تسجيل الدخولด้วยวัยเพียงยี่สิบสามเมื่อเขาก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดรัตนกิจ ผลิตปุ๋ยจากมูลค้างคาวออกจำหน่าย สามปีให้หลังกิจการของเขาก็ครอบคลุมการผลิตยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆ จากพืชธรรมชาติ ไม่กี่ปีต่อจากนั้นเขารุกเข้าสู่ตลาดเคมีภัณฑ์อย่างเต็มตัว ‘ห้างหุ้นส่วนจำกัด รัตนกิจ’ ได้กลายเป็น ‘รัตนกิจอุตสาหกรรม’ มีขอบข่ายงานกว้างและลึก ผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตออกจำหน่ายมีนับไม่ถ้วนประเภทและชนิด มีห้องทดลองทันสมัยใหญ่โต มีเครื่องมือต่างๆ สำหรับงานวิจัยค้นคว้าครบครัน
ปีที่ผ่านมานี้เองรัตนกิจอุตสาหกรรมได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศถึงความสำเร็จเกี่ยวกับการทดลองวิจัย สร้างเม็ดพลาสติกเทียมที่สามารถย่อยสลายได้ภายในระยะเวลารวดเร็วกว่าการย่อยสลายของพลาสติกที่ใช้กันอยู่ทั่วไปถึงแปดสิบเท่า
ทิราภากำลังจะลุกกลับออกไป เมื่อมีเสียงเคาะประตูเบาๆ
ผู้ที่เยี่ยมหน้าเข้ามาเป็นหญิงสาววัยสามสิบกลางๆ
วาทีเลิกคิ้ว เมื่อเห็นเลขาส่วนตัวเหลือบมองบุตรสาวของเขาแล้วทำท่าลังเล
เมื่อรับจิรางค์ ภัทรไชย เข้ามาทำหน้าที่แทนสมสุข สว่างศรี เขาไม่ได้คาดหวัง ว่าหญิงสาวจะมีความสามารถทัดเทียมเลขาคนเก่าที่ร่วมงานกับเขามาตั้งแต่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัท แต่หญิงสาวก็พิสูจน์ตัวเองได้ภายในเดือนแรกว่าหล่อนคือเลขาทรงประสิทธิภาพคนหนึ่ง
ถ้าจะแตกต่างจากเลขาคนเก่าของเขาที่ขอเกษียณตัวเองออกไปเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน ก็คงเป็นที่วัยกับรูปร่างหน้าตา
นอกจากอายุน้อยกว่าสมสุข หล่อนยังมีรูปร่างหน้าตาสะสวยชวนมอง
พูดจริงๆ บ่อยครั้งมากเลยละที่เขาเห็นว่าเลขาของเขาคนนี้ นอกจากจะหน้าตาอ่อนเยาว์กว่าอายุสักสิบปี หล่อนยังมีความงามเย้ายวนภายใต้ท่าทีเอาการเอางาน
เขาคิดว่าหล่อนคงตกใจอาจถึงขั้นลาอออกจากงานไปเลยก็ได้ ถ้าได้รู้ว่ากลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากเครื่องประทินโฉมสำหรับหญิงสาวของหล่อน ทำให้เขาเกิดอาการตื่นตัวทางเพศ
หลายครั้งยามมองหล่อนหันหลังเดินออกประตู หลังจากรับคำสั่งเรื่องงานจากเขาเรียบร้อย ขณะมองแผ่นหลังตั้งตรงระเรื่อยลงมาที่สะโพกกลมผาย มายังเรียวขายาวงามบนรองเท้าส้นสูง เขาถึงกับปวดหนึบแก่นกายชายที่ปรารถนาจะได้รับการปลดปล่อยความเครียดจากราคะที่พุ่งขึ้นมา
“ท่านประยุทธ์โทรมาค่ะ ท่านจะรับสายเลย หรือว่า...”
จิรางค์ชะงักการรายงาน เหลือบมองบุตรสาวนายจ้างอีกแวบ
“เรียนท่านเดี๋ยวผมโทรกลับ”
“ได้ค่ะ”
ทิราภาถามขึ้นทันทีที่เลขาหน้าห้องของบิดาผลุบกลับออกไปพร้อมดึงประตูปิดให้อย่างเรียบร้อย
“ท่านประยุทธ์ที่ว่านี้คงไม่ใช่ท่านรัฐมนตรีกลาโหมคนปัจจุบันหรอกนะคะ”
“เผอิญว่าใช่ เอาละ หนูหมดธุระกับพ่อแล้วใช่มั้ย” วาทีพูดเรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ
ทิราภาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่เปลี่ยนใจ ลุกเดินออกประตูไปเงียบๆ
แต่แทนที่จะตรงไปยังห้องทำงานของตน กลับเข้าไปหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานเลขาของบิดาแทน
“คุณจิรางค์รู้มั้ยคะคุณพ่อมีธุระติดต่อกับรัฐมนตรีกลาโหมด้วยเรื่องอะไร”
จิรางค์ยิ้มให้หญิงสาววัยอ่อนกว่าเก้าปีด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานก่อนตอบ
“ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ รู้แค่ว่าท่านรัฐมนตรีฯ ติดต่อมาหลายครั้งตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งซ่อมครั้งหลังสุด ทีแรกดิฉันยังคิดว่าหรือทางพรรคการเมืองที่ท่านรัฐมนตรีสังกัดส่งท่านมาทาบทามคุณพ่อของคุณทิลงเล่นการเมืองอีกคน”
“เลือกตั้งซ่อมล่าสุดผ่านไปหลายเดือนแล้วนี่” ทิราภาตั้งข้อสังเกต “จะว่าติดต่อกันเรื่องธุรกิจ เท่าที่รู้ท่านนายพลประยุทธ์เป็นทหารอย่างแท้จริง หลายบริษัทเคยพยายามทาบทามเชิญท่านไปเป็นที่ปรึกษาบ้างอะไรบ้าง หวังจะอาศัยชื่อและยศตำแหน่งของท่านให้บริษัทของตนเป็นที่น่าเกรงขาม แต่ท่านปฏิเสธหมด ยังให้เหตุผลขำๆ ด้วยว่าถ้าท่านเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแวดวงธุรกิจ ก็คงเป็นนายทหารใจซื่อมือสะอาดต่อไปไม่ได้เพราะมัวคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ”
“ดิฉันก็ได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกัน ยังแปลกใจเมื่อท่านลาออกจากราชการมารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม”
จิรางค์สนับสนุนความเข้าใจบุตรสาวนายจ้าง ก่อนแทรกแง่คิดของตนเข้าไป
“เป็นไปได้มั้ยคะ เมื่อท่านลาออกจากงานราชการ และยังหันมาเล่นการเมืองท่านเริ่มสนใจธุรกิจการค้าขึ้นมา”
“เป็นอย่างนั้นจริงก็แล้วไปเถอะค่ะ กลัวแต่ว่าท่านจะติดต่อคุณพ่อด้วยธุระอย่างอื่นนะสิคะ”
“คุณทิเป็นห่วงอะไรหรือคะ”
จิรางค์ถามเสียงอ่อนโยน ความรักความผูกพันระหว่างพ่อลูกคู่นี้ ทำให้เธอนึกอิจฉาอยู่เงียบๆ ด้วยตัวเธอเองนั้นมีพ่อที่ยิ่งกว่าขาดความรับผิดชอบ
นอกจากไม่รับผิดชอบลูกเมีย ยังทำตัวเป็นภาระให้เมียเป็นฝ่ายหาเลี้ยงดูกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต
เธอไม่เคยลืมเสียงเอ็ดตะโรของพ่อขี้เมา หลายครั้งลงไม้ลงมือกับภรรยาเพราะไม่ได้ดังใจ เป็นต้นว่าไม่มีเงินให้ซื้อเหล้า
เธอคิดว่าตัวเองอาจจะตกนรกเมื่อตายไป ที่รู้สึกว่าพ่อแบบนั้นตายเสียได้ก็ดี
แต่ก็เป็นความจริง นับตั้งแต่พ่อที่ไร้ความรับผิดชอบจากไปชีวิตสองแม่ลูกก็ดีขึ้น ถึงแม้ว่ามารดาของเธอจะยังคงทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูส่งเสียบุตรสาวให้ได้รับการศึกษาสูงๆ แต่ท่านก็ไม่มีสีหน้าระทมทุกข์เช่นเมื่อครั้งยังมีสามีอยู่ร่วมบ้าน
จิรางค์พอจะรู้ตัวเองอยู่เหมือนกัน ประสบการณ์ในวัยเยาว์ที่มีพ่อขี้เมาขาดความรับผิดชอบ ทำให้เธอนึกรังเกียจผู้ชาย เป็นเหตุให้ตลอดวัยสาวกระทั่งอายุเลยสามสิบของเธอปราศจากเพศตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เห็นว่าผู้ชายคือเพศที่เธอจะต้องหลีกลี้หนีให้ห่าง กระทั่ง...ได้เข้ามาทำงานที่รัตนกิจอุตสาหกรรม ในตำแหน่งเลขาประธานบริหารสูงสุด
เธอเขินใจทุกครั้งที่ความรู้สึกเกลียดชังผู้ชายถึงขั้นขยะแขยงไม่เพียงแต่จะลดน้อยไปจากใจ แต่แทบจะลืมความรู้สึกนั้นยามอยู่ใกล้นายจ้างวัยห้าสิบสามที่ดูหนุ่มแน่นกว่าอายุสักสิบปี
“คุณหนูแจน อย่าเพิ่งเข้าไปค่ะ คุณตากำลังทำงานนะคะ”เสียงเอะอะของพี่เลี้ยงเด็ก เรียกให้เจ้าของร่างสูงตรง หมุนตัวตั้งรับก่อนประตูห้องทำงานที่เขาหันหลังให้ จะเปิดผางเข้ามา“คุณตาขา...”เสียงเล็กใสนำมาก่อนร่างเล็กๆ จะวิ่งปร๋อเข้ามา ไม่ยอมฟังเสียงทัดทานใดๆ ของพี่เลี้ยงวัยสี่สิบปลายภานนท์ เบรนดอน โน้มตัวลงรับร่างบอบบางของเด็กหญิงวัยสี่ขวบที่โถมเข้าหา ทันทีที่ที่ถูกอุ้มขึ้น คนตัวเล็กก็ตวัดแขนเล็กๆ โอบฉับเข้ารอบลำคอแข็งแรงของผู้เป็นตาทันที“ว่าไง หลานสาวคนสวยของตา”น้ำเสียงของชายสูงวัยอ่อนโยนพอๆ กับสีหน้า ขณะมองหน้าเรียวใส ประดับด้วยนิลน้ำงามเม็ดใหญ่ที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่และยาย “คุณแม่ค่ะ คุณแม่บอกว่า...จะมีน้องให้แจนตั้งสองคนแน่ะ” เสียงเล็กใสรายงานแจ้วๆ “แล้วคุณแม่ยังบอกด้วย ว่าจะให้แจนช่วยเลี้ยงน้องด้วยค่ะ” “ลงจากรถได้ก็วิ่งลิ่วมาเลยนี่ก็เพื่อจะบอกคุณตานี้เอง” เสียงพูดดังมาก่อนร่างที่ยังดูอ้อนแอ้นแม้วัยจะอายุเข้าปีที่ห้าสิบเจ็ดภานนท์มองเลยไหล่ภรรยาไปด้านหลัง“ยายสาวกับตาจอชล่ะ ไม่ได้มาด้วยหรือ” เขาถามถึงบุตรสาวกับหลานชาย“สาวคุยอยู่กับอาจิที่ห้องนั่งเล่นแน่ะค่ะ” ทิราภ
“น้าเพชร...”“น้าเพชรขา!”ทันทีที่ชายหนุ่มร่างสูงตรงเดินเข้าประตูห้องโถงชั้นนอก เสียงเด็กชาย เด็กหญิงก็ประสานกันขึ้นทันทีทันใด ก่อนเด็กชายคนพี่จะวิ่งนำ มีน้องสาวตัวเล็กตามไปติดๆชายหนุ่มเพียงตบศีรษะหลานชายเบาๆ ทีหนึ่ง แต่ย่อตัวกางแขนรอรับร่างเล็กจ้อยของแม่สาวตัวน้อยๆ วัยเพียงสองขวบครึ่งที่โผเข้าหา “คิดถึงน้าเพชรที่ซู๊ด-เลย”เสียงฉอเลาะเล็กๆ ด้วยภาษาไทยฟังแปร่งน้อยๆ น่าเอ็นดูถึงแม้คุณย่าผู้ชาตินิยมจัด รวมไปถึงบิดามารดาต่างใช้ภาษาไทยสำหรับสื่อสารในครอบครัว ทว่าผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเรียงเรียน มีแต่ฝรั่ง การที่เด็กชาย อจิรวิชญ์ แอนดรูส์ แฮรี่ วิลเลียม โอ ฮาเบอร์ วัยหกขวบ กับเด็กหญิง จิรชยา เจสสิก้า โอ ฮาเบอร์ น้องจ๋าหรือจาญ่าวัย3 ขวบครึ่ง ยังพูดไทยกับคนใกล้ชิดได้แจ๋วๆ นับว่าเป็นความสำเร็จสำหรับเด็กที่สืบสายเลือดไทยสามในสี่ เกิดและโตในต่างแดน“น้าเพชรฮะ” เด็กชายอจิรวิชญ์เรียกผู้เป็นน้า แทรกเสียงหัวเราะคิกคักของน้องสาว ที่กำลังเบนหน้าเอนคอหนีปากจมูกของน้าหนุ่ม ที่ทำท่ากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าขย้ำลูกแกะน้อย ด้วยความจั๊กจี้ เพราะถึงใบหน้าของน้าเพชรจะดูเกลี้ยงเกลา แต่แก้มคางเร
“การที่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเฟย์รีนเมื่อเจอกันที่สระน้ำ ทั้งที่พี่รู้ว่าเขารู้จักกัน สนิทกันเลยละ เฟย์รีนเคยเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณพ่อ คริสต์มาสปีที่แล้วเขาก็ไปร่วมงานฉลองเทศกาลที่บ้าน วันนั้นทัชพลก็ไป คนไปกันเยอะ เป็นร้อย ก็มีทางเป็นไปได้หรอกว่าเขาอาจไม่ทันเห็นกันพอที่จะทำความรู้จักกัน แต่เผอิญพี่ไปเห็นเขาหลบไปคุยกัน ท่าทางเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน เฟย์รีนลาออกจากงานหลังจากนั้นโดยบอกว่าจะไปแต่งงานกับเศรษฐีกรีก แล้วก็จะย้ายไปอยู่กรีซ แต่มีคนของพี่ไปเห็นเขาที่ลองไอแลนด์สองเดือนให้หลัง พี่เริ่มสะดุดใจเลยให้คนของพี่ลองสืบดู พบว่าเฟย์รีนไม่เคยมีเศรษฐีกรีกที่ไหนมาติดพันด้วยซ้ำ แต่มีผู้ชายในชีวิตคนหนึ่ง ออกจะลึกลับ ไปมาหาสู่โดยไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา”จอมสุรางค์นิ่งฟัง“พี่สืบอยู่นาน อยากรู้ว่าผู้ชายลึกลับคนนี้เป็นใคร แต่ไม่เคยได้คำตอบ กระทั่งอะไรหลายๆ อย่างงวดเข้า ได้หลักฐานจากที่นั่นมานิดหน่วยงานโน้นให้มาหน่อย รวมถึงข้อมูลเชิงลึกว่าคนขโมยสูตรไปอาจจะเป็นคนเดียวกับเจ้าพ่อตลาดมืดในแถบเอเชียตะวันออก รู้จักกันในนามฝงเจีย”อชิรวิศเล่าเสียงเรียบ มีเพียงคิ้วที่ขมวดน้อยๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หล่อนก็ถูกพากลับขึ้นเรืออีกครั้ง“จุ๋มขอโทษ” หล่อนพูดเสียงอ่อนอ่อย มองหน้าขมวดบึ้งตึงด้วยนัยน์ตาโศกเชื่อม “แต่ที่จุ๋มตัดสินใจทำลงไปก็เพราะรู้ว่ามีคนพร้อมจะเข้าไปช่วยถ้าจุ๋มเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา แล้วจุ๋มก็ไม่ได้เดินเข้ากับดักคนร้ายโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือขาดสติ จุ๋มรู้ตั้งแต่คุยโทรศัพท์แล้วว่าเจ้าของเสียงร้องขอความช่วยเหลือไม่ใช่เพชร”“เรื่องนั้นพี่ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ารู้ได้ยังไง”เสียงพูดมายังห้วนกริ๊บ ขนาดว่าอยากรู้นะนั่น“ก็... อย่างแรกเลย จุ๋มรู้ว่าเพชรจะไม่มีวันขอร้องให้จุ๋มเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือเขา แต่คนที่โทรมาไม่รู้จักเพชรดี แล้วก็คงตั้งใจแสดงบทบาทคนถูกผู้ร้ายจับตัวมากไปหน่อย แต่ที่ทำให้จุ๋มรู้ว่าคนร้ายที่พูดกับจุ๋มต่อจากเพชรคือคุณธัชพล ถึงว่าเขาจะพยายามดัดเสียงให้แปลกไป แต่คงลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เขาออกเสียงเมื่อเรียกจุ๋ม ‘มิสธันยธร’ชัดมาก ชนิดคนไทยด้วยกันเท่านั้นจะออกเสียงได้ชัดไม่ผิดเพี้ยนเลยขนาดนั้น ประกอบกับที่พี่อชิบอกจุ๋มว่าคนร้ายอยู่บนเรือ ตอนที่จุ๋มรับโทรศัพท์มีเสียงอื้อๆ คล้ายเสียงลมพัดเข้าโทรศัพ์ชัดมาก แสดงว่าคนที่โทรมาคงจะโทรจากด
ก่อนปลีกตัวไปอชิรวิศได้สอนหล่อนเล่นจนเป็นหลายอย่าง ที่จอมสุรางค์ติดใจและกำลังเพลิดเพลิน เมื่อมีเจ้าหน้าที่ในคาสิโนเดินเข้ามาพูดเสียงนอบน้อมว่ามีโทรศัพท์ถึงหล่อน ก็คือตู้สล็อตแบบกดจอมสุรางค์ลุกไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่มุมเคาน์เตอร์ ไม่ได้สงสัยเลยว่าจะเป็นใครอื่น นอกจากคนที่เพิ่งผละไปไม่ทันจะถึงสิบนาที“มีอะไรคะ...”“พี่จุ๋ม...”เสียงพูดสวนมาฟังสั่นกระเส่าอย่างคนกำลังตกใจขีดสุด แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็จำได้ว่าเป็นเสียงของน้องชาย“ช่วย...ผมด้วย พวกมันจับตัวผมมา พี่จุ๋ม”“เพชร!” หล่อนเรียกน้องชายด้วยเสียงลุกลน “เพชรอยู่ที่ไหนบอกพี่ พวกไหนจับตัวเพชรไปไหน? แล้วมันต้องการอะไร เพชร...เพชร ได้ยินพี่มั้ย?”“ช่วยผมด้วย ผมกลัว...พี่จุ๋มต้องทำตามที่พวกมันบอกทุกอย่างนะ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่เหลือชีวิตกลับไปพบใครอีกแล้ว”“จ้ะ จ้ะ พี่สัญญา พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เพชรปลอดภัย เพชรต้องเข้มแข็งนะอย่า...กลัว จำได้ใช่มั้ยที่เราเคยเล่นกัน... อัศวินทะนง?”“ครับ ผม...จำได้ ผมจะไม่กลัว แต่พี่จุ๋มต้องมา...ช่วยผมนะ”มีเสียงครืดคราด คล้ายกับมีลมพัดเข้าโทรศัพท์ที่อยู่ปลายสายจอมสุรางค์พยายามจะ “ฮัลโหลๆ” แต่พอมีเสี
สรุปผลการพูดคุยหลังจุมพิตสะเทือนโลก จอมสุรางค์ต้องย้ายจากห้องพักหมายเลข 412 ที่เคยพัก มาพักห้อง414 ที่ชายหนุ่มพักอยู่เหตุผลสองข้อที่หล่องจำต้องยอม หนึ่ง นอกจากหล่อนจะไม่สามารถพักที่ห้องเพิ่งมีคนถูกฆาตกรรมสอง...ยังเป็นการง่ายที่เขาจะช่วยดูแลหล่อนให้ได้รับความปลอดภัยจอมสุรางค์พยายามหาทางออกแต่ตันไปเสียทุกทาง บนเรือไม่เหลือห้องว่างเลยคนที่ช่วยตัดสินให้ทำตามข้อสรุปก็คือบิดาของหล่อน เมื่ออชิรวิศติดต่อไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเครื่องมือสำหรับสื่อสารที่ทั้งสองฝ่ายใช้ติดตั้งกล้อง จึงสามารถพูดคุยกันอย่างเห็นหน้าเห็นตาบิดาของหล่อนพูดมาสีหน้าขึงขังหลังจากฟังเรื่องราวจบลง“ในเมื่อห้องพักพี่เขาเป็นห้องชุด มีห้องนอนสองห้อง จุ๋มก็พักกับพี่เขาละกันพ่อจะได้ไม่ห่วงมากนัก แล้วก็เชื่อฟังพี่เขาด้วยล่ะ อะไรที่เขาห้ามก็อย่าทำ พ่อรับรองได้ว่าอชิมีความหวังดีต่อจุ๋มพอๆ กับพ่อ”บิดาบอกมาเป็นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนั้น หล่อนจะพูดอะไรได้ล่ะนอกจากตอบกลับไปว่า “ค่ะ พ่อ” ทั้งที่คันปากยิบๆ อยากโพล่งออกไปเสียจริง ก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาท่านนั้น คนที่ท่านไว้ใจนักหนา ฉวยโอกาสที่หล่อนใจอ่อน ยอมให้เข้าถึงเนื้อ







