ログインหน้าตาเข้มคมคายเสริมความดุดันด้วยเรียวหนวดเหนือริมฝีปากหยักได้รูป คือสิ่งแรกที่เธอสะดุดตา
ความสมาร์ทของรูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างรวมถึงบุคลิกที่มีความเป็นผู้นำพึ่งพาได้ คือความเย้ายวนใจ
ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้นายจ้าง ความรู้สึกอบอุ่นและโหยหาแปลกๆ มักจะเกิดขึ้นกับเธอ
ความรู้สึกที่เธอมีต่อนายจ้างวัยมากกว่ารอบครึ่งค่อนข้างแปลก
เธอรู้ว่าเขาเป็นพ่อที่ดีมากๆ อย่างที่น่าจะได้รับเหรียญรางวัลพ่อดีเด่นนั่นเลย แต่ก็ไม่ได้อยากได้เขามาเป็นพ่อ ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาออกจะห่างไกลความรู้สึกของลูกมีต่อพ่อ
ถึงปรารถนาจะได้รับความเอาใจใส่ อยากได้ความอบอุ่นจากเขา ก็เป็นความปรารถนาที่ต่างออกไป
เธออยากให้เขาทั้งกอดและจูบเธอ มอบความตื่นเต้น ปลุกความตื่นเร้าที่เต็มไปด้วยความดื่มด่ำเร่าร้อนลึกซึ้งแก่เธอ
ผู้ชายวัยเท่าเขาคงไม่ได้มีความชำนาญแต่เฉพาะในงานที่ทำอยู่ ประสบการณ์ด้านอื่นๆ ก็คงเชี่ยวชาญไม่แพ้กัน เป็นไปได้ว่าเขาจะเป็นนักรักที่ช่ำชองพอๆ กับความสามารถในการบริหารธุรกิจในฐานะประธานบริษัท
แค่นึกถึงมือหนาสีน้ำตาลลูบไล้ในลักษณะเล้าโลมเรือนกายเปล่าเปลือยเธออย่างผู้ชำนาญการ เธอก็เกิดอาการวาบหวามส่วนลึก แทบจะเสียดจุกแน่นในช้องท้องตามด้วยความเสียวซ่านยังจุดซ่อนเร้นกลางกายสาว
“คุณจิรางค์... คุณจิรางค์คะ”
หญิงสาววัยสามสิบเจ็ดสะดุ้ง
“เอ่อ คุณทิว่าอะไรนะคะ ดิฉันไม่ทันฟัง”
ถามตะกุกตะกัก เกรงเหลือเกินว่าตนจะแสดงพิรุธให้หญิงสาววัยอ่อนกว่ารู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
“นั่นแน่! ฝันถึงใครอยู่เอ่ย หรือว่ากำลังฝันถึงนัดสำคัญเย็นนี้คะ” ทิราภาทำเสียงล้อ
“นัดสำคัญ? อ๋อ ไม่มีหรอกค่ะ”
ปฏิเสธยิ้มๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแก้มที่ร้อนวูบวาบจะไม่ก่ออาการหน้าแดงออกนอกหน้า
“ทิทราบว่าคุณจิรางค์ยังโสด แต่จะให้เชื่อหรือคะว่ายังไม่มีคนรู้ใจ”
“เพราะดิฉันก็อายุมากแล้วใช่มั้ยคะ” ถามยิ้มๆ
“แหม...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ทิแค่เห็นว่าคุณจิรางค์ออกสวย ถ้าไม่รู้อยู่ก่อนทิคงคิดว่าคุณจิรางค์เกิดก่อนทิไม่กี่ปี แล้วจะให้เชื่อหรือคะว่ายังไม่มีหนุ่มในดวงใจ”
“ก็ยังไม่มีจริงๆ นี่คะ”
ทิราภาทำหน้าสงสัย แต่ไม่กล้าถามต่อเพราะกลัวจะเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวผู้อื่นจนน่าเกลียด
“เอาเถอะค่ะ จะพยายามเชื่อ ทิไปก่อนนะคะ รบกวนคุณจิรางค์นานละ”
จิรางค์ไม่ได้ทักท้วงที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ให้คำตอบจากประโยคคำถามที่เธอถามออกไปก่อนตกอยู่ในภาวะใจลอย
ทิราภาเองก็ดูจะลืมไปว่าตนยังไม่ได้ตอบคำถามเลขาหน้าห้องของบิดา แต่ไม่ลืมเรื่องที่เพิ่งรู้มา
นึกไม่ออกจริงๆ ว่าบิดาไปรู้จักมักคุ้นรัฐมนตรีกลาโหมตั้งแต่เมื่อไหร่ ติดต่อกันในเรื่องใด
หากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หรือพาณิชย์ กระทั่งรัฐมนตรีต่างประเทศ จะไม่แปลกใจเลย แต่นี่เป็นกระทรวงที่ทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติเป็นหลัก
<>
“กัปตันเตือนแล้วนะคุณ รัดเข็มขัดได้แล้ว เครื่องกำลังจะลง”
“บ้าจริง! ตกใจหมด”
มองตาเขียวประกอบคำพูดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบ้าๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อใบหน้าคมสันของคนนั่งข้างชะโงกเข้ามาพูดใกล้ จนเธอสัมผัสในลมหายใจอุ่นของเขาได้อย่างถนัดถนี่ กระทั่งฆานประสาททำพิษยามรับรู้ถึงกลิ่นกายชาย
กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นเนื้อแท้ของชายชาตรีกับกลิ่นน้ำยาหลังโกนหนวด อาจผสมกลิ่นโคโลญจน์ผู้ชายลอยเข้าจมูก ส่งผลต่อระบบการเต้นของหัวใจ
“ใจลอยถึงไหน ผมพูดแค่นี้ถึงกับตกใจ”
“จะพูดไกลๆ หน่อยไม่ได้หรือไง มันเรื่องอะไรถึงต้องมาพูดข้างหูฉันด้วยล่ะ”
“กลัวไม่ได้ยิน เห็นนั่งตาลอย”
“หูไม่ได้หนวกจะได้ไม่ได้ยิน”
“ขนาดว่าได้ยิน ผมพูดด้วยเบาๆ ยังสะดุ้งโหยง คิดถึงแฟนอยู่หรือครับ แต่เอ... ผมก็ทำงานที่รัตนกิจฯ กว่าสองเดือนมาแล้วไม่เห็นได้ยินว่าลูกสาวท่านประธานมีแฟนแล้วเลยนี่ครับ”
“จะมีหรือไม่มีทำไมฉันต้องป่าประกาศด้วยล่ะ”
ทำเสียงขวางเข้าใส่
“นั่นสินะ ผมลืมไปว่าคุณหนูทิราภาชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าอวดตัวในเรื่องแบบนี้”
ดวงตาคู่งามตวัดผ่านหน้าเจ้าของเสียงห้าวมีกังวานทุ้มนุ่มหู ด้วยความหมั่นไส้ท่าทีราวกับจะเข้าใจอุปนิสัยของเธอ ระคนเคืองใจที่ดูเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยหากว่าเธอจะมีแฟนแล้ว
เอ๊อ! แล้วเธอหวังจะให้เขารู้สึกอะไรล่ะ
ผิดหวังเมื่อรู้ว่าเธอมีคนรักแล้วอย่างนั้นหรือ?
บ้าจริง! ยายทิ คิดอะไรของเธอเนี่ย?
ภานนท์หัวเราะหึๆ มองใบหน้าสดแอร่ม ปลายคางมนเชิดน้อยๆ ด้วยสายตาที่...
แน่นอน ถ้าคนถูกมองจะปรายตามองมาสักนิดก็คงถึงกับชะงักงัน
ขณะเดินทางออกจากสนามบิน โทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ส่งเสียงดัง เขากดรับทันที
ภานนท์ชำเลืองมองคนข้างๆ พบว่าเจ้าหล่อนมองมาอย่างใคร่รู้
‘คุณพ่อของคุณ’ เขาทำปากพูดโดยไม่ออกเสียง เพื่อบอกให้รู้ว่าใครโทรมา โทรศัพท์ยังแนบข้างแก้ม
ทิราภาไม่รู้ว่าบิดาพูดอะไร แต่เห็นว่าคิ้วเข้มเหนือดวงตาสีน้ำเงินจัดเริ่มมุ่นเข้าหากัน
“คุณหนูแจน อย่าเพิ่งเข้าไปค่ะ คุณตากำลังทำงานนะคะ”เสียงเอะอะของพี่เลี้ยงเด็ก เรียกให้เจ้าของร่างสูงตรง หมุนตัวตั้งรับก่อนประตูห้องทำงานที่เขาหันหลังให้ จะเปิดผางเข้ามา“คุณตาขา...”เสียงเล็กใสนำมาก่อนร่างเล็กๆ จะวิ่งปร๋อเข้ามา ไม่ยอมฟังเสียงทัดทานใดๆ ของพี่เลี้ยงวัยสี่สิบปลายภานนท์ เบรนดอน โน้มตัวลงรับร่างบอบบางของเด็กหญิงวัยสี่ขวบที่โถมเข้าหา ทันทีที่ที่ถูกอุ้มขึ้น คนตัวเล็กก็ตวัดแขนเล็กๆ โอบฉับเข้ารอบลำคอแข็งแรงของผู้เป็นตาทันที“ว่าไง หลานสาวคนสวยของตา”น้ำเสียงของชายสูงวัยอ่อนโยนพอๆ กับสีหน้า ขณะมองหน้าเรียวใส ประดับด้วยนิลน้ำงามเม็ดใหญ่ที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่และยาย “คุณแม่ค่ะ คุณแม่บอกว่า...จะมีน้องให้แจนตั้งสองคนแน่ะ” เสียงเล็กใสรายงานแจ้วๆ “แล้วคุณแม่ยังบอกด้วย ว่าจะให้แจนช่วยเลี้ยงน้องด้วยค่ะ” “ลงจากรถได้ก็วิ่งลิ่วมาเลยนี่ก็เพื่อจะบอกคุณตานี้เอง” เสียงพูดดังมาก่อนร่างที่ยังดูอ้อนแอ้นแม้วัยจะอายุเข้าปีที่ห้าสิบเจ็ดภานนท์มองเลยไหล่ภรรยาไปด้านหลัง“ยายสาวกับตาจอชล่ะ ไม่ได้มาด้วยหรือ” เขาถามถึงบุตรสาวกับหลานชาย“สาวคุยอยู่กับอาจิที่ห้องนั่งเล่นแน่ะค่ะ” ทิราภ
“น้าเพชร...”“น้าเพชรขา!”ทันทีที่ชายหนุ่มร่างสูงตรงเดินเข้าประตูห้องโถงชั้นนอก เสียงเด็กชาย เด็กหญิงก็ประสานกันขึ้นทันทีทันใด ก่อนเด็กชายคนพี่จะวิ่งนำ มีน้องสาวตัวเล็กตามไปติดๆชายหนุ่มเพียงตบศีรษะหลานชายเบาๆ ทีหนึ่ง แต่ย่อตัวกางแขนรอรับร่างเล็กจ้อยของแม่สาวตัวน้อยๆ วัยเพียงสองขวบครึ่งที่โผเข้าหา “คิดถึงน้าเพชรที่ซู๊ด-เลย”เสียงฉอเลาะเล็กๆ ด้วยภาษาไทยฟังแปร่งน้อยๆ น่าเอ็นดูถึงแม้คุณย่าผู้ชาตินิยมจัด รวมไปถึงบิดามารดาต่างใช้ภาษาไทยสำหรับสื่อสารในครอบครัว ทว่าผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเรียงเรียน มีแต่ฝรั่ง การที่เด็กชาย อจิรวิชญ์ แอนดรูส์ แฮรี่ วิลเลียม โอ ฮาเบอร์ วัยหกขวบ กับเด็กหญิง จิรชยา เจสสิก้า โอ ฮาเบอร์ น้องจ๋าหรือจาญ่าวัย3 ขวบครึ่ง ยังพูดไทยกับคนใกล้ชิดได้แจ๋วๆ นับว่าเป็นความสำเร็จสำหรับเด็กที่สืบสายเลือดไทยสามในสี่ เกิดและโตในต่างแดน“น้าเพชรฮะ” เด็กชายอจิรวิชญ์เรียกผู้เป็นน้า แทรกเสียงหัวเราะคิกคักของน้องสาว ที่กำลังเบนหน้าเอนคอหนีปากจมูกของน้าหนุ่ม ที่ทำท่ากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าขย้ำลูกแกะน้อย ด้วยความจั๊กจี้ เพราะถึงใบหน้าของน้าเพชรจะดูเกลี้ยงเกลา แต่แก้มคางเร
“การที่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเฟย์รีนเมื่อเจอกันที่สระน้ำ ทั้งที่พี่รู้ว่าเขารู้จักกัน สนิทกันเลยละ เฟย์รีนเคยเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณพ่อ คริสต์มาสปีที่แล้วเขาก็ไปร่วมงานฉลองเทศกาลที่บ้าน วันนั้นทัชพลก็ไป คนไปกันเยอะ เป็นร้อย ก็มีทางเป็นไปได้หรอกว่าเขาอาจไม่ทันเห็นกันพอที่จะทำความรู้จักกัน แต่เผอิญพี่ไปเห็นเขาหลบไปคุยกัน ท่าทางเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน เฟย์รีนลาออกจากงานหลังจากนั้นโดยบอกว่าจะไปแต่งงานกับเศรษฐีกรีก แล้วก็จะย้ายไปอยู่กรีซ แต่มีคนของพี่ไปเห็นเขาที่ลองไอแลนด์สองเดือนให้หลัง พี่เริ่มสะดุดใจเลยให้คนของพี่ลองสืบดู พบว่าเฟย์รีนไม่เคยมีเศรษฐีกรีกที่ไหนมาติดพันด้วยซ้ำ แต่มีผู้ชายในชีวิตคนหนึ่ง ออกจะลึกลับ ไปมาหาสู่โดยไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา”จอมสุรางค์นิ่งฟัง“พี่สืบอยู่นาน อยากรู้ว่าผู้ชายลึกลับคนนี้เป็นใคร แต่ไม่เคยได้คำตอบ กระทั่งอะไรหลายๆ อย่างงวดเข้า ได้หลักฐานจากที่นั่นมานิดหน่วยงานโน้นให้มาหน่อย รวมถึงข้อมูลเชิงลึกว่าคนขโมยสูตรไปอาจจะเป็นคนเดียวกับเจ้าพ่อตลาดมืดในแถบเอเชียตะวันออก รู้จักกันในนามฝงเจีย”อชิรวิศเล่าเสียงเรียบ มีเพียงคิ้วที่ขมวดน้อยๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หล่อนก็ถูกพากลับขึ้นเรืออีกครั้ง“จุ๋มขอโทษ” หล่อนพูดเสียงอ่อนอ่อย มองหน้าขมวดบึ้งตึงด้วยนัยน์ตาโศกเชื่อม “แต่ที่จุ๋มตัดสินใจทำลงไปก็เพราะรู้ว่ามีคนพร้อมจะเข้าไปช่วยถ้าจุ๋มเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา แล้วจุ๋มก็ไม่ได้เดินเข้ากับดักคนร้ายโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือขาดสติ จุ๋มรู้ตั้งแต่คุยโทรศัพท์แล้วว่าเจ้าของเสียงร้องขอความช่วยเหลือไม่ใช่เพชร”“เรื่องนั้นพี่ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ารู้ได้ยังไง”เสียงพูดมายังห้วนกริ๊บ ขนาดว่าอยากรู้นะนั่น“ก็... อย่างแรกเลย จุ๋มรู้ว่าเพชรจะไม่มีวันขอร้องให้จุ๋มเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือเขา แต่คนที่โทรมาไม่รู้จักเพชรดี แล้วก็คงตั้งใจแสดงบทบาทคนถูกผู้ร้ายจับตัวมากไปหน่อย แต่ที่ทำให้จุ๋มรู้ว่าคนร้ายที่พูดกับจุ๋มต่อจากเพชรคือคุณธัชพล ถึงว่าเขาจะพยายามดัดเสียงให้แปลกไป แต่คงลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เขาออกเสียงเมื่อเรียกจุ๋ม ‘มิสธันยธร’ชัดมาก ชนิดคนไทยด้วยกันเท่านั้นจะออกเสียงได้ชัดไม่ผิดเพี้ยนเลยขนาดนั้น ประกอบกับที่พี่อชิบอกจุ๋มว่าคนร้ายอยู่บนเรือ ตอนที่จุ๋มรับโทรศัพท์มีเสียงอื้อๆ คล้ายเสียงลมพัดเข้าโทรศัพ์ชัดมาก แสดงว่าคนที่โทรมาคงจะโทรจากด
ก่อนปลีกตัวไปอชิรวิศได้สอนหล่อนเล่นจนเป็นหลายอย่าง ที่จอมสุรางค์ติดใจและกำลังเพลิดเพลิน เมื่อมีเจ้าหน้าที่ในคาสิโนเดินเข้ามาพูดเสียงนอบน้อมว่ามีโทรศัพท์ถึงหล่อน ก็คือตู้สล็อตแบบกดจอมสุรางค์ลุกไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่มุมเคาน์เตอร์ ไม่ได้สงสัยเลยว่าจะเป็นใครอื่น นอกจากคนที่เพิ่งผละไปไม่ทันจะถึงสิบนาที“มีอะไรคะ...”“พี่จุ๋ม...”เสียงพูดสวนมาฟังสั่นกระเส่าอย่างคนกำลังตกใจขีดสุด แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็จำได้ว่าเป็นเสียงของน้องชาย“ช่วย...ผมด้วย พวกมันจับตัวผมมา พี่จุ๋ม”“เพชร!” หล่อนเรียกน้องชายด้วยเสียงลุกลน “เพชรอยู่ที่ไหนบอกพี่ พวกไหนจับตัวเพชรไปไหน? แล้วมันต้องการอะไร เพชร...เพชร ได้ยินพี่มั้ย?”“ช่วยผมด้วย ผมกลัว...พี่จุ๋มต้องทำตามที่พวกมันบอกทุกอย่างนะ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่เหลือชีวิตกลับไปพบใครอีกแล้ว”“จ้ะ จ้ะ พี่สัญญา พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เพชรปลอดภัย เพชรต้องเข้มแข็งนะอย่า...กลัว จำได้ใช่มั้ยที่เราเคยเล่นกัน... อัศวินทะนง?”“ครับ ผม...จำได้ ผมจะไม่กลัว แต่พี่จุ๋มต้องมา...ช่วยผมนะ”มีเสียงครืดคราด คล้ายกับมีลมพัดเข้าโทรศัพท์ที่อยู่ปลายสายจอมสุรางค์พยายามจะ “ฮัลโหลๆ” แต่พอมีเสี
สรุปผลการพูดคุยหลังจุมพิตสะเทือนโลก จอมสุรางค์ต้องย้ายจากห้องพักหมายเลข 412 ที่เคยพัก มาพักห้อง414 ที่ชายหนุ่มพักอยู่เหตุผลสองข้อที่หล่องจำต้องยอม หนึ่ง นอกจากหล่อนจะไม่สามารถพักที่ห้องเพิ่งมีคนถูกฆาตกรรมสอง...ยังเป็นการง่ายที่เขาจะช่วยดูแลหล่อนให้ได้รับความปลอดภัยจอมสุรางค์พยายามหาทางออกแต่ตันไปเสียทุกทาง บนเรือไม่เหลือห้องว่างเลยคนที่ช่วยตัดสินให้ทำตามข้อสรุปก็คือบิดาของหล่อน เมื่ออชิรวิศติดต่อไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเครื่องมือสำหรับสื่อสารที่ทั้งสองฝ่ายใช้ติดตั้งกล้อง จึงสามารถพูดคุยกันอย่างเห็นหน้าเห็นตาบิดาของหล่อนพูดมาสีหน้าขึงขังหลังจากฟังเรื่องราวจบลง“ในเมื่อห้องพักพี่เขาเป็นห้องชุด มีห้องนอนสองห้อง จุ๋มก็พักกับพี่เขาละกันพ่อจะได้ไม่ห่วงมากนัก แล้วก็เชื่อฟังพี่เขาด้วยล่ะ อะไรที่เขาห้ามก็อย่าทำ พ่อรับรองได้ว่าอชิมีความหวังดีต่อจุ๋มพอๆ กับพ่อ”บิดาบอกมาเป็นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนั้น หล่อนจะพูดอะไรได้ล่ะนอกจากตอบกลับไปว่า “ค่ะ พ่อ” ทั้งที่คันปากยิบๆ อยากโพล่งออกไปเสียจริง ก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาท่านนั้น คนที่ท่านไว้ใจนักหนา ฉวยโอกาสที่หล่อนใจอ่อน ยอมให้เข้าถึงเนื้อ







