Accueil / แฟนตาซี / สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา / 4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (1)

Partager

4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (1)

Auteur: rasita_suin
last update Date de publication: 2025-02-27 01:25:14

หนิงเฟิ่งปรากฏกายกลางท้องพระโรงตำนักสวรรค์ชั้นฟ้าในสภาพที่เสื้อผ้าร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากสายฟ้า นางรำที่กำลังโชว์ต่อหน้าธารกำนัลที่มาร่วมงานรื่นเริ่งมงคลสวรรค์ต่างก็หยุดลง เทพเซียนทั้งหมดต่างก็หันมาสนใจร่างบอบบางที่บาดเจ็บหนักของพระชายาไท่จื่อ

“หนิงเฟิ่ง”

ฮองเฮาสวรรค์ฮุ่ยเฟิ่งพึมพำแล้วรีบลงไปช่วยพยุง

“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เหตุใดจึงบอบช้ำเช่นนี้”

พระนางเอ็นดูสะใภ้อย่างมากด้วยเป็นเทพธิดาวิหค เป็นน้องสาวท่านปู่ของหนิงเฟิ่งจึงเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าบาดเจ็บ

“หนิงเฟิ่งมีเรื่องทูลฝ่าบาทกับฮองเฮา”

หนิงเฟิ่งเอ่ยโดยไม่ยอมให้เสียเวลา

“มีเรื่องอะไรก็พูดมา”

องค์จักรพรรดิสวรรค์จินหวงรู้สึกแปลกใจ เพราะวันนี้เป็นงานอภิเษกของไท่จื่อ แต่ชายากลับมาปรากฏเบื้องหน้าด้วยสภาพไม่ดีนัก ราวตั้งใจทำให้งานไม่เป็นมงคล และเวลานี้เกี้ยวเจ้าสาวน่าจะไปถึงวังไท่จื่อตามฤกษ์ยามแล้ว ไม่รู้ว่าที่นั่นเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นหรือไม่

“ขอฝ่าบาทกับฮองเฮาเมตตา เผ่าบาดาลหลอกลวงเบื้องสูง หนิงเฟิ่งไม่อาจนิ่งเฉยได้”

คำพูดของพระชายาไท่จื่อทำให้เทพเซียนต่างก็มองหน้ากันแล้วเริ่มซุบซิบด้วยความสงสัย

เมื่อเห็นว่าการณ์ภายในไม่ค่อยดีนัก องค์จักรพรรดิก็เอ่ยแก้หน้าก่อน

“หนิงเฟิ่งคงเข้าใจผิด นางถูกเผ่าปิศาจลอบทำร้ายอาจบาดเจ็บจนไม่รู้สึกตัว ข้ากับฮองเฮาจะคุยกับนางเอง งานมงคลก็ผ่านไปด้วยดีแล้ว ขอบใจที่ทุกท่านมาร่วมยินดี”

เทพเซียนต่างก็ทยอยกลับ แม้ยังสงสัยแต่ก็รับรู้ได้ว่าเป็นคำสั่งเชิญกลับกลายๆ จึงไม่มีใครกล้าคัดค้านอยากรู้อยากเห็น

“หนิงเฟิ่งข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่พอใจองค์หญิงเผ่าบาดาล แต่เป็นถึงชายาไท่จื่อสวรรค์ เจ้าควรใจกว้าง ช่วยแบ่งเบาภาระไท่จื่อ ไม่ใช่ทำตัวหึงหวงพาลใส่ร้ายผู้อื่นเช่นนี้”

องค์จักพรรดิตำหนิทันทีเมื่ออยู่ตามลำพัง

“ฝ่าบาท ท่านก็เห็นว่าหนิงเฟิ่งเจ็บหนัก จิตใจอาจอ่อนแอ ให้เวลานางได้ทำใจหน่อยเถิด”

ฮองเฮาเห็นใจหลานของตนไม่น้อยจึงช่วยพูดกับองค์จักรพรรดิ

“เจ้าเองก็อย่าเพิ่งร้อนใจไป ไท่จื่อแต่งสนมเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ทุกดินแดนต่างก็ต้องการผูกมิตรไม่ตรีกับสวรรค์ อาจเป็นเพราะเจิ้งหานเป็นคนมั่นคง สนใจเพียงการปกครอง ไม่ใส่ใจอิสตรี พันกว่าปีที่พวกเจ้าแต่งงานร่วมชีวิตกันมาจึงไม่มีปัญหาวุ่นวายใจ แต่ข้าอยากบอกไว้ว่า อีกหลายหมื่นปีต่อจากนี้อาจมีสนมที่ไท่จื่อต้องรับไว้อีกมากมายนัก”

หนิงเฟิ่งส่ายหน้า แม้เข้าใจว่าการรับสนมเป็นเรื่องธรรมดาแต่เผ่าบาดาลเหยียบย่ำศักดิ์ศรีนางกับไท่จื่อ เอาความดีความชอบเข้าตัว นางยอมไม่ได้

“องค์ชายเผ่าบาดาลคิดล่วงเกินข้า ข้าจึงฆ่าเขา ไม่ใช่เพราะถูกปิศาจจู่โจม และองค์หญิงเผ่าบาดาลใส่ความข้าต่อหน้าไท่จื่อ ว่าข้ามีใจให้พี่ชายของนาง ไท่จื่อจึงสั่งลงทัณฑ์ข้าเพื่อรักษาเกียรติของเขา”

นางพูดทุกอย่างออกมาโดยไม่ลังเล ทำเอาฮองเฮาถึงกับนิ่งงันไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“ขอทูลถามฝ่าบาท เป็นเช่นนี้แล้วยังเห็นว่าเผ่าบาดาลมีความชอบอีกหรือไม่”

“ถึงอย่างนั้นองค์หญิงเผ่าบาดาลก็ช่วยชีวิตเจิ้งหานจริง ถือเป็นความชอบ”

องค์จักรพรรดิพูดไปแล้วไม่อาจคืนคำได้ แม้สิ่งที่ได้รู้จากหนิงเฟิ่งจะทำให้ขุ่นเคืองใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ปักใจนัก

“ส่วนเรื่องเผ่าบาดาลใส่ความเจ้า หากทำเอิกเกริกไปอาจผิดใจกับเผ่าบาดาล คงต้องสืบหาความจริงอย่างเงียบๆ ไม่ให้ทางนั้นระแคะระคาย”

สืบความจริงก็หมายความว่าองค์จักรพรรดิยังไม่เชื่อคำพูดของนาง และเรื่องนี้อาจเงียบหายไปกับสายลมโดยนางไม่มีทางรู้ได้เลยว่าองค์จักรพรรดิสืบสวนเรื่องราวจริงหรือไม่

หนิงเฟิ่งราวหมดอาลัย ร่างกายนางหนักอึ้ง แรงกายแทบจะสูญสิ้น แรงใจไม่มีหลงเหลือ นางรู้สึกเหมือนถูกสวามีทอดทิ้ง พ่อแม่สามีเมินหน้าหนีอย่างไรอย่างนั้น

“ข้าไม่อาจทนอยู่ร่วมวัง ทนร่วมมีสามีเดียวกับคนที่ใส่ร้ายข้าได้”

นางเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว

“หนิงเฟิ่ง เรื่องนี้จะเอาแต่ใจไม่ได้ งานแต่งก็มีแล้ว ทั้งหกพิภพรับรู้ว่าไท่จื่ออภิเษกธิดาเจ้าบาดาลเป็นสนมเอก เปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ฮองเฮาพยายามปลอบใจและสั่งสอนอีกยาวเหยียด

“เจ้าก็พยายามสงบจิตใจ คิดถึงส่วนรวมเข้าไว้ อย่าได้คิดถึงเพียงแค่ตัวเอง การณ์ข้างหน้าเจ้าต้องเคียงข้างไท่จื่อ ครองสวรรค์ชั้นฟ้า เมื่ออยู่จุดสูงสุดเหนือดินแดนทั้งปวง การปกครองย่อมต้องใช้เหตุผลไม่อาจใช้ใจตัดสินได้”

“หรือฝ่าบาทเกรงกลัวเผ่าบาดาล”

หนิงเฟิ่งเสียงแข็งราวไม่ได้ยินคำสอนของฮองเฮาแม้แต่น้อย

“บังอาจ!”

องค์จักรพรรดิเริ่มไม่พอใจมากขึ้น เมื่อหนิงเฟิ่งไม่ฟังเหตุผลใดเลย

“หนิงเฟิ่ง...”

ฮองเฮาจะเอ่ยห้ามแต่หนิงเฟิ่งหันมาจับมือพระนางไว้แน่น

“ฮองเฮาไม่รู้สึกเลยหรือว่าสิ่งที่เผ่าบาดาลทำเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเผ่าวิหค ท่านทนได้หรือ”

“เหลวไหล หยุดได้แล้ว เจ้าอย่าทำให้ฮองเฮาไขว้เขว”

องค์จักรพรรดิรีบสั่งเมื่อฮองเฮามีสีหน้าไม่ดีนัก

“ข้าจะเห็นแก่ฮองเฮา ไม่เอาเรื่องเจ้าในวันนี้ และเจ้าก็รับโทษทัณฑ์ไปแล้ว กลับไปดูแลตัวเองให้หายดีเถิด”

หนิงเฟิ่งมององค์จักรพรรดิที่สะบัดแขนไล่และเมินหน้าหนี แล้วหันมายังฮองเฮาที่ประคองตนอยู่ก็เห็นว่ามองด้วยความสงสารแต่ก็พยักหน้าให้ทำตามคำสั่ง แล้วยิ่งขมขื่นใจ

เกียรติและศักดิ์ศรีอันสูงส่งเหนือใคร ทำให้องค์จักรพรรดิมองข้ามคำพูดของนาง ไม่ยอมเสียหน้าต่อหกพิภพดินแดนว่าชื่นชมคนผิด ไม่อยากผิดใจกับเผ่าบาดาล แต่ไม่เห็นใจนางแม้แต่น้อย

สวรรค์ช่างไร้ใจ ไร้เมตตานัก

อย่าว่าแต่สวรรค์เลย แม้แต่สวามีเองยังหันหลังให้นาง ยินดีรับผู้หญิงที่ให้ร้ายนางเป็นภรรยาอีกคน

‘ไท่จื่อ ท่านใจร้ายกับข้าเหลือเกิน’

นางอดคร่ำครวญในใจไม่ได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้หนิงเฟิ่งรู้สึกราวตนอยู่ผิดที่ผิดทาง อย่างไรเสียนางก็ไม่ต้องการอยู่ร่วมวังเดียวกับหญิงร้ายกาจผู้นั้น และคิดว่าในเมื่อแต่งงานใหม่ไท่จื่อเองคงไม่ใส่ใจนางอีก ส่วนลูกน้อยนางก็ฝากอิงอิงพาไปยังดินแดนบุปผาแล้ว นางตั้งใจตามไปอยู่ที่นั่น ไม่คิดกลับวังของไท่จื่อ มาถึงเวลานี้หนิงเฟิ่งตัดสินใจได้แล้ว

ร่างอ่อนแรงของหนิงเฟิ่งทรุดกายลงคุกเข่าอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น

“ฝ่าบาท ข้าขอพระเมตตา ขอตัดสัมพันธ์กับไท่จื่อ จบสิ้นวาสนา ไม่ขอเป็นชายาของไท่จื่ออีกต่อไป”

“นี่เจ้า...”

“หนิงเฟิ่ง”

องค์จักรพรรดิกับฮองเฮาเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างคาดไม่ถึง

“ขอฝ่าบาทประทานอนุญาตให้หนิงเฟิ่งหย่าขาดจากไท่จื่อ”

หลังพูดในสิ่งที่ต้องการอย่างมั่นคงหนิงเฟิ่งก็ใช้พลังแรงกายตนเท่าที่มีอยู่โขกศีรษะลงแนบพื้น

“เหลวไหล”

“หนิงเฟิ่งขอพระเมตตา”

นางฝืนโขกศีรษะซ้ำอีกจนฮองเฮาทนเห็นไม่ได้ ต้องรีบพยุงเอาไว้พร้อมบอกเสียงเบา

“เจ้ากับเจิ้งหานมีดวงผูกพันสวรรค์ประทาน ดวงดาววาสนาเคียงคู่ ไม่อาจตัดขาดจากกันได้โดยง่าย”

“หากเจ้าต้องการตัดวาสนา เปลี่ยนดวงชะตา เจ้าต้องรับวิบากกรรมหนักหน่วง”

องค์จักรพรรดิย้ำเพิ่มเติมให้รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ทว่าหนิงเฟิ่งกลับยืนยันคำเดิม

“หนิงเฟิ่งยินดีรับ ขอเพียงตัดขาดวาสนากับไท่จื่อได้ ไม่ว่าวิบากกรรมใดข้าพร้อมเผชิญ”

นางมีสิ่งสำคัญในชีวิตแล้ว ขอเพียงได้ไปอยู่และดูแลลูกน้อย ไม่ต้องรับรู้หรือเกี่ยวข้องใดกับไท่จื่อและสวรรค์อีก นางพร้อมทำทุกอย่าง

“อย่าทำแบบนี้เลยหนิงเฟิ่ง เจิ้งหานต้องไม่ยอมแน่ เจ้าตัดขาดสัมพันธ์ฝ่ายเดียวโดยไม่ถามความเห็นเจิ้งหานไม่ได้”

ฮองเฮารีบห้าม แต่หนิงเฟิ่งทำให้องค์จักรพรรดิโมโห รู้สึกราวถูกท้าทายอำนาจ

“ช่างเอาแต่ใจนัก ได้...คิดฝืนชะตาสวรรค์ไม่ใช่เรื่องง่าย เช่นนั้นเจ้าก็จงลงไปรับวิบากกรรมในโลกมนุษย์ รับเคราะห์รับทุกข์โศกแสนสาหัส ไม่มีวันพานพบความสุขจนจบสิ้นชีวิตมนุษย์ของเจ้า”

“ฝ่าบาท”

คนที่ตกใจแทบสิ้นสติกลับเป็นฮองเฮา ไม่ใช่ผู้ที่ต้องรับเคราะห์กรรมแต่อย่างใด

“หนิงเฟิ่งรับบัญชา”

“ไม่นะหนิงเฟิ่ง เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นนัก”

“ฮองเฮา หนิงเฟิ่งอกตัญญู ไม่ได้ตอบแทนพระเมตตาให้สมกับที่ท่านห่วงใยใส่ใจตลอดเวลาที่ข้าขึ้นมาอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า”

ฮองเฮาถึงกับน้ำตานอง ไม่คิดว่าผู้เป็นหลานจะทั้งใจร้อนและใจเด็ดเยี่ยงนี้

“ในเมื่อไม่อาจรั้งได้ ข้าก็คงทำได้เพียงเอ่ยเตือนใจเจ้า ตึงเกินไปอาจไม่ดีนัก จำคำข้าไว้นะหนิงเฟิ่ง”

“คำสั่งสอนของฮองเฮา หนิงเฟิ่งจะจำใส่ใจไม่ลืม”

นางซาบซึ้งในความใส่ใจและเข้าใจคำเตือนของฮองเฮา แต่หนิงเฟิ่งต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าตนบริสุทธิ์ ทว่ากลับไม่มีใครให้ความเป็นธรรมกับนาง นางอาจไม่ใช่คนใจกว้าง ไม่เหมาะสมที่จะเกิดมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่สูงส่งบนสวรรค์ชั้นฟ้า

“ทหาร ตามเทพชะตามาพบข้า”

องค์จักรพรรดิออกคำสั่งโดยไม่รีรอ ต้องการสั่งสอนหนิงเฟิ่งให้รู้ว่าไม่มีผู้ใดได้ทุกอย่างเช่นใจต้องการ หากจะเป็นใหญ่ย่อมต้องเสียสละบ้าง สิ่งต่างๆ ล้วนไม่ราบรื่นสวยงามไม่ว่าบนสวรรค์ชั้นฟ้าหรือโลกมนุษย์ และจะไม่สามารถกลับมาเรียกร้องสิ่งที่สูญเสียไปแล้วได้อีก

==========

หนิงเฟิ่งเทไท่จื่อแล้วอย่างเด็ดเดี่ยว ต้องรับเคราะห์ก็ยอม T^T

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
Wipada
ดีค่ะสมควรแล้วอิไท่จื่อ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (4)

    เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทำให้นางหันมอง แล้วก็ลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ เพราะสองคนผู้มาใหม่พร้อมกับบิดามารดานั้นดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ทั้งฝ่ายผู้หญิงยังเดินตรงมาหานางเร็วกว่าคนอื่นและจับมือทันที“ช่างสวยน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก”อวี้หลันยืนงง ขณะอีกฝ่ายลูบผมนาง“หลันเอ๋อร์ นี่คือท่านย่าของเจ้า”มารดาเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงเบา“ท่านย่า”สาวน้อยย่อตัวลงเล็กน้อยแม้จะยังอึ้งแปลกใจ และบิดาก็เอ่ยขึ้นนางจึงต้องหันมองตาม“แล้วนี่ก็ท่านปู่”“ท่านปู่”นางย่อตัวลงอีกครั้ง สบตาคมดูมีอำนาจของผู้เป็นปู่แวบเดียวก็หลบ แล้วก็ต้องยิ้มบางกับท่านย่าที่ประคองสองข้างแก้มตน“ไหนให้ย่าดูชัดๆ สิ เหมือนเจิ้งหานเมื่อยังเด็ก แต่ก็คล้ายหนิงเฟิ่ง ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโตถึงเพียงนี้”“หากพวกท่านมาเยี่ยมท่านพ่อบ่อยๆ ก็จะไม่คิดว่าข้าโตเร็ว”“หลันเอ๋อร์”หนิงเฟิ่งดุเสียงเบา ทว่าอวี้หลันไม่ได้สลดนัก นางคิดว่านางพูดความจริง ตนนั้นเห็นว่าบิดาเป็นเซียนปลายแถวทำสวน หากก็รักท่านมาก ทั้งเมื่อเห็นญาติฝ่ายมารดามาเยี่ยมไม่เคยขาด ยังอดคิดไม่ได้ว่าบิดาคงโดดเดี่ยวไร้ญาติ น่าสงสาร แต่นางก็ไม่เคยพูดสิ่งนี้กับผู้ใด“จริงนี่เจ้าคะ ข้าคิดว่

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (3)

    “แล้วนี่จะเรียกว่าท่านปรนนิบัติได้อย่างไร”นางนึกหมั่นไส้คนที่ถูกตำหนิแล้วยังยิ้มกลับมาตรงหน้านัก“อย่างนี้ไงเล่า”มือหนาข้างหนึ่งวางกระชับสะโพกผาย ส่วนอีกข้างทาบเหนือทรวงอวบขาวแล้วฟอนเฟ้นพร้อมเพรียงกัน ทั้งยังสลับไปมาขณะที่สะโพกแกร่งด้านล่างก็ขยับเร้าร่างหญิงสาวจนในที่สุดหนิงเฟิ่งก็ต้องเคลื่อนไหวสะโพกตนตามอีกฝ่าย“อืม ไม่นะ นี่ข้าปรนนิบัติท่าน”มือเกาะบ่าหนาเป็นหลักขณะเอ่ยแย้ง“แล้วอย่างนี้เล่า”คราวนี้ปลายนิ้วแกร่งเปลี่ยนมาไล้วนเหนือสัดส่วนบอบบางด้านหน้าเร็วรี่จนหญิงสาวต้องกัดฟันครางยาวในลำคอ ซุกซบใบหน้าลงกับซอกคอแกร่งเพราะอ่อนไหวเสียดสยิวจนไม่อาจขยับได้อีกแล้ว ร่างงามเกร็งขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกร้อนเหมือนไฟลุกท่วมตัวกระทั่งกระตุกอย่างรุนแรง เอนกายเข้าหาร่างแกร่ง และแขนกำยำก็โอบกอดนางไว้ ขณะที่สะโพกหนาเคลื่อนไหวเชื่องช้าเหมือนกำลังเริ่มต้น หากหนิงเฟิ่งก็รู้ว่าเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้“พอใจหรือยังชายาที่รักของข้า”นางกัดฟันไม่ยอมตอบหากกลับนั่งตั้งหลักอย่างมุ่งมั่น โยกไหวสะโพกสวนกลับชายหนุ่ม เร่งจังหวะให้เร็วกว่าเขาหนึ่งก้าว เห็นว่าชายหนุ่มเองก็ขบกรามแน่นเช่นกันนางก็นึกพอใจ ในเมื่อถูกเล่นง

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (2)

    “องค์ชายเจิ้งหานมาขอพบเจ้าค่ะ”อิงอิงกระซิบบอกผู้ที่อยู่ในสระอาบน้ำเล็กหนิงเฟิ่งขมวดคิ้ว นึกแปลกใจด้วยปกติแล้วเจิ้งหานจะไม่เข้ามาในตำหนักหากไม่มีกิจจำเป็น ทั้งยังในเวลาส่วนตัวเช่นนี้ทว่าวันนี้เขามาร่วมโต๊ะกับเทพธิดาบุปผาที่ต้อนรับไท่จื่อสวรรค์ในตำหนัก ส่วนหนิงเฟิงกับลูกอยู่ที่ตำหนักเล็กของตน เพราะเห็นว่าเป็นการใหญ่เกินไป นางไม่อยากให้อวี้หลันคิดว่าตนนั้นอยู่เหนือผู้อื่น อยากให้ลูกเป็นเทพเซียนน้อยผู้หนึ่งในดินแดนบุปผาเท่านั้น“เวลาเช่นนี้น่ะหรือ”เวลาที่นางอาบน้ำอยู่...อีกฝ่ายคงเพิ่งแยกจากไท่จื่อจิ่นลี่แล้วมายังตำหนักเล็กนี้“อิงอิงจะไปทูลว่าองค์หญิงยังไม่สะดวก”อิงอิงเอ่ยอย่างรู้ใจ ทว่าเสียงเข้มดังขึ้นห่างออกไป“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเจ้า”เจิ้งหานเชิญตนเองเข้ามา ทำเอาอิงอิงหน้าเสีย ตำหนักเล็กของหนิงเฟิ่งนั้นมีเพียงอิงอิง เพราะนางต้องการเพียงเท่านี้ และถือว่าตนนั้นเป็นเพียงผู้อาศัยเทพธิดาบุปผาจึงไม่ต้องการมีคนมาคอยห้อมล้อมเช่นตอนที่อยู่เผ่าวิหค หรือแม้แต่บนสวรรค์ นางต้องการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองแม้มีม่านกั้นหากหนิงเฟิ่งก็รู้สึกขนลุกและวูบวาบตามผิวกายเพียงได้ยินเสียงเข้มของเจิ้งห

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (1)

    ไท่จื่อจิ่นลี่เพิ่งเคยมายังดินแดนบุปผาครั้งแรก ความงดงามชื่นตาชื่นใจจากพันธุ์ไม้ดอกไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นในทันทีที่เหยียบย่างเข้ามา“ท่านมาพบผู้ใด โปรดแจ้งนาม”ผู้ที่เฝ้าประตูทางเข้าดูค่อนข้างมีอายุ หากก็ไม่ถึงกับดุเข้มจนน่ากลัว“ข้ามาพบเจิ้งหาน บอกเขาว่าจิ่นลี่มาเยี่ยมเยือน”ครั้งนี้เขาลงไปแก้ปัญหาน้ำหลากท่วมบ้านเรือนมนุษย์กับหวังหย่ง และผ่านดินแดนบุปผาจึงอยากเยี่ยมพี่ชายที่ไม่พบหน้ากันมาถึงพันสองร้อยปี“ชื่อท่านช่างคุ้นยิ่งนัก”หวังหย่งขยับจะพูด ทว่าจิ่นลี่เหลือบมองห้ามปรามจึงเงียบไป“เชิญตามข้ามาทางนี้”อีกฝ่ายไม่ซักไซ้สงสัย ทั้งยังนำทางโดยง่าย จิ่นลี่ก็ยิ้มบางแล้วเดินตามไปโดยมีหวังหย่งผู้ที่มีหน้าที่ช่วยราชกิจไท่จื่อแบบใช้กำลังตามติดไม่ห่าง ส่วนจางหย่งนั้นเป็นผู้ดูแลงานด้านงบประมาณและฎีกาเมื่อมาถึงหน้ากระท่อมเนินเขาที่มีไร่ดอกไม้ล้อมรอบจิ่นลี่ก็รู้สึกไม่ดียิ่งนัก พี่ชายตนต้องลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ที่อยู่หลับนอนก็เป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ หากมารดามาเห็นคงปวดใจ ยิ่งบิดาคงยิ่งกรุ่นโกรธผู้นำทางไปแล้วจิ่นลี่กำลังคิดว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ก็มีเสียงหวานใสของผู้หนึ่งดังขึ้นไม่ห่างนัก“พ

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (2)

    “ยอดดวงใจของข้า เจ้าเจ็บปวดกับสิ่งที่ข้าทำ ไม่ยกโทษให้ไปอีกแสนปีก็ย่อมได้ ตามแต่ใจเจ้าต้องการ แต่ความรักของข้าก็ยังเป็นเจ้า หัวใจของข้าอยู่ที่เจ้าเสมอหนิงเฟิ่ง”บอกแล้วปากได้รูปก็จูบลงบนหน้าผากสวยราวตอกย้ำคำพูดตน เขาไม่ต้องการขอให้อีกฝ่ายยกโทษให้อีกแล้ว นับจากได้ยินว่าตนสั่งลงทัณฑ์สายฟ้าจนเกือบสูญเสียลูกน้อยและหนิงเฟิ่งพยายามเพียงไรเพื่อให้อวี้หลันมีชีวิตอยู่ เจิ้งหานก็ปวดร้าวในอก เขาเกือบฆ่าลูกของตนไปแล้ว หากไม่เพราะหนิงเฟิ่งคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหรือได้อุ้มลูกน้อย“ข้าไม่รู้”เสียงหวานพร่าเอ่ยเบาหวิว“แต่ข้ารู้เพียงว่า มีท่านอยู่ใกล้ ข้ากับลูกจะปลอดภัย”ใบหน้างดงามนองน้ำตาเงยขึ้น เจิ้งหานยิ้มรับกับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นขึ้น เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เขาก้มลงทาบทับปากได้รูปบนหน้าผากสวย เปลือกตาทั้งสองข้าง และข้างแก้มที่ชื้นด้วยน้ำตา ก่อนจะไล่มายังริมฝีปากอิ่ม จูบซับบางเบาแล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้น มือช้อนใต้ศีรษะเล็กเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแหงนเงยรับเขาปลายลิ้นอุ่นเริ่มเคลื่อนไล้ก่อนจะรุกล้ำภายในปากนุ่มเพราะอีกฝ่ายเปิดหนทาง หนิงเฟิ่งจูบตอบคลอเคลียกับชายหนุ่มอย่างยินยอม สองแขนเรียวเค

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (1)

    หนิงเฟิ่งลืมตาขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่จำเหตุการณ์สุดท้ายได้จึงรีบผวาลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าบุตรสาวนอนอยู่ในอ้อมกอดระหว่างกลางร่างตนกับเจ้าของร่างสูงสง่า ทั้งยังหายใจขึ้นลงผะแผ่วเป็นปกติก็ถอนหายใจ เหลือบมองใบหน้าคมคายที่ค่อนข้างซีดแล้วก็แตะหลังมือบนหน้าผากกว้างอีกฝ่ายตัวอุ่นแต่ดูเหมือนคนป่วยทำให้นางขมวดคิ้ว ทว่ามาคิดดูแล้วคงเพราะเจิ้งหานใช้พลังเพื่อช่วยนางกับลูก เห็นอย่างนี้แล้วนางจะพาอวี้หลันกลับไปเลยก็คงไม่ได้ร่างอ้อนแอ้นลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มลูกน้อยไปวางบนเตียงด้านใน ส่วนร่างสูงของเจิ้งหานนางร่ายเวทย์เคลื่อนย้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าของทั้งเขากับลูกและตนเอง ห่มผ้าให้ทั้งคู่อย่างเรียบร้อยก่อนจะออกไปด้านนอกหนิงเฟิ่งไปยังบ่อน้ำทิพย์และนำน้ำกลับมาให้เจิ้งหานดื่ม นางพยายามค่อยๆ ประคองอีกฝ่ายให้ดื่มน้ำทิพย์จนสำเร็จ เช็ดปากและห่มผ้าให้เช่นเดิม ทว่าพอจะลุกขึ้นกลับถูกจับข้อมือไว้“นี่ท่านฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”นางหันไปมองพร้อมกับเอ่ยเสียงเข้ม“เพิ่งรู้สึกตัวก่อนที่เจ้าจะเข้ามานี่แหละ พอได้ยินเสียงก็เลยหลับตาลงต่อ”“ท่านหลอกข้า”หนิงเฟิ่งพยายามดึงมือออกจากอีกฝ่ายให้ได้“เปล่าเลย แค่หลับตา

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   23.คนผิดย่อมไม่ลอยนวล (2)

    “แม่จะมอบพลังปราณให้เจ้าเอง”ราชินีฟางเซียนเอ่ยด้วยความอยากช่วยทั้งลูกและหลาน“เอ...ข้าคิดว่า ข้ากับท่านช่วยกันสร้างกายทิพย์ให้อวี้หลันน้อยน่าจะดีกว่า อย่างไรเราก็สายเลือดเดียวกัน หนิงเอ๋อร์เองก็จะได้พัก มีเวลาให้พลังฟื้นตัวด้วย”เทพธิดาบุปผาออกความเห็น“นั่นเป็นความคิดที่ดี”ผู้เป็นพี่สาวเห็นด้วย

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   7.ดอกไม้งามที่ถูกซ่อนเร้น (2)

    ฉึก! ฉึก!เสียงดังแปลกๆ ดึงเฟยเซียงที่ตกอยู่ในภวังค์ให้รู้สึกตัว“เสียงอะไรเจ้าคะ”เจียวเหมยเอ่ยพร้อมจับมือคุณหนูทั้งสองแน่น“โจร...โจรขอรับคุณหนู”คนบังคับรถม้าร้องบอกเสียงดังเย่วซินจะขยับออกไปดูแต่เจียวเหมยห้ามไว้“อันตรายนะเจ้าคะคุณหนูใหญ่”“ข้าดูแลตัวเองได้”นางหันมาบอกอย่างไม่เกรงกลัว ห่วงเพีย

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (2)

    กรงจักรวัฎสงสารอยู่ตรงหน้า หนิงเฟิ่งยืนเคียงข้างเทพชะตา สำหรับนางแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก เวลานี้ลูกของนางปลอดภัยที่ดินแดนบุปผา หลังเผชิญวิบากกรรมนางก็จะได้ไปอุ้มชูลูกน้อยที่นั่น แม้ในโลกมนุษย์จะกินเวลาหลายสิบปี ทว่าดินแดนเทพเซียนก็เพียงไม่กี่วัน“พระชายา ลำบากท่านแล้ว”“ข้าจะไม่ใช่พระชายาอีกแล้ว”

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   3.สวามีช่างไร้ใจ (2)

    วังประดับประดาอย่างสวยงามทั้งโคมไฟและผ้าแดงมงคลทำให้หนิงเฟิ่งสังเกตได้ แม้ว่าเทพสงครามจะพานางมายังประตูสวรรค์แล้วเข้าวังทันที ทั้งยังตรงมายังตำหนักฮวาหรงอย่างไม่หยุดที่ใด“ขอบใจท่านมาก เทพสงคราม”“พระชายาพักผ่อนให้มาก ข้าต้องขอตัวก่อน”เมื่อเทพสงครามไปแล้วหนิงเฟิ่งก็สั่งอิงอิงทันที โดยเก็บความแปลกใ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status