Share

บทที่ 6

last update Dernière mise à jour: 2026-02-14 16:29:33

สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 6

"พูดอะไรของเธอ!" เขาพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัว แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความกล้าขนาดนี้

"หนูชื่อปรารถนาเหรอจ๊ะ" มิลานกลัวลูกชายจะต่อว่าให้ฝ่ายหญิงเลยต้องรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยฝ่ายหญิงก่อน

"ใช่ค่ะชื่อปรารถนา จะเรียกนาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" ปรารถนาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมาก

"เธอเป็นแค่รุ่นน้องในคณะของผมครับแม่ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไป"

"เดี๋ยวก่อนสิลูกแม่ขอคุยกับหนูปรารถนาหน่อย" มิลานกลัวมากกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนพ่อเพราะนางเคยเจอมาแล้ว เลยคิดจะปกป้องฝ่ายหญิงไว้ก่อน ส่วนคุณปู่ยังไม่ออกตัวเพราะต้องดูกันไปก่อนว่าฝ่ายหญิงจะมาดีหรือมาร้าย

"แม่จะคุยอะไรกับเธอครับ"

"เรื่องของผู้หญิงลูกไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเถอะ"

"เธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องไปทำหน้าที่เหมือนกันครับ"

"นาคุยกับคุณแม่ได้ค่ะ" ตอนเธอบอกว่าจะคุยกับท่านมือเขาที่จับแขนเธออยู่ใช้แรงบีบเพื่อให้เธอปฏิเสธ "คุณแม่จะคุยในนี้หรือจะออกไปคุยข้างนอกคะ" แรงที่เขาบีบแขนเธออยู่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แต่ปรารถนาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้ใครเห็น

"มานั่งโต๊ะกับแม่ดีกว่า"

"แม่ครับ"

"ปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันเถอะ" ประโยคนี้เหนือตะวันพ่อของต้นข้าวเอ่ยพูดขึ้น

หลังจากอีกฝ่ายปล่อยแล้วปรารถนาถึงได้ขยับมือขึ้นมาลูบคลำตรงที่ถูกเขาใช้แรงกำเมื่อครู่ และเธอก็พยายามปิดรอยแดงไม่ให้ผู้ใหญ่เห็น

"หนูคบกับลูกชายของแม่นานหรือยัง" แม่ก็ไม่รู้จะเริ่มคุยตรงไหนก่อนดีเพราะรู้จักชื่อกันแล้ว เลยอยากจะถามความเป็นมาเป็นไปของเด็กทั้งสอง

"คบกันยังไม่นานค่ะ" ปรารถนาเล่าให้ท่านฟังตามความเป็นจริง

"แล้วเรื่องครอบครัวเราล่ะ" หลังจากรับรู้เรื่องราวของทั้งสองแล้วนางก็อยากจะถามถึงครอบครัวฝ่ายหญิง

"เอ่อคือว่า.."

"อย่าคิดมากนะแม่แค่อยากจะรู้ว่าเราอยู่กับใคร" มิลานคิดว่าเด็กคงกลัวเรื่องฐานะแน่เลย

"คุณแม่ทำงานที่ต่างประเทศค่ะ นาอยู่กับพี่สาวแค่สองคนค่ะ" แล้วเธอก็เล่าต่อว่าทั้งสองเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

สวนทางด้านต้นข้าวไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ตอนที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนเขาก็ยังคอยมองมา

"มีอะไรวะ" วัฏจักรเห็นเพื่อนเอาแต่หันกลับไปมอง

"งานเข้ากูน่ะสิ"

"งานเข้า?"

"มึงอย่าเพิ่งรู้เลยกูปวดหัว"

วัฏจักรหันกลับไปมองตามสายตาของเพื่อนอีกรอบก็เห็นว่าตอนนี้รุ่นน้องคนนั้นนั่งคุยกับแม่ของเพื่อนอยู่ "โอ้โหงานใหญ่เลยนะมึง" แค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้นข้าวกำลังกลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่

มิลานยังคงนั่งคุยกับปรารถนา ส่วนทางด้านสามีและพ่อสามีก็ไปคุยกับคนที่รู้จักตามประสา

"ถ้าเรามีอะไรให้แม่ช่วยก็บอกมานะ"

"คุณแม่จะช่วยนาหรือคะ"

"เรากำลังคบกับลูกชายของแม่อยู่"

"คุณแม่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ นาดีใจจังเลย" ไม่คิดว่าท่านจะยอมฟังเธอพูดด้วยซ้ำ แต่ก็ยังไม่แน่หรอกเพราะใจคนยากแท้หยั่งถึง อยู่ต่อหน้าผู้คนอาจจะพูดดีแต่พอลับหลังอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้

มิลานมองว่าเด็กคนนี้เข้าใจพูดกับผู้ใหญ่มาก ถ้าลูกชายจะคบหากับเด็กคนนี้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร อาจจะรู้จักคิดมากกว่านี้ก็ได้

"นาติดปัญหาอยู่อย่างเดียวค่ะ"

"ปัญหาอะไรหรือจ๊ะ"

"ถ้านาพูดไปแล้วคุณแม่อย่าหัวเราะนะคะ"

"แม่ไม่หัวเราะหรอกจ้ะ มีอะไรก็พูดมาเถอะ"

"คือว่านาอยากจะอยู่กับพี่ต้นค่ะ พี่เขาบอกว่ากลัวทางครอบครัวไม่เห็นด้วย"

"แต่เราสองคนกำลังเรียนอยู่นะ"

"ถ้าคุณแม่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรค่ะ นาแค่บอกความรู้สึกของเราทั้งสอง"

"ไม่ใช่แม่ไม่เห็นด้วย แต่แม่อยากให้เราเรียนจบกันก่อน"

"ถ้าคุณแม่กลัวว่าเราสองคนจะเสียการเรียน​ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นเลยนะคะ​ เราสองคนคุยกันแล้วค่ะ"

"คุยกันแล้ว?"

"ใช่ค่ะ เรื่องท้องคุณแม่ไม่ต้องกลัวเลยนะคะเพราะนาทานยา..เอ่อ" ปรารถนาจงใจจะพูดแค่นี้ แต่แค่นี้ท่านก็คงพอจะรู้แล้วล่ะ

"ถ้างั้นเรื่องนี้แม่ขอปรึกษากับพ่อของตาต้นก่อนนะลูก"

"ขอบคุณมากนะคะคุณแม่" ปรารถนาพนมมือไหว้ท่าน และจังหวะนั้นต้นข้าวก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว เธอต้องคุยอะไรกับแม่แน่ถึงได้ไหว้ขอบคุณกันแบบนั้น

"ขอตัวเธอครู่หนึ่งนะครับแม่" ว่าแล้วมือหนาก็เอื้อมไปคว้าแขนเธอให้ลุกขึ้น โดยไม่รอให้แม่อนุญาตหรือไม่รอให้เธอเสนอหน้าออกความคิดเห็นอะไรอีกแล้ว

🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 10

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 10ปรารถนาที่ทำความสะอาดก็แอบสังเกตว่าไม่เห็นสายไฟหรือหลอดไฟของบ้านหลังนี้เลย เธอเลยชะเง้อมองดูเส้นทางที่เขาพาขับรถเข้ามาก็ไม่เห็นมีเสาไฟอย่าบอกนะว่า?ทำความสะอาดชั้นบนจนเสร็จสรรพแล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง เห็นเขานอนเอาขาไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้เธอเลยเดินเข้าไปถาม"บ้านหลังนี้ไม่มีน้ำมีไฟแล้วจะอยู่ยังไง""ใครบอกไม่มีน้ำ""ฉันไม่เห็นมีก๊อกน้ำเลย""ก็นั่นไง" ต้นข้าวใช้ปลายเท้าที่เขาไขว่ห้างอยู่ชี้ไปทางบ่อน้ำ"ใช้น้ำบ่อเหรอ?""ถ้าไม่ใช้น้ำบ่อจะใช้น้ำอะไรล่ะ""แล้วบ้านหลังที่คุณเดินไปหาเป็นบ้านของใคร" เธอคิดว่ากระท่อมปลายนาหลังนี้ต้องเป็นของเจ้าของบ้านหลังนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่วนบุคคลไม่เห็นชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย"อยากจะรู้ไปทำไม""ฉันคิดว่าเป็นบ้านของญาติคุณ""ไม่ใช่หรอก""แล้วที่นี่เป็นของใครคะ""สวรรค์ของเราสองคนไงอยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ""ฉันแค่ถามว่าที่นี่เป็นของใคร" ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายและสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ คงอยากทำให้เธอถอนตัว"พ่อซื้อไว้ แต่ก่อนฉันก็มาทำไร่ไถนาที่นี่แหละ" ชาวบ้านแถวนี้ใครอยากขายที่เหนือตะวันก็ซ

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 9

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 9ปรารถนานั่งรถมากับเขาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่ถาม ถึงแม้ในใจจะนึกกลัวมากแต่คิดว่าเขาคงไม่เอาเธอไปต้มยำทำแกงหรอกด้วยความเพลียหญิงสาวเผลอหลับไป จนคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่คิดว่าเธอบ้าหรือเปล่าที่กล้ามากับเขาโดยที่ไม่ถาม แถมยังนอนหลับไม่คิดว่าเขาจะพาไปขายเลยหรือไงหลับนานเท่าไรไม่รู้ตื่นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มสว่างมากแล้วแต่รถยังไม่หยุดวิ่งเลย ..ตกลงเขาจะพาเราไปไหนกันแน่นี่มันข้ามจังหวัดมากี่จังหวัดแล้วเนี่ย ถึงตอนนี้ปรารถนาก็ไม่ปริปากถามเลยแม้แต่นิดเดียวหญิงสาวมองป้ายข้างทางถึงกับตกใจนี่ไม่ได้ข้ามแค่จังหวัดนะข้ามภูมิภาคด้วยในขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเวลามีคนโทรเข้ามาก็สั่นขึ้น เธอปิดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะพี่สาวโทรมาตลอดเลยต้นข้าวก็ได้ยินเสียงสั่นเตือนและเห็นอยู่ว่าเธอไม่รับสายคงอยากไปกับเขาจนเนื้อเต้นล่ะสิ ถึงกับไม่รับโทรศัพท์ญาติที่โทรตามด้วยความเป็นห่วงรถวิ่งเข้ามาถึงหมู่บ้านหนึ่งแล้วก็เลี้ยวออกไปทางท้ายหมู่บ้าน ออกท้ายหมู่บ้านไม่พอเขายังคงขับไปตามเส้นทางลงกลางทุ่งนา ถนนหนทางถือว่าดีเลยล่ะเพราะเป็นคอนกรีต แต่ไม่มีบ้านคนระหว่างทางเลยแม้แต่หลัง

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 8

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 8"โอ๊ย" มาถึงรถร่างของปรารถนาก็ถูกจับโยนขึ้นไปและเขาก็ปิดประตู ตอนที่ต้นข้าวเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับถ้าเธอจะลงก็ลงได้ขึ้นประจำที่คนขับต้นข้าวก็ออกตัวรถอย่างเร็ว ญาติผู้ใหญ่ที่เดินตามมามองตามไปด้วยความเป็นห่วงฝ่ายหญิง ทุกคนรู้ดีว่าต้นข้าวหวงชีวิตอิสระมาก เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักเลย แต่เธอคนนี้ข้ามเส้นที่เขาขีดไว้เลยอดเป็นห่วงฝ่ายหญิงไม่ได้"เอาไงต่อดีคะ" มิลานถามเหนือตะวันผู้เป็นสามี"ไม่รู้ไอ้นี่มันเลือดร้อนได้ใคร""คุณต้องการคำตอบไหมคะว่าเหมือนใคร" กำลังพูดถึงเรื่องลูกอยู่ดีๆ ก็จะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาซะงั้น"เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะ""ฉันถามว่าคุณอยากรู้ไหมว่าลูกชายของคุณเหมือนใคร""ไม่ใช่..ผมถามก่อนหน้านั้น""ไม่อยากรู้แล้วหรือคะว่าเหมือนใคร""คุณก็จะพูดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาทำไมล่ะเรากำลังพูดถึงเรื่องลูก" ช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นอีกคนที่เลือดร้อนมากเคยแบกเธอข้ามทุ่งนาพาไปปลูกข้าวทำนามาแล้วด้วย(ระหว่างรอเรื่องนี้ใครอยากไปอ่านเรื่องของเหนือตะวันและมิลานก็ได้นะคะในเรื่องสยบรักค่ะ)"ฉันกลัวว่าลูกชายคุณจะทำร้ายผู้หญิงน่ะสิคะ""มันคงไม่ทำแบบนั้นหรอก" เหน

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที 7

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 7"ฉันเจ็บนะ" ปรารถนาพยายามแกะมือของต้นข้าวออก เธอยังไม่อยากตามเขาออกไปตอนนี้เพราะกลัวว่าจะเสียแผน"เธอกำลังคิดจะทำอะไร" เห็นเธอไม่ยอมเดินตามเขาเลยหยุดแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่พอใจ"คุณไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยหรือคะ""เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้รับผิดชอบด้วย""คุณพูดมาได้ยังไงว่ามันเรื่องแค่นี้""ก็มันเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย""คุณก็รู้ว่าฉันเมา""ถ้าแค่นี้ต้องรับผิดชอบฉันคงต้องรับผิดชอบผู้หญิงเกือบทั้งมหาวิทยาลัยเลยมั้ง""?" ปรารถนาไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีความคิดแบบนี้ เขาแค่หวังจะฟันเธอแล้วทิ้งงั้นเหรอ ผู้ชายแบบคุณต้องเจอผู้หญิงแบบฉัน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกมันมีจริง"เธอจะไปไหน" ต้นข้าวรีบเดินตามคิดว่าเธอต้องทำอะไรอีกแน่ และก็เป็นแบบที่เขากลัวเพราะเธอเดินตรงไปทางโต๊ะของคุณปู่"สวัสดีค่ะคุณปู่" คิดว่าคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านต้องเป็นท่านแน่"ปรารถนา!" ต้นข้าวเดินตามมาแล้วฉุดตัวเธอไว้"มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ" แขกที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่มีแต่คนมีหน้ามีตาทั้งนั้นสำราญเลยต้องห้ามหลานชาย และตอนนี้ทุกคนก็มองเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 6

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 6"พูดอะไรของเธอ!" เขาพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัว แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความกล้าขนาดนี้"หนูชื่อปรารถนาเหรอจ๊ะ" มิลานกลัวลูกชายจะต่อว่าให้ฝ่ายหญิงเลยต้องรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยฝ่ายหญิงก่อน"ใช่ค่ะชื่อปรารถนา จะเรียกนาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" ปรารถนาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมาก"เธอเป็นแค่รุ่นน้องในคณะของผมครับแม่ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไป""เดี๋ยวก่อนสิลูกแม่ขอคุยกับหนูปรารถนาหน่อย" มิลานกลัวมากกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนพ่อเพราะนางเคยเจอมาแล้ว เลยคิดจะปกป้องฝ่ายหญิงไว้ก่อน ส่วนคุณปู่ยังไม่ออกตัวเพราะต้องดูกันไปก่อนว่าฝ่ายหญิงจะมาดีหรือมาร้าย"แม่จะคุยอะไรกับเธอครับ""เรื่องของผู้หญิงลูกไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเถอะ""เธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องไปทำหน้าที่เหมือนกันครับ""นาคุยกับคุณแม่ได้ค่ะ" ตอนเธอบอกว่าจะคุยกับท่านมือเขาที่จับแขนเธออยู่ใช้แรงบีบเพื่อให้เธอปฏิเสธ "คุณแม่จะคุยในนี้หรือจะออกไปคุยข้างนอกคะ" แรงที่เขาบีบแขนเธออยู่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แต่ปรารถนาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้ใครเห็น"มานั่งโต๊ะกับแม่ดีกว่า""แม่ครับ""ปล่อยให้

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 5

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 5ขณะที่ชาละวันกำลังยืนคุยกับท่านอดีตรัฐมนตรีอยู่ ช่อฟ้าก็ให้คนมาตามลูกชายเพราะได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวแล้ว"ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่""ไปเถอะหลาน" ท่านเห็นชาละวันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกับหลานชายแล้ว แต่ก่อนพวกเขาเกเรในสายตาของท่านมาก แต่ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนมีฐานะสำราญเลยปล่อยให้คบกับหลานชายได้ แต่ก็ยังไม่เข้าตาอยู่อีกนั่นแหละเพราะชอบชวนกันไปเหลวไหลอยู่ประจำ มาถึงตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กคนนี้มาก แต่พอมองไปดูหลานชายตัวเองมีแต่จะเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย"?" ต้นข้าวที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างๆ กาย มองไปเห็นเธอคนนั้นเดินมากับเจ้าสาวก็ทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่พวกเธอรู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว"ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของพ่อด้วยนะ" คุณานนท์บิดาของเสน่หาส่งลูกสาวให้ถึงมือเจ้าบ่าวของเธอ"ผมสัญญาครับว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีเหมือนที่พ่อรักและดูแล"คุณานนท์เห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้จะทำตามที่พูดได้แน่ เพราะแม้แต่ชีวิตของเขายังเคยใช้มันเพื่อบดบังอันตรายที่จะเกิดกับลูกสาวได้ ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ของเธอมอบเธอให้กับเสี่ยคนหนึ่ง เขาได้เข้าไปช่วยและเกือบเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status