LOGINเขาใหญ่อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย เขาสามารถสูดอากาศเข้าเต็มปอดโดยไม่ต้องกังวลกับฝุ่นควันเหมือนเช่นกลางเมืองหลวง
ราม พระรามพระเอกซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้น ๆ ของประเทศกำลังนั่งจิบเบียร์อย่างสบายอารมณ์ในรีสอร์ตสวยรายล้อมด้วยต้นไม้และขุนเขา
เขามีถ่ายละครซีนแรกในวันพรุ่งนี้ คืนนี้เขาจึงเลือกมาพักที่เขาใหญ่เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบร้อนออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามืด เบียร์กระป๋องที่สองกำลังจะถูกเปิดแต่เขาก็ต้องชะงักมือจากเสียงกิจกรรมจากห้องพักที่อยู่ติดกัน
เสียงเนื้อกระทบเนื้อตามจังหวะของกิจกรรมเสียว
‘เอากันสั่นไม่สนห้องข้าง ๆ อย่างกูเลยนะ’ ในใจแม้จะก่นด่า หากแต่หูก็แอบเงี่ยฟัง เขามันก็ผู้ชายแท้คนหนึ่ง หนังโป๊ หนังเอวีก็ผ่านมาทุกเว็บ
ไม่รู้ว่ารีสอร์ตนี้ไม่เก็บเสียงหรือเพราะห้องข้างกันลืมปิดประตูหรือหน้าต่างพระรามก็ไม่ใคร่อยากใส่ใจ เวลานี้เขาแค่ใส่ใจว่าดีนะที่เขาปิดไฟมืดสนิทเพราะต้องการชมแสงดาวบนท้องฟ้า
ห้องข้างคงไม่รู้ว่าห้องติดกันมีคนพัก ในตอนที่เขานั่งมืด ๆ ได้ยินเสียงเปิดประตูของห้องข้างกัน เพียงไม่นานทั้งสองก็บรรเลงบทรักกันราวกับตายอดตายอยาก
“อา…ข้าวฟ่างแรง ๆ อย่างนั้นแหละ ขย่มแรง” จากที่ตั้งใจจะแอบฟังแบบไม่จินตนาการว่าสองคนนั้นจะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เวลานี้พระรามหูผึ่งเพราะชื่อ ‘ข้าวฟ่าง’ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นชื่อของผู้หญิงและคำว่า ‘ขย่ม’ คงเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจากผู้หญิงกำลังอยู่ข้างบน
ผู้เคยมีประสบการณ์และศึกษามาอย่างมากมายทุกเว็บไทยหรือเทศย่อมรู้ดีว่าท่านั้นสร้างความเสียวซ่านมากแค่ไหน ชื่อนั้นทำให้พระรามอดจินตนาการถึงชื่อนางเอกดังซึ่งเธอคือนางเอกที่เขาจะเข้าฉากด้วยในวันพรุ่งนี้
‘ไม่ใช่มั้ง อาจจะแค่ชื่อเหมือนกัน’ พระเอกหนุ่มพยายามไม่คิดอกุศลเพราะเธอคนนั้นกำลังคบหากับเพื่อนสนิทของเขาไฮโซพัสวีย์หรือวีย์นักธุรกิจพันล้านเจ้าของบริษัทอาหารสำเร็จรูป
“อา…พี่วัตร ข้าวเสียว”
แม่งเสียงก็เหมือน ส่วนชื่อพี่วัตรนั่นอีกมันก็ชื่อของผู้กำกับซีรีส์ที่เขากำลังจะถ่ายทำพรุ่งนี้เช่นกัน
“ข้าวฟางเธอแม่งสุดยอด” เป็นเสียงของวัตรจริง ๆ ครั้งนี้พระรามฟังไม่ผิดแน่
คงไม่ใช่แค่คนชื่อเหมือนและเสียงคล้าย
“อา…โคตรเสียวเลยข้าว เอวเธอดีเป็นบ้า” ครานี้ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปเพราะเสียงชัดเสียยิ่งกว่าชัดเมื่อวัตรครางดังกว่าเดิม
“อา…อ๊ะ พี่วัติจะพาข้าวไปไหน อาเสียว เสียวจัง”
“เอาต์ดอร์” ได้ยินดังนั้นพระรามรีบมุดตัวอยู่ใต้โต๊ะตรงหน้าทันที ผ้าคลุมโต๊ะสีดำสนิทช่วยอำพรางร่างสูงใหญ่ไว้ได้ดี จากเสียงและกิจกรรมที่คิดดีไม่ได้นั้น เวลานี้ยิ่งคิดดีไม่ได้เลย
“ข้าวกลัวคนเห็น...อื้อพี่วัตร” เสียงของนางเอกสาวเอ่ยขัดสลับกับเสียงครางและเสียงเนื้อกระทบเนื้อ
“โซนนี้ไม่มีแขก ท่านี้โคตรดี” ทางด้านวัตรผู้กำกับหนุ่มไฟแรงเอ่ยบอก
พระรามอยากจะเอ่ยแย้งไม่มีหรอกแขก มีแต่คนไทยอย่างกูนี่แหละ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะระหว่างสองหนุ่มสาวที่กำลังทำกิจกรรมแสนเร้าใจกับพระเอกหนุ่มที่มุดโต๊ะนั้นห่างกันเพียงกำแพงระเบียงที่สูงเกินหัวเท่านั้นกั้น
เสียงตับ ตับ ดังแข็งกับเสียงอา อา เวลานี้เขาอยากเห็นกับตาว่าเสียงกับชื่อที่เขาได้ยินใช่คนที่เขามั่นใจหรือไม่ เขาจะไม่ใส่ใจเลยหากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนของเพื่อนสนิท
กล้องตัวจิ๋วที่พระรามใช้ถ่ายเซลฟีค่อยยื่นออกไป โดยกล้องตัวนี้ต่อเข้ากับแอปพลิเคชันในมือถือ ภาพที่เห็นผ่านแอปในเวลานี้เป็นเพียงขอบระเบียงเขากลัวเหลือเกินว่าจะถูกจับได้
เขาพยายามบังคับกล้องให้ขยับพ้นขอบระเบียงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หวังแค่ว่าสองหนุ่มสาวจะสนใจแค่กิจกรรมเข้าจังหวะที่กำลังทำอยู่ โดยไม่สนใจกล้องตัวสีดำสนิทที่ไร้แสงตัวนี้ด้วยเถอะ
และก็เป็นอย่างที่พระรามคิดไว้ ทั้งคู่กำลังเมามันกับกิจกรรมรักที่เร่าร้อนจึงไม่ได้ใส่ใจว่าเวลานี้จะมีสิ่งใดแปลกปลอม แม้ภาพจะไม่ค่อยชัดแต่เสียงโคตรชัด
‘อื้อหือ ดุเด็ดเผ็ดมันยิ่งกว่าในหนังโป๊อีก’
เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้วพระรามก็รีบเก็บกล้องกลับทันที เขาไม่มีเจตนาจะบันทึกภาพเพื่อไปเผยแพร่แค่อยากเอาให้เพื่อนรักดูในกรณีที่มันไม่เชื่อสิ่งที่เขาบอก
กว่าทั้งสองจะเสร็จกิจและยอมเข้าห้องพระรามก็ตะคริวกินขา เขาแทบคลานเข้าห้องไม่ได้ เรื่องนี้เขาคงต้องคุยกับข้าวฟ่าง เธอควรจะบอกเรื่องนี้กับพัสวีย์เอง ถ้าหากว่าเธอไม่ยอมบอกเขานี่แหละจะเป็นคนบอกกับพัสวีย์เอง
การนอกใจไม่ใช่เรื่องปกติที่จะสามารถปล่อยผ่านได้
เช้าวันใหม่
“คุยกันไหมข้าวฟ่าง” พระรามที่ดักรอให้นางเอกดังออกจากห้องพัก
“พี่ราม!” ใบหน้างามเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่แน่ใจว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อกองถ่ายนัดกันที่รีสอร์ตซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณสองกิโลเมตร เวลานี้ก็ไม่ใช่เวลานัดกอง
ดีที่ว่าวัตรออกไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ไม่อย่างนั้นข้าวฟ่างคงแก้ตัวลำบาก เมื่อตั้งสติได้ข้าวฟ่างก็ฉีกยิ้มการแสดงให้กับคนตรงหน้า
“เราสองคนว่ายน้ำไปเลย พ่อถามแม่”“แม่โตแล้วไม่ต้องขี่หลังพ่อ”“ใช่ ๆ แม่โตแล้ว” เด็กชายทั้งสองเอ่ยแย้งเมื่อเห็นว่าแม่ของพวกเขาโตแล้วไม่จำเป็นต้องขี่หลังพ่อ พวกเขาต่างหากที่ยังตัวเล็กควรได้ขี่หลังพ่อ“งั้นพ่ออุ้มเราสองคนส่วนแม่ขี่หลังดีไหม” พระรามยังไม่ยอมแพ้เรื่องอยากให้เมียขี่หลัง รัณนภันต์โครงศีรษะเล็กน้อยกับความพยายามของผู้เป็นสามี“ได้เลยครับ” เด็กชายวัยสามขวบครึ่งทั้งสองว่ายน้ำเข้าไปใกล้พ่อ ให้ผู้เป็นพ่ออุ้มทั้งที่ทั้งสองคนตัวโตเกินเด็กวัยเดียวกันแต่พระรามก็อุ้มทั้งสองไหวคงเพราะเวลานี้อยู่ในน้ำทำให้น้ำช่วยพยุงน้ำหนักเจ้าหมูอ้วนของพ่อลงบ้างรัณนภันต์เห็นท่าทางอุ้มลูกด้วยความทุลักทุเลของสามีแล้วก็ได้แต่ยิ้ม“แม่ขึ้นมาเร็ว” นั่นยังเรียกเธอให้ไปขี่หลังอีก จะไม่ขี่ก็ไม่ได้เดี๋ยวสามีเสียความตั้งใจ รัณนภันต์จำต้องขึ้นหลังผู้เป็นสามี“ว้าย!” ตู้ม! พระรามกลับเข่าอ่อนพาให้ทั้งสี่ล้มลงในน้ำด้วยกันทั้งสี่คน ต่างคนต่างตะกายขึ้นจากน้ำซึ่งลึกเพียงอกคนเป็นแม่เท่านั้น แต่เพราะมัวแต่หัวเราะทำให้กว่าจะพยุงตัวในน้ำได้ก็เล่นเอาเหนื่อย“แม่อย่าขี่หลังพ่อนะ อันตราย” น้องรวิศรีบเอ่ยเตือนแม่เมื่อเห็นว่าพ
รักครั้งนี้เขาหวังถึงขั้นแต่งงานสร้างครอบครัว “ก็แค่ไม่พร้อม หยียังไม่อยากมีใคร” “ไม่อยากมีใครหรือว่าเธอมีคนอื่นแล้ว แค่บอกพี่ก็ได้ถ้าเธอมีใคร” น้ำเสียงของพัสวีย์ตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวเม้มปากแน่น บอกไม่ถูกว่าเวลานี้อารมณ์ของเธอเป็นอะไรแน่ ความร้อนในอกนี้เกิดจากความโกรธหรือความเขิน “หยียังไม่มีใคร แต่ยังไม่พร้อมจะคบใคร ตอนนั้นพี่วีย์เป็นคนบอกเองว่าไม่พร้อม พอตอนนี้จะมาขอคบ ผ่านมาตั้งสามปีแล้วนะคะ พี่คิดว่าหยีจะยังเหมือนเดิมเหรอคะ” เขาจะรู้บ้างไหมว่าตอนนั้นเธอเสียใจแค่ไหนที่เขาปฎิเสธ เธอต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหนที่จะขอผู้ชายคนหนึ่งคบ เขาคงไม่รู้ว่าเธออายแทบมุดแผ่นดินหนี ในตอนที่เขาบอกว่าไม่พร้อม เขาไม่ได้ไม่พร้อมหรอกเขาแค่ไม่อยากคบเธอ ถ้าเขาชอบเธอสักนิดเขาคงตัดสินใจคบเธอไปแล้วแต่เพราะเขาไม่ชอบไง เขาถึงบอกว่าไม่พร้อมคบใครสักคนต้องพร้อมอะไรกัน ไม่ได้แต่งงานสักหน่อยถึงต้องใช้คำว่าพร้อม“พี่คิดว่าหยียังเหมือนเดิมเพราะพี่ยังเหมือนเดิม”“เหมือนเดิมที่หมายถึงไม่พร้อมเหมือนเดิมเหรอคะ”“ไม่ใช่! หมายถึงความรู้สึกพี่ยังเหมือนเดิม ชอบหยีเหม
ตอนพิเศษ 2 ยังไม่พร้อม หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกว่าการมาเรียนต่อเมืองนอกของเธอคงน่าเบื่อเพราะมีสามีมาคุม แต่สำหรับรัณนภันต์แล้วเธอกลับมองว่าการที่พระรามตามเธอมาถึงที่นี่ช่างเป็นอะไรที่ดีมาก อากาศที่นี่หนาวกว่าประเทศไทย ฤดูร้อนบ้านเขาอากาศเย็นกว่าฤดูหนาวบ้านเราเสียอีก การได้นอนในอากาศหนาว ๆ แล้วซุกกายกับอกกว้างของสามีเป็นอะไรที่แสนอบอุ่น “ฉันว่าแกไม่ได้มาเรียนต่อหรอกรัณ” ยาหยีพูดขึ้นในระหว่างพักคาบเรียน “นั่นสิ ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละหยี มันมาฮันนีมูนมากกว่า” เปียโนใช้นิ้วชี้จิ้มลงตรงซอกคอที่มีรอยคิสมาร์คของเพื่อน “เออ นั่นสิ สุขจนล้นออกปากแล้วแก” ยาหยีเห็นด้วยทั้งยังทำท่าหมั่นไส้เพื่อน “เหรอ...บ้าพวกแกก็ว่าไป” คำพูดกับการกระทำช่างสวนทางเมื่อรัณนภันต์ใช้ผมเกี่ยวทัดหูให้เห็นรอยคิสมาร์คอีกตำแหน่ง “มันอวดอ่ะ” เปียโนหันไปฟ้องยาหยี สาวโสดสองคนได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ช่างมันแก เดี๋ยวเราหาฝรั่งกินดีกว่า อาหารไทยไม่อร่อยเท่าอาหารฝรั่งหรอก” ยาหยีเบ้ปากให้คนมีผัวที่จะอดกินอาหารฝรั่ง “ต้มยำกุ้งยังไงก็อร่อยกว่าซุปข้าวโพดนะส
“เลียรัณสิคะ” มือเรียวเล็กวางบนเนินเนื้อที่อวบนูน สองนิ้วมือเรียววางไว้ตรงตำแหน่งที่อยากให้เขาลงลิ้น เธอใช้นิ้วแยกแย้มให้เขาได้เห็นความฉ่ำเยิ้ม “รัณ เธอยั่วพี่” ใช่เธอจงใจยั่วเขา ด้วยรู้ดีว่าคนอย่างพระรามชอบเหลือเกินเวลาที่เมียรักยั่ว เสื้อยืดสีขาวแทบโดนฉีกจากร่างแกร่ง กางเกงนอนของสามีหนุ่มก็เช่นกันถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ทิศทาง “อา...” เสียงครางของเธอทำเขาแทบแตก แค่เขาลงลิ้นเลียชิมแค่ปลายลิ้นแต่เธอกับราวกำลังจะแตก เมื่อเขาลงลิ้นอีกครั้งและอีกครั้งเสียงครางหวานยิ่งดังและแรงขึ้นกว่าเดิม มือเรียวงามจับศีรษะของเขาไว้ราวกับว่าเธอกลัวว่าเขาจะผละจากน้ำหวานของเธอหลั่งไหลจนเขาต้องดูดและยกซดในบางครา นั่นยิ่งทำให้เธอร้องหนักและหลั่งไหลราวกับเขื่อนแตก ติ่งเนื้อสีหวานสั่นระริกจนเขาอดไม่ได้ต้องใช้มือบดขยี้เพิ่มและนั่นทำให้เธอกระตุกค้างและสั่นไปทั้งร่าง“อา...แตกแล้วเหรอครับ” ไม่มีคำตอบจากคนที่แตกคาปาก เสียงดูดจ๊วบ ๆ ยังดังสลับกับเสียงน้ำเจอะแจะ มือข้างหนึ่งของเขาประคองสะโพกเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างใช้เพียงนิ้วเดียวในการสร้างความหฤหรรษ์พระรามควานหาหมอนที่เหมาะกับการนี้ เมื่อได้แล้วก็วางไ
“พอมีลูกคนงานไม่กังวลแล้ว ไม่ต้องกลัวตกงาน” พระรามแอบได้ยินคนงานในคฤหาสน์คุยกัน ตอนแรกพวกเขากลัวว่าจะตกงานเพราะเจ้านายก็มีเพียงรัณนภันต์กับพระรามเท่านั้นคิดว่าสักวันคงมีการลดคนทำงาน แต่เมื่อรู้ว่าบ้านจะมีคุณหนูตัวน้อยมาเป็นสมาชิกใหม่ทำให้คนงานไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านคนสวน คนขับรถแม้แต่บอดีการ์ดต่างดีใจที่บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งสามปีต่อมา พี่ระกับน้องรัชถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาล สองสามีภรรยาที่ก่อนหน้านี้วุ่นวายกับการเลี้ยงลูกตลอดสามปี วันนี้พวกเขาทั้งสองกลับรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก คิดถึงเสียงพูดคุยของเด็กแฝดทั้งสอง “ลูกเราจะตีเพื่อนไหม” รัณนภันต์เอ่ยถามสามีอย่างวิตกกังวล “ไม่น่านะ ตอนเด็กพี่เองก็ไม่ดื้อนะ ไม่เคยตีเคยต่อยกับใคร” พระรามออกความเห็น เสียงถอนหายใจจากภรรยาทำให้ต้องหันหน้ากลับไปมองใบหน้างาม “ทำไมทำหน้าแบบนั้นมีอะไร” เมื่อเห็นใบหน้าเมียรักดูกังวลมากกว่าปกติพระรามจึงต้องเอ่ยถาม “ตอนเด็ก รัณนิสัยไม่ค่อยดี” รัณนภันต์หันหน้าออกไปมองวิวนอกรถ ไม่อยากสบตาคนที่จับผิดเก่งอย่างพระราม “ยังไง อย่าบอกนะว่าเธอชอบตีเพื่อน”
“ลูกหน้าเหมือนเธอทั้งคู่เลย” พระรามหน้าง้ำ เขาหรือแพ้ท้องแทนเมียตั้งหลายเดือน ลูกเขาทำไมไม่หน้าตาออกมาเหมือนเขาเลย“ก็มีจู๋เหมือนพี่แล้วไง” คนเป็นแม่ว่าหัวเราะคิกคักกับท่าทางของคนหล่อที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาด ๆ“รัณเรามีแค่สองคนพอเนอะ ไม่ต้องท้องแล้ว” พระรามจับมือคุณแม่วัยยี่สิบกว่าบีบแน่น“อืม ไม่ท้องแล้ว”“งั้นพี่ไปทำหมันนะ”“ทำหมันเลยเหรอ” รัณนภันต์ตกใจกับสิ่งที่เขาพูด ไม่คิดว่าเขาจะอยากทำหมัน“อืม” พระรามครางรับในลำคอ“ถ้าเกิดวันข้างหน้าพี่รามอยากมีลูกอีกละ” วันนี้เขากับเธอรักกันแต่วันข้างหน้าไม่รู้ว่าอะไรจะเกิด ถ้าเกิดว่า... “พี่ถึงถามไงว่าเธออยากมีอีกไหม ถ้าไม่ใช่กับเธอพี่ก็ไม่อยากมีแล้ว พี่ว่าไม่ต้องมีหรอกแค่นี้พอแล้ว เห็นเธอตอนปวดท้องพี่เครียด พี่รักเธอนะรัณ”“อะไรเนี่ย!” คนเพิ่งคลอดลูกปาดน้ำตาออกจากแก้มกลัวว่าจะหยดโดนเจ้าตัวน้อยพระรามดึงทิชชูมาซับน้ำตาให้เมียรัก“อะไรร้องไห้ทำไมเนี่ย” ซับน้ำตาให้เมียไปด้วยก็หัวเราะไปด้วย“ก็เล่นมาบอกรักกันตอนนี้นะ” รัณนภันต์เพิ่งรู้ตัวว่าวันนี้อารมณ์เธออ่อนไหวเป็นพิเศษคงเพราะภาวะหลังคลอด“พี่ก็รักเธอตลอด เธอก็รู้นี่นา” พระรามอุ้มลูกชายอีกค







