LOGIN“พี่รามมาได้ยังไงคะ”
“มาพักผ่อนก่อนทำงาน พี่มาตั้งแต่เมื่อวาน พักห้องใกล้เธอรู้เห็นทุกอย่าง” คำว่ารู้เห็นทุกอย่างของพระรามทำคนฟังขนลุกเกรียว แต่เพราะเป็นนักแสดงมืออาชีพ เธอจึงขมวดคิ้วราวกับสงสัยว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร
“ข้าวไม่เข้าใจค่ะ พี่รามหมายถึงอะไร” ใบหน้าไร้เดียงสาและน้ำเสียงอ่อนหวานนั่นทำให้พระรามต้องแสยะยิ้ม
“เลิกกับวีย์ซะเธอไม่เหมาะกับมันหรอก ปล่อยมันไปถ้าเธอจะจับปลาสองมือ”
คำพูดของพระรามยังไม่ทำให้นางเอกสาวเจ็บใจเท่ากับสายตาของเขาที่แฝงทั้งความดูถูกและรู้เท่าทัน
“ก็เอาสิคะ คิดว่าพี่วีย์จะเลือกใครระหว่างเพื่อนกับแฟน” ในเมื่อพระรามรู้เห็นเรื่องของเธอกับผู้กำกับ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องปิดบัง
“นี่เธอ!” นางเอกในจอคือนางร้ายในชีวิตจริงสินะ เขาไม่น่าแนะนำให้ข้าวฟ่างรู้จักกับพัสวีย์เลยให้ตายเถอะ ผู้หญิงใส เด็กต่างจังหวัด นิสัยน่ารักที่เขาเคยเห็นคงเป็นแค่ละครบทหนึ่งที่เธอสร้างขึ้นสินะ
“วีย์อาจไม่เชื่อผม แต่หลักฐานผมมีก็น่าจะทำให้เชื่อได้นะ”
หนึ่งเดือนต่อมา
“ข่าวใหญ่ค่ะคุณน้อง” มดแดงพิธีกรรายเกาะเตียงบันเทิงเอ่ยกับใบพริกพิธีกรอีกคนหนึ่ง ซึ่งใบพริกก็รับมุกด้วยดวงตาเป็นประกายราวกับว่าไม่รู้เรื่องราวของข่าวนี้มาก่อนทั้งที่ตนเองเพิ่งอ่านข่าวนี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“เรื่องอะไรคะคุณพี่” เสียงเล็กเสียงน้อยของใบพริกทำคนฟังอย่างมดแดงยิ้มอย่างพอใจเล่นดีขนาดนี้ยายใบพริกน่าจะเป็นดารามากกว่าพิธีกรรายการบันเทิง
“พระเอกดังอักษรย่อพอรอน่ะสิ ได้ข่าวว่าเป็นมือที่สามของนางเอกดังจนทำให้เขาต้องเลิกกับแฟนไฮโซนะเธอ” มดแดงเล่าด้วยน้ำเสียงจีบปากจีบคอ
“ว้ายตายแล้วข่าวจริงหรือมั่วคะ คุณพี่” ใบพริกยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ
“ไม่มั่วจ้า ที่สำคัญนะเธอ พระเอกกับไฮโซหนุ่มหล่อเขาเป็นเพื่อนกันมาก่อน แบบว่ากินกันเองอะไรงี้” มดแดงเล่าอย่างออกพริกออกขิงทั้งยังทำมือประกอบว่ากินกันเองคือแบบใด
“เดี๋ยวนะคะ...สายวายงี้เหรอ” ใบพริกยกมือขึ้นทาบอก
“ก็คงอย่างนั้นมั้ง” มดแดงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
“แบบนี้พวกเราก็มีสิทธิ์สิคุณแม่” ใบพริกยกมือขึ้นทั้งสองมือเพื่อแปะมือกับมดแดง
“แหม...พระเอกเขาก็คู่กับไฮโซจ้า พิธีกรอย่างเราใครเขาจะสนใจ”
“ก็จริงของแม่ ว่าแต่ข่าวมั่วหรือเปล่าพระเอกดังไม่เคยมีข่าวเรื่องนี้นะ” พระรามไม่เคยมีข่าวว่าเป็น LGBTQ
“คลิปเสียงหลุดออกมาว่อนเน็ต ก็นางไปข่มขู่นางเอกให้เลิกกับไฮโซไง” ว่าแล้วมดแดงก็เปิดคลิปเสียงที่กำลังดังว่อนอินเทอร์เน็ตให้พิธีกรร่วมฟัง
“เลิกกับวีย์ซะ!!!”
“ตายจริง! อกอีใบพริกจะแตก” ใบพริกทำท่าตื่นเต้นทั้งที่ตัวเองก็รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว
“เพราะแบบนี้หรือเปล่าคะ ที่เขาเปลี่ยนตัวพระเอกออกจากซีรีส์เรื่องที่นางเอกแสดงด้วยกัน” ใบพริกถามราวกับว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวมาก่อน ตีบทแตกยิ่งกว่าดาราก็คงพิธีกรรายการนี้แหละ
“ก็คงใช่ ใครจะทำงานร่วมกับคนที่แย่งแฟนเราได้จริงไหม” มดแดงแสดงความคิดเห็น
ระหว่างที่ทั้งสองพิธีกรดำเนินรายการทางหน้าจอคอมเมนต์ในเพจก็ขึ้นรัว ๆ ถึงชื่อพระเอกคนดัง
‘พระรามใช่ไหม’
‘ไม่น่าเลยเสียดายอุตส่าห์ชอบ’
‘เกลียดว่ะคนแบบนี้’
‘หน้าตาก็ดีทำไมนิสัยเชี่ยแบบนี้วะ’
‘มิน่าละช่วงนี้ไม่เห็นมีงาน’
ข่าวบันเทิงบนหน้าจอทีวีขนาดหนึ่งร้อยนิ้วถูกกดหยุดไว้เพียงเท่านั้น พระรามหันกลับมามองหน้าผู้จัดการส่วนตัว
“นี่พี่ซีจะไม่จัดการอะไรหน่อยเหรอครับ พี่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง” พระรามสุดจะโมโหกับข่าวและผลกระทบที่ทำให้เขานั่งไม่ติดอีกต่อไป
“ใจเย็น ๆ นะราม” คำนี้เป็นคำที่ซีบอกกับพระรามมาแล้วถึงสองสัปดาห์การเงียบในปัจจุบันเท่ากับการยอมรับ
“พี่จะให้ผมใจเย็นถึงเมื่อไหร่ ชื่อเสียงผม งานผมป่นปี้เพราะข่าวบ้า ๆ นี่ ผมกับวีย์เนี่ยนะเป็นคู่เกย์กัน แล้วผมแย่งไอ้วีย์มาจากข้าวฟ่างเนี่ยนะ พี่เชื่อเหรอถามจริง ๆ เถอะ”
คนทั้งโลกอาจเชื่อข่าวนี้ แต่ชาคริตหรือซีคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันต้องไม่เชื่อกับข่าวนี้
“มันไม่สำคัญว่าพี่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่เวลานี้สังคมเขาเชื่อไงราม ยิ่งแก้ตัวยิ่งทำให้คนเกลียด” ชาคริตพยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้คนฟังเข้าใจ แต่พระรามเองยังไม่เข้าใจ
เขาต้องโดนยกเลิกงานเพราะนางเอกกับผู้กำกับกินกันแล้วเขาดันไปรู้ความลับของสองคนนั่น ไอ้วีย์ยอมเชื่อเขาและเลิกกับข้าวฟ่างเพราะเขามีคลิป
พระรามลบคลิปนั้นทิ้งเพราะไม่อยากเก็บไว้ให้รกเมมโมรี แต่ข้าวฟ่างกลับใช้คลิปเสียงซึ่งเป็นแค่คำพูดบางส่วนจากเรื่องจริงทั้งหมดมาปั้นน้ำเป็นตัวส่งให้เขากับไอ้วีย์กลายเป็นตัวร้ายของเรื่อง
ที่บ้ามากคือคนส่วนมากเชื่อคลิปเสียงสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว เขาอธิบายในอินสตาแกรมส่วนตัวกลับโดนด่ากลับราวกับว่าเขาไปฆ่าใครตาย
เออการนอกใจ เป็นมือที่สามมันก็สมควรโดนประณามแต่เขาไม่ได้ทำไง ไม่เคยคิดจะทำเลยสักครั้งในชีวิต
“เราสองคนว่ายน้ำไปเลย พ่อถามแม่”“แม่โตแล้วไม่ต้องขี่หลังพ่อ”“ใช่ ๆ แม่โตแล้ว” เด็กชายทั้งสองเอ่ยแย้งเมื่อเห็นว่าแม่ของพวกเขาโตแล้วไม่จำเป็นต้องขี่หลังพ่อ พวกเขาต่างหากที่ยังตัวเล็กควรได้ขี่หลังพ่อ“งั้นพ่ออุ้มเราสองคนส่วนแม่ขี่หลังดีไหม” พระรามยังไม่ยอมแพ้เรื่องอยากให้เมียขี่หลัง รัณนภันต์โครงศีรษะเล็กน้อยกับความพยายามของผู้เป็นสามี“ได้เลยครับ” เด็กชายวัยสามขวบครึ่งทั้งสองว่ายน้ำเข้าไปใกล้พ่อ ให้ผู้เป็นพ่ออุ้มทั้งที่ทั้งสองคนตัวโตเกินเด็กวัยเดียวกันแต่พระรามก็อุ้มทั้งสองไหวคงเพราะเวลานี้อยู่ในน้ำทำให้น้ำช่วยพยุงน้ำหนักเจ้าหมูอ้วนของพ่อลงบ้างรัณนภันต์เห็นท่าทางอุ้มลูกด้วยความทุลักทุเลของสามีแล้วก็ได้แต่ยิ้ม“แม่ขึ้นมาเร็ว” นั่นยังเรียกเธอให้ไปขี่หลังอีก จะไม่ขี่ก็ไม่ได้เดี๋ยวสามีเสียความตั้งใจ รัณนภันต์จำต้องขึ้นหลังผู้เป็นสามี“ว้าย!” ตู้ม! พระรามกลับเข่าอ่อนพาให้ทั้งสี่ล้มลงในน้ำด้วยกันทั้งสี่คน ต่างคนต่างตะกายขึ้นจากน้ำซึ่งลึกเพียงอกคนเป็นแม่เท่านั้น แต่เพราะมัวแต่หัวเราะทำให้กว่าจะพยุงตัวในน้ำได้ก็เล่นเอาเหนื่อย“แม่อย่าขี่หลังพ่อนะ อันตราย” น้องรวิศรีบเอ่ยเตือนแม่เมื่อเห็นว่าพ
รักครั้งนี้เขาหวังถึงขั้นแต่งงานสร้างครอบครัว “ก็แค่ไม่พร้อม หยียังไม่อยากมีใคร” “ไม่อยากมีใครหรือว่าเธอมีคนอื่นแล้ว แค่บอกพี่ก็ได้ถ้าเธอมีใคร” น้ำเสียงของพัสวีย์ตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวเม้มปากแน่น บอกไม่ถูกว่าเวลานี้อารมณ์ของเธอเป็นอะไรแน่ ความร้อนในอกนี้เกิดจากความโกรธหรือความเขิน “หยียังไม่มีใคร แต่ยังไม่พร้อมจะคบใคร ตอนนั้นพี่วีย์เป็นคนบอกเองว่าไม่พร้อม พอตอนนี้จะมาขอคบ ผ่านมาตั้งสามปีแล้วนะคะ พี่คิดว่าหยีจะยังเหมือนเดิมเหรอคะ” เขาจะรู้บ้างไหมว่าตอนนั้นเธอเสียใจแค่ไหนที่เขาปฎิเสธ เธอต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหนที่จะขอผู้ชายคนหนึ่งคบ เขาคงไม่รู้ว่าเธออายแทบมุดแผ่นดินหนี ในตอนที่เขาบอกว่าไม่พร้อม เขาไม่ได้ไม่พร้อมหรอกเขาแค่ไม่อยากคบเธอ ถ้าเขาชอบเธอสักนิดเขาคงตัดสินใจคบเธอไปแล้วแต่เพราะเขาไม่ชอบไง เขาถึงบอกว่าไม่พร้อมคบใครสักคนต้องพร้อมอะไรกัน ไม่ได้แต่งงานสักหน่อยถึงต้องใช้คำว่าพร้อม“พี่คิดว่าหยียังเหมือนเดิมเพราะพี่ยังเหมือนเดิม”“เหมือนเดิมที่หมายถึงไม่พร้อมเหมือนเดิมเหรอคะ”“ไม่ใช่! หมายถึงความรู้สึกพี่ยังเหมือนเดิม ชอบหยีเหม
ตอนพิเศษ 2 ยังไม่พร้อม หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกว่าการมาเรียนต่อเมืองนอกของเธอคงน่าเบื่อเพราะมีสามีมาคุม แต่สำหรับรัณนภันต์แล้วเธอกลับมองว่าการที่พระรามตามเธอมาถึงที่นี่ช่างเป็นอะไรที่ดีมาก อากาศที่นี่หนาวกว่าประเทศไทย ฤดูร้อนบ้านเขาอากาศเย็นกว่าฤดูหนาวบ้านเราเสียอีก การได้นอนในอากาศหนาว ๆ แล้วซุกกายกับอกกว้างของสามีเป็นอะไรที่แสนอบอุ่น “ฉันว่าแกไม่ได้มาเรียนต่อหรอกรัณ” ยาหยีพูดขึ้นในระหว่างพักคาบเรียน “นั่นสิ ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละหยี มันมาฮันนีมูนมากกว่า” เปียโนใช้นิ้วชี้จิ้มลงตรงซอกคอที่มีรอยคิสมาร์คของเพื่อน “เออ นั่นสิ สุขจนล้นออกปากแล้วแก” ยาหยีเห็นด้วยทั้งยังทำท่าหมั่นไส้เพื่อน “เหรอ...บ้าพวกแกก็ว่าไป” คำพูดกับการกระทำช่างสวนทางเมื่อรัณนภันต์ใช้ผมเกี่ยวทัดหูให้เห็นรอยคิสมาร์คอีกตำแหน่ง “มันอวดอ่ะ” เปียโนหันไปฟ้องยาหยี สาวโสดสองคนได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ช่างมันแก เดี๋ยวเราหาฝรั่งกินดีกว่า อาหารไทยไม่อร่อยเท่าอาหารฝรั่งหรอก” ยาหยีเบ้ปากให้คนมีผัวที่จะอดกินอาหารฝรั่ง “ต้มยำกุ้งยังไงก็อร่อยกว่าซุปข้าวโพดนะส
“เลียรัณสิคะ” มือเรียวเล็กวางบนเนินเนื้อที่อวบนูน สองนิ้วมือเรียววางไว้ตรงตำแหน่งที่อยากให้เขาลงลิ้น เธอใช้นิ้วแยกแย้มให้เขาได้เห็นความฉ่ำเยิ้ม “รัณ เธอยั่วพี่” ใช่เธอจงใจยั่วเขา ด้วยรู้ดีว่าคนอย่างพระรามชอบเหลือเกินเวลาที่เมียรักยั่ว เสื้อยืดสีขาวแทบโดนฉีกจากร่างแกร่ง กางเกงนอนของสามีหนุ่มก็เช่นกันถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ทิศทาง “อา...” เสียงครางของเธอทำเขาแทบแตก แค่เขาลงลิ้นเลียชิมแค่ปลายลิ้นแต่เธอกับราวกำลังจะแตก เมื่อเขาลงลิ้นอีกครั้งและอีกครั้งเสียงครางหวานยิ่งดังและแรงขึ้นกว่าเดิม มือเรียวงามจับศีรษะของเขาไว้ราวกับว่าเธอกลัวว่าเขาจะผละจากน้ำหวานของเธอหลั่งไหลจนเขาต้องดูดและยกซดในบางครา นั่นยิ่งทำให้เธอร้องหนักและหลั่งไหลราวกับเขื่อนแตก ติ่งเนื้อสีหวานสั่นระริกจนเขาอดไม่ได้ต้องใช้มือบดขยี้เพิ่มและนั่นทำให้เธอกระตุกค้างและสั่นไปทั้งร่าง“อา...แตกแล้วเหรอครับ” ไม่มีคำตอบจากคนที่แตกคาปาก เสียงดูดจ๊วบ ๆ ยังดังสลับกับเสียงน้ำเจอะแจะ มือข้างหนึ่งของเขาประคองสะโพกเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างใช้เพียงนิ้วเดียวในการสร้างความหฤหรรษ์พระรามควานหาหมอนที่เหมาะกับการนี้ เมื่อได้แล้วก็วางไ
“พอมีลูกคนงานไม่กังวลแล้ว ไม่ต้องกลัวตกงาน” พระรามแอบได้ยินคนงานในคฤหาสน์คุยกัน ตอนแรกพวกเขากลัวว่าจะตกงานเพราะเจ้านายก็มีเพียงรัณนภันต์กับพระรามเท่านั้นคิดว่าสักวันคงมีการลดคนทำงาน แต่เมื่อรู้ว่าบ้านจะมีคุณหนูตัวน้อยมาเป็นสมาชิกใหม่ทำให้คนงานไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านคนสวน คนขับรถแม้แต่บอดีการ์ดต่างดีใจที่บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งสามปีต่อมา พี่ระกับน้องรัชถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาล สองสามีภรรยาที่ก่อนหน้านี้วุ่นวายกับการเลี้ยงลูกตลอดสามปี วันนี้พวกเขาทั้งสองกลับรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก คิดถึงเสียงพูดคุยของเด็กแฝดทั้งสอง “ลูกเราจะตีเพื่อนไหม” รัณนภันต์เอ่ยถามสามีอย่างวิตกกังวล “ไม่น่านะ ตอนเด็กพี่เองก็ไม่ดื้อนะ ไม่เคยตีเคยต่อยกับใคร” พระรามออกความเห็น เสียงถอนหายใจจากภรรยาทำให้ต้องหันหน้ากลับไปมองใบหน้างาม “ทำไมทำหน้าแบบนั้นมีอะไร” เมื่อเห็นใบหน้าเมียรักดูกังวลมากกว่าปกติพระรามจึงต้องเอ่ยถาม “ตอนเด็ก รัณนิสัยไม่ค่อยดี” รัณนภันต์หันหน้าออกไปมองวิวนอกรถ ไม่อยากสบตาคนที่จับผิดเก่งอย่างพระราม “ยังไง อย่าบอกนะว่าเธอชอบตีเพื่อน”
“ลูกหน้าเหมือนเธอทั้งคู่เลย” พระรามหน้าง้ำ เขาหรือแพ้ท้องแทนเมียตั้งหลายเดือน ลูกเขาทำไมไม่หน้าตาออกมาเหมือนเขาเลย“ก็มีจู๋เหมือนพี่แล้วไง” คนเป็นแม่ว่าหัวเราะคิกคักกับท่าทางของคนหล่อที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาด ๆ“รัณเรามีแค่สองคนพอเนอะ ไม่ต้องท้องแล้ว” พระรามจับมือคุณแม่วัยยี่สิบกว่าบีบแน่น“อืม ไม่ท้องแล้ว”“งั้นพี่ไปทำหมันนะ”“ทำหมันเลยเหรอ” รัณนภันต์ตกใจกับสิ่งที่เขาพูด ไม่คิดว่าเขาจะอยากทำหมัน“อืม” พระรามครางรับในลำคอ“ถ้าเกิดวันข้างหน้าพี่รามอยากมีลูกอีกละ” วันนี้เขากับเธอรักกันแต่วันข้างหน้าไม่รู้ว่าอะไรจะเกิด ถ้าเกิดว่า... “พี่ถึงถามไงว่าเธออยากมีอีกไหม ถ้าไม่ใช่กับเธอพี่ก็ไม่อยากมีแล้ว พี่ว่าไม่ต้องมีหรอกแค่นี้พอแล้ว เห็นเธอตอนปวดท้องพี่เครียด พี่รักเธอนะรัณ”“อะไรเนี่ย!” คนเพิ่งคลอดลูกปาดน้ำตาออกจากแก้มกลัวว่าจะหยดโดนเจ้าตัวน้อยพระรามดึงทิชชูมาซับน้ำตาให้เมียรัก“อะไรร้องไห้ทำไมเนี่ย” ซับน้ำตาให้เมียไปด้วยก็หัวเราะไปด้วย“ก็เล่นมาบอกรักกันตอนนี้นะ” รัณนภันต์เพิ่งรู้ตัวว่าวันนี้อารมณ์เธออ่อนไหวเป็นพิเศษคงเพราะภาวะหลังคลอด“พี่ก็รักเธอตลอด เธอก็รู้นี่นา” พระรามอุ้มลูกชายอีกค







