หน้าหลัก / อื่น ๆ / สวมร่าง แปรจิต / ตอนที่ 9-3 : วันแรกในร่างใหม่

แชร์

ตอนที่ 9-3 : วันแรกในร่างใหม่

ผู้เขียน: MooBin_Writer
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-09 23:26:14

ตอนที่ 9-3 : วันแรกในร่างใหม่

12.00 น.

หลังประชุมเสร็จ พิมมาลาชวนพิกุลมากินส้มตำไก่ย่างร้านประจำใกล้บริษัท

พิมมาลาตักไก่ย่างให้พิกุล “น่องไก่ของโปรดของพิกุลค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” มะลิมองอาหารตรงหน้าเงียบ ๆ

ปกติเธอเป็นคนชอบทานอะไรที่อิ่มท้องอย่างข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวมากกว่า โดยเฉพาะหมูกรอบคือสิ่งที่เธอโปรดปราน แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกอยากกินส้มตำไก่ย่างอย่างประหลาด

‘พิกุลชอบกินแบบนี้สินะ…’ มะลิยิ้มในใจ

ตอนนี้ทั้งจังหวะการพูด การเดิน ไปจนถึงวิธีจับช้อนส้อม มะลิเริ่มตอบสนองตามร่างกายได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ — จนบางครั้งมะลิก็เผลอลืมไปเสียด้วยซ้ำ ว่านี่ไม่ใช่ร่างเดิมของตัวเอง

หลังสองสาวเสร็จจากช่วงเวลาพักเที่ยงได้ไม่นาน พิมมาลาก็พาพิกุลลงมายังฝ่ายตัดเย็บและออกแบบเสื้อผ้า

บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงจักรเย็บผ้า เสียงสนทนา และกองผ้าจำนวนมหาศาลที่วางเรียงรายอยู่ทุกมุม พนักงานแต่ละคนต่างเดินกันอย่างเร่งรีบจนแทบไม่มีใครหยุดพัก

คุณอัญชัน หรือคุณอัญ หญิงสาววัยกลางคน หัวหน้าฝ่ายตัดเย็บรีบเดินเข้ามาหาพิมมาลาทันที

“คุณพิมคะ… ขอบคุณที่มาค่ะ… ตอนนี้มีปัญหาใหญ่ค่ะ”

พิมมาลายิ้มให้กำลังใจอัญชันก่อนจะกล่าวว่า

“ขอบคุณที่รีบแจ้งนะคะคุณอัญ”

“
เล่าปัญหาให้พิมฟังได้เลยค่ะ”

อัญชันยื่นแฟ้มเอกสารให้พิมมาลาทันที

“โรงงานกิจเจริญแจ้งว่าผ้าชั้นดีในรอบการผลิตครั้งนี้ผลิตไม่ทันกำหนดค่ะ หากใช้ผ้าอีกเกรดจะส่งงานลูกค้าทัน แต่คุณภาพจะไม่ได้ตามมาตรฐานบริษัทเราค่ะ”

“
ลูกค้ารายนี้คือคุณกรกฏดาราดาวรุ่งหน้าใหม่… ถ้าสินค้าไม่ได้คุณภาพแล้วเธอไม่พอใจบริษัทของเราคงเสียชื่อเสียงหนักเลยค่ะ”

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดสั่งจองสินค้าของบริษัทบุปผาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนวัตถุดิบหลายรายการเริ่มขาดแคลน การบริหารคลังวัตถุดิบจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายต้องรับมือ

พิมมาลาเข้าใจความรู้สึกของอัญชันดี ลูกค้าระดับนี้ เสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นภาพลักษณ์ หากผิดพลาดเพียงครั้งเดียว สิ่งที่เสียไปอาจไม่ใช่แค่งานชิ้นหนึ่ง แต่คือชื่อเสียงที่บริษัทสร้างมาหลายปี

เธอเปิดแฟ้มดูเพียงครู่เดียว ก่อนมองหน้าพิกุล

“เรามีสต๊อคผ้าตัวนี้ในคลังเหลือเท่าไร”

พิกุลตอบแทบจะทันที

“เหลือประมาณ 400 หลาค่ะ”

“
ใช้ในอีกสองสัปดาห์ เป็นงานของคุณมีนาลูกค้าประจำของเราค่ะ”

พิมมาลาพยักหน้ารับด้วยความพอใจ พิกุลให้ข้อมูลครบทุกอย่างที่เธอกำลังจะถามต่อโดยไม่ต้องเอ่ยปาก — มะลิขมวดคิ้วน้อย ๆ

'เธอรู้ได้ยังไงว่าพิมมาลาจะถามเรื่องนั้นต่อ...'

พิมมาลามองไปทางคุณอัญชัน

“งั้นเราสามารถดึงผ้ามาใช้ในงานคุณกรกฏก่อน”

“
ส่วนของคุณมีนา…”

"
รอรอบการผลิตใหม่ของโรงงานกิจเจริญก็ยังทันกำหนดส่งมอบค่ะ"

พิกุลรับคำต่อทันที

"แผนสำรองกรณีงานคุณมีนาเสร็จไม่ทันกำหนด"

"
เราสามารถส่งมอบสินค้าได้ก่อน 80% ของจำนวนที่สั่ง แล้วทยอยส่งของที่เหลือภายในห้าวันทำการ พร้อมมอบส่วนลด 20% สำหรับคำสั่งซื้อครั้งถัดไปค่ะ"

พิมมาลายิ้มขยิบตาให้พิกุลเป็นการบอกว่าขอบคุณ — มะลิที่เฝ้ามองทุกอย่างจากภายในได้แต่ตะลึง เธอไม่เคยเห็นใครทำงานเข้าขากันได้ถึงขนาดนี้มาก่อน

อัญชันมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นทันที

“ขอบคุณค่ะคุณพิม… อัญขอตัวไปดำเนินการก่อนนะคะ”

ทันทีที่อัญชันเดินจากไป ชายร่างสูงผิวขาวในเสื้อเชิ้ตสีดำมาดเนี๊ยบ ก็รีบเดินเข้ามาหาพิมมาลาทันที เขาคือคุณอินทนิน หรือคุณอิน หัวหน้าทีมออกแบบเสื้อผ้า

“คุณพิมฮะ… รบกวนดูแบบเสื้อผ้าให้หน่อยฮะ”

เขายื่นแฟ้มงานออกแบบให้พิมมาลาทันที พร้อมพาพิมไปยังคอมพิวเตอร์สำหรับงานออกแบบเสื้อผ้า

คุณอินทนินเปิดไฟล์งานออกแบบให้พิมมาลาดู

“คุณพิมฮะ ชุดนี้เป็นงานสั่งตัดพิเศษของคุณพฤจิฮะ”

“
พวกเราลองออกแบบแล้ว แต่ต้นทุนวัสดุเกินงบอยู่ประมาณสิบห้าเปอร์เซ็นต์”

“
พอทีมงานลองลดสเปกวัสดุ ความเรียบหรูไม่ได้มาตรฐานฮะ”

พิมมาลาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนไล่สายตามองแบบชุดตั้งแต่หัวไหล่จนถึงชายกระโปรง

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นหยิบดินสอขึ้นมาแล้วค่อย ๆ วาดลงกระดาษออกแบบ

ปลายดินสอเคลื่อนที่ไปบนกระดาษอย่างรวดเร็วมั่นใจ เสียงดินสอลากผ่านกระดาษอยู่ครู่หนึ่ง — พิมมาลาก็วางดินสอลง พร้อมยื่นกระดาษให้คุณอินทนิน

ทุกคนในทีมออกแบบต่างขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าแบบที่พิมมาลาวาดกลับเลือกใช้วัสดุราคาแพงกว่าเดิมเสียอีก อินทนินถึงกับอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันเอ่ยคำถาม…

แต่พิมมาลาเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“เปลี่ยนด้ายสีเงินเป็นดิ้นสีทองอ่อนชนิดเงาด้าน… จะดูหรูกว่า”

“แต่ไปลดขนาดโบว์ประดับมุกจากหกจุดเหลือสองจุด… เปลี่ยนผ้าซับในเป็นรุ่นเบต้า คุณภาพสัมผัสแทบไม่ต่าง แต่ต้นทุนต่ำกว่า… เพื่อชดเชยราคาด้ายสีทอง”

“ลดขนาดโครงช่วงไหล่ลง แต่เพิ่มการทิ้งตัวของผ้าให้มากขึ้น”

“
ส่วนชายกระโปรงปรับสั้นลงสามเซนติเมตร แต่ให้มีน้ำหนักมากขึ้น… เวลาเดินจะดูสวยกว่าเดิม”

“
เท่านี้ก็ได้ความเรียบหรูแต่ต้นทุนไม่บานปลายแล้ว”

ทีมออกแบบอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง

อินทนินรับแบบที่พิมมาลาให้มาอย่างทะนุถนอมราวกับสมบัติล้ำค่า ก่อนจะกล่าวว่า

“
ขอบคุณฮะคุณพิม ทำไมอินถึงคิดไม่ถึงนะ”

พิมมาลายิ้มกว้าง

“ยินดีค่ะคุณอิน… บางทีการถอยมามองก้าวหนึ่งก็ช่วยได้มากค่ะ”

อินทนินค้อมหัว ก่อนจะเดินไปทำงานต่อ

มะลิมองภาพทั้งหมดตรงหน้าด้วยความทึ่ง…

ก่อนเข้างาน เธอเห็นพิมมาลาเป็นแค่สาวน้อยขี้เซากินจุ…

ช่วงเช้าเธอเพิ่งเห็นพิมมาลาในฐานะผู้บริหารองค์กร…

แต่ตอนนี้หญิงสาวตรงหน้ากลายเป็นนักออกแบบตัวฉกาจที่มองเสื้อผ้าเพียงแวบเดียว ก็รู้ทันทีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และควรแก้อย่างไร

ที่สำคัญกว่านั้น…

เธอยังมีพิกุลที่เข้าใจทุกอย่างราวกับทั้งสองกำลังใช้ความคิดเดียวกัน มะลิจึงไม่แปลกใจอีกต่อไป ว่าทำไมบริษัทแห่งนี้ถึงเติบโตมาได้ไกลขนาดนี้

—

18.00 น.

“เลิกงานแล้ว เหนื่อยจัง…” พิมมาลาพูดพลางเอนหลังเหยียดตัว

มะลิชงชามะนาวส่งให้พิมมาลา

ตอนนี้เธอเริ่มคุ้นชินกับร่างนี้มากขึ้นแล้ว ทั้งความทรงจำ นิสัย และจังหวะการใช้ชีวิตของพิกุลกำลังค่อย ๆ ผสานอย่างเป็นระบบ

“งั้นกลับเลยไหมคะ” พิกุลถาม

“กลับค่ะคุณแม่นม…” พิมมาลาพยักหน้า ก่อนยื่นกุญแจรถให้

—--

‘กรี๊ดดดดดดดดด…’ เสียงกรีดร้องดั่งลั่นอยู่ในใจของมะลิ

รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานบนทางด่วนราวกับจรวด

‘พิกุลใจเย็น!… พิกุลเบรก ๆ ๆ !…. พิกุลนั่นมันสิบล้อ…อ๊าาาาาาาา!!!...’

มะลิกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น

สิ่งที่มะลิพบเจอในตอนนี้คือ… เลขานุการสาวมาดสุขุม เย็นนิ่ง และเรียบร้อยคนนี้… ขับรถเร็วราวกับนักแข่งรถ

แม้มะลิจะเริ่มคุ้นกับร่างของพิกุลแล้ว แต่ในร่างเดิมมะลิขับรถไม่เป็น สุดท้ายจึงทำได้แค่ปล่อยให้ร่างนี้ขับรถไปตามความเคยชิน

แต่ความเคยชินนั้นมัน… อ๊าาาาา!!!!!...

ตั้งแต่ออกจากตัวเมืองจนขึ้นทางด่วน

ถ้าหากไม่ติดไฟแดง พิกุลแทบไม่แตะเบรกเลย

ยิ่งเวลาเข้าโค้งแทบไม่มีการชะลอรถแม้แต่นิดเดียว

แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดในสายตามะลิที่สุดคือ… พิมมาลาที่นั่งอยู่เบาะหลังกลับหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ราวกับกำลังนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไม่มีผิด

“หล่อนหลับลงได้ยังไงกันยะะะะ!!”

มะลิแทบอยากเขย่าพิมมาลาให้ตื่นมารับรู้ความน่ากลัวนี้ด้วยกัน แต่รถก็ยังพุ่งต่อไป ราวกับเบรกเป็นเพียงแค่ของประดับรถเท่านั้น

สุดท้ายรถก็พุ่งเข้าบ้านมาจนบนลานจอดรถจนได้ โดยที่มะลิยังไม่แน่ใจว่าวิญญาณตัวเองหลุดออกจากร่างไปกี่รอบแล้ว

เมื่อรถเข้าจอดในบ้าน พิมมาลาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

“ขอบคุณนะคะพิกุล… ขับรถได้นุ่มมากเลยค่ะ”

“
พิกุล Driver ยินดีให้บริการค่ะ” พิกุลตอบด้วยน้ำเสียงสุขุมเรียบร้อย พร้อมขยิบตายิ้มมุมปากอย่างขี้เล่น

ผิดกับมะลิที่แทบจะตะโกนออกมา “ขับรถนุ่มตรงไหนยะะะะะ!”

เมื่อถึงบ้านของพิมมาลาสองสาวต่างแยกย้ายไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง

ทันทีที่มะลิเดินเข้าห้องพิกุล เธอทิ้งตัวลงบนเตียงในสภาพหมดแรงราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง

ร่างกายและจิตใจของพิกุลแข็งแกร่งกว่าที่มะลิคิดหลายเท่านัก สภาพร่างกายนี้ยังคงขยับได้ตามปกติ — ต่อให้ต้องทำงานทั้งคืนก็ยังไหว

แต่ “ตัวตนมะลิ” ที่อยู่ข้างในกลับเหนื่อยล้าจนแทบจะควบคุมร่างกายไม่ไหว

ตลอดที่ผ่านมา มะลิเคยคิดว่าพิกุลคือคนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ เป็นคนที่ทำอะไรก็ดูง่ายดายไปเสียหมด

แต่หลังจากได้ใช้ชีวิตเป็นพิกุลเพียงวันเดียว

เธอกลับเริ่มเข้าใจความจริง

พิกุลไม่ได้เก่งเพราะโชคดี

ไม่ได้เก่งเพราะฟ้าประทาน

แต่พิกุล… พยายามหนักกว่าคนอื่นหลายเท่า

มะลินอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ

“ที่ผ่านมา… ฉันเข้าใจเธอผิดมาตลอด”

“
ฉันคิดว่าเธอทำทุกอย่างได้ง่าย ๆ เสมอ”

“
แต่จริง ๆ แล้ว… เธอพยายามมากกว่าคนอื่นตั้งมากมาย”

“
แม้แต่ฉันที่มั่นใจในความพยายามของตัวเอง… กลับพยายามได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเธอเลย”

แล้วมะลิก็หลับไปโดยที่ยังไม่ได้อาบน้ำ

—---

หลังจากนั้นหลายวัน มะลิยังคงแฝงตัวเป็นพิกุล ใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับพิมมาลาได้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติแม้แต่น้อย

จนกระทั่ง… วันที่ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมแล้ว

20.30 น.

“เสร็จแล้วววววว” พิมมาลาเหยียดแขนขาบิดขี้เกียจอย่างสุดแรง

“เหนื่อยไหมคะคุณพิม”

“คุณพิกุลคะ เลิกงานแล้วค่ะ หมดเวลาเป็นเจ้านายลูกน้องแล้วค่ะ” พิมมาลาทำท่าโกรธ แต่น้ำเสียงกลับซ่อนความขี้เล่น

พิกุลหัวเราะเบา ๆ

“นั่นสินะ พิกุลทำงานเพลินไปนิดนึง… ว่าแต่พิมจะกลับหรือยังล่ะ”

“กลับสิ พิมหิวจะแย่แล้ว” เจ้านายสาวพูดพร้อมยื่นกุญแจรถให้กับพิกุล

พิกุลดันแว่นเล็กน้อย

ก่อนจะหยิบวัตถุสีเงินเย็นเยียบใส่กระเป๋า

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เมื่อทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สวมร่าง แปรจิต   คุยกันท้ายเล่ม

    คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status