้แล้วค่าห้องก็ต้องเขียนว่าชำระแล้วสิ" เพราะคนที่เข้ามาเช็คห้องเป็นพนักงานกะเช้า คนละกะกับเมื่อคืนนี้
อะไรกันเนี่ยเราต้องจ่ายค่าห้องเองด้วยเหรอ? หลังจากที่ถามค่าห้องและค่าทำความสะอาดแล้ว เธอเลยขอจ่ายแค่ค่าห้องส่วนทำความสะอาดเดี๋ยวเธอจะทำเองเพราะค่าทำความสะอาดแพงกว่าอีก
ทางพนักงานเลยปล่อยให้เธอทำความสะอาดไปเพราะพวกเขาก็ไม่มีใครอยากทำอยู่แล้ว
"หึหึ" หลังจากที่พนักงานเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้ามาให้แล้วออกไป ปรารถนาก็อดขำตัวเองไม่ได้ ทำไมชีวิตเธอถึงได้บัดซบเยี่ยงนี้
ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดห้องและเช็ดคราบอาเจียนที่เธอทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ก็ได้มีโทรศัพท์ดังขึ้นมาอีกครั้ง
>>{"ฮัลโหล"} เห็นว่าเป็นเบอร์ของเสน่หาเธอเลยรับสายก่อน
{"ปรารถนาเหรอจ๊ะ"}
>>{"ใช่ค่ะ พี่โทรมามีอะไรคะ"}
{"เมื่อคืนนี้พี่ว่าจะชวนเรามาเป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่เกิดเรื่องก่อน พี่เลยโทรมาชวนวันนี้..ทันไหม"} เมื่อคืนนี้ก็เป็นเสน่หานี่แหละที่โทรชวนปรารถนาออกมาเลี้ยงฉลองสละโสด แต่ชาละวันดันพาตัวเธอออกจากบาร์ไปก่อน
>>{"ได้ค่ะ เจอกันที่งานเลี้ยงเลยนะคะ"} ทีแรกว่าจะปฏิเสธ เพราะสภาพนี้เธอคงไม่กล้าไปเจอหน้าใครหรอก แต่พอคิดว่าผู้ชายคนนั้นต้องไปร่วมงานนี้แน่ เธอจะต้องทำให้เขารับผลการกระทำที่เขาทำกับเธอไว้
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 10ปรารถนาที่ทำความสะอาดก็แอบสังเกตว่าไม่เห็นสายไฟหรือหลอดไฟของบ้านหลังนี้เลย เธอเลยชะเง้อมองดูเส้นทางที่เขาพาขับรถเข้ามาก็ไม่เห็นมีเสาไฟอย่าบอกนะว่า?ทำความสะอาดชั้นบนจนเสร็จสรรพแล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง เห็นเขานอนเอาขาไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้เธอเลยเดินเข้าไปถาม"บ้านหลังนี้ไม่มีน้ำมีไฟแล้วจะอยู่ยังไง""ใครบอกไม่มีน้ำ""ฉันไม่เห็นมีก๊อกน้ำเลย""ก็นั่นไง" ต้นข้าวใช้ปลายเท้าที่เขาไขว่ห้างอยู่ชี้ไปทางบ่อน้ำ"ใช้น้ำบ่อเหรอ?""ถ้าไม่ใช้น้ำบ่อจะใช้น้ำอะไรล่ะ""แล้วบ้านหลังที่คุณเดินไปหาเป็นบ้านของใคร" เธอคิดว่ากระท่อมปลายนาหลังนี้ต้องเป็นของเจ้าของบ้านหลังนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่วนบุคคลไม่เห็นชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย"อยากจะรู้ไปทำไม""ฉันคิดว่าเป็นบ้านของญาติคุณ""ไม่ใช่หรอก""แล้วที่นี่เป็นของใครคะ""สวรรค์ของเราสองคนไงอยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ""ฉันแค่ถามว่าที่นี่เป็นของใคร" ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายและสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ คงอยากทำให้เธอถอนตัว"พ่อซื้อไว้ แต่ก่อนฉันก็มาทำไร่ไถนาที่นี่แหละ" ชาวบ้านแถวนี้ใครอยากขายที่เหนือตะวันก็ซ
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 9ปรารถนานั่งรถมากับเขาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่ถาม ถึงแม้ในใจจะนึกกลัวมากแต่คิดว่าเขาคงไม่เอาเธอไปต้มยำทำแกงหรอกด้วยความเพลียหญิงสาวเผลอหลับไป จนคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่คิดว่าเธอบ้าหรือเปล่าที่กล้ามากับเขาโดยที่ไม่ถาม แถมยังนอนหลับไม่คิดว่าเขาจะพาไปขายเลยหรือไงหลับนานเท่าไรไม่รู้ตื่นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มสว่างมากแล้วแต่รถยังไม่หยุดวิ่งเลย ..ตกลงเขาจะพาเราไปไหนกันแน่นี่มันข้ามจังหวัดมากี่จังหวัดแล้วเนี่ย ถึงตอนนี้ปรารถนาก็ไม่ปริปากถามเลยแม้แต่นิดเดียวหญิงสาวมองป้ายข้างทางถึงกับตกใจนี่ไม่ได้ข้ามแค่จังหวัดนะข้ามภูมิภาคด้วยในขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเวลามีคนโทรเข้ามาก็สั่นขึ้น เธอปิดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะพี่สาวโทรมาตลอดเลยต้นข้าวก็ได้ยินเสียงสั่นเตือนและเห็นอยู่ว่าเธอไม่รับสายคงอยากไปกับเขาจนเนื้อเต้นล่ะสิ ถึงกับไม่รับโทรศัพท์ญาติที่โทรตามด้วยความเป็นห่วงรถวิ่งเข้ามาถึงหมู่บ้านหนึ่งแล้วก็เลี้ยวออกไปทางท้ายหมู่บ้าน ออกท้ายหมู่บ้านไม่พอเขายังคงขับไปตามเส้นทางลงกลางทุ่งนา ถนนหนทางถือว่าดีเลยล่ะเพราะเป็นคอนกรีต แต่ไม่มีบ้านคนระหว่างทางเลยแม้แต่หลัง
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 8"โอ๊ย" มาถึงรถร่างของปรารถนาก็ถูกจับโยนขึ้นไปและเขาก็ปิดประตู ตอนที่ต้นข้าวเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับถ้าเธอจะลงก็ลงได้ขึ้นประจำที่คนขับต้นข้าวก็ออกตัวรถอย่างเร็ว ญาติผู้ใหญ่ที่เดินตามมามองตามไปด้วยความเป็นห่วงฝ่ายหญิง ทุกคนรู้ดีว่าต้นข้าวหวงชีวิตอิสระมาก เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักเลย แต่เธอคนนี้ข้ามเส้นที่เขาขีดไว้เลยอดเป็นห่วงฝ่ายหญิงไม่ได้"เอาไงต่อดีคะ" มิลานถามเหนือตะวันผู้เป็นสามี"ไม่รู้ไอ้นี่มันเลือดร้อนได้ใคร""คุณต้องการคำตอบไหมคะว่าเหมือนใคร" กำลังพูดถึงเรื่องลูกอยู่ดีๆ ก็จะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาซะงั้น"เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะ""ฉันถามว่าคุณอยากรู้ไหมว่าลูกชายของคุณเหมือนใคร""ไม่ใช่..ผมถามก่อนหน้านั้น""ไม่อยากรู้แล้วหรือคะว่าเหมือนใคร""คุณก็จะพูดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาทำไมล่ะเรากำลังพูดถึงเรื่องลูก" ช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นอีกคนที่เลือดร้อนมากเคยแบกเธอข้ามทุ่งนาพาไปปลูกข้าวทำนามาแล้วด้วย(ระหว่างรอเรื่องนี้ใครอยากไปอ่านเรื่องของเหนือตะวันและมิลานก็ได้นะคะในเรื่องสยบรักค่ะ)"ฉันกลัวว่าลูกชายคุณจะทำร้ายผู้หญิงน่ะสิคะ""มันคงไม่ทำแบบนั้นหรอก" เหน
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 7"ฉันเจ็บนะ" ปรารถนาพยายามแกะมือของต้นข้าวออก เธอยังไม่อยากตามเขาออกไปตอนนี้เพราะกลัวว่าจะเสียแผน"เธอกำลังคิดจะทำอะไร" เห็นเธอไม่ยอมเดินตามเขาเลยหยุดแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่พอใจ"คุณไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยหรือคะ""เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้รับผิดชอบด้วย""คุณพูดมาได้ยังไงว่ามันเรื่องแค่นี้""ก็มันเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย""คุณก็รู้ว่าฉันเมา""ถ้าแค่นี้ต้องรับผิดชอบฉันคงต้องรับผิดชอบผู้หญิงเกือบทั้งมหาวิทยาลัยเลยมั้ง""?" ปรารถนาไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีความคิดแบบนี้ เขาแค่หวังจะฟันเธอแล้วทิ้งงั้นเหรอ ผู้ชายแบบคุณต้องเจอผู้หญิงแบบฉัน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกมันมีจริง"เธอจะไปไหน" ต้นข้าวรีบเดินตามคิดว่าเธอต้องทำอะไรอีกแน่ และก็เป็นแบบที่เขากลัวเพราะเธอเดินตรงไปทางโต๊ะของคุณปู่"สวัสดีค่ะคุณปู่" คิดว่าคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านต้องเป็นท่านแน่"ปรารถนา!" ต้นข้าวเดินตามมาแล้วฉุดตัวเธอไว้"มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ" แขกที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่มีแต่คนมีหน้ามีตาทั้งนั้นสำราญเลยต้องห้ามหลานชาย และตอนนี้ทุกคนก็มองเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 6"พูดอะไรของเธอ!" เขาพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัว แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความกล้าขนาดนี้"หนูชื่อปรารถนาเหรอจ๊ะ" มิลานกลัวลูกชายจะต่อว่าให้ฝ่ายหญิงเลยต้องรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยฝ่ายหญิงก่อน"ใช่ค่ะชื่อปรารถนา จะเรียกนาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" ปรารถนาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมาก"เธอเป็นแค่รุ่นน้องในคณะของผมครับแม่ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไป""เดี๋ยวก่อนสิลูกแม่ขอคุยกับหนูปรารถนาหน่อย" มิลานกลัวมากกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนพ่อเพราะนางเคยเจอมาแล้ว เลยคิดจะปกป้องฝ่ายหญิงไว้ก่อน ส่วนคุณปู่ยังไม่ออกตัวเพราะต้องดูกันไปก่อนว่าฝ่ายหญิงจะมาดีหรือมาร้าย"แม่จะคุยอะไรกับเธอครับ""เรื่องของผู้หญิงลูกไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเถอะ""เธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องไปทำหน้าที่เหมือนกันครับ""นาคุยกับคุณแม่ได้ค่ะ" ตอนเธอบอกว่าจะคุยกับท่านมือเขาที่จับแขนเธออยู่ใช้แรงบีบเพื่อให้เธอปฏิเสธ "คุณแม่จะคุยในนี้หรือจะออกไปคุยข้างนอกคะ" แรงที่เขาบีบแขนเธออยู่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แต่ปรารถนาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้ใครเห็น"มานั่งโต๊ะกับแม่ดีกว่า""แม่ครับ""ปล่อยให้
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 5ขณะที่ชาละวันกำลังยืนคุยกับท่านอดีตรัฐมนตรีอยู่ ช่อฟ้าก็ให้คนมาตามลูกชายเพราะได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวแล้ว"ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่""ไปเถอะหลาน" ท่านเห็นชาละวันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกับหลานชายแล้ว แต่ก่อนพวกเขาเกเรในสายตาของท่านมาก แต่ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนมีฐานะสำราญเลยปล่อยให้คบกับหลานชายได้ แต่ก็ยังไม่เข้าตาอยู่อีกนั่นแหละเพราะชอบชวนกันไปเหลวไหลอยู่ประจำ มาถึงตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กคนนี้มาก แต่พอมองไปดูหลานชายตัวเองมีแต่จะเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย"?" ต้นข้าวที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างๆ กาย มองไปเห็นเธอคนนั้นเดินมากับเจ้าสาวก็ทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่พวกเธอรู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว"ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของพ่อด้วยนะ" คุณานนท์บิดาของเสน่หาส่งลูกสาวให้ถึงมือเจ้าบ่าวของเธอ"ผมสัญญาครับว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีเหมือนที่พ่อรักและดูแล"คุณานนท์เห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้จะทำตามที่พูดได้แน่ เพราะแม้แต่ชีวิตของเขายังเคยใช้มันเพื่อบดบังอันตรายที่จะเกิดกับลูกสาวได้ ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ของเธอมอบเธอให้กับเสี่ยคนหนึ่ง เขาได้เข้าไปช่วยและเกือบเ







