Masuk“นี่นาย!!!... คงเพิ่งมาทำงานใหม่สินะ?”
บัวบุษยา ทายาทสาวเพียงคนเดียวของอาณาจักรยางรถยนต์แห่งนี้แผดเสียงถาม ดวงตาคู่สวยตวัดมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างพิจารณา แม้จะพยายามรักษามาดนางพญา แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่เธอไม่เคยพบในตัวพนักงานคนไหน
กันตธีร์นิ่งงันไปชั่วครู่ ความสวยสะพรั่งของหญิงสาวตรงหน้าสะกดสายตาเขาได้ชะงัด ผิวขาวละเอียดดุจน้ำนมที่โผล่พ้นชุดเดรสสีหวาน และกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในกายหนุ่มให้ตื่นตัว แต่เมื่อได้ยินถ้อยคำเหยียดหยาม ความหลงใหลชั่ววูบก็แปรเปลี่ยนเป็นความหมั่นไส้
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากลับฝืนยิ้มเจื่อนที่ดูกวนประสาทที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางยักไหล่กว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทางยียวนนั้นทำให้บัวบุษยาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
“อยากโดนไล่ออกรึยังไง! หรือว่าเป็นใบ้ถึงไม่ยอมตอบคำถามของฉัน แล้วนี่ยังไม่รู้จักที่จะขอโทษฉันอีกเหรอ!” เธอตวาดเสียงแหลม พลางก้าวเข้าหาเขาจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน
กันตธีร์ขบกรามแน่นจนเห็นสันนูนเด่นชัด เขาอยากจะสวนกลับไปใจจะขาดว่าเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ที่ขับรถเร็วในเขตโรงงาน แต่เสียงเตือนของเพื่อนๆ ในแผนกเรื่องคุณหนูจอมวีนก็ดังขึ้น ถ้าเขาต่อล้อต่อเถียงตอนนี้ ชีวิตพนักงานธรรมดาที่เขาสร้างมาหลายเดือนคงพังพินาศ
“พวกผมต้องขอโทษด้วยครับ... คุณบัว พอดีพวกผมไม่ทันมองจริงๆ ครับ” ปวินที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ รีบก้มหัวปรกๆ กล่าวขอโทษเสียงระรัว ก่อนจะรีบกระชากแขนกันตธีร์ให้เดินเลี่ยงออกมา สายตาของบัวบุษยายังคงจับจ้องที่แผ่นหลังกว้างของ พนักงานหนุ่มจองหอง คนนั้นด้วยความขุ่นเคืองที่คุกรุ่นอยู่ในอก
“มีอะไรกันหรือเปล่า... บัว!” เสียงเข้มทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายสูงวัยท่าทางภูมิฐาน คุณพรตพิพัฒน์ ประธานบริษัทก้าวลงจากรถตู้วีไอพีคันหรู เขามองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
“ก็พนักงานพวกนี้น่ะสิคะคุณพ่อ เดินไม่ดูทาง บัวเกือบจะชนเข้าให้แล้ว แทนที่จะสำนึกกลับทำท่าทางกวนประสาทใส่บัวอีก!” หญิงสาวรีบหันไปฟ้องบิดา ทรวงอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ
คุณพรตพิพัฒน์มองตามร่างของชายหนุ่มสองคนที่เดินห่างออกไป สายตาของเขาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของกันตธีร์ชั่วครู่... ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดทำให้เขาขมวดคิ้ว แต่ก็ต้องรีบบอกลูกสาวไป
“ช่างเถอะบัว รีบกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย”
บัวบุษยาสะบัดหน้าอย่างขัดใจ เธอก้าวขึ้นรถแล้วกระแทกประตูเสียงดังสนั่น ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มยียวนนั้น
“นายเป็นใครกันแน่ แต่ฝากไว้ก่อนเถอะ... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” หญิงสาวพึมพำในรถ ขณะที่กันตธีร์ที่เดินห่างออกมาได้ไกลแล้ว แต่กลับรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแปลกๆ ที่ยังคงซ่านอยู่ตามผิวหนัง หลังจากการปะทะคารมเมื่อครู่ เขารู้ดีว่ากุหลาบงามอย่างบัวบุษยานั้นมีหนามแหลมคม แต่ยิ่งอันตรายเท่าไหร่... มันกลับยิ่งท้าทายสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้พุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผัวะ!!!..ร่างของตรีภพกระเด็นหวือไปตามแรงกระแทกมหาศาล ราวกับถูกรถบรรทุกชนเข้าอย่างจัง ศีรษะของเขาฟาดเข้ากับเสาปูนอย่างรุนแรงจนเสียงดังสนั่น เลือดสีแดงฉานไหลอาบใบหน้าที่เคยดูดี ทันใดนั้น ร่างของปวินก็ถูกกระชากคอเสื้อจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงกระเด็นตามไปติดๆ จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า“ไอ้สารเลว...อย่าอยู่เลยมึง!!!!” น้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยโทสะพยาบาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ กันตธีร์ ที่ก้าวเข้ามาปานสายฟ้าแลบพายุโทสะชายหนุ่มยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด กันตธีร์ไม่รอช้าเขาจดจ้องไปยังใบหน้าของตรีภพที่กำลังมึนงง หมัดหนัก ๆ ถูกกระแทกเข้าที่โหนกอย่างแม่นยำและรุนแรงจนหน้าหันในวินาทีที่ตรีภพถูกถีบจนกระเด็นไปกระแทกเสาปูนจนเลือดอาบ ปวินที่กำลังล็อกแขนบัวบุษยาอยู่ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาเห็นว่าเป็นกันตธีร์ เขาก็รีบปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วพยายามจะพุ่งเข้าไปขวางทางเพื่อช่วยตรีภพตามสัญชาตญาณของลูกน้องที่หวังประจบเจ้านายใหม่“เฮ้ย! ไอ้กันต์หยุด... อั๊ก!”ปวินยังพูดไม่ทันจบประโยค เท้าขวาตรงของกันตธีร์ก็พุ่งเข้าใส่ยอดอกของเขาอย่างจัง แรงปะทะทำเอาปวินตัวงอเป็นกุ้ง หายใจไม่ออกไปชั่วขณะ กันตธีร์ไม่ปล่อยจังห
หนึ่งเดือนต่อมา...ยามเช้าตรู่ของวันทำงานที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความสงบ บัวบุษยาขออนุญาตสามีสุดที่รักเพื่อแวะไปเยี่ยมเยียนบิดาที่บริษัท แต่ก่อนจะไปถึงที่นั่น เธอตั้งใจจะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ด้วยความเร่งรีบ ร่างระหงรีบก้าวเข้าไปคว้าสิ่งของจำเป็นที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินลัดเลาะกลับมายังลานจอดรถด้านหลังที่ยังคงเงียบสงัดทันใดนั้น...เท้าของเธอกลับต้องชะงักกึก เลือดในกายพลันชาวูบไปทั้งตัว เมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือร่างของ ตรีภพ อดีตว่าที่เจ้าบ่าวผู้โฉดชั่ว“สวัสดีครับน้องบัว... เพิ่งแต่งงานใหม่ เป็นไงมีความสุขมั้ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำเอาบัวบุษยาตัวแข็งทื่อ ตรีภพยืนพิงรถยนต์คันหรู แววตาที่จ้องมองมานั้นเจ้าเล่ห์และคุกคามอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มหยันของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องจะตะครุบเหยื่อ แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลยิ่งกว่า คือชายที่ยืนอยู่ข้างกายเขา... ปวิน อดีตลูกน้องคนสนิทของบิดา“คุณตรีภพ! คุณปวิน!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับกระชับถุงของใช้ในมือแน่น“สวัสดีครับคุณบัว” ปวินเอ่ยทักทาย สายตาที่เคยมองเธอด้วยความเคารพบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็น
พายุสวาทโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อพิมพ์ประภาเริ่มบทปรนเปรอด้วยความช่ำชอง เธอส่งความแข็งขืนใหญ่โตของสุเจนเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างทะนุถนอม สลับกับการออกแรงดูดเม้มรุนแรงจนชายหนุ่มแทบจะระเบิดคาปากของเธอ สุเจนเสียวจนแทบขาดใจ ร่างกายแกร่งสั่นสะท้านไปกับจังหวะการชักเข้าออกที่นุ่มนวลแต่ร้อนแรง“อ่า..ซี๊ด!!! พิมพ์จ๋า คุณเก่งจัง... ผมชอบลิ้นของคุณ ชอบปากของคุณ ที่รัก โอ๊ยยย!!”เขาครางเสียงกระเส่าเมื่อลิ้นเล็กวนรอบส่วนหัวที่บวมเป่ง น้ำกามอุ่นใสเริ่มเอ่อซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือน้อยลูบไล้ไปตามมัดกล้ามแกร่ง สุเจนหยัดตัวขึ้นรับสัมผัสจากปลายลิ้นของเธออย่างโหยหา เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ใช้ปากได้เก่งกาจขนาดนี้มาก่อน ความชำนาญของเธอทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยไร้ประสบการณ์ไปในทันทีเมื่ออารมณ์รักพุ่งถึงขีดสุด สุเจนก็ไม่อาจทนให้เธอปรนเปรอฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป เขาจับตัวมังกรยักษ์มาจ่อที่ปากถ้ำสวาท ลากผ่านจุดอ่อนไหวขึ้นลงจนเกิดเสียงครางระงมไปทั้งห้อง“อ๊ายย คุณเจน อย่าบี้ตรงนั้นของพิมพ์สิคะ... อื้ยยย!!” พิมพ์ประภาเสียวไปถึงสันหลัง กระตุกเกร็งรับแรงบดคลึงจากท่อนเอ็นร้อน“ฟิตจังที่รัก... แน่นอะ” เขาขบกรามแน่
เสียงคลื่นที่ซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบา ผ้าม่านพลิ้วไหวเข้าสู่ห้องพักริมทะเลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปรารถนา สุเจนจ้องมองดวงตาที่ฉ่ำปรือของพิมพ์ประภา หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึกที่กำลังจะเข้าสู่สมรภูมิรักมือหนาดึงรูดซิปด้านหลังชุดเดรสออกอย่างชำนาญ ผ้าแพรเนื้อบางร่วงหล่นสู่พื้น เผยให้เห็นเรือนร่างงามตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาของเขา สุเจนสะกิดเพียงนิด บราสีหวานก็หลุดออกจากเต้านมอวบใหญ่ของหญิงสาว ปทุมถันสองข้างชูชันอย่างท้าทายกลางอากาศ พลันกระตุ้นเลือดในกายให้พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง“คุณพิมพ์...คุณสวยมากเลยครับ สวยไปทั้งตัวแบบไม่มีที่ติเลย” สุเจนแทบจะละเมอเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกสัดส่วนโค้งเว้าอย่างหิวโหย ก่อนจะใช้สองมือหนาบีบเคล้นนวลเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างกระหาย สลับส่งเต้าอวบเข้าอุ้งปากร้อนให้ครอบครองทันที“อื้อ...คุณเจน อื้ย อ๊ะ อี๊ยยย... ดูดของพิมพ์เบาสิคะ” พิมพ์ประภาสะท้านเฮือก เธอไม่คิดว่าเขาจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะอยากร่วมรักกับเธอเลยสักนิด ต้องขอบคุณพุฒินันท์สินะ ที่พูดจาต่ำทรามจนไปกระตุ้นความดิบเถื่อนของสุเจนออกมา!สุเจนดูดกินนมอวบราวกับเด็กทารกท
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินกลับที่พัก โรสรินทร์และบัวบุษยา ก็คอยพูดปลอบใจเพื่อนมาตลอดทางจนพิมพ์ประภาหายจากอาการโศกเศร้า พอถึงที่พัก พิมพ์ประภาก็ตัดสินใจเดินไปคุยกับสุเจนแฟนหนุ่มที่เดินเงียบมาตลอดทาง และก็ไม่ยอมแม้แต่จะเดินขึ้นไปยังที่พัก“คุณเจนคะ” พิมพ์ประภาเอ่ยขึ้นด้านหลังของเขา เธอตัดสินใจแล้วว่าควรเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องไปเลย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงแต่ยืนนิ่ง ๆ มองออกไปยังชายหาดด้านนอกเท่านั้น“คุณรังเกียจและโกรธพิมพ์มากเลยใช่ไหมคะ”“ครับ” ถ้อยคำที่เอ่ยตอบทำให้หญิงสาวน้ำตาร่วงทันที แขนขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพยายามพูดต่อไป จะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์ไม่ว่าอะไรคุณหรอก เพราะพิมพ์เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเธอเสียใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ หันหลังเตรียมตัวจะเดินกลับขึ้นห้องไป ด้วยรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมรับอดีตของเธอ แต่พิมพ์ประภาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อถูกแขนแกร่งโอบร่างเธอเอาไว้จากทางด้านหลังทุกคนที่เหลือต่างยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปห้องใครห้องมัน และปล่อยใ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คุณภูมินทร์บิดาของตรีภพก็เดินทางมาเจรจาขายหุ้นให้กับกันตธีร์ จนเขากลายมาเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในบริษัทของพรตพิพัฒน์และกลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตของลูกสาว พรตพิพัฒน์ยอมให้กันตธีร์แต่งงานกับบุตรสาวเพราะมั่นใจในความรักของกันตธีร์ที่มีต่อบัวบุษยาแต่งงานของบัวบุษยาได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วทุกอย่างก่อนหน้านี้แล้ว จะเปลี่ยนก็แค่เพียงเจ้าบ่าวในงานเท่านั้น และหลังจากส่งตัวทั้งคู่เข้าห้องหอก็เป็นอันสิ้นพิธีการทั้งหมด“ผมขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ที่คุณเห็นแก่ความรักของเด็ก ๆ ทั้งสอง” วุฒิไกรกล่าวขึ้นกับพรตพิพัฒน์หลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อยแล้ว“ผมก็ขอบคุณเช่นกันครับ” พรตพิพัฒน์ตอบ“ผมดีใจที่ลูกชายผมได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ถ้าคุณอยากได้ลูกสาวเอาไว้ช่วยงานจริง ๆ ผมก็ไม่ขัดที่จะให้หนูบัวอยู่ช่วยงานคุณที่นี่” วุฒิไกรกล่าวขึ้นเขายอมทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก“หื้อ!!!..คุณก็..อย่าไปแยกเค้าทั้งสองเลยครับ ผมมีคนช่วยอยู่แล้ว” เขายิ้มกว้างและเหลือบไปมองทางรุจิกานต์ที่ยืนอยู่“มองอะไรคะคุณพรต กานต์คงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะคะ ไม่ต้องมาขอร้อง”“ผมก็ไม่ได้ให้คุณมาช่ว







