Mag-log inเมื่อนางร้ายอย่างฉันได้มาเกิดใหม่ ในร่างของหญิงสาวที่กำลังถูกสามีขอหย่า เหอะ! หย่าก็หย่าไปสิ สามีไม่ดีแบบนี้ฉันเองก็ไม่ต้องการ!
view more“ซี๊ด!” มือเรียวยกขึ้นมากุมขมับก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองไปยังรอบห้อง ดวงตาสวยมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาใครสักคน แต่ว่าในห้องที่กว้างใหญ่แห่งนี้มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ซิ นี่ฉันยังเป็นดาราดังอยู่หรือเปล่า” เซี่ยวเฟยบ่นอย่างไม่จริงจังเพราะเธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาดูแลเธอ
นางร้ายอย่างเธอใครเขาอยากจะอยู่ใกล้ การที่พวกเขานำตัวเธอมาส่งที่โรงพยาบาลมันก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ขออนุญาตคะ” ประตูห้องถูกผลักเข้ามาหลังสิ้นเสียงประโยคหนึ่ง
“คุณหลินเยียนฟื้นแล้วเหรอคะ” พยาบาลสาวทักทายตามหน้าที่ ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลับเลิกลัก หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของชื่อที่พยาบาลสาวเรียก
ทว่าภายในห้องกลับไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตัวเธอ
“เธอพูดกับฉันเหรอ” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเองเพราะคิดว่าพยาบาลสาวน่าจะเข้าห้องผิด
“เอ่อ ใช่ค่ะ”
“ฉันชื่อหลินเยียน” อะไรกัน นี่เธอกำลังถ่ายละครอยู่เหรอ แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อในห้องแห่งนี้ไม่มีกล้องเลยสักตัว
“เอ่อ ใช่ค่ะคุณหลินเยียน ดิฉันขอตรวจดูอาการเบื้องต้นก่อนนะ”
บางที่คุณผู้หญิงท่านนี้อาจจะนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลมากเกินไปจึงทำให้มีอาการเบลอได้
นางพยาบาลจัดการตรวจร่างกายเบื้องต้นของหญิงสาวอย่างละเอียด ก่อนจะผละออกจากห้องเพื่อรายงานอาการของผู้ป่วยให้กับหมอประจำตัวผู้ป่วยทราบ
เซี่ยวเฟยที่เก็บอาการมาสักพักหลังจากที่พยาบาลสาวยืนยันว่าตนนั้นคือหลินเยียนไม่ใช่เซี่ยวเฟย ร่างบางจึงรีบลุกพรวดเข้าไปยังห้องน้ำทันที
“เซี้ย! เกิดอะไรขึ้น” ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือบางลูบหน้าเนียนไปทั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะคนในกระจกนั้นไม่ใช่ตัวเธอเลยสักนิด
แล้วเธอมาอยู่ในร่างของใคร……
ก่อนหน้านั้นเธอยังถ่ายละครอยู่เลยและหากจำไม่ผิด ฉากสุดท้ายที่กำลังถ่ายคือฉากที่เธอตกจากหน้าผา หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกทีตื่นขึ้นมาเธอก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
ที่สำคัญเธอไม่ได้อยู่ในร่างของตัวเอง แต่อยู่ในร่างของหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งร่างหลินเยียน
“เซี้ย! นึกว่าเรื่องแบบนี้มีแต่ในละคร” เอาล่ะเธอจะตกใจจนเสียสติไม่ได้แล้ว ในเมื่อได้เกิดมาใหม่ก็ต้องหาทางใช้ชีวิตกับร่างใหม่นี้ให้ได้
อย่างนั้นก็ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เธอมาอยู่ในร่างของใครมีสถานะแบบไหน เซี่ยวเฟยคิดในใจ
“อะซี๊ด!” ร่างบางสะดุ้งเพราะจู่ ๆ ในความคิดของเธอก็มีภาพความทรงจำของหลินเยียนเข้ามาเป็นฉาก ๆ
‘ไหนบอกว่าจะรักฉันคนเดียวไงคะ’ หลินเยียนยืนร้องไห้ต่อหน้าชายร่างสูงคนหนึ่ง ดวงตาสวยกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
‘ขอโทษนะ ผมไม่ได้รักคุณแล้ว’ ชายร่างสูงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่ว่าเป็นสามีของหลินเยียนเอง
‘แต่รักเพื่อนของฉันอย่างนั้นเหรอ’
‘ผมกับหยางมี่ไม่ได้มีอะไรกัน’ เจ้าเย่ว่าอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เขาอธิบายเรื่องนี้ให้ภรรยาฟังหลายรอบแล้วแต่เธอก็ไม่เข้าใจ ยังคิดว่าเขาและหยางมี่เพื่อนของเธอเป็นชู้รักกัน
‘ไม่ได้มีอะไรกัน อึก! เหรอ’ เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวัง ไม่คิดว่าสามีที่เธอรักจะโกหกหน้าตายอย่างนี้
เธอเห็นกับตาว่าทั้งสองคนเข้าโรงแรมไปด้วยกัน ไหนจะรูปที่นักข่าวถ่ายได้อีก ว่าทั้งสองคนไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศด้วยกันสองคน ทั้งที่เขาบอกเธอว่าไปทำงาน สุดท้ายกลับไม่ใช่!
สามีเธอไม่ได้ไปทำงานแต่ว่าพาชู้ไปเที่ยว
‘คุณหย่าให้ผมเถอะ’ เสียงเรียบเอ่ยขึ้น เพื่อขอให้ภรรยาเซ็นต์ใบหย่าให้ตน
‘หย่าเหรอ’ แต่เราพึ่งจะแต่งงานกันได้สามปีเองนะ ถ้าเขาจะหมดรักเธอเร็วขนาดนี้แล้วมาขอเธอแต่งงานทำไม
‘อืม’
‘มะไม่! ฉันไม่หย่า!’ เธอทำผิดอะไร
‘เราสองคนอยู่ด้วยกันก็มีแต่ทะเลาะกัน ไม่สู้แยกกันอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ’ เจ้าเย่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหลังจากแต่งงานแล้ว ภรรยาที่ตนรักก็เริ่มมีอาการเปลี่ยนไป
เธอหึงหวงอย่างไร้เหตุผล กระทั่งตนไปทำงานข้างนอกเจ้าหล่อนก็กล่าวหาว่าตนมีชู้ ในเมื่ออยู่กันไปก็มีแต่ความระแวงอย่างนั้นก็หย่ากันเถอะ
ต่างคนต่างอยู่…………
‘คุณต้องหย่า’ เสียงเข้มของผู้เป็นสามียังคงยืนยันคำเดิม
‘ไม่! ยังไงฉันก็ไม่หย่า’
‘อย่างนั้นผมคงไม่มีทางเลือกอื่น’ คนตัวสูงมองหน้าคนเคยรัก ก่อนจะเบนสายตาไปมองที่อื่น
‘ถ้าหย่าดี ๆ ไม่ได้ ผมคงให้ทนายจัดการ’ เสียงเรียบเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ร่างบางของหลินเยียนร้องไห้กับคำพูดของสามี เธอเจ็บจนไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี
เพราะที่ผ่านมาเธอก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีมาโดยตลอด ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลสามี ยอมเรียนทำอาหารเพื่อเอาใจเขา ยอมทุกอย่างเพื่อให้สามีสบายใจเวลาที่อยู่กับเธอ
แล้วสิ่งที่สามีทำกับเธอคืออะไร หย่า! เขาขอเธอหย่า เพียงเพราะไม่ชอบที่เธอหึงหวงเขามากเกินไป
หลังจากที่ทะเลาะกันหลินเยียนไม่ยอมกินข้าวกินน้ำเลย เอาแต่ร้องไห้จนไม่มีเรี่ยวแรง ทำให้ร่างบางล้มจนตกบันได และนี่ก็ทำให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างของหลินเยียน
“นี่เรามาอยู่ในร่างของยัยโง่คนนี้จริง ๆ เหรอ” อยากจะบ้าตาย หลินเยียนคนนี้หน้าตาก็ดี แต่กลับเทิดทูนความรักจนละเลยตัวเอง จะไม่ให้เธอด่าว่าโง่ได้ยังไง
หึ ถ้าเป็นเธอนะ! เธอจะรีบหย่ากับผู้ชายคนนั้นและรีบหาผัวใหม่เลย เซี่ยวเฟยคิดในใจ
“หึ เอาล่ะ ในเมื่อได้มาเกิดใหม่แล้วฉันก็จะใช้ชีวิตให้มีความสุขเอง ส่วนเธอหลินเยียน ฉันขอให้เธอไปเกิดใหม่และมีความรักดี ๆ ในชาติหน้าก็แล้วกัน”
เซี่ยวเฟยมองไปยังคนในกระจก ซึ่งก็คือร่างของหลินเยียน ก่อนจะเอ่ยวาจาหมายมั่นออกมา เพราะต่อไปนี้เซี่ยวเฟยก็คือหลินเยียน ดังนั้นต่อแต่นี้เธอจะใช้ชีวิตยังไงก็ได้
คฤหาสน์ตระกูลเจ้า
ร่างบางสมส่วนของหลินเยียนเดินเข้ามาภายในบ้านที่เป็นเรือนหอของเธอและเจ้าเย่
“เอ่อ คุณผู้หญิง” หากว่าเธอจำไม่ผิด ในความทรงจำหญิงวัยกลางคนตรงหน้านี้เป็นรองแม่บ้านที่อยู่ดูแลหลินเยียน
“คุณผู้ชายอยู่บ้านหรือเปล่า” เธอก็ถามไปอย่างนั้นแหละเพราะยังไงสามีคนนี้ของหลินเยียนก็ไม่อยู่บ้านแน่นอน
“ไม่อยู่ค่ะ”
“อืม อย่างนั้นก็หลีกไป!” ต่างจากที่เธอคิดที่ไหนล่ะ
“เอ่อ ไม่ได้ค่ะ” แม่บ้านว่าด้วยน้ำเสียงหนักใจ ก่อนจะก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของหลินเยียนที่มองมา
“ทำไม?”
“คุณเจ้าสั่งไม่ให้คุณหลินอยู่ที่นี่ค่ะ”
“โทษนะ กูไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับมึง เลิกตามมาระรานชีวิตกูสักที” เสียงเรียบของเจ้าเย่เอ่ยขึ้น ก่อนจะสะบัดร่างหนีออกไปจากตรงนี้“ดะเดี๋ยวก่อน”“......” ร่างสูงของเจ้าเย่เดินหนีขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไปทันที ไม่มีอะไรต้องคิดมากแล้ว ใครไม่เป็นเขาคงไม่รู้ว่าการเห็นหน้าไอ้คุณชายลู่คือการตอกย้ำบาดแผลที่อยู่ในใจของเขาตั้งแต่อดีตคุณชายลู่ได้แต่มองตามท้ายรถด้วยความสิ้นหวัง สำหรับเรื่องนี้แล้วคงไม่มีโอกาสที่ตนและพี่ชายจะเข้าใจกันได้ คงไม่มีแล้วล่ะ...............ร่างบางของหลินเยียนกำลังรอใครบางคนอยู่ที่สำนักงานหนาน หลินเยียนพอจะรู้ว่าต้องไปนี้จะเกิดอะไรขึ้นความเป็นจริงแล้วเจ้าเย่นั้นไม่ได้หมดรักภรรยาของเขาเลย เพียงแต่เขาถูกคนอื่นควบคุมโดยการสะกดจิต ทำให้ต้องเฉยชาต่อหลินเยียนตัวจริงทว่าภายในจิตใจกลับยังมีหลินเยียนอยู่เต็มหัวใจ แล้วอย่างนี้เธอควรจะทำยังไงดี เธอไม่ใช่หลินเยียนภรรยาตัวจริงของเจ้าเย่ก๊อก! ก๊อก!“คุณหลินคะ คุณเจ้าเย่มาขอพบค่ะ” เลขาของหลินเยียนเดินเข้ามา บอกถึงสถานการณ์ตอนนี้“ให้เขาเข้ามาเถอะ” เอาล่ะ อะไรที่ไม่ใช่ของเราตั้งแต่แรก เธอก็ควรที่จะจบเรื่องนี้ลงได้แล้ว“ค่ะ” หลังจากที่เ
จู่ๆเจ้าเย่ก็ทำเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เขาฉีกสัญญาทุกอย่างที่ทำธุรกิจร่วมกับหยางมี่และยอมที่จะจ่ายค่าชดเชยที่ผิดสัญญาเองรวมๆแล้วก็เป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านหยวนทุกคนที่ได้อ่านข่าวนี้ ต่างก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเพราะทั้งเจ้าเย่และหยางมี่ก็ดูจะมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกัน“เจ้าเย่ คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” หยางมี่เดินเข้ามาโวยวายที่บริษัทตระกูลเจ้า“ทำไมผมจะทำไม่ได้”“จู่ๆ คุณก็มาฉีกสัญญาโดยที่ไม่บอกฉันก่อนแบบนี้หมายความว่ายังไง” เพราะอะไร ในเมื่อความสัมพันธ์ของเจ้าเย่และพ่อของเธอก็ดีมาโดยตลอดความเป็นจริงแล้วเจ้าเย่เป็นคนที่เคารพพ่อของเธอมาก พ่อเผยเขาเป็นหมอที่ดูแลเจ้าเย่“เรื่องนี้ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร”คนที่ควรจะรู้เรื่องนี้มากที่สุดก็คือหมอคนนั้น คนที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกแยก หยางมี่ควรที่จะกลับไปถามพ่อของเธอดูว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้และนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่เขาจะยกเลิกการร่วมธุรกิจกับหยางมี่ แต่มันก็เป็นเพราะพฤติกรรมของตัวเจ้าหล่อนด้วย เจ้าหล่อนทำอะไรไว้กับภรรยาของเขาล่ะ ที่ผ่านมานั้นหลินเยียนเสียใจมากกว่านี้อีกในเมื่อร่างสูงของเจ้าเย่คิดที่จะขอโอกาสจากหลิน
“นายรู้ได้ยังไง..” เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยนอกจากตัวของเขาเองและก็พ่อของเจ้าเย่ที่ตายไปแล้ว แล้วทำไมเจ้าเย่ถึงรู้เรื่องนี้“สะแสดงว่าเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ” เป็นเรื่องจริงที่ว่าคนตรงหน้าทำแบบนี้กับเขา ทำไมต้องทำร้ายเขาอย่างนี้ด้วย เขาไปทำอะไรให้อย่างนั้นเหรอ“แต่อาอธิบายได้นะ” ชายวัยกลางคนพยายามจะเดินเข้ามาหาเจ้าเย่ ทว่าชายหนุ่มกลับเดินถอยหลัง เพราะไม่อยากให้ร่างกายอยู่ใกล้คนที่น่ารังเกียจอย่างชายตรงหน้า“หยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าเข้ามาใกล้ผม”“เจ้าเย่ อาไม่ได้ตั้งใจ” เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็แค่หวังดีกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเท่านั้น“นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจนะ” ถ้าตั้งใจชีวิตของเขาคงไม่ป่นปี้ไปมากกว่านี้เหรอ" ที่อาทำไป อาก็แค่หวังดี" หมอเผยไม่ยอมแพ้ยังคงพยายามเดินเข้าไปใกล้เจ้าเย่มากขึ้นเรื่อยๆ“สิ่งที่ทำอย่างนี้เรียกว่าหวังดีเหรอ หวังดีแบบไหนถึงอยากจะเข้ามาควบคุมจิตใจของผม” คนหวังดีเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอก“อาแค่ไม่อยากให้เจ้าเย่เป็นเหมือนพ่อเจ้าเย่” ใช่ ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น พ่อเจ้าเย่รักแม่เจ้าเย่มาก ทว่ากลับถูกหักหลังจากคนที่รัก ทำให้ชีวิตของเขาหาทางออกไม่เจอไม่ดีหรือไงที
ระหว่างที่เจ้าเย่ทำการสะกดจิตกับคุณหมอทินกรอยู่นั้น หลินเยียนเลยผลิตัวออกมาด้านนอกเพื่อทำตามแผนขั้นต่อไป‘หมอคนนั้นมาจริงๆ ใช่ไหม’ หลินเยียนเอ่ยถามคุณชายลู่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าการมาที่ประเทศไทยครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เธอและเจ้าเย่ทว่าคุณชายลู่ผู้นี้ก็ตามมาด้วยเหมือนกัน‘มาครับ ข้อความที่คุณส่งไปได้ผล’‘อืม ฉันคิดว่าเรื่องมันจะยุ่งยากมากกว่านี้เสียอีก’ วันแรกที่เจ้าเย่และเธอมาถึงที่เมืองไทยหลินเยียนจึงเริ่มทำตามแผนการที่วางเอาไว้ทันทีโดยการที่หลินเยียนพักอยู่ห้องเดียวกันกับเจ้าเย่เพื่อสะดวกในการแอบใช้มือถือของเจ้าเย่ หญิงสาวใช้มือถือส่งข้อความไปหาอาหมอของเขาและบอกว่าตนและภรรยาทะเลาะกันทำให้เขามีอาการหนักกว่าเดิมและต้องการให้คุณอาหมอเผยช่วย เพียงเท่านั้นชายวัยกลางคนจึงบินมาที่เมืองไทยทันทียังไงเรื่องนี้คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดก็เป็นชายคนนั้น และในวันนี้หลินเยียนจะทำให้คุณหมอท่านนั้นยอมเปิดปากเรื่องที่ทำกับเจ้าเย่ให้ได้เธออยากรู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ต้องการอะไรกันแน่หรือว่าต้องการให้บุตรสาวของเขา นั้นก็คือหยางมี่ได้ใกล้ชิดกับเจ้าเย่“ผมสืบมาแล้วว่าคุณลุงพ่อของพี่เจ้าเย่สนิทกับคุ





