05 : ทำลายค่ายกล
“นี่คือตำหนักเก่าของข้า”
วิญญาณโปร่งแสงลอยนำหน้าเหวินชิงเหยามายังตำหนักใกล้ ๆ กับตำหนักเมื่อครู่ ซึ่งมันถูกยกให้เป็นสถานที่เก็บของเก่าที่ไท่ซ่างหวงนั้นหวงแหนมาก
ตำหนักนี้ไม่มีผู้ใดเข้าไปด้านในได้ คนที่จะเข้าได้มีแค่ฮ่องเต้และนางกำนัลที่ต้องมาทำความสะอาดทุกวันเท่านั้น
“ตำหนักที่เห็นเมื่อครู่เป็นตำหนักเก่าฮ่องเต้ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”
“แล้วท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมเจ้าคะ”
ถามวิญญาณโปร่งแสงอ้างตัวเป็นไท่ซ่างหวง ซึ่งนางไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่มองจากลักษณะท่าทาง การแต่งตัวไม่ได้เรียบง่ายเหมือนชาวบ้านสามัญ ก็มีสิทธิ์ที่วิญญาณตนนี้จะเป็นอดีตฮ่องเต้จริง ๆ
“ข้างในมีสมบัติ เจ้าอยากได้หรือไม่ ข้ายกสมบัติให้เจ้าหมดเลยนังหนู”
ไท่ซ่างหวงเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทำเอาคนฟังหูผึ่ง
สมบัติ!
ได้ยินไหมว่าไท่ซ่างหวงจะยกสมบัติให้นางทั้งหมด!
“จริงหรือเจ้าคะ!”
“ก็จริงสิ! ถึงข้าจะตายไปแล้วแต่ไม่ก็ไม่ตระบัติสัตย์หรอกนะ”
ไท่ซ่างหวงเชิดใบหน้าขึ้น ขึ้นชื่อว่าองค์จักรพรรดิ ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันก็ตระบัติสัตย์ไม่ได้ ยกเว้นจะเป็นจักรพรรดิทรราชน่ะนะ
เหมือนเจ้าหลานชายตัวดีของเขานั่นอย่างไร
นึกแล้วก็แค้น
กล้าดีอย่างไรเอาคนมากังขังวิญญาณของข้า!
“แต่ท่านดูแปลก ๆ ที่จะยกสมบัติให้ข้า ท่านต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งใดหรือเปล่าเจ้าคะ?”
เพื่อแลกกับสมบัติที่เจ้าตัวบอกว่าจะยกให้ ซึ่งไม่น่าจะมีน้อย ๆ เลย นางจึงคิดว่าอดีตฮ่องเต้ตนนี้เขาต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝงแน่ ๆ
ดูสีหน้าเจ้าเล่ห์นั่นสิ
วิญญาณประเภทไหน ตายแล้วไม่ยอมทิ้งเล่ห์กล
แต่เอาเถอะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงนางจะยอมช่วยก็ได้ถือว่าแลกเปลี่ยนกัน ให้ไปทำบุญอารามไหนบอกมาเลย หรืออยากจะกินอะไรก็บอกได้ นางหาให้ได้ทุกอย่างนั่นแหละ
“แน่นอนว่าต้องมี เจ้าต้องพาข้าไปด้วย”
นั่นไง
คิดผิดเสียที่ไหน
ตาแก่เจ้าเล่ห์เอ๊ย
“แล้วข้าจะพาท่านไปได้อย่างไรเล่า ท่านพึ่งบอกว่าวิญญาณท่านถูกกักขังนี่เจ้าคะ”
“เพ้ย เจ้าก็หาวิธีช่วยข้าสิ!”
“เอ้า!”
พูดเหมือนทำง่าย
เหวินชิงเหยาเกือบจะเท้าเอววีนไท่ซ่างหวงที่ช่างกวนอวัยวะเบื้องล่างเสียเหลือเกิน การโดนสะกดวิญญาณจะเข้าช่วยสุ่มสี่สุ่มห้าได้ไหมล่ะ ก็ต้องมีวิชาหน่อยสิ นางมีแต่พลังพิเศษไม่ได้มีวิชาคุณไสยแก้อาคมนะ
“สมบัติข้ามีมากมายนัก ซึ่งข้ามีห้องลับที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปได้ ข้ายกให้เจ้าทั้งหมด เจ้าก็จะหลายเป็นคนร่ำรวยที่สุดในเมืองเหนือ แค่เจ้าช่วยข้าออกไปเจ้าก็จะได้นอนบนกองเงินกองทองแล้วนะ เจ้าไม่สนใจจริง ๆ หรือ?”
วิญญาณเอาแต่ใจชะมัด หลอกล่อเก่งด้วย ถ้าไม่ติดว่าโดนเนรเทศออกมาแถมโดนยึดทรัพย์ทั้งตระกูลละก็ นางไม่สนหรอกนะสมบัติน่ะ
“ก็ได้เจ้าค่ะก็ได้ ข้ารับปากว่าจะหาทางช่วยท่าน!”
แต่คิดไปคิดมา การหาเงินเองน่ะหายาก หากได้มรดกมาฟรี ๆ ย่อมไม่เปลืองพลังแรงกายแรงใจ
ดีกว่าหาเองเป็นไหน ๆ
ตกลง นางช่วยก็ได้!
เมื่อตกลงกันแล้วไท่ซ่างหวงก็พาเหวินชิงเหยาเข้าไปในตำหนัก อย่างที่บอกว่าเขาโดนกักขังวิญญาณ แวบไปมาได้แค่บริเวณตำหนักและสวนดอกไม้ใกล้ ๆ เท่านั้น
เหวินชิงเหยาลอบเข้ามาในตำหนักร้าง เดินไปด้านหลังตามวิญญาณโปร่งแสง ที่นั่นจะมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งดูเผิน ๆ ก็เหมือนต้นไม้ทั่วไป หากไม่ใช่ว่าเจ้าของแก่ ๆ ที่ยืนยิ้มมีเลศนัย ท่าทางภูมิอกภูมิใจ ก็คงไม่มีใครรู้ว่าข้างในมีอะไรซ่อนอยู่
“เคาะตรงนี้สิบเจ็ดครั้ง”
หญิงสาวลงมือเคาะตรงโคนต้นไม้ตามที่บอก ไม่นานกลไกลับก็ถูกเปิดออก ด้านในเป็นโพรงไม้เล็ก ๆ สำหรับคนเข้าไปได้หนึ่งคน
เหวินชิงเหยามองไท่ซ่างหวงอย่างเหลือเชื่อ
คนโบราณนี่เล่นเล่ห์กลเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? กลไกในโพรงต้นไม้เนี่ยนะ คิดได้ยังไงเหลือจะเชื่อ?
ถ้าเป็นโลกเก่าของนางก็มักจะซ่อนไว้ในประตูบ้าน หรือหลังชั้นหนังสืออะไรก็ว่าไป นี่ดันสร้างห้องลับไว้นอกตำหนัก แถมยังอยู่ในต้นไม้?
“เพ้ย! อย่ามัวแต่มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นนังหนู รีบเข้าไปเสีย ก่อนที่ทหารยามจะมาเจอ”
ได้ยินอย่างนั้นหญิงสาวก็รีบเข้าไปไม่รอช้า ร่างเล็กคลานเข้าไปตามเสียงที่สั่งอยู่ด้านนอก มันเป็นเส้นทางเล็กแคบที่ยังแอบคิดเลยว่าคนที่เอาสมบัติเข้ามาไว้ที่นี่ช่างมีความอดทนกันมากจริง ๆ
มันแคบมากแทบหายใจไม่ออก
เหวินชิงเหยาหลบหลีกกลไกหรือกับดักกันขโมยมาอย่างง่ายดาย ถึงจะแก่แล้ว ทว่าไท่ซ่างหวงจำกลไกกับดักในนี้ได้ทุกจุด
จนกระทั่งสิบนาทีต่อมาก็มาถึงห้องสมบัติ
“ว้าวว...ท่านมีสมบัติมากมายถึงเพียงนี้เลยหรือเจ้าคะ”
มาถึงห้องสมบัติเหวินชิงเหยาก็เอาไฟฉายออกมาส่อง อดจะตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นไม่ได้ ทั้งสร้อย แหวน เครื่องประดับ ผ้าแพรก็มีหลายหีบ ของโบราณจำพวกแจกันและภาพวาดก็มี
โดยเฉพาะทองคำแท่งมากมายส่องแสงวิบวับกระแทกเข้าตาอย่างจัง
แท่งเบ้อเริ่มเลย งานนี้รวยเละแน่!
“สมบัติพวกนี้เป็นเครื่องบรรณาการต่างแคว้น ข้าแอบเก็บไว้หลาย ๆ ครั้งรวมกันก็เลยมีเยอะหน่อย แล้วเจ้ายืนบื้ออยู่ทำไมเล่า รีบเก็บไปสิ ว่าแต่แหวนมิติของเจ้าจะเก็บของพวกนี้หมดหรือเปล่านังหนู”
“พอเจ้าค่ะ ข้าจะเก็บเดี๋ยวนี้”
ไม่หมดได้ยังไง มิติพิเศษนางกว้างมากนะ เก็บได้ยันตำหนักของท่านนู่นแหละมั้ง
“เก็บให้หมดนะ ไม่ต้องให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว ข้านึกแค้นใจนักที่ลูกหลานข้าไม่รักดี ถ้าหลานข้าไม่ทรพีนำนักพรตกักขังวิญญาณของข้านะ สมบัติพวกนี้ข้าก็คงหาทางมอบให้เจ้านั่นอยู่หรอก หึ! เอ้ารีบเก็บเร็วเข้า”
ดูท่าทางไท่ซ่างหวงจะเคืองจักรพรรดิองค์ปัจจุบันที่เป็นหลานในไส้เหลือทน
และแล้วเหวินชิงเหยาก็ถูกวิญญาณโปร่งแสงเร่งเก็บสมบัติไปให้หมด ก่อนหน้านี้เหวินชิงเหยาบอกไท่ซ่างหวงว่านางมีแหวนมิติที่ช่วยเก็บของได้ แม้จะแปลกใจไปหน่อยที่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ มีของวิเศษที่หายากใช้
แต่ไท่ซ่างหวงก็ไม่ได้ถามอะไรมาก
ขอแค่เขาได้เป็นอิสระจากวังหลวงแห่งนี้ก็พอ
เหวินชิงเหยากวาดสมบัติในห้องเรียบ ทองคำกว่าสามสิบหีบตั้งเรียงกันในมิติส่งผลให้นางแย้มรอยยิ้มกว้าง มีแรงต่อสู้กับชีวิตขึ้นมามากโขเพราะมันมากกว่าทองที่นางเก็บมาจากร้านทองชาติก่อนมากมายนัก
แต่ละแท่งล้วนมีน้ำหนักมากทีเดียว ถึงนำไปขายแค่แท่งเดียวก็คงมีเงินใช้ได้เป็นปี ไหนจะเครื่องประดับ ไข่มุกราตรีหายาก ผ้าแพรราคาแพงเหล่านี้อีก
นางขนไปทั้งหมด!
รวย รวย รวยแล้วโว้ยย!!
หลังจากเก็บสมบัติจนเกลี้ยงแล้ว หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณก็รีบออกจากตำหนักด้วยความเร็วเพราะต้องทำเวลา
ร่างเล็กเดินรอบตำหนักเพื่อหาทางช่วยไท่ซ่างหวง
“ข้าตรวจดูแล้วเหมือนมันจะเป็นค่ายกลบางอย่าง พลังของข้าน่าจะทำลายมันได้ แต่ถ้าทำลายแล้ว คนที่สร้างค่ายกลนี้ขึ้นมาก็จะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกทันทีนะเจ้าคะ”
จะทำลายก็ต้องหาจุดศูนย์กลางของค่ายกลกักวิญญาณเสียก่อน ซึ่งการทำลายย่อมมีข้อเสีย เพราะผู้สร้างค่ายกลต้องรู้ตัวแน่
ถึงเวลานั้นไม่รู้จะมีใครตามล่าคนทำลายค่ายกลบ้าง
ชายชรามีแววตาเกรี้ยวกราดนึกโกรธแค้นพวกที่กล้าทำเช่นนี้กับตน ไม่ว่าพวกมันจะเป็นผู้ใด ขอให้สุดท้ายโดนสวรรค์ลงโทษทั้งหมด!
“ไม่เป็นไร ทำลายทิ้งแล้วก็รีบหนีให้เร็วที่สุด เจ้าจะไปทางเหนือไม่ใช่หรือ ข้าจะไปด้วย”
“ข้าต้องไปตามหาเบาะแสของท่านพ่อก่อน ข้าไม่เชื่อว่าท่านพ่อจะถูกเผาในคุกใต้ดินจนตาย ถึงท่านพ่อข้าจะไม่มีตันเถียนแล้ว แต่ใช่ว่ารองแม่ทัพอย่างท่านพ่อจะสูญสิ้นคนที่เก่งกาจและไว้ใจได้คอยช่วยเหลือ”
หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ พลางวางมือลงไปยังก้อนหินก้อนหนึ่งที่วางอยู่บนรูปปั้นมังกรเก่า ๆ หน้าตำหนัก เป็นไปได้สูงว่ามันคือจุดศูนย์รวมค่ายกล
นางไม่ได้เก่งเรื่องนี้หรอก
แต่สัมผัสด้วยเซนส์ล้วน ๆ
เหวินชิงเหยารวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะซัดพลังออกไป ฉับพลันพลังอันมหาศาลพุ่งเข้าไปยังก้อนหินประหลาดแล้วแตกกระจายออกทันที
ปัง
เพล้ง!
“เยส สำเร็จ!”
“ข้าเป็นอิสระแล้วนังหนู ฮะ ๆ ฮ่า ๆๆๆ”
ไท่ซ่างหวงหัวเราะดังลั่น อ้าปากกว้างเงยหน้าขึ้นฟ้าเมื่อรู้สึกว่าตนเองเป็นอิสระแล้ว เหวินชิงเหยาก็ดีใจที่สามารถช่วยชายชราให้หลุดพ้นจากการกักขังได้
ถือว่านางมีเพื่อนร่วมทางแล้วตั้งหนึ่งตนแน่ะ!