Partager

3

last update Date de publication: 2025-09-03 05:10:58

บทที่ 3

“ก็ลุงภารโรงน่ะสิ บอกว่าจะมาขอพบเจ้านายเรา แต่บอกว่าเจ้านายเราชื่อฟิลลิป” คนสวนที่ชื่อชุ่มอธิบายให้เพื่อนร่วมงานฟังด้วยท่าทางหงุดหงิด

“อ๋อ” สาวใช้ร้องอ๋อแล้วมองไปที่ด้านนอกพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร เพราะเธอเองก็คุ้นเคยกับลุงภารโรงและหลานสาวของเขาอยู่บ้าง “ลุงมาหาคุณฟิลลิปทำไมเหรอ”

“คุณฟิลลิปเป็นใครวะไอ้รุ้ง” คนสวนเริ่มใคร่รู้เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานรู้จัก

“ญาติของคุณโทนี่เขา เขามาที่นี่ตอนที่แกลากลับบ้านนอกน่ะ แกไปทำงานของแกเถอะ เดี๋ยวฉันคุยกับลุงดมเอง”

“มิน่าล่ะ ข้าถึงไม่รู้จัก ขอโทษทีนะลุง ฉันไม่รู้จริง ๆ” ชุ่มกล่าวขอโทษขอโพยก่อนจะเดินไปทำงานของตน

“ว่าไงลุง มาหาคุณฟิลลิปเขาทำไมเหรอ”

“พวกเราจะมาขอบคุณท่านจ้ะน้า ท่านช่วยพาปู่หนูไปส่งโรงพยาบาลเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้ปู่เขาเริ่มหายดีแล้ว จึงอยากจะมากราบขอบคุณท่านที่เมตตา”

“อ๋อ ไม่ทันแล้วแหละอีหนู คุณเขากลับฮ่องกงไปแล้ว”

“แล้วจะกลับมาอีกเมื่อไหร่จ๊ะ”

“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้นะ ฉันรู้แต่ว่าท่านเดินทางมาที่เมืองไทยบ่อย ๆ เพราะทำธุรกิจกับคุณโทนี่เจ้านายฉัน แต่ก็แวะมาที่นี่ไม่ค่อยบ่อยนักหรอก”

“แล้วพอจะมีทางติดต่อท่านได้ไหมจ๊ะ คือเราอยากจะคืนเงินค่ารักษาให้ท่านด้วยจ้ะน้า”

“ไม่รู้เหมือนกัน เอาอย่างนี้นะ เดี๋ยวฉันจะไปถามคุณผู้ชายให้ รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ” รุ้งให้ความช่วยเหลือพวกเขาอย่างดี

สองชั่วโมงหลังจากนั้น

ปู่กับหลานก็เดินทางมาถึงโรงแรมสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา พวกเขาทั้งสองได้แต่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้า ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าผ่านเข้าไป เพราะมันเป็นสถานที่ที่เกินจะอาจเอื้อม

“ลุง มายืนด้อม ๆ มอง ๆ อะไรอยู่ตรงนี้ หลบไปให้พ้นทางเลยไป เดี๋ยวก็ถูกรถชนให้หรอก” ยามที่มีหน้าที่โบกรถให้แขก ต่อว่าชายชรากับหลานสาวที่ยืนรกหูรกตา

“ลุงจะมาหาคนรู้จักที่นี่น่ะพ่อหนุ่ม ลุงต้องทำยังไงบ้าง เดินเข้าไปได้เลยไหม”

“ลุงเนี่ยนะจะมาหาคนรู้จักที่นี่” ยามถามเสียงดังพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูกตั้งแต่หัวจรดเท้า “อย่าหาว่าฉันดูถูกเลยนะลุง แต่ที่นี่คือโรงแรมระดับห้าดาวเลยนะ มีแต่พวกเศรษฐีทั้งนั้นที่เข้าพัก คนไทยนี่นับหัวได้เลย แล้วลุงมาบอกว่ามีคนรู้จักอยู่ที่นี่อะนะ..”

“ใช่”

“ลุงรีบกลับไปเลยไป ฉันไม่มีอารมณ์มาตลกกับลุงหรอกนะ แค่ยืนโบกรถก็เหนื่อยมากพอแล้ว”

“เราพูดจริง ๆ นะ นี่ไงที่อยู่ที่เราได้มา” ปันหยีไม่ได้รู้สึกโกรธยามคนนี้ที่พูดจาดูถูกกัน แต่ก็เสียใจอยู่ลึก ๆ ที่เขาวัดคุณค่าของคนแค่เปลือกนอก

ยามหนุ่มมองเด็กสาววัยรุ่นด้วยสายตาพิจารณา ใบหน้าบึ้งตึงค่อย ๆ มีรอยยิ้มปรากฏ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระดาษ จงใจจับให้โดนมือของเธอ

“นอกจากเสียงเพราะแล้ว หน้าตาก็ยังสวยอีกด้วยนะหลานลุงเนี่ย” ยามปากเปราะเอ่ยขึ้นขณะที่อ่านตัวหนังสือในกระดาษ “ฉันก็อยากให้เข้าไปหรอกนะ แต่ในเมื่อรู้ว่าต้องมาหาแขกแบบนี้ ทำไมไม่แต่งตัวให้มันดูดีหน่อยล่ะ แต่งแบบนี้ก็เสียราคาหมดสิ”

“เอ็งพูดอะไรของเอ็งวะไอ้หนุ่ม มันจะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ” อุดมคือคนที่มีความอดทนและใจเย็นมากที่สุดคนหนึ่ง เขามักจะสอนให้หลานสาวรู้จักการให้อภัยและมีเมตตาต่อผู้อื่น สอนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษและทางสายกลาง แต่ตอนนี้เขากำลังหมดความอดทน เพราะรู้ว่าไอ้หนุ่มคนนี้ดูถูกหลานสาวของเขาอย่างน่าเกลียด

“ปู่จ๋า” เห็นผู้เป็นปู่แสดงอาการไม่พอใจยามหนุ่ม ปันหยีก็รีบจับแขนของท่านไว้เพื่อเตือนสติ ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมปู่ที่เคยใจเย็นมาตลอด ต้องโกรธคนปากบอนคนนั้นด้วย

“น่ารักเสียจริงหลานสาวปู่นี่ มีแฟนเป็นตัวเป็นตนหรือยังจ๊ะหนู ถ้ายัง พี่ยังว่างอยู่นะจ๊ะ”

อุดมโกรธจนตัวสั่น เมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตาลวนลามที่อีกฝ่ายมองหลานสาว แต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรได้

เวลานั้นเองที่มีบุรุษในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำติดกระดุมครบทุกเม็ด พับแขนเสื้อไว้แค่ศอก ทับในด้วยกางเกงสแล็กสีดำทรงกระบอกเล็ก อวดให้เห็นรูปร่างสูงกำยำสะดุดตาเดินตรงเข้ามาหา

“คุณนั่นเอง” เด็กสาวจำเขาได้ เขาคือคนขับรถของฟิลลิป หยาง เธอรีบยกมือไหว้เขา “สวัสดีค่ะคุณ”

เอดิสันรีบรับไหว้หญิงสาว แล้วค่อยหันไปไหว้ปู่ของเธอ “สวัสดีครับคุณปู่ ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะครับ รู้ไหมว่าผมรออยู่ที่ล็อบบี้ตั้งนาน” เขาพูดไทยไม่เก่งเหมือนเจ้านาย แต่ก็พูดรู้เรื่อง

อุดมเปลี่ยนสีหน้าให้ยิ้มแย้ม “ผมไม่กล้าเข้าไปหรอกครับคุณ เพราะไม่รู้จะเข้าไปหาคุณที่ไหน”

“ถ้าให้ผมไปรับก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้” เอดิสันผายมือเชื้อเชิญทั้งสองคนอย่างนอบน้อม “เชิญเลยครับ เดินเข้าไปก่อนเลยครับเดี๋ยวผมตามไปเอง” และก่อนที่เขาจะเดินตามไป ก็ไม่ลืมที่จะมองไปที่ยามหนุ่มด้วยสายตาคาดโทษ “นายชื่ออะไร”

ยามหนุ่มพยายามเบี่ยงตัวหนีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็นชื่อของตน รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ๆ กับคำถามของผู้ชายคนนี้

นอกจากคำถามของเขาแล้ว การกระทำอันแสนนอบน้อมของคนที่ดูดีกว่าทุกกระเบียดนิ้วแบบเขา ที่มีต่อปู่กับหลานที่แต่งตัวซอมซ่อนั่น ก็ทำให้ขนหัวลุกไปเลยทีเดียว

“จะรู้ชื่อผมไปทำไมเหรอครับ”

“จะได้ไล่ออกถูกคนไงล่ะ” เอดิสันตอบทิ้งทายก่อนเดินจากไปอย่างไม่แยแส ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาไปบอกผู้จัดการให้ไล่ออกตอนนี้เลยก็ได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สวาทหวาน   162 ตอนจบ

    พรพิมพ์จับมือของลูกสาวและลูกเขยที่ไหว้ตน ได้แต่พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขเพราะตื้นตันจนพูดไม่ออก หลังจากนั้นก็หลบให้พ่อแม่ของเจ้าบ่าวได้อวยพรให้ทั้งคู่บ้างแจ็คกี้กล่าวขอบคุณมารดาของเจ้าสาวที่เชื้อเชิญตน แล้วมองใบหน้าที่เปี่ยมสุขของลูกชายสุดที่รัก ที่ต้องแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาอย่างกะทันหัน เพราะดันทำเจ้าสาวคนสวยท้อง“พ่อคงไม่ต้องพูดอะไรแล้วมั้ง เพราะพ่อรู้ว่าลูกชายของพ่อมีความสุขมาก และจะสุขมากกว่านี้ในอนาคต จริงไหมลูกพ่อ”“ครับคุณพ่อ ผมมีความสุขที่สุดในโลกเลยครับ” เจ้าบ่าวสุดหล่อตอบบิดาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แล้วหันไปมองเจ้าสาวคนสวยที่นั่งยิ้มเอียงอายอยู่ข้าง ๆ“ฝากดูแลลูกชายของพ่อด้วยนะหนู ลูกชายพ่อเขารักหนูมากนะ ถ้าเขาหึงหวงหนูไปบ้าง ก็ให้คิดเสียว่าเพราะเขารักหนูมากเกินไป” แจ็คกี้หันไปพูดกับลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงติดเอ็นดู“ค่ะคุณพ่อ” หญิงสาวตอบรับพร้อมรอยยิ้มเขินอาย“ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะลูก” บุรุษสูงวัยลูบศีรษะลูกชาย และตบต้นแขนของลูกสะใภ้เบา ๆ ก่อนจะหลีกทางให้ภรรยา “อวย

  • สวาทหวาน   161

    “ยอมสิ ผมมั่นใจว่าคุณแม่ต้องรักลูกของเรา อาจจะรักมากกว่าผมด้วยซ้ำ” เขาแตะแก้มนวลเบา ๆ แล้วส่งยิ้มให้กำลังใจ “ไม่ต้องคิดมากหรอก ท่านจะรักหรือไม่รักก็แล้วแต่ท่านเถอะ ขอแค่เรารักลูกของเราให้มากที่สุดก็พอแล้ว เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกของเรากันเอง เลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ตกลงไหม”“อือ”“ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวกลับกรุงเทพเลย เรามีงานต้องทำอีกเยอะนะ”“อลันมีงานเหรอ”“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก งานแต่งของเราต่างหากที่สำคัญ อลันใจร้อน อยากจะแต่งให้เร็วที่สุด”“เราจัดงานแต่งแบบง่าย ๆ ก็พอแล้วนะอลัน แค่ให้พ่อแม่ของเรารับรู้ แล้วจัดงานเลี้ยงฉลองแต่คนสนิท ถ้าทำแบบนี้ก็ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก ใช้เวลาเตรียมงานแค่อาทิตย์เดียวก็พอ”“เอาแบบนี้ก็ได้ อลันจะส่งข่าวให้เพื่อน ๆ ที่ฮ่องกง บีก็ส่งข่าวให้เพื่อน ๆ ของบี ส่วนเรื่องสถานที่จัดงานเลี้ยงอลันจัดการเอง พรีเวดดิ้งเราค่อยไปถ่ายกันที่ฮ่องกงหรือไต้หวันทีหลังพร้อมลูกก็ได้ ตกลงไหม”“ก็ได้ งันบีจะช่วยหาของชำร่วยนะ”

  • สวาทหวาน   160

    “แต่อลันเคยพูดว่าต้องการแก้แค้นบีที่ทิ้งอลัน” เธอกลายเป็นคนคิดมากจนเกินเหตุ“เราคุยเรื่องนี้กันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอบี ผมก็สารภาพไปแล้วไงว่าแค่ข้ออ้าง จริง ๆ แล้วผมตามหาบีก็เพราะผมรักบี ผมไม่เคยลืมบีเลยแม้แต่วันเดียว ผมไม่ได้พูดเพื่อต้องการหลอกบีนะ” เขาจับมือของเธอมาทาบลงบนอกแน่นตึงข้างซ้าย “แต่ผมมีบีอยู่ข้างในนี้จริง ๆ ผมรักบีมากนะ รักมากอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้รับความรู้สึกนี้ของผมไปแม้แต่คนเดียว บีคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้”น้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันทรวง ค่อย ๆ ไหลทะลักออกจากดวงตากลมโต แล้วไหลอาบแก้มนวลที่ซูบตอบลงไปเล็กน้อยอลันใช้นิ้วโป้งค่อย ๆ ปาดน้ำตาให้คนรักอย่างบรรจง “บีเป็นอะไร บอกผมได้ไหม” เขาถามอย่างอาทร แต่เธอกลับร้องไห้หนักกว่าเก่า จนเขาตกใจทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ลูบหลังปลอบใจร่างบางที่โผเข้ามากอดแนบแน่น ปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่เงียบ ๆ.. เนิ่นนานกว่าเสียงร้องของเธอจะซาลง แล้วจูงมือเขาพาเดินเข้าไปในบ้าน“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม พร้อมจะบอกผม

  • สวาทหวาน   159

    “เวียนหัว กินอะไรไม่ค่อยลงอย่างนั้นเหรอ” พรพิมพ์สะดุดใจกับอาการป่วยของลูกสาว จนต้องถามย้ำให้แน่ใจ“ครับ พี่จินนี่บอกผมอย่างนั้น”“แม่ถามอะไรเธอหน่อยได้ไหมอลัน”“ถามอะไรเหรอครับ”พรพิมพ์จับมือชายหนุ่ม ที่เธอให้ความรู้สึกรักและเอ็นดูตั้งแต่รู้จักครั้งแรก มองเขาด้วยสายตาเคร่งเครียดระคนหวาดหวั่น“เธอต้องตอบแม่ตามความจริงนะ”“แน่นอนครับ”“เธอกับบีคบกันถึงขั้นไหนแล้ว”คำถามของมารดาคนรัก ทำเอาชายหนุ่มถึงกับวางหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว รีบหลบสายตาไปมองทางอื่น เพื่อให้ตัวเองได้ตั้งหลักทางความคิด รู้สึกผิด ละอายแก่ใจ ลำบากใจ ที่ต้องพูดความจริงออกไป เพราะไม่อยากให้คนรักต้องมัวหมองเพียงแค่เห็นท่าทางอึกอักของชายหนุ่มพรพิมพ์ก็เดาได้ทันที ในฐานะของคนเป็นแม่ เธอยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ลูกสาวของเธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีหน้าที่การงาน รับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้แล้ว เรื่องแบบนี้กับยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก“คงข้ามขีดของคำว่าแฟนไปมากแล้วสิ

  • สวาทหวาน   158

    เป็นอาทิตย์แล้วที่อลันไม่ได้เจอหน้าคนรัก เขากับเธอได้แต่ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์ แต่ละครั้งเธอก็คุยกับเขาน้อยคำจนน่าแปลกใจ วันนี้ก็เป็นเช่นเดิม เธอคุยกับเขาไม่ถึงสองนาทีก็บอกวางสาย มันทำให้เขารู้สึกเครียดกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าใจหายของเธอยิ่งนัก จึงตัดสินใจโทรหาเพื่อนรักของเธอเพื่อถามในสิ่งที่สงสัย(สวัสดีอลัน)“สวัสดีครับเจ้ เจ้พอมีเวลาว่างสักห้านาทีไหมครับ” เขาคุยกับหญิงสาวอย่างนอบน้อม(ว่างจ้ะ คุยมาได้เลย)“คือผมอยากจะคุยเรื่องบีหน่อยครับ”(อ้อ ว่าไงจ๊ะ บีเป็นยังไงบ้างล่ะ กลับมาถึงบ้านแล้วเหรอ)คำถามของจินนี่ ทำให้หัวคิ้วของอลันขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ใบหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้วยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม“เจ้พูดเหมือนบีไม่ได้ไปทำงานเลยนะครับ” เขาถามเพื่อให้แน่ใจ(อ้าว!) ปลายสายอุทานงง ๆ (เดี๋ยวนะ เจ้ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำพลาดหรือเปล่า)“บอกผมมาเถอะครับเจ้” ได้ยินน้ำเสียงลังเลเหมือนไม่อยากพูดต่อของอีกฝ่าย เขาก็ร้องขอความเห็นใจ “บีเขาไปไหนครับ... เจ้ครับ ได้โปรดบอกผมเถอะครับ” เขาอ้อนวอนเมื่ออีกฝ่ายยังเงียบ(...บีเขาไม่ได้บอกอะไรนายเลยเหรออลัน)“เราคุยโทรศัพท์กันทุกวัน แต่ไม่ได้เจอกันเลย เธอบ

  • สวาทหวาน   157

    “ก็ได้จ้ะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้อยู่กับแม่ทั้งวันนะลูก”“งั้นผมขอออกไปหาคุณพ่อก่อนนะครับ แล้วเย็นนี้ผมจะกลับมานอนกับคุณแม่” นอกจากไปหาบิดาแล้ว ช่วงบ่ายเขายังมีนัดกับเพื่อน ๆ อีก เขาต้องรีบทำทุกอย่างให้จบในเวลาจำกัด พยายามจะจัดเวลาให้มารดามากที่สุดเพื่อเอาใจท่าน“อย่างนั้นก็ได้ แม่จะรอกินข้าวเย็นด้วยนะลูก”“ครับคุณแม่ ประมาณหนึ่งทุ่มนะครับ”“ได้จ้ะ”ประเทศไทยร้านอาหารของอลัน“ทำไมเหรอบี ไม่อร่อยเหรอ” จินนี่ถามเพื่อนรักอย่างสงสัย เมื่อเธอทำหน้าเบ้ รีบเลื่อนจานสเต๊กเนื้อที่เพิ่งกินไปได้แค่คำเดียวออกห่างตัว“ฉันว่าเนื้อมีกลิ่นแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ไม่อร่อยเหมือนทุกครั้งที่เคยกินด้วย” พรพิมลตอบคำถามแล้วรีบดื่มน้ำตาม เพื่อล้างกลิ่นที่ติดอยู่ในปาก“จริงเหรอ” จินนี่ลองจิ้มเนื้อสเต๊กจากจานของเพื่อนมาดม เมื่อไม่มีกลิ่นแปลกปลอมอะไรก็ลองชิม ค่อย ๆ ละเลียดเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นอย่างที่เพื่อนบอกหรือไม่ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วแปลกใจ เพราะรสชาติปกติดีทุกอย่าง “เธอไม่สบายหรือเปล่าบี สเต๊กเขาก็อร่อยดีนี่นา”“จริงเหรอ”“จริงสิ รสชาติแบบที่เราเคยกินเลย” แล้วค่อย ๆ ขยับตัวโน้มหน้าไปหาเพื่อน “เธอทำแบบนี้แฟนเธอเสียหายนะ

  • สวาทหวาน   142

    เขาโกหกไม่เก่งเลย สีหน้าและอาการมันฟ้องชัดเจนมาก แต่พรพิมลก็แสร้งพยักหน้าทำท่าเหมือนเชื่อคำพูดของเขา“คุณกวินมีเพื่อนน้อยเหรอคะ”“ครับ เพราะผมไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เล็ก ๆ เรียนที่เมืองไทยถึงแค่อนุบาลเอง ประถมเรียนที่เวียดนาม มัธยมต้นเรียนที่สิงคโปร์ มัธยมปลายเรียนที

  • สวาทหวาน   141

    “ดีแล้วที่ลูกคิดแบบนี้ แต่ให้แม่เขาห่างผู้หญิงคนนั้นไว้ดีกว่านะ เพราะพ่อไม่รู้ว่าแม่จะทำอะไรกับเธอหรือเปล่า” ลูกรักแม่ย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่เขาเป็นพ่อที่รักลูกเหมือนกัน ดังนั้นเขาก็จะเตือนในสิ่งที่ควรเตือน“คุณแม่ไม่ทราบเรื่องนี้หรอกครับ”“ลูกทำถูกแล้ว

  • สวาทหวาน   139

    ที่ร้านอาหารของอลัน“ลูกรัก”เจ้าของร้านวัยยี่สิบสามปีเศษ ๆ เบิกตาโตด้วยความตกใจ เมื่อหันไปเจอมารดายืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง“คุณแม่ มาได้ยังไงครับเนี่ย ทำไมไม่บอกผมก่อนล่ะครับ ผมจะได้ไปรับ”“แม่อยากมาแสดงความยินดีกับลูกของแม่ แม่มาไม่ได้เหรอจ๊ะ” ลีน่ากอดทักทายลูกชาย แล้วดึงหญิงสาวที่ยืนเยื้องอยู่ด้าน

  • สวาทหวาน   138

    คำขอเดิม ๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกหนักใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากแนะนำเขากับมารดา เพียงแต่ว่ามันเร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เธอยังไม่มั่นใจกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้นั่นเอง“วันนี้คงไม่ได้หรอก เอาไว้วันอื่นนะ”“ทำไมล่ะ”“ให้บีคุยกับแม่ก่อนดีกว่านะอลัน”“แล้วเมื่อไหร่ล่ะบี”“เร็ว ๆ นี้แห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status