Masuk“ก็พนักงานใหม่ของคุณพ่อน่ะสิคะ เดินไม่รู้จักระวัง... จนบัวเกือบจะขับชนเข้าให้แล้วเนี่ย!” บัวบุษยา สะบัดเสียงอย่างขัดใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตบึ้งตึง ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปด้วยความกรุ่นโกรธที่ยังไม่จางหาย
“นี่บัวเกือบขับรถชนพนักงานงั้นเหรอลูก!” คุณพรตพิพัฒน์ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจคนเป็นพ่อหล่นวูบ บุตรสาวได้แต่พยักหน้าเพียงเล็กน้อย
“แล้วนี่เขาอยู่ไหน เจ็บตรงไหนหรือเปล่า คุณพ่อบอกบัวกี่ครั้งแล้วว่าอย่าขับรถเร็วในเขตโรงงาน!”
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณพ่อ บัวยังไม่ได้ชนเขาสักหน่อย!” หญิงสาวรีบท้วงเมื่อเห็นบิดาทำท่าจะดุชุดใหญ่
“แล้วบัวจะรีบอะไรหนักหนาล่ะลูก หรือว่า... จะรีบไปเที่ยวอีกแล้ว?”
“ค่ะ... พอดีบัวนัดกับยัยพิมพ์แล้วก็ยัยโรสไว้น่ะค่ะ ไปช้าบัวกลัวรถติด” เธอตอบพลางเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมืออย่างกระวนกระวาย
“แต่วันนี้พ่อมีเรื่องจะคุยกับลูกนะ”
“ก็เอาไว้วันหลังสิคะ วันนี้บัวมีนัดแล้ว”
“แล้วนี่เขาไปไหนเสียแล้วล่ะ” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามพลางกวาดสายตาคมดุผ่านแว่นตาคู่หนา มองหาพนักงานหนุ่มที่รุจิกานต์เพิ่งจะฝากฝังมาทำงานอย่างลับๆ บัวบุษยาขบเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่สบอารมณ์ที่ไอ้พนักงานมอมแมมคนนั้นทำให้เธอต้องกลายเป็นฝ่ายโดนดุ
“เค้าขึ้นรถเมล์ไปนู่นแล้วค่ะ!” หญิงสาวบุ้ยปากไปยังรถประจำทางคันใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ ชั่วขณะนั้นสายตาของเธอประสานเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างรถเมล์พอดี... แม้จะอยู่ไกล แต่ความรู้สึกประหลาดกลับแล่นปราดเข้าสู่หัวใจเธอจนต้องรีบเบือนหน้าหนี
“คุณพ่อจะไปห่วงอะไรเค้านักหนาคะ กะอีแค่พนักงานกระจอกๆ คนเดียว บัวบอกแล้วไงว่าไม่ได้ชน ก็แค่เกือบชน เท่านั้นแหละค่ะ”
พรตพิพัฒน์ถอนหายใจออกมาอย่างระอาในความเอาแต่ใจของบุตรสาว เขามองตามรถเมล์คันนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด พลางนึกถึงรุจิกานต์ที่ย้ำนักย้ำหนาว่าชายหนุ่มคนนี้คือญาติสนิทที่กำลังมีปัญหากับครอบครัว และขอให้เขาช่วยรับเข้าทำงาน
“คราวหลังอย่ารีบร้อนแบบนี้อีก แล้วบัวจำได้ไหมว่าเขาอยู่แผนกไหน” บิดาถามหยั่งเชิง เพราะตอนที่เซ็นอนุมัติเขาก็ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก
“ดูจากชุดสกปรกๆ แบบนั้นก็น่าจะฝ่ายผลิตค่ะ” เธอตอบอย่างเหยียดหยาม แต่รูปร่างของเขากลับติดตาเธอจนลบไม่ออก
เมื่ออบรมกิริยาบุตรสาวเสร็จเรียบร้อย คุณพรตพิพัฒน์ก็ผละออกไปขึ้นรถตู้สีดำเพื่อไปทำธุระต่อ ปล่อยให้บัวบุษยายืนหน้างออยู่ท่ามกลางไอร้อนของถนน หญิงสาวกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างขัดใจ ก่อนจะมุดตัวเข้าไปในรถสปอร์ตคันหรูแล้วขับกระชากออกตัวไปด้วยแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่น
“อย่าให้ฉันเจอนายอีกนะ ไอ้พนักงานฝ่ายผลิต ฉันจะไล่ออกให้ดู!” เธอบ่นอย่างอารมณ์เสีย
ผัวะ!!!..ร่างของตรีภพกระเด็นหวือไปตามแรงกระแทกมหาศาล ราวกับถูกรถบรรทุกชนเข้าอย่างจัง ศีรษะของเขาฟาดเข้ากับเสาปูนอย่างรุนแรงจนเสียงดังสนั่น เลือดสีแดงฉานไหลอาบใบหน้าที่เคยดูดี ทันใดนั้น ร่างของปวินก็ถูกกระชากคอเสื้อจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงกระเด็นตามไปติดๆ จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า“ไอ้สารเลว...อย่าอยู่เลยมึง!!!!” น้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยโทสะพยาบาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ กันตธีร์ ที่ก้าวเข้ามาปานสายฟ้าแลบพายุโทสะชายหนุ่มยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด กันตธีร์ไม่รอช้าเขาจดจ้องไปยังใบหน้าของตรีภพที่กำลังมึนงง หมัดหนัก ๆ ถูกกระแทกเข้าที่โหนกอย่างแม่นยำและรุนแรงจนหน้าหันในวินาทีที่ตรีภพถูกถีบจนกระเด็นไปกระแทกเสาปูนจนเลือดอาบ ปวินที่กำลังล็อกแขนบัวบุษยาอยู่ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาเห็นว่าเป็นกันตธีร์ เขาก็รีบปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วพยายามจะพุ่งเข้าไปขวางทางเพื่อช่วยตรีภพตามสัญชาตญาณของลูกน้องที่หวังประจบเจ้านายใหม่“เฮ้ย! ไอ้กันต์หยุด... อั๊ก!”ปวินยังพูดไม่ทันจบประโยค เท้าขวาตรงของกันตธีร์ก็พุ่งเข้าใส่ยอดอกของเขาอย่างจัง แรงปะทะทำเอาปวินตัวงอเป็นกุ้ง หายใจไม่ออกไปชั่วขณะ กันตธีร์ไม่ปล่อยจังห
หนึ่งเดือนต่อมา...ยามเช้าตรู่ของวันทำงานที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความสงบ บัวบุษยาขออนุญาตสามีสุดที่รักเพื่อแวะไปเยี่ยมเยียนบิดาที่บริษัท แต่ก่อนจะไปถึงที่นั่น เธอตั้งใจจะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ด้วยความเร่งรีบ ร่างระหงรีบก้าวเข้าไปคว้าสิ่งของจำเป็นที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินลัดเลาะกลับมายังลานจอดรถด้านหลังที่ยังคงเงียบสงัดทันใดนั้น...เท้าของเธอกลับต้องชะงักกึก เลือดในกายพลันชาวูบไปทั้งตัว เมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือร่างของ ตรีภพ อดีตว่าที่เจ้าบ่าวผู้โฉดชั่ว“สวัสดีครับน้องบัว... เพิ่งแต่งงานใหม่ เป็นไงมีความสุขมั้ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำเอาบัวบุษยาตัวแข็งทื่อ ตรีภพยืนพิงรถยนต์คันหรู แววตาที่จ้องมองมานั้นเจ้าเล่ห์และคุกคามอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มหยันของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องจะตะครุบเหยื่อ แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลยิ่งกว่า คือชายที่ยืนอยู่ข้างกายเขา... ปวิน อดีตลูกน้องคนสนิทของบิดา“คุณตรีภพ! คุณปวิน!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับกระชับถุงของใช้ในมือแน่น“สวัสดีครับคุณบัว” ปวินเอ่ยทักทาย สายตาที่เคยมองเธอด้วยความเคารพบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็น
พายุสวาทโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อพิมพ์ประภาเริ่มบทปรนเปรอด้วยความช่ำชอง เธอส่งความแข็งขืนใหญ่โตของสุเจนเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างทะนุถนอม สลับกับการออกแรงดูดเม้มรุนแรงจนชายหนุ่มแทบจะระเบิดคาปากของเธอ สุเจนเสียวจนแทบขาดใจ ร่างกายแกร่งสั่นสะท้านไปกับจังหวะการชักเข้าออกที่นุ่มนวลแต่ร้อนแรง“อ่า..ซี๊ด!!! พิมพ์จ๋า คุณเก่งจัง... ผมชอบลิ้นของคุณ ชอบปากของคุณ ที่รัก โอ๊ยยย!!”เขาครางเสียงกระเส่าเมื่อลิ้นเล็กวนรอบส่วนหัวที่บวมเป่ง น้ำกามอุ่นใสเริ่มเอ่อซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือน้อยลูบไล้ไปตามมัดกล้ามแกร่ง สุเจนหยัดตัวขึ้นรับสัมผัสจากปลายลิ้นของเธออย่างโหยหา เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ใช้ปากได้เก่งกาจขนาดนี้มาก่อน ความชำนาญของเธอทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยไร้ประสบการณ์ไปในทันทีเมื่ออารมณ์รักพุ่งถึงขีดสุด สุเจนก็ไม่อาจทนให้เธอปรนเปรอฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป เขาจับตัวมังกรยักษ์มาจ่อที่ปากถ้ำสวาท ลากผ่านจุดอ่อนไหวขึ้นลงจนเกิดเสียงครางระงมไปทั้งห้อง“อ๊ายย คุณเจน อย่าบี้ตรงนั้นของพิมพ์สิคะ... อื้ยยย!!” พิมพ์ประภาเสียวไปถึงสันหลัง กระตุกเกร็งรับแรงบดคลึงจากท่อนเอ็นร้อน“ฟิตจังที่รัก... แน่นอะ” เขาขบกรามแน่
เสียงคลื่นที่ซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบา ผ้าม่านพลิ้วไหวเข้าสู่ห้องพักริมทะเลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปรารถนา สุเจนจ้องมองดวงตาที่ฉ่ำปรือของพิมพ์ประภา หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึกที่กำลังจะเข้าสู่สมรภูมิรักมือหนาดึงรูดซิปด้านหลังชุดเดรสออกอย่างชำนาญ ผ้าแพรเนื้อบางร่วงหล่นสู่พื้น เผยให้เห็นเรือนร่างงามตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาของเขา สุเจนสะกิดเพียงนิด บราสีหวานก็หลุดออกจากเต้านมอวบใหญ่ของหญิงสาว ปทุมถันสองข้างชูชันอย่างท้าทายกลางอากาศ พลันกระตุ้นเลือดในกายให้พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง“คุณพิมพ์...คุณสวยมากเลยครับ สวยไปทั้งตัวแบบไม่มีที่ติเลย” สุเจนแทบจะละเมอเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกสัดส่วนโค้งเว้าอย่างหิวโหย ก่อนจะใช้สองมือหนาบีบเคล้นนวลเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างกระหาย สลับส่งเต้าอวบเข้าอุ้งปากร้อนให้ครอบครองทันที“อื้อ...คุณเจน อื้ย อ๊ะ อี๊ยยย... ดูดของพิมพ์เบาสิคะ” พิมพ์ประภาสะท้านเฮือก เธอไม่คิดว่าเขาจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะอยากร่วมรักกับเธอเลยสักนิด ต้องขอบคุณพุฒินันท์สินะ ที่พูดจาต่ำทรามจนไปกระตุ้นความดิบเถื่อนของสุเจนออกมา!สุเจนดูดกินนมอวบราวกับเด็กทารกท
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินกลับที่พัก โรสรินทร์และบัวบุษยา ก็คอยพูดปลอบใจเพื่อนมาตลอดทางจนพิมพ์ประภาหายจากอาการโศกเศร้า พอถึงที่พัก พิมพ์ประภาก็ตัดสินใจเดินไปคุยกับสุเจนแฟนหนุ่มที่เดินเงียบมาตลอดทาง และก็ไม่ยอมแม้แต่จะเดินขึ้นไปยังที่พัก“คุณเจนคะ” พิมพ์ประภาเอ่ยขึ้นด้านหลังของเขา เธอตัดสินใจแล้วว่าควรเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องไปเลย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงแต่ยืนนิ่ง ๆ มองออกไปยังชายหาดด้านนอกเท่านั้น“คุณรังเกียจและโกรธพิมพ์มากเลยใช่ไหมคะ”“ครับ” ถ้อยคำที่เอ่ยตอบทำให้หญิงสาวน้ำตาร่วงทันที แขนขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพยายามพูดต่อไป จะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์ไม่ว่าอะไรคุณหรอก เพราะพิมพ์เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเธอเสียใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ หันหลังเตรียมตัวจะเดินกลับขึ้นห้องไป ด้วยรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมรับอดีตของเธอ แต่พิมพ์ประภาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อถูกแขนแกร่งโอบร่างเธอเอาไว้จากทางด้านหลังทุกคนที่เหลือต่างยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปห้องใครห้องมัน และปล่อยใ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คุณภูมินทร์บิดาของตรีภพก็เดินทางมาเจรจาขายหุ้นให้กับกันตธีร์ จนเขากลายมาเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในบริษัทของพรตพิพัฒน์และกลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตของลูกสาว พรตพิพัฒน์ยอมให้กันตธีร์แต่งงานกับบุตรสาวเพราะมั่นใจในความรักของกันตธีร์ที่มีต่อบัวบุษยาแต่งงานของบัวบุษยาได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วทุกอย่างก่อนหน้านี้แล้ว จะเปลี่ยนก็แค่เพียงเจ้าบ่าวในงานเท่านั้น และหลังจากส่งตัวทั้งคู่เข้าห้องหอก็เป็นอันสิ้นพิธีการทั้งหมด“ผมขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ที่คุณเห็นแก่ความรักของเด็ก ๆ ทั้งสอง” วุฒิไกรกล่าวขึ้นกับพรตพิพัฒน์หลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อยแล้ว“ผมก็ขอบคุณเช่นกันครับ” พรตพิพัฒน์ตอบ“ผมดีใจที่ลูกชายผมได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ถ้าคุณอยากได้ลูกสาวเอาไว้ช่วยงานจริง ๆ ผมก็ไม่ขัดที่จะให้หนูบัวอยู่ช่วยงานคุณที่นี่” วุฒิไกรกล่าวขึ้นเขายอมทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก“หื้อ!!!..คุณก็..อย่าไปแยกเค้าทั้งสองเลยครับ ผมมีคนช่วยอยู่แล้ว” เขายิ้มกว้างและเหลือบไปมองทางรุจิกานต์ที่ยืนอยู่“มองอะไรคะคุณพรต กานต์คงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะคะ ไม่ต้องมาขอร้อง”“ผมก็ไม่ได้ให้คุณมาช่ว







