Home / รักโบราณ / สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ / ตอนที่ 3.2 อุปสรรคต้องถูกกำจัด

Share

ตอนที่ 3.2 อุปสรรคต้องถูกกำจัด

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-10 19:49:59

" จับนาง!"

สิ้นเสียงนั้นหมู่ตานก็รีบวิ่งหนีออกไปจากเรือน แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่ามีคนแก่อยู่ในห้อง นางจึงหยุดชะงัก และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเข้ามาประชิดตัว มันไม่พูดถ้อยคำใด นอกจากใช้มีดแหลมแทงทะลุท้องนาง

หยาดโลหิตสีแดงฉานหลอมละลายเข้ากับหยาดน้ำฝน หญิงสาวก้มมองจุดที่โดนแทง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือสั่นสะท้านเอื้อมไปดันมือแกร่งให้ออกห่าง แต่พละกำลังของนางกลับสู่อีกฝ่ายไม่ได้

" จัดการง่ายกว่าที่คิดอีกนะ " ชายร่างกำยำพูดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ไม่รู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำแม้แต่น้อย

" ทะ...ทำแบบนี้เพราะเหตุใด " หมู่ตานรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเอ่ยถาม

คนร้ายแสยะยิ้ม " สามีเจ้าจ้างวานพวกข้ามา เขาบอกว่าถ้าเจ้ากับยายแก่นั่นยังอยู่ อนาคตของเขาจะไม่ราบรื่น ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ข้ามากำจัดพวกเจ้าให้พ้นทาง อย่าได้โกรธกันเลยนะ ข้าเองก็มีปากท้องเช่นกัน จำเป็นจะต้องรับเงินจากเขา ฉะนั้นแล้ว เจ้าจงจากไปอย่างสงบเสียเถิด "

" ฮื่อ"

ชายฉกรรจ์ดึงมีดออกมาและแทงไปที่หน้าท้องด้านซ้ายอีกแผล ร่างเล็กทรุดฮวบลงไปกองบนพื้นชื้นแฉะ ดวงตาเลื่อนลอยเพ่งมองใบหน้าของชายผู้นั้น มันยืนมองนางชั่วครู่ก่อนจะกลับไปเอาเชื้อเพลิงที่เตรียมมา

หมู่ตานไม่เหลือแรงเปล่งเสียงร้อง ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ หยาดน้ำสีใสพลันหลั่งริน นางไม่เข้าใจว่า เหตุใดอู๋ซานจึงทำเช่นนี้กับนางและมารดาของเขา พวกนางไม่เคยไปแสดงตัวตน หรือสร้างความวุ่นวายให้เขาเลยสักครั้ง แล้วทำไมถึง.....

ทั้งที่นางตั้งใจว่าจะไม่โกรธเกลียดเขาแล้วแท้ๆ แต่ทำไมเขาจึงทำเช่นนี้กับนาง

หมู่ตานได้แต่ตั้งคำถามกับตนเองซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาพร่ามัวมองดวงไฟที่ค่อยๆ ขยายใหญ่และลุกลามไปทั่วทั้งเรือน ในนั้นมีแม่สามีนอนหลับอยู่ ไม่สิ! อีกฝ่ายอาจถูกฆ่าไปแล้วก็ได้

ร่างบอบบางพยายามตะเกียกตะกายไปที่เรือน โชคดีที่ชายสามคนนั้นกลับไปแล้วหลังจุดไฟเผาเรือนเสร็จ พวกมันจึงไม่รู้ว่านางยังมีชีวิตรอด

" ท่านแม่!"

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกแม่สามี นางกัดฟันพยายามเข้าไปข้างใน แม้เจ็บแผลจนเจียนตายแต่หมู่ตานก็ยังฝืนทน

ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้สายฝนโหมกระหน่ำพัดโถมใส่เรือนนางไม่หยุด แต่บัดนี้กลับเหลือแค่เพียงสายฝนโปรยปราย ทำให้เพลิงไฟลุกโชนเผาเรือนนางจนมอดไหม้ไปในชั่วพริบตา

ดวงตาเรียวเล็กเริ่มมืดดับทีละน้อย จนในที่สุดนางก็หมดสติไป

หมู่ตานฝันเห็นช่วงเวลาที่เคยใช้ร่วมกันกับสามี เหตุใดนางจึงคิดถึงอ้อมกอดของคนใจร้ายผู้นั้น ทั้งที่เขาหักหลังและทรยศนาง มิหนำซ้ำยังหมายเอาชีวิตของนางอีกด้วย

จากความรักลึกซึ้งได้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นที่ดำดิ่งลงสู่ส่วนลึกของหัวใจ ความโกรธแค้นกัดกินความคิดของนางอย่างเชื่องช้า จนในที่สุด....

' อู๋ซาน ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ข้าเอาคืนท่านแน่!'

หากนางไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าผู้ใดจะได้เสพสุขอยู่อย่างสุขสบาย หากนี่เป็นนรก นางก็พร้อมลากชายชั่วผู้นั้นลงมาด้วยกัน

เรือนสกุลเซี่ย

" โอ๊ยยย! ท่านน้า ฉางเอ๋อร์เจ็บ!"

สตรีร่างเล็กในชุดสีขาวร้องด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองข้างดึงชายผ้าที่ปล่อยลงมาจากขื่อเรือนแน่น

เจียงหลงเจินมองสีหน้าของหลานสาวด้วยความร้อนใจ แม้จะเตรียมการไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว กระนั้นนางก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี

" ฉางเอ๋อร์ ทนอีกหน่อยนะเด็กดี อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว "เจียงหลงเจินใช้ผ้าซับเหงื่อออกจากหน้าผากให้หลานสาว เซี่ยปิงฉางเจ็บท้องคลอดตั้งแต่ยามโหย่ว จนป่านนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าหัวเด็กจะโผล่ออกมา

" ฉางเอ๋อร์ เจ็บเหลือเกิน!"

" น้ารู้ แต่ถ้าผ่านไปได้เจ้าก็จะไม่เจ็บแล้ว " เจียงหลงเจินกุมมือหลานสาวเพื่อให้กำลังใจ " ออกแรงเบ่งอีกนิดนะ แค่นิดเดียวเท่านั้น "

การทำคลอดเซี่ยปิงฉางเป็นไปอย่างทุลักทุเล ก่อนหน้านี้เจียงหลงเจินไปร้องขอความช่วยเหลือจากพี่เขย ให้เขาส่งหมอที่มีฝีมือมาช่วยทำคลอดเซี่ยปิงฉาง ทว่าฝ่ายนั้นกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

อีกฝ่ายให้เหตุผลว่าเซี่ยปิงฉางทำเรื่องงามหน้า แอบมีสัมพันธ์กับบุรุษที่ไม่ใช่สามีของตนเอง การกระทำเช่นนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ ดังนั้นเซี่ยหรงเจี๋ยจึงประกาศว่าจะไม่ให้การช่วยเหลือใดๆ แก่บุตรสาวคนโตทั้งสิ้น

พอเจียงหลงเจินทราบเรื่องนางก็ทั้งเจ็บทั้งแค้น ครั้งหนึ่งเคยมองพี่เขยเปรียบดั่งเทพเซียนลงมาจุติ ยามนั้นเขาดูเป็นคนที่มีจิตใจดีคนหนึ่ง แต่ใครจะรู้เล่าว่า...นั่นเป็นแค่ฉากหน้าที่อีกฝ่ายใช้ล่อลวงพี่สาวนางให้ติดกับ กว่าจะรู้นิสัยใจคอที่แท้จริงของอีกฝ่ายทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

" ฮูหยินขอรับ ฮูหยิน!"

คนบังคับรถม้าตะโกนเรียกเจ้านายอยู่หน้าห้องทำคลอดด้วยความกระวนกระวายใจ ก่อนหน้านี้เขาได้รับคำสั่งให้นำยาและอาหารแห้งไปให้หมู่ตานที่เรือน แต่พอไปถึงกลับพบว่าเรือนทั้งเรือนมอดไหม้เหลือแต่เถ้าถ่าน ครั้นเดินเข้าไปสำรวจกลับเห็นสตรีนางหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้น เนื้อตัวถูกชโลมไปด้วยคราบเลือดและคราบโคลนตม

" มีอะไรรึ " เจียงหลงเจินเปิดประตูออกมาถามเสียงแข็ง ตั้งท่าจะด่าบ่าวรับใช้เพราะอีกฝ่ายมาเรียกหานางไม่ดูเวล่ำเวลา ทว่าพอเห็นสีหน้าของคนบังคับรถม้าหัวใจของนางกลับบีบแน่นโดยไม่ทราบสาเหตุ

" เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ หมู่ตานนางถูกคนทำร้าย ตอนนี้บาดเจ็บปางตายไม่รู้ว่าจะรอดตายหรือไม่ แต่เท่าที่ตรวจสอบดูนางยังหายใจอยู่ขอรับ หากรักษาทันก็คงช่วยได้ "

เจียงหลงเจินได้ฟังดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างก็พลันเบิกกว้างอย่างตื่นตกใจ " อะไรนะ! แล้วนางอยู่ที่ใด "

" ตอนนี้นางอยู่บนรถม้าขอรับ "

" รีบไปพานางลงมาเร็วเข้า ทุกคนรีบไปช่วยเสี่ยวฮุ่ย " เจียงหลงเจินบอกให้บ่าวรับใช้ไปช่วยกันแบกหมู่ตานลงมา

ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร เหตุใดจึงมีแต่เรื่องเลวร้ายที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นพร้อมกันตั้งสองเรื่อง...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 19.2 เดินหมาก

    ครั้นลงมาจากรถ ก็เห็นหลิวหมัวมัวอุ้มบุตรชายมายืนรอก่อนแล้ว เพียงแค่เห็นสองคนนั้นความสะเทือนใจก็กลับมาเล่นงานนางอีกรอบร่างเล็กพุ่งเข้าไปกอดบุตรชาย ก้มหน้าร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก หลิวหมัวมัวเห็นเช่นนั้นก็ร้องไห้ตาม โดยไม่ต้องถามว่าข่าวการตายของเจียงหลงเจินเป็นเรื่องจริงหรือไม่เลยด้วยซ้ำลู่หยางมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเศร้าสลด เขาตั้งปณิธานในใจเลยว่า จะต้องจับตัวผู้ร้ายมาลงโทษให้ได้วันรุ่งขึ้นการไล่ล่าปู่ร้ายเป็นไปอย่างทุลักทุเลกระนั้นก็สามารถจับกุมไว้ได้ ชายผู้นี้มีนามว่าซ่งหยวนจื่อ เขาให้การกับลู่หยางว่า ได้ลงมือขืนใจเจียงหลงเจินจริง แต่ไม่ได้บีบบังคับให้นางจบชีวิต ทั้งยังบอกอีกว่าผู้ที่ชี้ทางให้เขาทำเช่นนี้ก็คือเซี่ยหรงเจี๋ยครั้นลู่หยางได้ฟังดังนั้น ก็รีบให้คนไปเชิญหมู่ตานมาที่นี่ แน่นอนว่าพอได้ฟัง นางก็รีบบึ่งมาหาเขาที่จวนทันทีพอเข้ามาในห้องอักษรของเขาแล้ว นางก็รีบถามอย่างร้อนใจว่า " ได้ความว่าเช่นไรเพคะ "ลู่หยางที่นั่งจิบชาอยู่รีบวางถ้วยชาลง ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าไปหานาง มืออุ่นยกขึ้นลูบใบหน้าซีดขาวของหญิง

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 19.1 เดินหมาก

    หมู่ตานไม่เหลือเรี่ยวแรงก้าวเดิน จนต้องพึ่งลู่หยาง เขาอุ้มนางมาสงบจิตใจที่ห้องอีกห้องหนึ่ง เขาวางนางลงบนตั่งตัวยาว ระหว่างนั้นก็ค่อยลูบแผ่นหลังนางไปด้วยใบหน้างามซบอิงแผงอกแกร่ง หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนเสื้อคลุมของเขาจนเห็นเป็นคราบ กระนั้นลู่หยางก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับเต็มใจเสียอีกที่ได้เป็นคนปลอบโยนนาง" ฮึก...ฮือๆ "" เจ้าไหวหรือไม่ " มือแกร่งเชยใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาพิศมอง ดวงตาของนางบวมแดงแลดูน่าสงสารไม่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ บรรจงเช็ดคราบน้ำสีใสออกจากใบหน้าพริ้มเพรา" ฮือๆ " หมู่ตานส่ายหน้า เชิงบอกว่านางไม่ไหว นางทนรับความเสียใจในครั้งนี้ไม่ได้ลู่หยางรู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ เมื่อเห็นสตรีที่เขาชอบร้องไห้อย่างหนัก ชายหนุ่มดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดอีกรอบ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า" เช่นนั้นก็ร้องจนกว่าเจ้าจะพอใจเถิด " เขาจะเป็นคนรับฟังเสียงสะอื้นไห้ของนางเอง หรือถ้านางอยากระบายความในใจเขาก็ยินดีจะรับฟัง" ฮือๆ " มือเรียวกำเสื้ออีกฝ่ายแน่น ใบหน้าซบเข้าหาแผ่นไหล่กำยำหมู่ตานรู้สึกซาบซึ้งในความใจดีของเขา นางทิ้ง

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 18.2 ทนไม่ไหว

    " โอ๊ย " ชายฉกรรจ์ร้องด้วยความเจ็บปวด ยกมือขึ้นมาจับหูข้างที่ถูกกัด เพื่อดูว่าเลือดออกหรือไม่เจียงหลงเจินเตรียมใช้โอกาสนั้นหนีไป แต่ไม่ทันได้เอื้อมมือถึงประตู ปากของนางก็ถูกมือหนาปิดแน่น จนไม่สามารถส่งเสียงร้องไห้ผู้ใดมาช่วยได้เขาอุ้มนางไปวางบนโต๊ะรับน้ำชา กวาดทุกอย่างที่วางอยู่บนนั้นออก ก่อนปลุกปล้ำถอดอาภรณ์ของนางออกเกือบทุกชิ้น" อย่าดิ้น ข้าไม่ได้อยากทำรุนแรงกับท่านหรอกนะ "" ปล่อยข้า ขอร้องล่ะ เจ้าอยากได้อะไรก็เอาไปเลย แต่ว่าช่วยปล่อยข้าไปเถิดนะ " เจียงหลงเจินวิงวอนญาติสามีให้เห็นใจ แต่มีหรือที่เขาจะยอมรับฟังนาง" สิ่งที่ข้าต้องการก็มีแค่ร่างกายนี้เท่านั้น " พูดจบ เขาก็ลงมือทำตามที่ตนเองต้องการ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะทุกข์ทรมาณใจหรือไม่เหตุผลที่เซี่ยหรงเจี๋ยนำเรื่องมาบอกเขา ก็เพราะต้องการทำลายชื่อเสียงของเจียงหลงเจิน หากมีคนรู้ว่านางลอบมีความสัมพันธ์กับญาติสามี ผู้คนจะต้องตราหน้าว่านางเป็นหญิงแพศยา บุรุษมีตั้งมากมาย เหตุใดจึงไปเลือกคนใกล้ตัวหรือไม่ก็กล่าวหาว่านางคบชู้กับญาติสามี ตั้งแต่ที่สามีของนางยังอยู่ ซึ่งไม่ว่

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 18.1 ทนไม่ไหว

    หมู่ตานมองผ้าที่ห่อหุ้มมาเป็นอย่างดี ในนี้คือเสื้อผ้าของคนป่วยเป็นโรคเรื้อน นางจะนำมันไปใช้กับเยว่ฟางเฟย ซึ่งผู้ที่หามาให้ก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นเจียงหลงเจินที่เปรียบเสมือนเป็นญาติพี่น้องและคู่คิดของนาง" ข้าจะทำให้นางได้สัมผัสกับคำว่าถูกทอดทิ้ง "" ข้าชักจะรอดูวันนั้นไม่ไหวแล้วสิ " เจียงหลงเจินพูดด้วยสีหน้าดีใจ มองห่อผ้าหลายชั้นที่ตนนำมา" เวลานั้นใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ "" หลังเสร็จเรื่องทุกอย่างแล้ว พวกเราย้ายไปอยู่เมืองทางเหนือกันเถอะ ที่นั่นมีย่านการค้ามากมาย หรือเรือขนส่งข้ามแคว้นก็มี หากค้าขายต้องได้กำไรดีแน่ " เจียงหลงเจินเอ่ยปากชวน นางอยากหนีให้ไกลตากเมืองหลวงวุ่นวายนี้เต็มทนแล้วหมู่ตานยิ้ม " หากได้กำไรดีก็น่าสนใจเจ้าค่ะ "เจียงหลงเจินฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ " เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันนะ เงินทุนข้าจะเป็นคนออกให้ก่อนเอง "" เจ้าค่ะ หลังเสร็จเรื่องแล้ว พวกเราจะไปอยู่แดนเหนือด้วยกัน ข้าจะได้เลี้ยงดูหลิงเอ๋อร์ได้อย่างสบายใจด้วย "ใบหน้างดงามก้มมองบุตรตัวน้อยที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขน ยิ่งได้เลี้ยงดูก็ยิ่งผูกพัน จึงอ

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 17.2 ความจริง

    ดวงตาเรียวเล็กมองแผ่นหลังกำยำด้วยความมึนงง พลางขบคิดกับตนเองว่าเหตุใดเขาจึงทำสัญญาหมั้นหมายกับนาง ทั้งที่เขาสามารถเสพสมร่างกายนางโดยที่ไม่มีพันธะใดต่อกันก็ได้ลู่หยางกลับมาที่จวนของตน เขาสั่งการให้เจิ้งซีกับเฉิงอวิ๋นไปจัดการสองคนแม่ลูกคู่นั้น บอกไม่ให้กล่าวถึงหมู่ตานอีก หากไม่เชื่อฟัง เขาก็พร้อมปลิดชีพพวกนางทุกเมื่อ" ที่แท้เจ้าชื่อนี้เองหรือ ดอกโบตั๋นทั้งงดงามและอ่อนโยน แล้วเหตุไฉนดอกโบตั๋นที่ข้าเห็นจึงได้ดื้อรั้นนัก " เขาพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของเจ้าของชื่อหมู่ตานเหตุผลที่เขายอมช่วยนางโดยที่นางไม่ต้องร้องขอ มีเพียงเหตุผลข้อเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเขาสนใจในตัวนาง ยิ่งรู้ว่านางเก็บซ่อนตัวตนของตนเอง มันก็ยิ่งทำให้เขาสนใจนางมากขึ้นไม่ใช่แค่เพียงเรื่องสนุกที่เขาจะได้พบเจอต่อจากนี้ แต่ทุกอย่างที่เป็นของนาง เขาก็จะได้ครอบครองมันด้วยเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่หัวใจดวงน้อยๆ ของนางเจียงหลงเจินนั่งรอหมู่ตานอยู่ในห้องรับแขก ครั้นเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามา นางก็รีบลุกไปชะเง้อมองหาคนที่ฉุดตัวอีกฝ่ายไปก่อนหน้านี้" แล้วองค

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 17.1 ความจริง

    บุรุษร่างสูงลากหญิงสาวให้เดินตามไปยังสวนหลังจวนที่เขาเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง มีเรื่องมากมายที่เขาอยากพูดคุยกับนาง หนึ่งคือเรื่องความสัมพันธ์ของนางกับอู๋ซาน" เจ้าไม่ใช่เซี่ยปิงฉางตัวจริงใช่หรือไม่ จงบอกข้ามาตามตรง และอย่าได้คิดที่จะโกหกเด็ดขาด เพราะถ้าเจ้าทำเช่นนั้น ข้าจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนอันโหวคืนนั้นไปบอกเสนาบดีเซี่ยให้หมด " คนร่างสูงดันร่างเล็กเข้ากับเสาไม้ตรงโถงทางเดิน ใช้อ้อมแขนกักขังนางจนไม่สามารถขยับไปทางใดได้พอไม่มีทางให้หนี หญิงสาวก็ทำได้เพียงจ้องหน้าเขากลับ แววตาของเขาแฝงไปด้วยความใคร่รู้เสียเต็มประดา ซึ่งนางรู้ดีว่าหากโกหกไป สุดท้ายเขาก็สามารถสืบหาได้อยู่ดี ดังนั้นนางจึงยอมเล่าทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะไว้วางใจเขา แต่เพราะเขาคืออุปสรรคชิ้นใหญ่ที่นางไม่เคยนึกถึงมาก่อน" ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่องค์ชายคิดนั่นแหละเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่คุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย ส่วนความสัมพันธ์ของหม่อมฉันกับชายผู้นั้นยังต้องให้บอกอีกหรือ ทั้งที่พระองค์ก็ทรงพอจะเดาได้อยู่แล้ว " นางเชื่อว่าเขาระแคะระคายเรื่องนี้มานานแล้ว น่าจะตั้งแต่ตอนที่เจอนางกับอู๋ซานครั้งนั้นพอได้รู้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status