Masuk-- พระนาย -- หล่อ คมเข้ม (เอา)ดุ 'ฉายาเฮดว๊ากหน้าอ่อน' เป็นคนตรงๆ ปากจัด ดุดันมากโดยเฉพาะเอว -- ทอฝัน -- น่ารัก สดใส ใสซื่อ 'ฉายายัยซื่อบื้อประจำคณะ' เป็นคนซื่อๆ แต่น่ารักมาก
Lihat lebih banyak"Ayah malu punya anak kaya aku?"
"Ayah, aku juga mau disayang seperti yang lain." "Ayah, kalau aku mati, apakah ayah akan sedih dan kehilangan aku?" * * * ~Jika hidupku tidak ditakdirkan bahagia sekarang, maka izinkan aku bahagia dikehidupan selanjutnya, Tuhan.~ ○♧○ Namanya Starla Keina Fazwa, sering di sebut Starla, namun panggilan kesayangan dari sang bunda dan keluarganya adalah Key. Tak ada yang spesial dari hidupnya. Meski memiliki ayah dan tiga orang kakak termasuk satu kakak kembar beda 5 menit, Starla selalu merasa kesepian. Ayah yang selalu sibuk dengan urusan kantor dan semakin gila kerja setelah bunda tiada membuat suasana rumah tidak sehangat dulu lagi. Hal itu membuat keinginan Starla kecil muncul. Ia ingin sekali mengembalikan momen-momen kehangatan serta keharmonisan keluarganya yang telah lama tiada. Akankah ia bisa menggapai keinginan kecilnya itu? "Benci banget sama senin." Starla mematut wajahnya di depan cermin dengan wajah bete. "Apa pura-pura sakit aja kali, ya? Males banget harus upacara," gumamnya pelan. Wajahnya ia poles dengan bedak bayi dan bibirnya ia beri sedikit sentuhan lipp gloss agar tak terlalu pucat. "Cantik juga," pujinya narsis. Starla keluar dengan seragam Putih-Abu sambil menenteng tas disebelah kirinya. Senyumnya melebar ketika melihat ayah yang biasanya jarang di rumah sudah nangkring di depan meja. "Pagi ayah!" sapa Starla hangat. "Ya," balas sang ayah yang tak mengalihkan pandangannya dari tablet di tangan. Senyum Starla tak meluntur meski sang ayah mejawab singkat sapaannya. Syukur saja kali ini sapaannya mendapat tanggapan, biasanya hanya di anggap angin lalu belaka. Starla menyimpan tas dan segera mengambil selembar roti tawar dan mengolesnya dengan selai strobery sambil bersenandung ceria. Menikmati sarapan pagi kali ini. Ryan duduk di depan Starla dengan eaut wajah datar. Sudah biasa seperti ini. Tidak akan ada sapaan antar saudara dan tidak akan ada kehangatan di dalamnya. "Besok ada kumpulan orang tua di sekolah aku, ayah bisa datang gak?" tanya Starla dengan semangat. Meski ia tahu akhir dari jawaban sang ayah akan pahit baginya. Sadar tak ada jawaban dari sang ayah, suara tawa ledekan terdengar nyaring di telinga Starla. "Suruh bi Nana aja." Wajah ceria Starla sama sekali tidak luntur. "Semester kemarin ayah cuma ambil raport milik Skala aja, masa sekarang aku harus sama bi Nana lagi?" Starla menghela nafas kecewa. "Pffft ... makanya pintar dulu baru di perhatiin ayah," ledek Ryan dengan tampang menyebalkan yang mulai keluar di wajah tampannya. Memang di antara semua saudaranya, hanya Starla lah yang memiliki kapasitas otak yang tak memungkinkan seperti ketiga saudaranya. Hanya ia saja yang tidak lolos tes sekolah internasional. "Otak-otak aku, kenapa kamu yang ngurus." "Makanya urus diri li sendiri, bodoh," ujarnya seraya bangkit dari duduknya. Starla pun ikut bangkit, ia melayangkan tangan untuk meminta salam dari ayahnya sebelum pergi. Namun ia turunkan kembali saat tawa ledekan Ryan menguar. Sadar bahwa ayahnya mengacuhkannya. Bara fokus pada tablet di tangannya tanpa menoleh kemanapun. Starla hanya tersenyum canggung, kemudian melengang pergi di ikuti oleh Ryan di belakangnya yang sedang memutar-mutar kunci motor ninja kesayangannya sambil terus berbicara omong kosong mengenai otak Starla yang tidak sama dengan yang lainnya. Starla hanya mengabaikan omong kosong Ryan sebagai angin lalu belaka. Sesaat sampai garasi, ia mengeluarkan sepeda kesayangannya. Matanya memicing, meliha sosok di balik mobil ayah. Ternyata itu Skala. "Pagi Skala!" sapa Starla dengan senyum ceria yang tak luntur. "Skala udah sarapan? Kalau belum mau aku bikinin bekal buat sarapan kamu?" Hening, tak ada satu jawabanpun dari sang empu. Membuat Starla tersenyum canggung. "Ngga akan lama kok Skala, aku bikinin-" "Urus diri lo sendiri!" ujar Skala memotong dengan pedas. Lalu meninggalkan Starla seorang diri di lorong garasi. Starla tersenyum kecut, ia sudah teriasa dengan seluruh sikap dingin dan menyebalkan keluarganya. Namun hal itu tak akan membuat Starla menyerah. Ia yakin, suatu saat nanti ia akan bisa mengembalikan kembali keutuhan yang pernah hilang itu. Nda lihat di sana kan? Nda pasti bantu Starla kan? "Semangat Starla." * * * Next Part ..."ฮ ฮึก อ๊าๆ มะ ไม่ไหวแล้ว""อีกนิดจะเสร็จแล้ว"เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู กดฟันคมลงมายังเนินอกใหญ่ขาวเนียนเบาๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงหอบหายใจหนักและเสียงครวญครางยังคงดังก้องห้องกว้างพระนายจับร่างเล็กพลิกคว่ำหน้าโดยที่แก่นกายใหญ่ยังคงสอดประสานในกายสาว กดน้ำหนักมือลงกลางหลังบางทำให้สะโพกมนแอ่นขึ้นรับกับแรงกระแทกของเขาได้ถนัดมากขึ้น ซี๊ดปากด้วยความเสียวแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยขบกรามแน่นครางเสียงกระหึ่มในลำคอ"อื้อ~ จะเสร็จแล้ว""ใจเย็นรอกันด้วย อืมม์""ไม่ไหวแล้วมัน อะ อื้อ~"ร่างเล็กเกร็งกระตุกปลดปล่อยสายธารน้ำหวานออกมาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ ลมหายใจติดขัดรุนแรงฟุบหน้าลงกลางหมอนใบใหญ่โดยที่หลืบร่องแคบก็ตอดรัดท่อนเอ็นแข็งที่ยังคงสอดแช่ค้างในตัวเธอด้วยความหนักหน่วงไปด้วยพระนายหลุบลงมองยังตัวตนของตัวเอง ขยับเอวสอบเนิบนาบเพื่อรีดน้ำหวานของคนตัวเล็กกระตุ้นอารมณ์เธอให้ปล่อยออกมาให้สุด ตวัดปาดลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากใบหน้าคมหล่อเหลาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นมาจากการทำกิจ(กาม)ร่วมกันกับแฟนสาวมือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นสะโพกมนสองข้างหนักๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงคลายตัวของช่องทางรัก เอียงคอเล็กน
"เย้! ในที่สุดก็สอบเสร็จสักที" เสียงหวานของทอฝันตะโกนออกมาด้วยความโล่งใจที่ท้ายสุดแล้วสัปดาห์แห่งการสอบที่แสนจะตึงเครียดก็จบลงสักที มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือหัวเพื่อบิดขี้เกียจโดยมีเพื่อนสนิทเดินตามมาด้านข้าง"สอบเสร็จแต่ก็ยังเหลือส่งงานค้างนะอย่าเพิ่งดีใจไป""อย่างน้อยก็สอบเสร็จแล้วไง ส่วนงานค้างเหลือแค่ส่งไม่ได้มีอะไรเพิ่มแล้วนี่ จากนี้จะได้มีเวลาอยู่กับพระนายสักที ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้คุยกันมากเลย""เหอะ! หมั่นไส้คนมีแฟนอ่ะ แล้วนี่แกจะกลับเชียงใหม่วันไหนอ่ะ""น่าจะอีกสองสามวันแหละ เดี๋ยวไปหาซื้อของฝากก่อนแล้วค่อยกลับ""อือ แล้วแฟนเด็กแกอ่ะจะกลับด้วยป่ะ เอาไปไหว้ญาติพี่น้องฝากตัวเป็นลูกเขยก่อนอะไรทำนองนั้นอ่ะ""รายนั้นน่ะต้องไปอยู่แล้ว นี่ขนาดตอนพ่อแม่ฉันมาหาห่างแค่ไม่กี่วันยังงอแงจะลงแดงตายอยู่แล้ว แล้วนี่ถ้าอยู่ห่างกันขนาดนั้นไม่ต้องหามส่งโรงบาลเลยหรือไง" ว่าพลางยิ้มเขินเดินลงบันไดมา เธอไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิดเดียว เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และดูเหมือนเธอเองก็จะติดโรคขาดเขาไม่ได้มาจากเขาแล้วด้วยสิ ขนาดตอนอ่านหนังสือสอบที่แม้จะแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยแต่ก็ต้องมีเขานั่
สองวันต่อมา...ทอฝันยืนส่งพ่อกับแม่เธอที่สนามบินโดยมีแฟนหนุ่มในชุดเสื้อช็อปกางเกงยีนส์สีซีดยืนอยู่ข้างกันด้วย ใบหน้าคมหล่อเหลาดูอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า ทักข้อความมาหาเธอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยด้วยซ้ำ ถามย้ำถึงการกลับบ้านของพ่อแม่เธอเป็นประโยคแรกมันทำให้เธออดจะยิ้มเอ็นดูไม่ได้จริงๆ สงสัยคงจะรอเวลานี้มานานจริงอย่างปากพูดจริงนั่นแหละ"อีกสองอาทิตย์จะสอบแล้วนี่ สอบเสร็จจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า" ปิ่นเกล้าเป็นคนเอ่ยถามลูกสาว เหลือบขึ้นมองยังเด็กหนุ่มที่ยิ้มในหน้าตลอดตั้งแต่เจอกันวันนี้แล้วเลื่อนสายตากลับมายังคนตัวเล็กตรงหน้าต่อ"ค่ะ หนูว่าจะกลับไปพักเอากำลังใจสักหน่อยก่อนจะกลับมาเรียนใหม่ พักนี้เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ"เธอเล่าเรื่องที่เจอกับตัวเองให้กับพ่อแม่ฟังแล้ว แต่เหลือเพียงรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ได้เล่าอย่างเช่น การที่เธอถูกอดีตคนรักมุ่งร้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอไม่กล้าบอกท่านจริงๆส่วนเรื่องของพระนายเธอเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง มีทั้งข้อดีข้อเสียและความจริงใจที่เขามีต่อเธอ ความเปลี่ยนแปลงทั้งความรู้สึกและการกระทำ รวมถึงการมัดมือชกไปพบพ่อแม่เขาแล้วด้วย "อืมกลับไปพักสักสองสามวันก็ดี ยายบ่นคิดถึ
"ฮ ฮึก! อ๊า อื้อ!"ปึก ปึก!เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังหยาบโลนลั่นห้องนอนภายในคอนโดของพระนาย แสงแดดยามบ่ายแก่สาดส่องลอดผ่านบานกระจกใสบานใหญ่กระทบเข้ากับสองร่างเปลือยบนเตียงกว้างสีเทาอ่อนที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าหากันอย่างหนักหน่วงมือหนายกขึ้นมารั้งจับเอวคอดกิ่วไว้มั่น อัดกระแทกกายสวนขึ้นมาโดยที่ริมฝีปากก็ยังคงตะโบมโลมเลียยอดถันสีทับทิมอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน"อ๊า อ๊า ใกล้แล้วจะ.. จะเสร็จแล้ว""ซี๊ด~ ตอดแน่ฉิบ!""อื้อ จูบหน่อยสิ"เสียงหวานกระเส่าเรียกร้องหาจูบดูดดื่มจากเรือนกายหนา และแน่นอนว่าเขาย่อมไม่ขัดเธออยู่แล้ว พระนายกดจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มสอดลิ้นเข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวรัดลิ้นเล็ก เลื่อนมือขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่เต็มมือแรงๆ โดยที่ยังคงไม่ได้ลดแรงกระแทกกายสอดประสานกันเลยสักนิดจังหวะเนื้อกระทบกันเริ่มถี่รัวหนักหน่วงมากขึ้นเมื่อสองคนเริ่มเห็นทางสว่างปลายอุโมงค์วาบหวิว ช่วยกันนำขับเรือสวาทร้อนแรงเข้าชนเป้าหมายพร้อมกัน เปลี่ยนบทเพลงสวาทเร่าร้อนเป็นสายธารน้ำรักสาดเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใครทอฝันเกร็งกระตุกตอดรัดลำกายท่อนเอ็นใหญ่ที่ยังคงฝังตัวอยู่ในช่องทางรักคับแคบของตัวเองแน่น
ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัวเดินออกมาจากห้องเรียนพร้อมกันกับเพื่อนสนิทหลังเลิกคลาสในช่วงเช้าของวันนี้แล้ว ทอฝันยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นดูข้อความที่แฟนหนุ่มเพิ่งส่งเข้ามาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความออดอ้อนแข็งกระด้างนั้นเมื่อคืนหลังจากมื้อค่ำที่แสนจะอึดอัดเล็กน้อยจบลงคนตัวโตก็อาสาจะช่วย
"สวัสดีครับคุณอาผมชื่อพระนายครับ เธอลืมโทรศัพท์ฉันเลยเอาขึ้นมาให้"อึก!แค่ก แค่ก!ทอฝันไอหน้าดำหน้าแดงเพราะข้าวร้อนที่เผลอกลืนลงไปทำพิษติดคอไม่พอยังส่งไอร้อนไปทั่วลำคอลามไปถึงกระเพาะอีก มือบางยกขึ้นมาปิดปากไอจนน้ำตาเล็ดใบหน้าแดงก่ำไปหมด เหลือบสายตามองยังคนตัวโตที่ยังคงยืนยิ้มยื่นโทรศัพท์ของเธอส่งใ
"มึงแน่ใจนะว่าจะไม่บอกเมียมึงเรื่องนี้""อืม กูคิดดูแล้ว ฝันเป็นคนชอบกังวลเก็บสีหน้าไม่ค่อยเก่งกลัวมันจะไหวตัวทัน""แต่มันอันตรายมากเลยนะเว้ย""กูจะดูแลฝันเอง เดี๋ยวจะลองหาตัวช่วยอีกคน""เออ แต่ยังไงก็แล้วแต่มึงต้องระวังให้มาก พวกมันมีใครบ้างก็ไม่รู้""เออขอบใจที่เตือน"พระนายเบือนสายตาออกจากเพื่อน
"เมื่อกี้แกคุยอะไรกับพี่ต้นไม้ฝัน เขาคงไม่ได้มาขอโอกาสแกโน่นนี่อีกใช่ไหม""ก็ไม่ได้คุยอะไรเขาไม่ได้พูดอะไรสำคัญเลยด้วยซ้ำ""แล้วจะเรียกแกไปคุยทำไมแบบนี้มันแปลกๆ นะ""แปลกยังไง ฉันไม่เห็นมีอะไรแปลกเลย""ยัยบื้อเอ๊ยเลิกบื้อสักวันจะได้ไหมเนี่ย"ทอฝันยกมือขึ้นเกาหัวแกรกด้วยความมึนงง เธอก็ไม่เห็นว่ามันม
Ulasan-ulasan