Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-14 16:29:00

สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 4

หลังจากที่ทำความสะอาดห้องเสร็จแล้วทางเจ้าของก็เข้ามาตรวจจนอนุญาตให้เธอกลับไปได้

ตอนที่ปรารถนาเดินออกมาพนักงานก็หันไปซุบซิบพูดคุยกัน ถึงแม้จะไม่ได้ยินแต่ก็รู้ว่าพวกเขาคงพูดถึงเรื่องที่เธอมาเข้าโรงแรมกับผู้ชายแล้วถูกผู้ชายทอดทิ้ง โชคดีที่เธอไม่ใช่คนดังอะไรไม่นานคนพวกนี้ก็คงลืมเรื่องของเธอไปเอง แต่เธอนี่สิคงจำฝังใจไปจนตลอดชีวิตเลยแหละ

ปรารถนาเดินออกมาเรียกแท็กซี่ ไม่ต้องพูดถึงค่าเทอมหรอกค่าแท็กซี่จะพอจ่ายหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แล้วต่อจากนี้ไปเธอจะใช้ชีวิตยังไง แม่ส่งเงินให้เดือนละครั้ง ถ้าจะขอแม่เพิ่มก็สงสารท่านที่ทำงานหนัก แต่ถ้าไม่เรียนต่อแม่คงผิดหวังในตัวลูกสาวคนนี้มาก

มือเรียวยื่นไปกำลังจะกวักเรียกแท็กซี่คันที่มีไฟโชว์ว่าว่าง แต่ก็ต้องรีบชักมือกลับมา เธอเก็บเงินไว้ให้ค่าแท็กซี่ตอนดึกคืนนี้ดีกว่าเพราะต้องไปร่วมงานแต่งที่โรงแรมอีก

ปรารถนาเลยเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์ที่ค่าโดยสารไม่ค่อยแพงมาก

รถเมล์มาจอดหน้าปากซอย เดินเข้าไปในซอยอีกเป็นกิโลเมตรเพราะแบบนี้แหละถึงอยากเรียกแท็กซี่ แต่ก็ไม่เป็นไรเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงงานเลี้ยงตอนเย็น

แล้วเราจะใส่ชุดอะไรดี.. เข้ามาถึงนึกได้ว่าเธอไม่มีชุดสวยๆ พอที่จะใส่ออกงานสังคมได้เลย ปรารถนาเลยแอบไปเปิดห้องของวาสนาผู้เป็นพี่สาวดูว่าพอมีชุดให้เธอยืมใส่ไหม จะว่ายืมก็คงไม่ใช่ต้องบอกว่าแอบเอามาใส่ก่อนคิดว่าพี่สาวคงไม่ไปร่วมงานแน่

เปิดดูตู้เสื้อผ้าก็เห็นอยู่ชุดหนึ่งสวยมาก พี่สาวได้ชุดนี้มายังไง? อย่าบอกนะว่าเอาเงินค่าเทอมส่วนของเธอมาซื้อชุดนี้เพราะปรารถนาไม่เคยเห็นชุดนี้เลย

วันนี้วาสนาคงออกไปช้อปปิ้งกับเพื่อน ถ้าเธอจะเอาชุดนี้ไปใส่ต้องรีบออกจากบ้านก่อนพี่สาวจะกลับมา

ตอนหยิบเอาชุดเห็นกระเป๋าเงินของพี่สาววางอยู่ปรารถนาเลยเอามาเปิดดู..

[ร้านเสริมสวย]

เธอเอาเงินที่อยู่ในกระเป๋านั้นมาทั้งหมดเพราะมันคือส่วนที่เธอต้องได้เหมือนกัน คิดจะทำการใหญ่ต้องลงทุนหน่อย ปรารถนาเลยเข้าร้านเสริมสวยทำผมแต่งหน้าให้เข้ากับชุดที่มีอยู่

"ว้าวพี่ไม่คิดว่าน้องจะสวยได้ถึงขนาดนี้ ตกลงไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือจะไปเป็นเจ้าสาวเองเนี่ย" หลังจากแต่งเสริมเติมสวยเข้าไปแล้วช่างเสริมสวยถึงกับชม

"เป็นเพราะฝีมือของพี่มากกว่าค่ะ" ปรารถนาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะแต่งออกมาได้สวยถึงเพียงนี้เหมือนกัน

ออกจากร้านเสริมสวยเธอก็เรียกแท็กซี่ให้มาที่โรงแรมเลย คิดว่าเจ้าสาวคงมาเตรียมตัวที่โรงแรมแล้ว

ระหว่างทางที่นั่งแท็กซี่มาโทรศัพท์ก็ดังไม่ขาดสาย พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของพี่สาวเลยไม่ยอมรับสาย กลับบ้านไปเจอหน้าพี่เธอต้องโดนหนักแน่แต่ไม่เป็นไรขอให้จบงานนี้ก่อน

มาถึงโรงแรมปรารถนาก็โทรไปบอกเสน่หาว่าเธอมาถึงแล้ว เสน่หาเลยให้คนมาพาเธอไปห้องส่วนตัวที่จองไว้

"โอ้โหนี่น้องปรารถนาจริงไหมเนี่ย"

"สวัสดีค่ะ" ปรารถนาเข้ามาก็ไหว้ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ "พี่สวยมากเลยนะคะ"

"เราก็สวยมากเลยนะ"

"ขอบคุณมากค่ะ"

ช่วงเย็นของวันนั้นแขกต่างก็ทยอยกันเข้ามาร่วมงานแต่ง แขกแต่ละคนที่มาร่วมงานมีแต่คนมีระดับทั้งนั้น งานนี้ท่านอดีตรัฐมนตรีสำราญและภรรยาก็มาร่วมงานด้วย ไม่ได้มีแค่คุณปู่กับคุณย่าของต้นข้าวที่มา พ่อและแม่ของเขาก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน

และวันนี้ต้นข้าวก็ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวรวมถึงเพื่อนอีกสามคนด้วย

"แม่ครับเจ้าสาวของผมแต่งตัวอยู่ห้องไหน"

"เราจะไปหาเจ้าสาวตอนนี้ไม่ได้นะลูกยังไม่ได้ฤกษ์"

"ไปแอบดูเฉยๆ ก็ไม่ได้เหรอครับ"

"แอบดูก็ไม่ได้"

"มึงนี่เป็นเอามากเลยนะ ไม่หวงความโสดเลยหรือไง"

"ถ้ามึงเจอผู้หญิงสักคนแล้วมึงจะรู้ความรู้สึกของกูตอนนี้"

"ฝันไปเถอะ อย่าคิดว่ากูจะเอาชีวิตไปทิ้งกับผู้หญิงแค่คนเดียว" ต้นข้าวเห็นแล้วว่าเพื่อนหมดอิสรภาพโดยสิ้นเชิงเลย เขาไม่มีทางยอมให้ใครมาบงการชีวิตของเขาได้แน่

"แม่ว่าลูกออกไปเตรียมตัวหน้างานก่อน เดี๋ยวอีกหน่อยได้ฤกษ์ทางพ่อของหนูเสน่หาคงไปรับลูกสาวมา"

"ครับ"

มาถึงหน้างานก็เห็นว่าท่านรัฐมนตรีมาถึงแล้ว และกำลังยืนคุยกับพ่อของเขาอยู่ชาละวันเลยรีบเดินเข้าไปไหว้ท่าน

"สวัสดีครับคุณปู่"

"ว่าไงเรา เป็นฝั่งเป็นฝาก่อนใครเพื่อนเลยนะ"

"ครับ"

"ไอ้ต้นของปู่เมื่อไรมันจะมีคนมากำราบมันได้แบบนี้บ้าง"

"ไม่มีใครกำราบผมได้หรอกครับปู่" ต้นข้าวเดินตามหลังชาละวันมาได้ยินคำพูดของปู่พอดี

🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 10

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 10ปรารถนาที่ทำความสะอาดก็แอบสังเกตว่าไม่เห็นสายไฟหรือหลอดไฟของบ้านหลังนี้เลย เธอเลยชะเง้อมองดูเส้นทางที่เขาพาขับรถเข้ามาก็ไม่เห็นมีเสาไฟอย่าบอกนะว่า?ทำความสะอาดชั้นบนจนเสร็จสรรพแล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง เห็นเขานอนเอาขาไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้เธอเลยเดินเข้าไปถาม"บ้านหลังนี้ไม่มีน้ำมีไฟแล้วจะอยู่ยังไง""ใครบอกไม่มีน้ำ""ฉันไม่เห็นมีก๊อกน้ำเลย""ก็นั่นไง" ต้นข้าวใช้ปลายเท้าที่เขาไขว่ห้างอยู่ชี้ไปทางบ่อน้ำ"ใช้น้ำบ่อเหรอ?""ถ้าไม่ใช้น้ำบ่อจะใช้น้ำอะไรล่ะ""แล้วบ้านหลังที่คุณเดินไปหาเป็นบ้านของใคร" เธอคิดว่ากระท่อมปลายนาหลังนี้ต้องเป็นของเจ้าของบ้านหลังนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่วนบุคคลไม่เห็นชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย"อยากจะรู้ไปทำไม""ฉันคิดว่าเป็นบ้านของญาติคุณ""ไม่ใช่หรอก""แล้วที่นี่เป็นของใครคะ""สวรรค์ของเราสองคนไงอยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ""ฉันแค่ถามว่าที่นี่เป็นของใคร" ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายและสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ คงอยากทำให้เธอถอนตัว"พ่อซื้อไว้ แต่ก่อนฉันก็มาทำไร่ไถนาที่นี่แหละ" ชาวบ้านแถวนี้ใครอยากขายที่เหนือตะวันก็ซ

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 9

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 9ปรารถนานั่งรถมากับเขาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่ถาม ถึงแม้ในใจจะนึกกลัวมากแต่คิดว่าเขาคงไม่เอาเธอไปต้มยำทำแกงหรอกด้วยความเพลียหญิงสาวเผลอหลับไป จนคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่คิดว่าเธอบ้าหรือเปล่าที่กล้ามากับเขาโดยที่ไม่ถาม แถมยังนอนหลับไม่คิดว่าเขาจะพาไปขายเลยหรือไงหลับนานเท่าไรไม่รู้ตื่นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มสว่างมากแล้วแต่รถยังไม่หยุดวิ่งเลย ..ตกลงเขาจะพาเราไปไหนกันแน่นี่มันข้ามจังหวัดมากี่จังหวัดแล้วเนี่ย ถึงตอนนี้ปรารถนาก็ไม่ปริปากถามเลยแม้แต่นิดเดียวหญิงสาวมองป้ายข้างทางถึงกับตกใจนี่ไม่ได้ข้ามแค่จังหวัดนะข้ามภูมิภาคด้วยในขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเวลามีคนโทรเข้ามาก็สั่นขึ้น เธอปิดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะพี่สาวโทรมาตลอดเลยต้นข้าวก็ได้ยินเสียงสั่นเตือนและเห็นอยู่ว่าเธอไม่รับสายคงอยากไปกับเขาจนเนื้อเต้นล่ะสิ ถึงกับไม่รับโทรศัพท์ญาติที่โทรตามด้วยความเป็นห่วงรถวิ่งเข้ามาถึงหมู่บ้านหนึ่งแล้วก็เลี้ยวออกไปทางท้ายหมู่บ้าน ออกท้ายหมู่บ้านไม่พอเขายังคงขับไปตามเส้นทางลงกลางทุ่งนา ถนนหนทางถือว่าดีเลยล่ะเพราะเป็นคอนกรีต แต่ไม่มีบ้านคนระหว่างทางเลยแม้แต่หลัง

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 8

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 8"โอ๊ย" มาถึงรถร่างของปรารถนาก็ถูกจับโยนขึ้นไปและเขาก็ปิดประตู ตอนที่ต้นข้าวเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับถ้าเธอจะลงก็ลงได้ขึ้นประจำที่คนขับต้นข้าวก็ออกตัวรถอย่างเร็ว ญาติผู้ใหญ่ที่เดินตามมามองตามไปด้วยความเป็นห่วงฝ่ายหญิง ทุกคนรู้ดีว่าต้นข้าวหวงชีวิตอิสระมาก เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักเลย แต่เธอคนนี้ข้ามเส้นที่เขาขีดไว้เลยอดเป็นห่วงฝ่ายหญิงไม่ได้"เอาไงต่อดีคะ" มิลานถามเหนือตะวันผู้เป็นสามี"ไม่รู้ไอ้นี่มันเลือดร้อนได้ใคร""คุณต้องการคำตอบไหมคะว่าเหมือนใคร" กำลังพูดถึงเรื่องลูกอยู่ดีๆ ก็จะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาซะงั้น"เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะ""ฉันถามว่าคุณอยากรู้ไหมว่าลูกชายของคุณเหมือนใคร""ไม่ใช่..ผมถามก่อนหน้านั้น""ไม่อยากรู้แล้วหรือคะว่าเหมือนใคร""คุณก็จะพูดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาทำไมล่ะเรากำลังพูดถึงเรื่องลูก" ช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นอีกคนที่เลือดร้อนมากเคยแบกเธอข้ามทุ่งนาพาไปปลูกข้าวทำนามาแล้วด้วย(ระหว่างรอเรื่องนี้ใครอยากไปอ่านเรื่องของเหนือตะวันและมิลานก็ได้นะคะในเรื่องสยบรักค่ะ)"ฉันกลัวว่าลูกชายคุณจะทำร้ายผู้หญิงน่ะสิคะ""มันคงไม่ทำแบบนั้นหรอก" เหน

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที 7

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 7"ฉันเจ็บนะ" ปรารถนาพยายามแกะมือของต้นข้าวออก เธอยังไม่อยากตามเขาออกไปตอนนี้เพราะกลัวว่าจะเสียแผน"เธอกำลังคิดจะทำอะไร" เห็นเธอไม่ยอมเดินตามเขาเลยหยุดแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่พอใจ"คุณไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยหรือคะ""เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้รับผิดชอบด้วย""คุณพูดมาได้ยังไงว่ามันเรื่องแค่นี้""ก็มันเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย""คุณก็รู้ว่าฉันเมา""ถ้าแค่นี้ต้องรับผิดชอบฉันคงต้องรับผิดชอบผู้หญิงเกือบทั้งมหาวิทยาลัยเลยมั้ง""?" ปรารถนาไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีความคิดแบบนี้ เขาแค่หวังจะฟันเธอแล้วทิ้งงั้นเหรอ ผู้ชายแบบคุณต้องเจอผู้หญิงแบบฉัน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกมันมีจริง"เธอจะไปไหน" ต้นข้าวรีบเดินตามคิดว่าเธอต้องทำอะไรอีกแน่ และก็เป็นแบบที่เขากลัวเพราะเธอเดินตรงไปทางโต๊ะของคุณปู่"สวัสดีค่ะคุณปู่" คิดว่าคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านต้องเป็นท่านแน่"ปรารถนา!" ต้นข้าวเดินตามมาแล้วฉุดตัวเธอไว้"มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ" แขกที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่มีแต่คนมีหน้ามีตาทั้งนั้นสำราญเลยต้องห้ามหลานชาย และตอนนี้ทุกคนก็มองเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 6

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 6"พูดอะไรของเธอ!" เขาพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัว แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความกล้าขนาดนี้"หนูชื่อปรารถนาเหรอจ๊ะ" มิลานกลัวลูกชายจะต่อว่าให้ฝ่ายหญิงเลยต้องรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยฝ่ายหญิงก่อน"ใช่ค่ะชื่อปรารถนา จะเรียกนาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" ปรารถนาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมาก"เธอเป็นแค่รุ่นน้องในคณะของผมครับแม่ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไป""เดี๋ยวก่อนสิลูกแม่ขอคุยกับหนูปรารถนาหน่อย" มิลานกลัวมากกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนพ่อเพราะนางเคยเจอมาแล้ว เลยคิดจะปกป้องฝ่ายหญิงไว้ก่อน ส่วนคุณปู่ยังไม่ออกตัวเพราะต้องดูกันไปก่อนว่าฝ่ายหญิงจะมาดีหรือมาร้าย"แม่จะคุยอะไรกับเธอครับ""เรื่องของผู้หญิงลูกไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเถอะ""เธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องไปทำหน้าที่เหมือนกันครับ""นาคุยกับคุณแม่ได้ค่ะ" ตอนเธอบอกว่าจะคุยกับท่านมือเขาที่จับแขนเธออยู่ใช้แรงบีบเพื่อให้เธอปฏิเสธ "คุณแม่จะคุยในนี้หรือจะออกไปคุยข้างนอกคะ" แรงที่เขาบีบแขนเธออยู่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แต่ปรารถนาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้ใครเห็น"มานั่งโต๊ะกับแม่ดีกว่า""แม่ครับ""ปล่อยให้

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 5

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 5ขณะที่ชาละวันกำลังยืนคุยกับท่านอดีตรัฐมนตรีอยู่ ช่อฟ้าก็ให้คนมาตามลูกชายเพราะได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวแล้ว"ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่""ไปเถอะหลาน" ท่านเห็นชาละวันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกับหลานชายแล้ว แต่ก่อนพวกเขาเกเรในสายตาของท่านมาก แต่ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนมีฐานะสำราญเลยปล่อยให้คบกับหลานชายได้ แต่ก็ยังไม่เข้าตาอยู่อีกนั่นแหละเพราะชอบชวนกันไปเหลวไหลอยู่ประจำ มาถึงตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กคนนี้มาก แต่พอมองไปดูหลานชายตัวเองมีแต่จะเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย"?" ต้นข้าวที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างๆ กาย มองไปเห็นเธอคนนั้นเดินมากับเจ้าสาวก็ทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่พวกเธอรู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว"ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของพ่อด้วยนะ" คุณานนท์บิดาของเสน่หาส่งลูกสาวให้ถึงมือเจ้าบ่าวของเธอ"ผมสัญญาครับว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีเหมือนที่พ่อรักและดูแล"คุณานนท์เห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้จะทำตามที่พูดได้แน่ เพราะแม้แต่ชีวิตของเขายังเคยใช้มันเพื่อบดบังอันตรายที่จะเกิดกับลูกสาวได้ ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ของเธอมอบเธอให้กับเสี่ยคนหนึ่ง เขาได้เข้าไปช่วยและเกือบเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status