FAZER LOGINณ ร้านอาหาร...หลังจากที่พราวฟ้าทำข้อตกลงกับปราชญ์เรียบร้อย ทั้งสองก็นัดแม่ของตนเองมาฟังข้อตกลงของทั้งคู่ที่ร้านอาหารวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือ พ่อของทั้งคู่นั้นได้เสียไปแล้วทั้งคู่ ทำให้เหลือแต่แม่เท่านั้นที่เป็นคนคอยดูแลทั้งคู่มาตั้งแต่เด็ก
“สวัสดีค่ะ คุณหญิงป้า” พราวฟ้าเอ่ยทักทายแม่ของชายหนุ่มก่อน เพราะทั้งสองครอบครัวค่อนข้างสนิทกันมาก เนื่องด้วยแม่ของเขาและแม่ชายหนุ่มนั้นเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยสาวๆ
“สวัสดีจ๊ะหนูพราวของป้า” เมื่อเจอหน้าพราวฟ้าแม่ของชายหนุ่มก็ตรงเข้าไปกอดหญิงสาวทันทีด้วยความเอ็นดูและอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้
“สวัสดีครับ คุณป้า” ชายหนุ่มเองก็รีบยกมือไหว้แม่หญิงสาวเช่นเดียวกัน
“ไหว้พระเถอะลูก” ฝากแม่ของพราวฟ้าก็รับไหว้ชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และหมายมั่นว่าจะต้องได้ชายหนุ่มตรงหน้ามาเป็นลูกเขยให้ได้
หลังจากทักทายกันเสร็จ ทั้งหมดก็ลงมือสั่งอาหาร และระหว่างรออาหารอยู่นั้น ก็เป็นพราวฟ้าที่เริ่มบทสนทนาก่อน
“คุณแม่ คุณหญิงป้าค่ะ ที่พราวกับปราชญ์นัดมาทานข้าวกันวันนี้ พราวกับปราชญ์มีเรื่องจะบอกค่ะ” หญิงสาวเว้นจังหวะแล้วมองหน้าชายหนุ่มให้พูดต่อ ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมพูดต่อจากหญิงสาวว่า
“ผมกับพราวตัดสินใจแล้วครับ ว่าเราสองคนจะลองศึกษาดูใจกันก่อน ว่าเราสองคนเข้ากันได้ไหม ขอเวลาพวกเราหน่อยได้ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ พราวเองก็อยากจะลองศึกษาปราชญ์ดูก่อนว่าเราสองคนพอจะอยู่ด้วยกันได้ไหม การแต่งงานมันไม่ใช้เรื่องเล่นๆ พราวอยากแน่ใจก่อนค่ะ”
เมื่อแม่ของพราวฟ้าและแม่ของปราชญ์ได้ฟังสิ่งที่ลูกทั้งสองเสนอมาก็มองหน้ากันสักครู่ก่อนที่ทั้งสองจะพยักหน้าโดยที่แม่ของพราวฟ้าเป็นคนเอ่ยออกมาก่อน
“ถ้าลูกสองคนตัดสินใจแล้วแม่ๆ ก็จะไม่เร่งรัดเราทั้งสอง ก็ดีเหมือนกันศึกษากันก่อน จะได้รู้จักกันมากขึ้น ใช่ไหมเธอ” แม่ของพราวฟ้าหันไปถามเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างกัน
“ในเมื่อลูกเสนอมาแบบนี้แม่ก็โอเค แล้วจะขอเวลาดูใจกันนานแค่ไหนละ”
“3 เดือนค่ะ ครับ” ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวต่างตอบพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ทำให้ทั้งสองหันหน้ามองกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งแม่ๆ ทั้งสองก็หันมายิ้มให้กันอย่างเลศนัย โดยที่ลูกทั้งสองของเธอไม่ทันได้เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของแม่ตัวเองสักนัด
“งั้นก็ตกลงตามนี้นะค่ะ เราสองคนจะลองศึกษากัน 3 เดือน แต่ถ้า 3 เดือนแล้วเราเข้ากันไม่ได้ คุณแม่กับคุณหญิงป้าห้ามบังคับเราสองคนแต่งงานกันนะค่ะ” พราวฟ้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ได้ ถ้าภายใน 3 เดือนแล้วเราสองคนยังรักกันไม่ได้แม่ๆ ก็จะไม่บังคับลูกให้แต่งงานกันเด็ดขาด” เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็ยิ้มออกมาทันทีที่แผนของชายหนุ่มได้ผล โดยที่พราวฟ้าไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่าทำไมมันถึงง่ายดายเช่นนี้
ทางฝั่งชายหนุ่มก็หันมาสบตากับผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์พร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ว่าแผนทั้งหมดผ่านไปได้ด้วยดี คงมีเพียงพราวฟ้าเท่านั้นที่ไม่รู้ว่ากำลังโดนสามคนนี้วางแผนตลบหลังเธอ เพราะกำลังดีใจว่าจะไม่ต้องแต่งงาน จนไม่ได้มองว่าทั้งสามคนกำลังส่งสายตาแบบไหนให้กัน
“เดี๋ยวพราวขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะค่ะ” หญิงสาวหันไปเอ่ยขอนุญาตผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนที่จะเดินออกไป
“ปราชญ์แกแน่ใจนะว่าแผนนี้จะได้ผล” แม่ของชายหนุ่มเอ่ยถามทันทีหลังจากที่พราวฟ้าลุกออกไป
“ครับผมมั่นใจ และถ้าแผนไม่สำเร็จผมมีแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“ถ้ามั่นใจแม่กับป้าไพลินก็เบาใจ ว่าแต่แผนสำรองนี่มันเป็นแบบไหนบอกแม่กับป้าไพลินได้ไหม เผื่อมีอะไรผิดพลาดแม่จะได้ตั้งรับถูก”
“บอกไม่ได้ครับ เอาไว้ถ้าผมต้องใช้แผนสำรอง ผมจะรบกวนคุณแม่กับคุณป้าแน่นอนครับ” พูดจบพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก
“ว่าแต่แกเต็มใจจะแต่งงานกับหนูพราวจริงๆ ใช่ไหม” แม่ชายหนุ่มถามอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจในตัวลูกชาย
“ครับผมแน่ใจ คุณแม่ก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับพราว”
“ฉันก็ถามให้แน่ใจสิ เห็นแกทำตัวเจ้าชู้ควงผู้หญิงไปทั่ว” แม่ของชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยความหมั่นใส้
“คุณแม่พูดแบบนี้เดี๋ยวคุณป้าก็ไม่ยกพราวให้ผมพอดี”
“ป้าไม่มีทางยกพราวให้ใครนอกจากปราชญ์อยู่แล้ว ป้าเชื่อใจว่าปราชญ์สามารถดูแลพราวได้” แม่ของหญิงสาวตอบกลับไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ขอบคุณครับที่คุณป้าไว้ใจผม ผมสัญญาว่าผมจะดูแลพราวให้ดีที่สุด และจะไม่ทำให้พราวต้องเสียใจเด็ดขาด” ปราชญ์ให้คำมั่นเป็นแม่พราวฟ้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาไม่เคยมั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย
“คุยอะไรกันอยู่ค่ะ แอบนินทาพราวหรือป่าวค่ะ”
“ใครจะกล้านินทาพราวกัน แม่กับป้าจาก็คุยกันเรื่องว่าจะไปปฏิบัติธรรมกันที่ไหนดี ใช่ไหมจา” แม่ชายหนุ่มรีบพยักหน้ารับทันที
“จะไปปฏิบัติธรรมกันอีกแล้วเหรอค่ะ” พราวฟ้าหันไปถามแม่ตัวเอง
“ใช่จ๊ะ ป้ากับแม่หนูนัดกันไว้สักพักแล้ว”
“งั้นพราวก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวอีกแล้วสิค่ะ”
“ถ้าพราวไม่อยากอยู่คนเดียวให้ปราชญ์มาอยู่เป็นเพื่อนไหม จะได้ใช้เวลาทำความรู้จักกันมากขึ้น” แม่หญิงสาวเสนอ
“ไม่เป็นไรค่ะ พราวแค่ล้อเล่น” พราวฟ้ารีบปฏิเสธทันทีที่แม่เธอพูดจบ
“แต่ความจริงให้ตาปราชญ์มาอยู่เป็นเพื่อนก็ดีนะแม่จะได้ไม่เป็นห่วง เธอว่าดีไหมจา”
“ก็ดีเหมือนกัน งั้นปราชญ์ก็มาอยู่เป็นเพื่อนพราวแล้วกัน ว่าไงเราสะดวกไหม” หันไปถามชายหนุ่มด้วยใบหน้าอมยิ้ม
“สะดวกครับ คุณแม่กับคุณป้าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมดูแลพราวเองครับ” ชายหนุ่มหันไปตอบผู้ใหญ่ทั้งสองคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“แต่พราวอยู่ได้จริงๆ นะค่ะ อีกอย่างพราวไม่อยากรบกวนปราชญ์ด้วย” พราวฟ้ารีบค้านเพราะไม่อยากอยู่กับชายหนุ่ม
“รบกวนอะไรกันผมเต็มใจ” ชายหนุ่มหันไปส่งยิ้มอย่างจริงใจให้หญิงสาว โดยในความรู้สึกของพราวฟ้านั้นมันช่างปลอมอะไรเช่นนี้ เมื่อปฏิเสธไม่ได้ พราวฟ้าก็ต้องยอมทำตามความประสงค์ของทุกคนต่อไป
หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อย ทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางคุณไพลินก็หันมาถามลูกสาวว่า
“พราวแม่ถามอะไรหน่อยสิ”
“ถามอะไรค่ะ”
“พราวมีคนในใจหรือยังลูก ถ้าพราวมีแล้วบอกแม่ได้เลยนะ แม่จะได้ไม่บังคับให้พราวต้องคบกับปราชญ์” คุณไพลินพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“พราวยังไม่มีใครค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะค่ะ พราวสัญญาแล้วว่าจะลองศึกษากับปราชญ์ ถ้าเข้ากันได้พราวก็จะแต่งงานกับปราชญ์ตามที่คุณแม่ต้องการค่ะ”
“ความจริงแม่ไม่ได้อยากบังคับพราวเลยนะ แต่แม่มองว่าปราชญ์เขาเป็นคนดีและน่าจะดูแลลูกของแม่ได้” หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็กรอกตาในความมืดพลางคิดว่า ผู้ชายอย่างนายนั่นน่ะเหรอเป็นคนดีแม่เธอดูตรงไหน ทั้งเจ้าชู้ ทั้งควงสาวไม่เลือก ทั้งกะล่อน ตั้งแต่รู้จักกันมาเธอยังไม่เห็นข้อดีของนายนั่นสักข้อ
“พราวเข้าใจค่ะ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วพราวเข้ากับปราชญ์ไม่ได้ แม่ก็ห้ามบังคับพราวอีกนะค่ะ”
“จ๊ะ แม่สัญญาว่าจะไม่บังคับพราวอีก” คุณไพลินตอบกลับไปพรางคิดในใจว่าแม่จะบังคับพราวได้ไงในเมื่อยังไงพราวก็ต้องแต่งงานกับปราชญ์อยู่แล้ว ไม่ว่ายังไงพราวก็หนีผู้ชายที่ชื่อปราชญ์ไม่พ้น คุณไพลินคิดอยู่ในใจอย่างมาดหมาย
ฝากกดติดตาม ฝากกดใจ ฝาก comment เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะค่ะ
หลังจากที่ได้คำตอบของความรู้สึกที่ตัวเองมีให้ชายหนุ่มแล้ว หญิงสาวก็นัดชายหนุ่มออกไปกินข้าวข้างนอก โดยที่หญิงสาวนั้นจองร้านอาหารที่อยู่บนตึกที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก“วันนี้คิดยังไงถึงชวนผมมากินอาหารที่นี่” ชายหนุ่มถามออกไปขณะที่อยู่ในลิฟท์“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากมากินเฉยๆ ““วันนี้คุณทำตัวแปลกๆ นะ”“แปลกตรงไหน”“ก็คุณ..” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบลิฟท์ก็เปิดออกพอดี“ถึงแล้ว” พูดจบหญิงสาวก็จับมือชายหนุ่มให้เดินตามตัวเองไปยังร้านอาหารที่จองไง“สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือเปล่าค่ะ”“จองไว้ค่ะ”“ไม่ทราบว่าจองชื่ออะไรค่ะ”“ภูริตาค่ะ” หลังจากที่พนักงานเช็คชื่อที่จองตรงกันก็เชิญทั้งคู่เข้าไปด้านในทันที“เชิญด้านนี้ค่ะ”“ค่ะ”เมื่อเข้ามาด้านในก็พบเข้ากับบรรยากาศของร้านที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวเพราะแต่ละโต๊ะค่อนข้างจะห่างกัน“โต๊ะนี้ค่ะ ที่ลูกค้าจองไว้” พนักงานหันมาบอกหนุ่มสาวทั้งสองที่เดินตามด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“ขอบคุณค่ะ”“เชิญครับคุณผู้หญิง” พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรับคำด้วยรอยยิ้มกับท่าทางของชายหนุ่ม“เมนูค่ะ”“ขอบคุณครับ คุณอยากทานอะไรเป็นพ
หลังจากที่กลับมาจากบ้านสวนหญิงสาวก็เริ่มทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับชายหนุ่มกันแน่ และที่ปรึกษาที่ดีที่สุดคงไม่พ้นเพื่อนรักอย่างพราวฟ้าตูดดด“ยัยพราวแกทำอะไรอยู่” เมื่อพราวฟ้ากดรับโทรศัพท์หญิงสาวก็กรอกเสียงลงไปทันที“ไม่ได้ทำอะไร ว่าแต่ช่วงนี้หายไปเลยนะ ติดเด็กเหรอย่ะ” พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนสาว“ติดบ้าอะไร”“เหรอค่ะ”“เย็นนี้แกว่างไหม ไปร้านเจ้แก้วกัน”“มีเรื่องอะไรถึงชวนไปร้านเจ้แก้ว”“มีเรื่องจะปรึกษา งั้นเย็นนี้เจอกันนะ”“โอเค เจอกัน”ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำหญิงสาวกำลังนั่งมองสายน้ำที่ไหลไป พร้อมกับคิดถึงเรื่องของตัวเองกับชายหนุ่มไปด้วย“นั่งเหม่อคิดอะไรอยู่จ๊ะ” เจ้แก้วเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามคนที่นั่งเหม่อลอยอยู่“ก็คิดไปเรื่อยเปื่อยน่ะเจ้”“แน่ใจ ไม่ใช่คิดถึงเรื่องเด็กนั่นอยู่หรอกเหรอ” เมื่อได้ยิมแบบนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มแหย่ๆ ออกไป“มีเรื่องอะไรที่แก้มปิดเจ้ได้บ้าง” พูดจบหญิงสาวก็ยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบแก้เก้อ“โน้นมาแหละ ที่ปรึกษาตัวแสบ” เจ้แก้วพยักหน้าไปทางพราวฟ้าที่เดินตรงมาที่โต๊ะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่“เหมือนเดิมเจ้” พราวฟ้าสั่งเครื่องดื่มทันท
เมื่อตกลงใจว่าจะพาชายหนุ่มไปบ้าน หญิงสาวก็โทรบอกแม่ว่าจะพาคนไปแนะนำให้รู้จัก"ฮัลโหล ว่าไง" แม่หญิงสาวกรอกเสียงไปตามสาย"อาทิตย์นี้แก้มกลับบ้านนะ จะพาคนไปแนะนำให้รู้จัก" หญิงสาวบอกทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์"จะพาแฟนมาบ้านรึไง" ปลายสายถามหยั่งเชิง"ก็ทำนองนั้น""แล้วเขาเป็นคนที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร พะ......." เมื่อได้ยินแบบนั้นปลายสายก็รั่วคำถามมาทันที"พอก่อนๆ เอาไว้ซักเจ้าตัวเขาเองนะ" หญิงสาวรีบห้ามเมื่อปลายสายรั่วคำถามมา"จะซักให้ขาวเลยคอยดู""ค่าา แค่นี้นะค่ะ" แล้วหญิงสาวก็รีบวางสายทันทีเมื่อถึงวันที่จะไปบ้านหญิงสาว ชายหนุ่มก็รู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก กลัวว่าตัวเองจะไม่ถูกใจว่าที่พ่อตาแม่ยาย ทำให้หญิงสาวต้องส่ายหน้าอย่างขบขันกับความกังวลของชายหนุ่ม"คุณ คุณว่าผมแต่งตัวเป็นยังไง โอเคไหม" พูดจบก็หมุนตัวให้หญิงสาวดู"นี่นายถามฉันตั้งแต่บนห้องจนถึงลานจอดรถนายก็ยังถามฉันอีกเนี่ยนะ" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ"ก็ผมตื่นเต้นนี่ กลัวจะแต่งตัวไม่ถูกใจว่าที่พ่อตาแม่ยาย" ชายหนุ่มบอกอย่างกังวล"พ่อกับแม่ฉันน่ะเป็นชาวสวนไม่เรื่องมากหรอก อะไรก็ได้ แค่เป็นคนดีไม่ทำให้ลูกสาวเขาเสียใจก็
เช้าวันใหม่ หลังจากที่ผ่านค่ำคืนแสนหวาน ชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ยังไม่ได้ลุกไปไหน เป็นชายหนุ่มที่ตื่นมาก่อนแต่ยังไม่ได้ลุกไปไหน เขานอนมองหญิงสาวที่กำลังหลับอยู่ พลางคิดว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเจอหญิงสาวหลับอยู่ในอ้อมกอดเขาแบบนี้ทุกวันเขาคงจะมีความสุขมาก เมื่อคิดได้ก็โน้มใบหน้าไปคลอเครียอยู่ที่ซอกคอหญิงสาว"อืมมม...อย่าแกล้งได้ไหม คนจะนอน" หญิงสาวครางอย่างรำคาญทั้งที่ยังไม่ลืมตาพร้อมกับหันหน้าหนี ชายหนุ่มได้ยินก็อมยิ้มอย่างเอ็นดู"ขี้เซาจริงๆ ตื่นได้แล้ว" เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มกระซิบอยู่ข้างๆ หูก็ทำให้หญิงสาวค่อยๆ งัวเงียลืมตาขึ้นมา หลังจากปรับแสงได้แล้วก็สบเข้ากับในตาของชายหนุ่มที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หญิงสาวนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทำให้หญิงสาวรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเขินอายขึ้นมาทันที เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ กับความน่ารักของหญิงสาว แล้วก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยนเนินนาน "พะ...พอแล้ว" เมื่อรู้สึกหายใจไม่ทันหญิงสาวก็ดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม แล้วคิดว่าที่ได้ไปเมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอ ไอ้คนไม่รู้จักพอ"สำหรับผมเท่าไหร่ก็
แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่างในห้องนอนของชั้นบนสุดของคอนโดหรู หลังจากที่ผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนปราชญ์นอนมองพราวฟ้าที่ตอนนี้หลับตาพลิ้มอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง“ตื่นได้แล้ว” ปราชญ์พูดจบก็ก้มหน้าลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวของพราวฟ้าอย่างอดใจไม่ไหว“อือออ อย่ากวนได้ไหม ฉันง่วง” พูดจบพราวฟ้าก็หันหน้าหนีสิ่งที่กำลังรบกวนการนอนของเธอ“ถ้าคุณไม่ตื่น ผมลักหลับคุณแน่” ปราชญ์ก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างใบหูของพราวฟ้าพร้อมกับแลบลิ้นออกมาหยอกเย้าที่ใบหูขาวสะอาดของพราวฟ้าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำให้พราวฟ้าจำเป็นต้องลืมตาตื่นขึ้นมาจากความง่วงงุนเพราะกลัวว่าปราชญ์จะทำอย่างที่พูดจริงๆ ซึ่งพราวฟ้าก็ได้สัมผัสมากับตัวจากเมื่อคืนแล้วว่าปราชญ์นั้นเป็นผู้ชายไม่รู้จักพอ ขนาดเธออ้อนวอนขอให้หยุดปราชญ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตามคำขอของเธอสักนิด จนเธอสลบคาอกเขานั่นแหละปราชญ์ถึงยอมหยุด“นายมีอะไร” พราวฟ้าหันมามองหน้าปราชญ์ด้วยความไม่พอใจที่ปราชญ์ปลุกเธอทั้งที่เธอนั้นแสนจะง่วง“ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เมื่อเห็นว่าพราวฟ้ายังนอนมองหน้าตัวเองนิ่งไม่ยอมขยับไปไหน ปราชญ์จึงเอ่ยประโยคเด็ดออกมา ซึ่งเมื่อพราว
ภายในผับหรูที่มีเสียงดนตรีเปิดคลอเบาๆ กับบรรยากาศมืดสลัว พราวฟ้ากำลังนั่งดื่มเหล้าพร้อมกับปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงชายหนุ่มแปลกหน้าเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น“แล้วเห็นว่ามากี่คนล่ะค่ะ” พราวฟ้าตอบกลับไปด้วยสายตาหวานเยิ้มเนื่องจากดื่มไปพอสมควรแล้ว“ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”“ตามสบายค่ะ”“ผมชื่อภัทร ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ”“พราวฟ้าค่ะ” ในขณะที่พราวฟ้ากำลังนั่งคุยกับชายหนุ่มแปลกหน้าอยู่นั้น ด้านบนชั้นสองของผับปราชญ์ที่กำลังนั่งดื่มเพียงลำพังก็มองลงมาที่พราวฟ้าด้วยสายตาไม่พอใจที่เห็นพราวฟ้าพูดคุยหัวเราะกับชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างมีความสุขหลังจากที่นั่งคุยกับชายหนุ่มมาได้สักพักพราวฟ้าก็ขอตัวกลับก่อนเนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเมาแล้ว“พราวขอตัวกลับก่อนนะค่ะ รู้สึกเหมือนจะไม่ไหวแล้วค่ะ”“ให้ผมไปส่งไหมครับ”“ไม่เป็นไรค่ะ พราวกลับเองได้ ขอตัวนะค่ะ” คงเพราะดื่มไปเยอะเพียงแค่ลุกขึ้นยืนพราวฟ้าก็ทำท่าจะเซ ทำให้หายหนุ่มต้องรีบเข้ามาประคองพราวฟ้าทันที“เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่านะครับ” พูดจบชายหนุ่มก็ประคองพราวฟ้าออกไป เมื่อเดินมาถึงรถชายหนุ่มก็ประคองพราวฟ้าขึ้







