Se connecterสยบรักวิศวะร้าย บทที่ 5
ขณะที่ชาละวันกำลังยืนคุยกับท่านอดีตรัฐมนตรีอยู่ ช่อฟ้าก็ให้คนมาตามลูกชายเพราะได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวแล้ว
"ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่""ไปเถอะหลาน" ท่านเห็นชาละวันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกับหลานชายแล้ว แต่ก่อนพวกเขาเกเรในสายตาของท่านมาก แต่ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนมีฐานะสำราญเลยปล่อยให้คบกับหลานชายได้ แต่ก็ยังไม่เข้าตาอยู่อีกนั่นแหละเพราะชอบชวนกันไปเหลวไหลอยู่ประจำ มาถึงตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กคนนี้มาก แต่พอมองไปดูหลานชายตัวเองมีแต่จะเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย
"?" ต้นข้าวที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างๆ กาย มองไปเห็นเธอคนนั้นเดินมากับเจ้าสาวก็ทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่พวกเธอรู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว
"ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของพ่อด้วยนะ" คุณานนท์บิดาของเสน่หาส่งลูกสาวให้ถึงมือเจ้าบ่าวของเธอ
"ผมสัญญาครับว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีเหมือนที่พ่อรักและดูแล"
คุณานนท์เห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้จะทำตามที่พูดได้แน่ เพราะแม้แต่ชีวิตของเขายังเคยใช้มันเพื่อบดบังอันตรายที่จะเกิดกับลูกสาวได้ ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ของเธอมอบเธอให้กับเสี่ยคนหนึ่ง เขาได้เข้าไปช่วยและเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะถูกยิง
เจ้าบ่าวรับตัวเจ้าสาวเดินเข้าไปในงานที่มีแขกผู้มีเกียรติให้การปรบมือกันสนั่นห้องจัดเลี้ยงเพื่อแสดงความยินดี
งามพร้อม ต้นหยก และปรารถนา เพื่อนเจ้าสาวในคืนนี้ก็เดินตามหลังคอยจัดกระโปรงเจ้าสาวที่ยาวเฟื้อยช่วยไม่ให้สะดุดล้ม
ส่วนอีกฝั่งทางเจ้าบ่าวก็มีเพื่อนๆ ของเขาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้เช่นกัน
ไม่นานพิธีกรบนเวทีก็เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นมาขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน เพราะแขกในวันนี้ส่วนมากจะเป็นนักธุรกิจ รวมไปถึงนักการเมือง เพราะไชยเชษฐ์บิดาของชาละวันและพี่ชายก็เป็นคนที่มีหน้ามีตาในแวดวงธุรกิจ
ปรารถนาแทบไม่ได้ฟังว่าเจ้าสาวและเจ้าบ่าวกล่าวขอบคุณแขกยังไงเพราะในใจเธอเต้นรัวมากเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร รอแค่จังหวะที่เหมาะสมก็จะเริ่มทำตามแผนที่คิดไว้
หลังจากจบบนเวทีเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ลงมาด้านล่างเพื่อพูดคุยขอบคุณญาติผู้ใหญ่ เพื่อนเจ้าสาวแบบปรารถนาก็เดินตามหลังมาเช่นกัน คนแรกที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปขอบคุณแบบเป็นทางการก็คือท่านอดีตรัฐมนตรี
"ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะหลาน"
"ขอบพระคุณมากครับคุณปู่"
"เห็นเราสองคนเป็นฝั่งเป็นฝาปู่คนนี้ก็ดีใจ หวังไว้ว่าคงมีสักวันที่เจ้าต้นข้าวของปู่จะมีวันนี้"
ต้นข้าวของปู่? ปรารถนามองใบหน้าของท่านอดีตรัฐมนตรีแบบพินิจพิจารณา เธอไม่รู้ว่าต้นข้าวเป็นหลานชายของท่านอดีตรัฐมนตรี แต่ใบหน้าของต้นข้าวก็คล้ายคลึงกับท่านอยู่มาก ..หลายคนอาจจะรู้ว่าต้นข้าวเป็นใครและมีอีกหลายคนที่ไม่รู้เช่นกัน เพราะเขาใช้ชีวิตแบบ Bad Boy มาก และปรารถนาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เพิ่งรู้วันนี้แหละ เธอคิดว่าครอบครัวของต้นข้าวต้องมาร่วมงานแต่งนี้แน่เพราะพวกเขาสนิทสนมกันมาก
แล้วเราจะเอายังไงดี ..ทีแรกคิดว่าจะเปิดตัวกับครอบครัวของเขาวันนี้เลย แต่พวกท่านจะยอมรับเธอได้เหรอคนระดับนี้แล้ว
"ขอบคุณมากนะครับคุณพ่อคุณแม่" หลังจากขอบคุณคุณปู่สำราญแล้ว ชาละวันก็หันมาไหว้ขอบคุณ คุณพ่อเหนือตะวันและคุณแม่มิลาน พ่อและแม่ของต้นข้าวเพื่อนสนิทที่มาร่วมงานกันทั้งครอบครัวเลย
"มีความสุขมากๆ นะลูก ดูแลกันไปจนแก่เฒ่าเหมือนพ่อกับแม่ของเรา" ส่วนมากผู้ใหญ่จะอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวตอนที่ทั้งสองมาไหว้ขอบคุณ เพราะคงไม่ได้ไปส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวถึงเรือนหอ
เอาไงดีเราเริ่มเลยไหม ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ ปรารถนาเธอต้องมั่นใจในตัวเองสิเตรียมพร้อมมาขนาดนี้แล้ว ..ตอนที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังจะไปขอบคุณแขกโต๊ะอื่นปรารถนาก็คิดหนักจนมือไม้สั่นไปหมดแล้ว
จังหวะที่ต้นข้าวกำลังจะเดินผ่านครอบครัวไปปรารถนาก็ได้หยุดจนคนที่เดินตามหลังต้องหยุดตามไปด้วย หนึ่งในนั้นก็มีต้นข้าวที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนักเพราะทั้งสองเป็นทั้งเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
"สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่" ปรารถนายกมือขึ้นมาพนมไหว้พวกท่าน หลังจากไหว้ทั้งสองท่านแล้วเธอก็หันไปไหว้ท่านอดีตรัฐมนตรี "สวัสดีค่ะคุณปู่"
"?" บุคคลที่ปรารถนาไหว้เมื่อสักครู่หันมองหน้ากัน เพราะพวกท่านไม่รู้จักเด็กคนนี้แต่เด็กเรียกเหมือนเป็นญาติคนหนึ่งในครอบครัวเลย
"เธอ!" ต้นข้าวที่ยืนอยู่ไม่ห่างรีบตรงเข้ามาหาหวังจะพาตัวเธอออกไปก่อน
"สวัสดีจ้าเราคือ?" คนที่รับไหว้เธอก่อนก็คือมิลานแม่ของต้นข้าว
"หนูชื่อปราถนาค่ะ"
"ไม่มีอะไรครับแม่เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไปข้างนอกก่อน"
"ปรารถนาและพี่ต้นเราสองคน.."
"หยุดนะ!" ต้นข้าวยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้ใบหูอีกฝ่ายเพื่อสั่งให้เธอหยุดพูด
"ระหว่างให้ฉันพูดกับให้ฉันเปิดคลิปกล้องวงจรปิดของม่านรูดคุณจะเลือกอะไร"
"นี่เธอ!"
"มีอะไรกันหรือเปล่าลูก"
"มีอะไรเหรอ" สำราญดูท่าทีของทั้งสองมันไม่ธรรมดาแล้ว
"เราสองคนอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ" เธอพูดข้ามคำว่าเป็นแฟนไปแต่จะบอกว่าเป็นเมียของเขาก็ยังไม่กล้าเลยพูดให้พวกท่านเข้าใจโดยที่ไม่ต้องเจาะจงมาก
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 10ปรารถนาที่ทำความสะอาดก็แอบสังเกตว่าไม่เห็นสายไฟหรือหลอดไฟของบ้านหลังนี้เลย เธอเลยชะเง้อมองดูเส้นทางที่เขาพาขับรถเข้ามาก็ไม่เห็นมีเสาไฟอย่าบอกนะว่า?ทำความสะอาดชั้นบนจนเสร็จสรรพแล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง เห็นเขานอนเอาขาไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้เธอเลยเดินเข้าไปถาม"บ้านหลังนี้ไม่มีน้ำมีไฟแล้วจะอยู่ยังไง""ใครบอกไม่มีน้ำ""ฉันไม่เห็นมีก๊อกน้ำเลย""ก็นั่นไง" ต้นข้าวใช้ปลายเท้าที่เขาไขว่ห้างอยู่ชี้ไปทางบ่อน้ำ"ใช้น้ำบ่อเหรอ?""ถ้าไม่ใช้น้ำบ่อจะใช้น้ำอะไรล่ะ""แล้วบ้านหลังที่คุณเดินไปหาเป็นบ้านของใคร" เธอคิดว่ากระท่อมปลายนาหลังนี้ต้องเป็นของเจ้าของบ้านหลังนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่วนบุคคลไม่เห็นชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย"อยากจะรู้ไปทำไม""ฉันคิดว่าเป็นบ้านของญาติคุณ""ไม่ใช่หรอก""แล้วที่นี่เป็นของใครคะ""สวรรค์ของเราสองคนไงอยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ""ฉันแค่ถามว่าที่นี่เป็นของใคร" ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายและสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ คงอยากทำให้เธอถอนตัว"พ่อซื้อไว้ แต่ก่อนฉันก็มาทำไร่ไถนาที่นี่แหละ" ชาวบ้านแถวนี้ใครอยากขายที่เหนือตะวันก็ซ
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 9ปรารถนานั่งรถมากับเขาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่ถาม ถึงแม้ในใจจะนึกกลัวมากแต่คิดว่าเขาคงไม่เอาเธอไปต้มยำทำแกงหรอกด้วยความเพลียหญิงสาวเผลอหลับไป จนคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่คิดว่าเธอบ้าหรือเปล่าที่กล้ามากับเขาโดยที่ไม่ถาม แถมยังนอนหลับไม่คิดว่าเขาจะพาไปขายเลยหรือไงหลับนานเท่าไรไม่รู้ตื่นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มสว่างมากแล้วแต่รถยังไม่หยุดวิ่งเลย ..ตกลงเขาจะพาเราไปไหนกันแน่นี่มันข้ามจังหวัดมากี่จังหวัดแล้วเนี่ย ถึงตอนนี้ปรารถนาก็ไม่ปริปากถามเลยแม้แต่นิดเดียวหญิงสาวมองป้ายข้างทางถึงกับตกใจนี่ไม่ได้ข้ามแค่จังหวัดนะข้ามภูมิภาคด้วยในขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเวลามีคนโทรเข้ามาก็สั่นขึ้น เธอปิดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะพี่สาวโทรมาตลอดเลยต้นข้าวก็ได้ยินเสียงสั่นเตือนและเห็นอยู่ว่าเธอไม่รับสายคงอยากไปกับเขาจนเนื้อเต้นล่ะสิ ถึงกับไม่รับโทรศัพท์ญาติที่โทรตามด้วยความเป็นห่วงรถวิ่งเข้ามาถึงหมู่บ้านหนึ่งแล้วก็เลี้ยวออกไปทางท้ายหมู่บ้าน ออกท้ายหมู่บ้านไม่พอเขายังคงขับไปตามเส้นทางลงกลางทุ่งนา ถนนหนทางถือว่าดีเลยล่ะเพราะเป็นคอนกรีต แต่ไม่มีบ้านคนระหว่างทางเลยแม้แต่หลัง
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 8"โอ๊ย" มาถึงรถร่างของปรารถนาก็ถูกจับโยนขึ้นไปและเขาก็ปิดประตู ตอนที่ต้นข้าวเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับถ้าเธอจะลงก็ลงได้ขึ้นประจำที่คนขับต้นข้าวก็ออกตัวรถอย่างเร็ว ญาติผู้ใหญ่ที่เดินตามมามองตามไปด้วยความเป็นห่วงฝ่ายหญิง ทุกคนรู้ดีว่าต้นข้าวหวงชีวิตอิสระมาก เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักเลย แต่เธอคนนี้ข้ามเส้นที่เขาขีดไว้เลยอดเป็นห่วงฝ่ายหญิงไม่ได้"เอาไงต่อดีคะ" มิลานถามเหนือตะวันผู้เป็นสามี"ไม่รู้ไอ้นี่มันเลือดร้อนได้ใคร""คุณต้องการคำตอบไหมคะว่าเหมือนใคร" กำลังพูดถึงเรื่องลูกอยู่ดีๆ ก็จะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาซะงั้น"เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะ""ฉันถามว่าคุณอยากรู้ไหมว่าลูกชายของคุณเหมือนใคร""ไม่ใช่..ผมถามก่อนหน้านั้น""ไม่อยากรู้แล้วหรือคะว่าเหมือนใคร""คุณก็จะพูดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาทำไมล่ะเรากำลังพูดถึงเรื่องลูก" ช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นอีกคนที่เลือดร้อนมากเคยแบกเธอข้ามทุ่งนาพาไปปลูกข้าวทำนามาแล้วด้วย(ระหว่างรอเรื่องนี้ใครอยากไปอ่านเรื่องของเหนือตะวันและมิลานก็ได้นะคะในเรื่องสยบรักค่ะ)"ฉันกลัวว่าลูกชายคุณจะทำร้ายผู้หญิงน่ะสิคะ""มันคงไม่ทำแบบนั้นหรอก" เหน
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 7"ฉันเจ็บนะ" ปรารถนาพยายามแกะมือของต้นข้าวออก เธอยังไม่อยากตามเขาออกไปตอนนี้เพราะกลัวว่าจะเสียแผน"เธอกำลังคิดจะทำอะไร" เห็นเธอไม่ยอมเดินตามเขาเลยหยุดแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่พอใจ"คุณไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยหรือคะ""เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้รับผิดชอบด้วย""คุณพูดมาได้ยังไงว่ามันเรื่องแค่นี้""ก็มันเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย""คุณก็รู้ว่าฉันเมา""ถ้าแค่นี้ต้องรับผิดชอบฉันคงต้องรับผิดชอบผู้หญิงเกือบทั้งมหาวิทยาลัยเลยมั้ง""?" ปรารถนาไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีความคิดแบบนี้ เขาแค่หวังจะฟันเธอแล้วทิ้งงั้นเหรอ ผู้ชายแบบคุณต้องเจอผู้หญิงแบบฉัน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกมันมีจริง"เธอจะไปไหน" ต้นข้าวรีบเดินตามคิดว่าเธอต้องทำอะไรอีกแน่ และก็เป็นแบบที่เขากลัวเพราะเธอเดินตรงไปทางโต๊ะของคุณปู่"สวัสดีค่ะคุณปู่" คิดว่าคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านต้องเป็นท่านแน่"ปรารถนา!" ต้นข้าวเดินตามมาแล้วฉุดตัวเธอไว้"มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ" แขกที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่มีแต่คนมีหน้ามีตาทั้งนั้นสำราญเลยต้องห้ามหลานชาย และตอนนี้ทุกคนก็มองเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 6"พูดอะไรของเธอ!" เขาพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัว แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความกล้าขนาดนี้"หนูชื่อปรารถนาเหรอจ๊ะ" มิลานกลัวลูกชายจะต่อว่าให้ฝ่ายหญิงเลยต้องรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยฝ่ายหญิงก่อน"ใช่ค่ะชื่อปรารถนา จะเรียกนาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" ปรารถนาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมาก"เธอเป็นแค่รุ่นน้องในคณะของผมครับแม่ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไป""เดี๋ยวก่อนสิลูกแม่ขอคุยกับหนูปรารถนาหน่อย" มิลานกลัวมากกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนพ่อเพราะนางเคยเจอมาแล้ว เลยคิดจะปกป้องฝ่ายหญิงไว้ก่อน ส่วนคุณปู่ยังไม่ออกตัวเพราะต้องดูกันไปก่อนว่าฝ่ายหญิงจะมาดีหรือมาร้าย"แม่จะคุยอะไรกับเธอครับ""เรื่องของผู้หญิงลูกไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเถอะ""เธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องไปทำหน้าที่เหมือนกันครับ""นาคุยกับคุณแม่ได้ค่ะ" ตอนเธอบอกว่าจะคุยกับท่านมือเขาที่จับแขนเธออยู่ใช้แรงบีบเพื่อให้เธอปฏิเสธ "คุณแม่จะคุยในนี้หรือจะออกไปคุยข้างนอกคะ" แรงที่เขาบีบแขนเธออยู่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แต่ปรารถนาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้ใครเห็น"มานั่งโต๊ะกับแม่ดีกว่า""แม่ครับ""ปล่อยให้
สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 5ขณะที่ชาละวันกำลังยืนคุยกับท่านอดีตรัฐมนตรีอยู่ ช่อฟ้าก็ให้คนมาตามลูกชายเพราะได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวแล้ว"ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่""ไปเถอะหลาน" ท่านเห็นชาละวันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกับหลานชายแล้ว แต่ก่อนพวกเขาเกเรในสายตาของท่านมาก แต่ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนมีฐานะสำราญเลยปล่อยให้คบกับหลานชายได้ แต่ก็ยังไม่เข้าตาอยู่อีกนั่นแหละเพราะชอบชวนกันไปเหลวไหลอยู่ประจำ มาถึงตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กคนนี้มาก แต่พอมองไปดูหลานชายตัวเองมีแต่จะเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย"?" ต้นข้าวที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างๆ กาย มองไปเห็นเธอคนนั้นเดินมากับเจ้าสาวก็ทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่พวกเธอรู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว"ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของพ่อด้วยนะ" คุณานนท์บิดาของเสน่หาส่งลูกสาวให้ถึงมือเจ้าบ่าวของเธอ"ผมสัญญาครับว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีเหมือนที่พ่อรักและดูแล"คุณานนท์เห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้จะทำตามที่พูดได้แน่ เพราะแม้แต่ชีวิตของเขายังเคยใช้มันเพื่อบดบังอันตรายที่จะเกิดกับลูกสาวได้ ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ของเธอมอบเธอให้กับเสี่ยคนหนึ่ง เขาได้เข้าไปช่วยและเกือบเ







