Share

บทที่ 6

Penulis: โรเชล
last update Tanggal publikasi: 2026-06-10 19:19:54

06 : เบาะแสเหตุไฟไหม้

“พวกเรารีบไปกันเถอะเจ้าค่ะไท่ซ่างหวง เดี๋ยวเจ้าของค่ายกลจะรู้ตัวก่อน พวกเขาอาจจะตามหาตัวผู้บุกรุกก็ได้”

ว่าจบทั้งสองก็รีบออกจากจุดเกิดเหตุทันที

“ไปคุกหลวงก่อนเจ้าค่ะ ข้าใช้เวลาไม่นาน”

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคุกหลวง เหวินชิงเหยาใช้ความมืดอำพรางกายแล้วสำรวจรอบ ๆ

ส่วนไท่ซ่างหวงอาสาลงไปสำรวจในคุกใต้ดินเพราะเขาไปง่ายกว่านังหนูนี่

ช่วยกันไม่นานก็พบเบาะแสสำคัญ

ไท่ซ่างหวงรีบมาบอกว่าในคุกยังมีร่องรอยหลงเหลือ ถึงไฟจะดับไปแล้วแต่ยังมีคราบน้ำมันที่ทำมาจากไขมันสัตว์เปื้อนตามเสาไม่น้อย

“ถึงจะหลงเหลือร่องรอยว่านี่เป็นการวางเพลิง แต่ผู้ใดจะมาไต่สวนความจริงกัน อีกอย่างนักโทษทั้งหมดที่เสียชีวิตเป็นนักโทษรอวันประหาร ตายตอนนี้หรือตอนไหน อย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี”

เหวินชิงเหยาแค่นเสียงหยัน

“ข้าก็คิดเช่นนั้น ถ้าให้ข้าเดา...หากรอถึงวันประหารพวกมันคงกลัวว่าจะมีคนมาช่วยรองแม่ทัพเหวินออกไปก่อนน่ะสิเลยต้องจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่าลืมว่าบิดาเจ้าเป็นถึงรองแม่ทัพแดนใต้ มีเส้นสายมากมาย อาจมีคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังก็ได้”

คงจะจริงดั่งที่ไท่ซ่างหวงว่า บิดานางเป็นรองแม่ทัพแดนใต้ที่มีอำนาจรองจากชินอ๋องซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ ย่อมมีคนสักคนที่ไว้ใจได้คอยช่วยเหลือ

พวกมันคงกลัวเหวินซ่งหยางรอดชีวิตแล้วจะกลับมาแก้แค้นจึงต้องตัดตอน

“ท่านว่ามีคนช่วยบิดาข้าออกไปหรือไม่?”

“ตอนที่ยังอยู่ตำหนักข้าเคยได้ยินทหารยามคุยกันว่าศพรองแม่ทัพถูกไฟไหม้เกรียมสภาพไม่หลงเหลือเค้าเดิมเลย ข้าจึงไม่แน่ใจว่าเป็นศพจริงหรือปลอม”

ถ้าเป็นศพจริงหมายความว่าบิดานางตายแล้ว

แต่ถ้านั่นเป็นศพปลอม นั่นก็แปลว่า...

“มีคนช่วยออกไป!”

หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณพูดออกมาพร้อมกัน

เหวินชิงเหยายิ้มอย่างมีความหวัง จากนั้นรีบออกจากวังหลวงก่อนจะมีคนแห่กันมาที่นี่

อย่าลืมนะว่านางพึ่งจะทำลายค่ายกลที่กักขังวิญญาณไท่ซ่างหวงไปสด ๆ ร้อน ๆ

แต่ทางที่จะออกไปนั้นผ่านคลังเสบียง ไท่ซ่างหวงจึงบอกให้เหวินชิงเหยาไปเก็บมาด้วย ซึ่งนางก็ทำตาม เก็บข้าว เนื้อ ผลไม้ รวมถึงเครื่องปรุงมาจนแทบเกลี้ยงคลัง เหลือไว้แค่ข้าวและธัญพืชหยาบ ๆ ให้คนครัวดูต่างหน้า

หากฝ่าบาทรู้เข้าคงพิโรษหนักเป็นแน่ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ไท่ซ่างหวงต้องการ

หลานทรพีเช่นนั้น ต้องสำนึกเสียบ้าง!

ช่วงเวลานี้เหวินชิงเหยาไม่รู้เลยว่าคนที่สร้างค่ายกลกักวิญญาณขึ้นมาเริ่มกังวลนั่งไม่ติด สั่งให้ทหารหลวงค้นวังหลวงหาตัวผู้บุกรุกทุกตารางนิ้ว ขณะที่ทหารหลวงกระจายกำลังกันค้นวังหลวง เหวินชิงเหยาและวิญญาณโปร่งแสงของไท่ซ่างหวงก็หลบออกมานอกกำแพงแล้ว

เมื่อไม่เจอผู้บุกรุก ไม่สามารถจับตัวคนมาทำโทษได้ และไม่รู้จุดประสงค์ที่ผู้บุกรุกทำลายค่ายกลของตน

เจ้าของค่ายกลก็โกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยว

ปัง!

เพล้ง!

“มันเป็นผู้ใด... ผู้ใดกันที่มันหาญกล้าทำลายค่ายกลของข้า!”

“ฝ่าบาท”

องครักษ์เงานายหนึ่งพลันปรากฏกาย เบื้องหน้าเขาเป็นแจกันลายครามราคาแพงที่แตกกระจายด้วยความพิโรธขององค์จักรพรรดิ

ใบหน้าหล่อเหลานั้นเครียดขึง เส้นเลือดเต้บตุบ สีหน้าแววตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

องครักษ์ที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นรู้สึกขนลุกวาบไปทั้งร่าง

“ไปหาตัวมันมาให้ข้า ถ้าหาตัวมันกลับมาให้ข้าไม่ได้พวกเจ้าต้องได้รับโทษกันทุกคน!”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

องครักษ์เงารับบัญชาแล้วก็หายวับไป

‘จ้าวหลิวหยาง’ กัดกรามด้วยความโกรธจนขึ้นสันนูน แววตาคมกริบสาดแสงวาวโรจน์ มือหนากำแน่นเข้าหากัน ขมับเต้นตุบ ๆ จากความโกรธ

มันเป็นใคร?

มีจุดประสงค์อันใดถึงได้ปล่อยวิญญาณไท่ซ่างหวงที่เขากักขังไว้ออกไป เหตุใดจึงมีฝีมือขนาดนั้นในเมื่อค่ายกลนั้นทำจากอาคมชั้นสูง คนที่ทำลายจะต้องมีพลังสูงมาก

หรือจะเป็นคนของรองแม่ทัพเหวิน?

“ไม่ เป็นไปไม่ได้” จ้าวหลิวหยางพึมพำ เขาสั่งตัดตอนคนของเหวินซ่งหยางแล้วทุกคน บางส่วนตกตาย บางส่วนก็โดนทำลายวรยุทธ์

ดังนั้นจึงไม่หลงเหลือคนที่ภักดีหรือคนที่มีวรยุทธ์สูงมากพอจะทำลายค่ายกลนั้นได้ ส่วนครอบครัวเหวินซ่งหยางก็ถูกทำลายวรยุทธ์และโดนเนรเทศกันหมด

ชินอ๋อง?

ไม่ใช่แน่ คนของเขายังรายงานว่าชินอ๋องติดพันกับพวกนอกด่านที่จะบุกแคว้นทางใต้ แถมยังไม่กลับเมืองหลวงมาหลายปีแล้ว ไม่มีทางรู้แน่ว่าเขากักขังวิญญาณไท่ซ่างหวงไว้

เพราะฉะนั้นมันคือผู้ใดกัน!

ทางด้านของคนที่พึ่งสร้างเรื่องป่วนวังหลวงสร้างความปวดหัวให้ฮ่องเต้มาหมาด ๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ร่างเล็กใช้ความมืดอำพรางกายกระโดดขึ้นบนหลังคาเรือนของชาวบ้าน และใช้ความเร็วของผู้มีพลังพิเศษเคลื่อนไหวรวดเร็วแทบมองไม่ทัน

จนกระทั่งสัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้หยุด เท้าเล็ก ๆ จึงหยุดลงทันที

เหวินชิงเหยาจึงกระโดดจากหลังคาเรือน ไปยังต้นไม้สูงที่มีกิ่งไม้บดบังร่างกาย ดวงตาเรียวคมจ้องมองรอบด้านเพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะหาเบาะแสบิดาได้บ้าง

ข้างกันนั้นคือวิญญาณไท่ซ่างหวงที่ลอยตามมาติด ๆ

“มีคนออกจากร้านโอสถเล็ก ๆ ร้านนั้นด้วยเจ้าค่ะ ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ข้าว่าข้ามีทางสืบข่าวแล้วล่ะ”

“มั่นใจหรือ?”

“สัญชาตญาณของข้าบอกว่าใช่” ตอนที่ปรึกษากัน ชายชุดดำคนนั้นก็หลบไปตามเงามืด เหวินชิงเหยาพลันขยับตัว “ตามไปเจ้าค่ะ”

“อื้ม”

เหวินชิงเหยารีบตามชายชุดดำไปเพราะนางคิดว่าคนที่ใช้วิชาอำพรางตัวกับความมืดได้ดีเช่นนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่มาซื้อยาแน่ ๆ

และก็เป็นอย่างที่คิด ชายผู้นั้นเข้าไปร้านยาหลายร้าน ไท่ซ่างหวงตามเข้าไปดูพบว่าเขามาซื้อสมุนไพร แต่ที่แปลกคือเขาเข้าร้านโอสถเกือบทุกร้านในเมืองหลวง แต่กลับซื้อสมุนไพรแค่ร้านละชนิดถึงสองชนิดเท่านั้น

หรือว่าเขาจะเอาไปปรุงโอสถขึ้นมาใหม่?

เป็นไปได้...ถ้าซื้อสมุนไพรในร้านเดียวอาจเป็นที่สงสัย จึงต้องแบ่งซื้อเช่นนี้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ไม่หวังดี

เมื่อได้ของครบชายผู้นั้นก็หายไปกับเงามืดอีกตามเคย

พรึ่บ

พรึ่บ

ชายชุดดำผู้มีวรยุทธ์สูงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขามาถึงป่าด้านนอกก็ขึ้นควบม้าศึกที่ผูกไว้กับต้นไม้ควบเข้าป่าไปอย่างเร่งรีบโดยที่ไม่รู้ว่ามีวิญญาณของชายชราติดตามเขาไปในทุกฝีก้าว

เมื่อถึงที่หมายชายชุดดำก็รีบกระโดดลงจากม้า มือหนาปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ดูท่าทางอายุยังน้อย อาจจะอายุมากกว่าเหวินชิงเหยาไม่ถึง 5 ปี

สถานที่แห่งนี้มีกระท่อมเล็ก ๆ อยู่สองกระท่อม และมีบุรุษอยู่ด้วยกันรวม 5 คน

“อาการของท่านรองแม่ทัพเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”

ร่างสูงยื่นสมุนไพรให้กับชายวัยกลางคนที่เดินมารับ

ซึ่งคนที่มารับสมุนไพรจากมือชายชุดดำน่าจะเป็นหมอเพราะท่าทางเขาสุขุม แก่เรียน ดูเป็นผู้ที่มีความรู้แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

“แย่มาก ตันเถียนถูกทำลายจนสิ้นไม่เหลือเลย แต่ถ้ามีโอสถช่วยก็จะยืดชีวิตเอาไว้ได้ ว่าแต่เจ้าได้โอสถอะไรมาบ้าง”

ชายวัยกลางคนส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะคลี่ห่อผ้าเพื่อตรวจสอบสมุนไพรที่เขาบอกให้ ‘อี้ซาน’ ไปซื้อมา

พอตรวจสอบดีแล้วคนเป็นหมอก็มีสายตาหนักใจทันที

“สมุนไพรไม่ครบ แต่ยังพอประทังได้ชั่วคราว”

“พรุ่งนี้ข้าจะลองไปหาซื้อที่เมืองอื่นดู ท่านหมอปรุงโอสถประทังชีวิตท่านรองแม่ทัพและทุกคนไปก่อน”

“ข้าจะพยายาม”

หมอหานตอบเสียงขึงขัง ไม่ใช่แค่พยายาม แต่เขาต้องทำให้ได้ นอกจากรองแม่ทัพเหวินที่บาดเจ็บสาหัสแล้วยังมีทหารคนสนิทอีก 2 คนที่นอนรอความตายเฉกเช่นกัน

หนึ่งในนั้นเป็นหลานชายคนโตของเขาที่เป็นหนึ่งในนักโทษประหาร

เมื่อได้ชื่อว่าหมอ อย่างไรก็ต้องหาทางช่วยชีวิตคนป่วยอย่างถึงที่สุด! หวังว่ารองแม่ทัพเหวินจะรอดนะ...หวังว่าท่านจะไม่ตายและกลับมาล้างมลทินให้กับตนเองและตระกูลได้อย่างสง่างาม

นี่คือความหวังของหมออย่างหานจง!
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 101

    พอคิดได้ สองพ่อลูกก็ขนลุกเกรียว...พวกเขาผิดพลาดอย่างมหันต์!“กงหนานโจว...นับว่าโชคดีที่เจ้าตัดขาดจากตระกูลกงสายหลักก่อนหน้านี้จึงไม่ต้องโทษประหารตามตระกูลฮองเฮา แต่เจ้าอาจจะโชคร้ายที่ดันเกี่ยวดองกับตระกูลฟาง”กงหนานโจวไม่กลัวการต้องโทษ ทว่าเขาห่วงที่สุดก็คือบุตรชายตัวน้อย ร่างสูงใหญ่พลันคุกเข่าต่อห

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 100

    ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ คุกเข่าประสานมือด้านหน้า“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่”อันเฉินเฟิงพยักหน้าแล้วบอกให้ลุกขึ้นยืนซึ่งในขณะเดียวกันมือปราบอีกกลุ่มที่แยกตัวกันไปนำตัวคนตระกูลฟางก็มาถึง คราวนี้มีมือปราบมาเพิ่มเกือบยี่สิบคน ซึ่งนับเป็นขบวนที่ชาวเมืองเห็นต่างก็สนใจ กงหนานโจวจึงต้องเปิดจวนเพื่อนำทุก

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 99

    52 : ชะตาฟ้าลิขิต [ตอนจบ]“ตระกูลฟางหรือ ข้าไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยมีปัญหากับตระกูลฟาง” เหวินชิงเหยาย่นหน้านางเคยมีปัญหากับตระกูลฟางตอนไหน“แต่เอ๊ะ ตระกูลฟาง ข้ารู้สึกคุ้นจัง”“ตระกูลฮูหยินของเจ้าเมืองขอรับคุณหนู” เจียงหยงลุกขึ้นยืน เขาหันไปทางอันเฉินเฟิงและกำลังจะคุกเข่า ฝ่ามือหนาจึงยกขึ้นห้าม“ไม่ต

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 98

    หล่อ...ยิ่งมองใบหน้าหล่อ ๆ ท่ามกลางแสงสลัวของแสงจันทร์ ออร่าความหล่อเหลาน่าดึงดูดก็ยิ่งกระแทกเข้าตาจนไม่รู้จะอธิบายให้เห็นภาพยังไงหล่อสะอาด หล่อผู้ดี หล่อสมศักดิ์ศรีชนชั้นสูงขนาดตอนป่วยใกล้จะตายเขายังหล่อมาก ๆ เลย!ชาติก่อนนางไม่เคยมีความรัก นางไม่เคยมีความรู้สึกอยากดูแล อยากอยู่กับเขาไปตลอดเหมือ

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 97

    “...” อันเฉินเฟิงมองเด็กอายุเท่า ๆ เสี่ยวอี้กำลังบิดตัวเขินอายด้วยสายตามองเด็กประหลาดเขาวางเด็กน้อยลง“เสี่ยวเป่า!”“ท่านแม่ขอรับ เสี่ยวเป่าเจอพี่สาวคนงามแล้วขอรับ!”ฟางซินซินกำลังคุยกับหลงจู๊ขายผ้าหันมาอีกทีก็เห็นว่าเสี่ยวเป่าถูกบุรุษร่างสูงที่มีกลิ่นอายน่าเกรงขามคว้าคอเสื้อห้อยต่องแต่ง นางตกใจจึง

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 96

    51 : หล่อสะอาดปราศจากเวรรกรรม“ก็อย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละข้าเก็บมาจากตรอกขอทานจริง ๆ แล้วเด็กสี่คนนี้ก็น่าสงสาร ข้าดูแล้วเห็นว่าเด็กยังสามารถฝึกฝนต่อได้ก็เลยรับเลี้ยงเป็นศิษย์”ชายชราเอ่ยทั้งที่ยังนั่งเอกเขนก แม้แต่องค์ชายใหญ่นั่งตรงหน้าเขาก็ไม่นึกเกรงกลัว เกรงใจเล็กน้อยเท่านั้น ข้าง ๆ มีเด็ก ๆ ล้อม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status