LOGINสยบครั้งที่4 ดูแล
"โอ๊ยยยยหงุดหงิด"ร่างโปร่งบ่นออกมาอย่างโมโหเมื่อเขาพยายามนั่งปลดกุญแจมือมาเกือบจะชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังปลดไม่ได้
โมโหๆๆๆๆ คำๆนี้ดังขึ้นในหัวของนาธารไม่หยุดหย่อนบอกเลยตอนนี้นั้นเขาโมโหเป็นอย่างมาก ตลอดชีวิตที่เขาโตมาจนอายุปามาสามสิบสองปีขนาดนี้แล้ว เขายังไม่เคยโดนใครจับเขาล็อกกุญแจมือแบบนี้เลยนะ เขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะโดนชายหนุ่มลูกครึ่งอย่างนทีจับมาใส่กุญแจมือขังเขาไว้แบบนี้
แกร๊ก
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นเรียกให้นาธารที่กำลังสาละวนอยู่กับกุญแจมืออยู่นั้น ได้หันไปเอ่ยพูดขึ้นเพราะคิดว่าเป็นชายหนุ่มลูกครึ่งเปิดเข้ามา
"นี่คุณปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!!!...อะอ่าวแม่นมเองเหรอครับ"นาธารเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำเสียงจากที่โมโหเป็นเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นคนที่เปิดเข้ามานั้นเป็นแม่นมหญิงสูงวัยผู้อ่อนโยนที่คอยดูแลเขา
"อุ้ยตาเถร ทำไมคุณนาธารถึงโดนใส่กุญแจมือแบบนี้ค่ะ ใครทำคะเนี่ย"
แม่นมที่เปิดประตูเขามาก็สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มหน้าหล่อที่คุณหนูของเขาช่วยมานั้นตอนนี้ ได้โดนจับใส่กุญแจมือล็อกอยู่กับหัวเตียงก็อุทานออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะเดินเอาผลไม้ที่ถือมาไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงแล้วเดินไปดูนาธารที่นั่งหน้าเศร้าส่งมาให้ตน
"ก็คุณนทีนะสิครับที่เป็นคนจับผมมาใส่กุญแจมือแบบนี้"หลังจากที่แม่นมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของนาธาร นาธารก็เอ่ยฟ้องแม่นมทันทีว่าใครเป็นคนจับเขามาใส่กุญแจมือขังไว้แบบนี้
"ทำไมคุณหนูถึงทำแบบนี้ละคะ"แม่นมที่รู้เรื่องก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหนูของเขาจะมาจับแขกใส่กุญแจมือขังไว้แบบนี้
แกร๊ก
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ชายหนุ่มตัวสูงใบหน้าลูกครึ่งที่มีดวงตาสีฟ้าจะเดินเข้ามา พอก้าวเดินเข้ามาในห้องได้ไม่กี่ก้าวแม่นมก็เอ่ยทักชายหนุ่มลูกครึ่งทันที
"คุณหนูทีทำไมถึงใส่กุญแจมือคุณเขาแบบนี้ มันไม่ดีเลยนะคะ"หลังเห็นว่าใครเปิดประเข้ามาใหม่แม่นมเอ่ยว่านทีทันที
"ก็เขาบอกจะกลับบ้านทั้งๆที่ตัวเองยังไม่หายดีอ่ะนม"นทีเอ่ยอธิบายกับหญิงสูงวัยที่เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เด็ก
"นี้คุณนทีผมหายดีแล้วและก็อีกอย่างนะครับคุณไม่ต้องดูแลรักษาผมจนหายสนิทหรอกครับ แค่นี้ผมก็รู้สึกขอบคุณจนไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงแล้ว"นาธารที่ตอนนี้แทบจะฟิวส์ขาดที่โดนอีกคนจับใส่กุญแจมือก็เอ่ยขึ้น
"นี้อย่าบอกนะคะที่คุณหนูจับคุณเขาใส่กุญแจมือแบบนี้เป็น เพราะเรื่องคุณเขายังไม่หายดีแล้วขอกลับบ้าน"แม่นมเอ่ยถามคุณหนูขึ้นถึงเหตุผลที่คุณหนูของตนนั้นใส่กุญแจมือคุณนาธาร
"ก็ใช่ไงครับนม มีอย่างที่ไหนยังไม่หายดีแล้วยังจะดื้อกลับบ้าน"
"ผมไม่ใช่เด็กนะคุณนทีที่จะมาใช่คำว่าดื้อกับผม"นาธารที่เห็นนทีใช่คำว่าดื้อกับตนก็เอ่ยขัดขึ้นทันที
"ก็คุณมันดื้อนาธาร"
"นี้คุณ!"
"เอาละๆคุณๆทั้งสองเลิกทะเลาะกันเหมือนเด็กได้แล้ว"แม่นมที่เห็นชายทั้งสองทะเลาะกันก็เอ่ยห้ามขึ้นก่อนจะหันไปเอ่ยพูดกับนที
"แล้วก็คุณหนูค่ะนมว่าให้คุณเขากลับไปรักษาตัวที่บ้านก็ได้ค่ะ คุณหนูจะมาขังคุณเขาไว้แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องนะคะ"
"แม่นมก็ผมพาเขามารักษาแล้วก็ต้องรักษาให้หายสิครับ"นทีเอ่ยขึ้นพลางเดินไปจับมือที่มีรอยเหี่ยวย่นของแม่นมมากุมไว้
"คุณหนู~คุณหนูจะมาขังคุณเขาไว้แบบนี้ไม่ได้ คุณเขาก็มีธุระต้องไปจัดการอีกอย่างคุณเขาหายมาแบบนี้ตั้งหลายวันคนที่บ้านไม่เป็นห่วงแย่แล้วหรือไงคะ"แม่นมเอ่ยอธิบายให้คนตรงหน้าฟัง ก่อนที่จะชักมือออกจากการจับกุมของชายหนุ่มลูกครึ่ง เพราะรู้ทันว่าคุณหนูของตนนั้นจะอ้อน
"คุณเข้าใจที่แม่นมพูดมั้ยคุณนที ถ้าเข้าใจแล้วก็มาปลดกุญแจมือให้ผมเดี๋ยวนี้"นาธารเอ่ยถามย้ำหนุ่มลูกครึ่งพลางชักสีหน้าใส่อย่างเคืองๆ
"ผมปล่อยคุณก็ได้แต่ว่าผมจะไปส่งคุณ"นทีหันไปพูดกับนาธารก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาร่างโปร่งแล้วไขกุญแจมือให้นาธาร แต่ก็ไม่วายจับข้อมือของนาธารขึ้นมาสำรวจดูรอยช้ำรอยแดง
"คุณมันดื้อนาธาร ผมบอกอะไรคุณก็ไม่ฟัง เห็นมั้ยข้อมือของคุณมันช้ำหมดแล้ว"นทีจับข้อมือของนาธารพลิกสำรวจดูพลางบ่นไม่หยุด
ทุกคำพูดและการกระทำของนทีอยู่ในสายตาแม่นมตลอด แม่นมที่เห็นคุณหนูดูแลเอาใจใส่คุณนาธารเป็นอย่างดีก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องมาเพื่อโทรไปเล่าให้คุณท่านทั้งสองฟัง เพราะมีแววว่าคุณหนูของตนนั้นจะมีความรักอย่างจริงจังซะแล้ว
"มันช้ำก็ปล่อยมันช้ำไปสิ ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ รอยช้ำแค่นี้ผมไม่สนหรอกเจ็บหนักกว่านี้ผมก็เจอมาแล้ว"นาธารเอ่ยขึ้นก่อนจะชักมือออกจากมือนที
"คุณเจ็บตัวบ่อยขนาดนั้นเลยหรือไงนาธาร"นทีเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยพลางดวงตาสีฟ้าประกายส่อแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ดูห่วงใยคนตรงหน้ามากขนาดนี้ ทั้งๆที่พึ่งจะเคยพบเจอตัวจริงๆเป็นครั้งแรก ทุกครั้งที่เขาเช็ดตัวให้นาธารเขามักจะเห็นรอยแผลเป็นรอยเล็กรอยใหญ่มากมายตามแผ่นหลังและบริเวณต่างๆของร่างกายนาธาร จนแทบนับไม่ได้ว่าแผลเป็นพวกนี้นั้นมีเท่าไหร่และทุกครั้งที่เขาเช็ดผ่านแผลเป็นพวกนั้น เขารู้สึกโมโหเป็นอย่างมากที่ผิวขาวสวยของคนตรงหน้าต้องมีรอยแผลเป็นพวกนี้
"ก็เป็นเรื่องปกติของวงการนี้อยู่แล้ว ถ้าเราปล่อยให้มีโอกาสเมื่อไหร่พวกมันก็พร้อมจะฆ่าเราเสมอ วงการนี้มันอ่อนแอไม่ได้อยู่แล้ว"นาธารเอ่ยอธิบายให้นทีฟัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันไปยิ้มให้หนุ่มลูกครึ่งอย่างขอบคุณที่เป็นห่วงเขา
"งั้นคุณก็วางมือจากวงการอันดำมืดนี้สิ"นทีเอ่ยขึ้นพลางสบสายตาของนาธาร
"ฮ่าๆๆคุณนี้ก็ตลกนะคุณนที คุณจะให้ผมวางมือได้ยังไงผมอยู่วงการนี้มาตั้งผมจำความได้แล้ว ผมโตมากับการต้องบริหารธุรกิจด้านนี้และอีกอย่างกว่าผมจะมาได้ขนาดนี้มันไม่ง่ายนะคุณ"นาธารหัวเราะออกมาอย่างตลก เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าบอกเขาวางมือเพราะเห็นว่าเขาเจ็บตัว
"ถ้าคุณวางมือจากมันไม่ได้ งั้นผมจะดูแลคุณเอง"นทีเอ่ยขึ้นก่อนจะเข้าประชิดตัวนาธาร
"ห๊ะ!คุณว่าอะไรนะ!"นาธารอุทานขึ้นอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆชายตรงหน้าก็เอ่ยว่าจะดูแลตนแถมยังเดินเข้ามาใกล้เขาอีก
"ผมจะดูแลคุณเองนาธาร"
"เฮ้ย!คุณจะทำอะไรถอยไปเลยนะ"
"ขอบคุณนะครับ....ขอบคุณจริงๆที่กลับมาหาที"รอยยิ้มบางเบาแปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่แสดงถึงว่าตอนนี้และชีวิตนี้เขานั้นมีความสุขอย่างแท้จริง"ธารก็ขอบคุณทีเหมือนกันนะ ขอบคุณที่รอคอยธารตลอดห้าปีที่ผ่านมา"นาธารหันมายิ้มกว้างจนตาหยีตอบรับนที สองแขนเล็กยกขึ้นคล้องคอ นที ไว้หลวมๆนทีจ้องมองคนใต้ร่างอย่างหลงใหล ใบหน้าลูกครึ่งเคลื่อนเข้าหาใบหน้าสวย ริมฝีปากหนาค่อยๆบรรจงจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ปากนุ่มขยับบดเบียดเคล้าคลึงริมฝีปากบางแผ่วเบา ลิ้นร้อนโลมเลียปากเล็กไปทั่วก่อนที่จะแทรกเรียวลิ้นเข้าไปสัมผัสหาความหวาน ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าลิ้นเล็กไปมาจนเกิดเสียงขึ้นเบาๆนทีผละริมฝีปากออกจากร่างโปร่งช้าๆ พลันลากไล่โลมเลียเรียวลิ้นหยอกล้อไปตามลำคอระหงส์ ก่อนที่จะมาหยุดที่รอยแผลเป็นที่ตัวเองเป็นคนทำ ปากนุ่มจูบลงที่รอยแผลเป็นอย่างแผ่วเบานทีเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองร่างบาง มือหนาก็พลันลากไล้สัมผัสเนื้อตัวของคนใต้ร่างลงมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะเอื้อมไปจับปลายเชือกของชุดคลุมแล้วกระตุกเบาๆ จนเผยให้เห็น เม็ดทับสีสวยที่ก่อนหน้านี้ถูกเสื้อคลุมบดบัง"ธารยังเป็นคนที่สวยเสมอเลยนะครับ"เสียงทุ้มเปล่งขึ้นทำให้ใบหน
บทส่งท้ายธนาธรนั่งพับเพียบตัวเกร็งอยู่ตรงหน้าโซฟาที่มีเหล่าญาติผู้ใหญ่ ฝั่งของธีรวีร์และน้องชายของเขาอย่างนิวตัลที่นั่งเป็นญาติฝั่งเขาเพียงคนเดียวในวันนี้จะถือว่าเป็นวันดีของเขาก็ได้เพราะวันนี้เปรียบเสมือน เป็นวันมงคลสมรสอย่างเป็นทางการของเขาก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าตอนต้นเดือนธีรวีร์จะพาเขาและลูกบินไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศแล้วก็ตามณ เวลานี้ธนาธรและธีรวีร์กำลังเข้าพิธีสมรสสวมแหวนกันต่อหน้าญาติของทั้งสองฝ่าย ในวันนี้ทั้งงานมีเพียงแต่คนรู้จักและญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งเท้านั้น นทีนั้นอยากจะจัดงานใหญ่โตกว่านี้ซะเหลือเกินเขาอยากที่จะประกาศให้โลกรู้ว่าคนนี้น่ะเมียเขาแต่ว่านาธารได้ร้องขอไว้ว่าอยากจะจัดแค่งานเล็กๆอยากให้มีแต่คนรู้จัก ไม่อยากให้สิ้นเปลืองและวุ่นวายเท่าไหร่เพราะลูกชายของพวกเขาก็ยังเด็กไม่อยากให้ลูกเหนื่อยและตกใจกับคนที่ไม่รู้จัก และตัวเขาเองก็ไม่ชอบความชุลมุนวุ่นวายเท่าไหร่นักได้ยินดังนั้นนทีจึงไม่อยากจะขัดนาธาร จึงเป็นเหตุให้ได้เห็นงานแต่งแบบเรียบง่ายในตอนนี้"กว่าจะผ่านเรื่องร้ายเรื่องความเศร้าโศกมาได้ก็หนักเอาการเลย ต่อไปก็ขอให้รักกันมากๆนะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน
ถึงการงานจะไปได้ดีแต่ชีวิตคู่ของลูกชายคนนี้ของหล่อนคงจะทำให้หล่อนผิดหวัง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าอยู่ๆวันหนึ่งหล่อนจะได้เห็นน้ำตาและชีวิตที่พังเพของลูกชายคนเล็กของหล่อน ในตอนนั้นมันพัง พังทุกอย่าง ทั้งการงานที่ลูกชายของหล่อนนั้นทิ้งไม่ไยดีไปนานสองนาน ทั้งความสดใสขี้เล่นของลูกชายหล่อนที่หายไป พังแม้กระทั่งร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งของลูกชายหล่อนและเหตุผลที่ทำให้หล่อนนั้นไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายของหล่อนจะเมามายพังเพพินาศขนาดนี้นั้นสาเหตุเพราะพังในความรักในตอนแรกคุณหญิงดารุณีก็พอได้ยินมาบ้างว่าลูกชายคนเล็กของเขานั้นตามจีบชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามว่าเป็นใครเพราะหล่อนนั้นก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของลูกชายเท่าไหร่ เพราะลูกชายของเขานั้นก็โตมากแล้ว คงตัดสินใจและแก้ปัญหาเองได้จนมารู้อีกทีก็ตอนลูกชายคนโตรีบวิ่งมาบอกว่าน้องของตนนั้นรถชนต้นไม้บาดเจ็บสาหัส อยู่ที่โรงพยาบาล ในตอนนั้นหล่อนไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของหล่อนถึงได้เมามายเป็นหมาทุกวันแบบนี้มารู้เรื่องทุกอย่างอีกทีก็ตอนที่ลูกชายคนโตปริกปากเล่าให้ฟังทุกเรื่อง ร่วมถึงเรื่องที่น้องโดนยิงและคนที่ยิงคือแฟนของ
สยบครั้งที่39 ฝากตัวด้วยครับ"เอ้า!ก็อาเห็นเขามาเฝ้าเราแทนพวกอาที่ไม่ว่างมาดูบ่อยๆตอนนั้นเรายังไม่ได้สติน่ะ แต่พอเราได้สติอาก็ไม่เห็นเขามาอีกเลย"ไม่ใช่ความฝันสินะ:)ธีรวีร์จ้องมองไปยังธนาธรที่ยืนนิ่งค้างทำหน้าตกใจ ในมือที่ถือแฟ้มเอกสารก็พลางอ่อนล้า จนปล่อยแฟ้มเอกสารร่วงหล่นลงพื้นนทีที่เห็นท่าทางนิ่งตกใจของคนรัก ก็รีบก้าวเดินเข้าหาพลางสองมือหน้าเอื้อมลงเก็บแฟ้มเอกสารมาไว้ในมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเอื้อมไปคว้ามือบางของนาธารข้างหนึ่งมากอบกุมไว้ ก่อนที่จะเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าว่าสิ่งที่คุณอาหมอของเขาเอ่ยนั้นใช่เรื่องจริงหรือเปล่า"ธารมาเฝ้าทีจริงๆเหรอครับ"นทีเอ่ยถามคนตรงพลันมุมปากทั้งสองแย้มยิ้มกว้างอย่างปิดความสุขไว้ไม่มิดธนาธรมองชายหนุ่มที่เป็นคุณพ่อของลูกชายที่ยืนยิ้มกว้างส่งมาให้เขา ในใจก็พลางคิดว่าตนนั้นจะตอบยังไงดี จะโกหกก็ไม่ได้เพราะคุณหมอที่เห็นเขานั่งเฝ้านทีตอนแอดมิดอยู่โรงพยาบาลเกือบจะเป็นอาทิตย์ก็อยู่ที่นี้ด้วยใครมันจะไปรู้เล่า!ว่าคุณหมอชายที่ทักทายและชวนเขาพูดคุยทุกวันตอนนั่งเฝ้านที จะเป็นคนรู้จักของคนตัวสูงที่ยืนจับมือเขาอยู่ตอนนี้ก็นึกว่าเป็นคุณหมอที่ดูแลเคสของนทีเฉยๆ"น
สยบครั้งที่38 สู่ขอ"เอ่อ....คือมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าพี่ที ทำไมมากันเยอะจัง"เจ้าของบ้านตัวเล็กที่เดินเข้ามายังโซนรับแขกเอ่ยถามเพื่อนสนิทของสามี ที่วันนี้พาคู่ชายหญิงที่ดูมีอายุและผู้ชายอีกสองคนมาที่บ้านของเขา"คนนี้เหรอที่เป็นแฟนลูก"หญิงสูงวัยมาดผู้ดีหันไปกระซิบกระซาบกับลูกชายคนเล็กพลางหันมายิ้มอบอุ่นให้ชายหนุ่มตัวเล็ก ที่ยังยืนทำหน้างงงวยกับบรรยากาศตอนนี้"คุณแม่คนนี้ไม่ใช่แม่ของลูกไอ้ทีมัน นี้นิวตัลเมียไอ้ฟิลิปป์เพื่อนไอ้ทีไง คุณแม่จำไม่ได้เหรอครับยังไปงานแต่งพวกเขาสองคนอยู่เลย"ธีรวัฒน์หันไปเอ่ยพูดกับผู้เป็นมารดาเสียงเบา ก่อนที่จะหันมายิ้มเจื่อนๆให้กับคนตัวเล็กที่ยังคงยืนทำหน้างงๆส่งมาให้พวกเขาอยู่"เอ่อ....คือมีอะไรกันหรือเปล่าครับ"เป็นนิวตัลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้
เขาไม่อยากจะเห็นสภาพของน้องชายที่เมามายไร้จุดหมายแบบนั้นอีก เขาไม่อยากเห็นภาพของน้องชายที่เศร้าสร้อยแบบนั้นอีกครั้งเขาไม่อยากจะเห็นภาพของน้องชายที่ไร้สตินอนเดี้ยงเป็นอาทิตย์ในโรงพยาบาล เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องชายของเขาแล้ว"พอแล้วธีม"นทีเอ่ยห้ามพี่ชายเสียงเบา นัยน์ตาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆพลางรอบๆดวงตาเริ่มมีน้ำสีใสเอ่อนอง มือหนาที่จับมือเล็กของร่างบางเพิ่มแรงบีบขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่ใบหน้าลูกครึ่งจะก้มหน้าลงเพื่อหนีสายตาสวยที่ยังคงจ้องมองมายังเขา"มึงนั่นแหละไอ้ทีที่ต้องหุบปาก มึงจะเก็บความรู้สึกไปอีกนานแค่ไหนจะเก็บเงียบไว้ทำซากอะไร เพราะมึงไม่ยอมพูดสักทีไงนาธารเขาถึงไม่รู้ว่ามึงรู้สึกยังไงไม่รู้ว่ามึงเศร้าแค่ไหนที่เสียเขาไป ว่ามึงเสียใจมากขนาดไหนที่ไม่ได้อธิบายให้เขาฟังและเพราะมึงมัวแต่อมพะนำแบบนี้ไง เขาถึงไม่รู้ว่ามึงรักเขาแบบที่จะตายแทนเขาได้ ไม่สิ มึงเกือบจะตายเพราะคิดถึงเขามาแล้วนะ มึงไม่บอกแล้วเขาจะรู้ไหมเพราะมึงไม่ยอมชัดเจนสักทีแบบนี้ไง"ธีมเอ่ยสาธยายออกมาอย่างเหลืออดที่น้องชายไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีพลางเหลือบมองไปยังนาธารที่ยังคงยืนจ้องมองนทีนิ่งๆไม่แสดงอาการอะไร"กูบอกให้
สยบครั้งที่8 ความเจ็บสามเดือนต่อมา"นายครับ ผมว่านายพักก่อนเถอะครับเดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการต่อเอง"พีลูกน้องคนสนิทของนาธารเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองบ่อยครั้ง
สยบครั้งที่7 ไม่ได้ใจดี"กูไม่ได้สนิทกับน้อง แต่กูสนิทกับพี่อย่างนี้กูมาได้มั้ย"ผมเอ่ยตอบเพื่อนสนิทออกไปก่อนจะก้าวเดินมาหยุดอยู่ข้างๆนาธาร"หมายความว่าไงว่ะ"ฟิลิปป์ที่ได้ยินคำพูดของผมก็พลางขมวดคิ้
สยบครั้งที่6 รู้สึกปลง"นี้คุณเลิกแตะต้องตัวผมสักทีได้มั้ย"ผมเอ่ยห้ามคนตัวสูงกว่าขึ้นเสียงเข้มเมื่อมือปลาหมึกของเขานั้นไม่ยอมจะอยู่เฉยสักทีตลอดระยะทางที่นทีขับรถมานั้นมือของนทีนั้นไม่อยู่นิ่งเลยทั้งเอื้อม
สยบครั้งที่5 ใจจะวาย"เฮ้ยคุณจะทำอะไรถอยไปเลยนะ"นาธารร้องห้ามคนตัวสูงกว่าพลางยกมือขึ้นดันหน้าอกคนตรงหน้า เมื่อเห็นว่าหนุ่มลูกครึ่งนั้นเดินเข้ามาประชิดตัวเองเกินไป







