LOGINหลังจากกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เรียกพนักงานมาเช็คบิล เมื่อพนักงานบอกราคาเสร็จชายหนุ่มก็หยิบบัตรเครดิตให้พนักงานทันที เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็ยื่นเงินค่าอาหารของตัวเองให้ชายหนุ่ม แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยื่นมือมารับเงินที่หญิงสาวยื่นให้ พร้อมบอกกับหญิงสาวว่า
"มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง"
"นายจะมาเลี้ยงฉันทำไม ฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย และอีกอย่างฉันก็ไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร โดยเฉพาะนาย"
"เลี้ยงข้าวแค่นี้ ผมไม่คิดเป็นบุณคุณหรอก แต่ถ้าคิดเป็นอย่างอื่นก็ไม่แน่" บอกหญิงสาวแบบยิ้มๆ
"อย่างอื่นนี่อะไร พูดให้ดีๆ นะ อย่ามาทะลึ่งกับฉัน" พูดพร้อมกับถลึงตาใส่ชายหนุ่มตรงหน้า
"ทะลึ่งอะไรคุณ คิดไปถึงไหน อย่างอื่นที่ผมพูดถึงน่ะ หมายถึงผมอยากขอโอกาสได้ทำความรู้จักกับคุณให้มากขึ้นแค่นั้นเอง" บอกหญิงสาวด้วยใบหน้าจริงจัง
"ทำไมนายต้องอยากรู้จักฉันด้วย ฉันไม่เห็นจะอยากรู้จักนายเลยสักนิด" นั่งกอดอกตอบชายหนุ่มตรงหน้า
"คุณพูดแบบนี้ ผมน้อยใจนะ" มองค้อนหญิงสาวที่พูดออกมาแบบนั้น เดี๋ยวก่อนเถอะ ถ้าเปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟนเขาเมื่อไหร่ละก็ ถ้าพูดแบบไม่รักษาน้ำใจกันแบบนี้อีก จะลงโทษให้เข็ดเลยคอยดู
"นี่นายให้มันน้อยๆ หน่อย"
"ผมพูดจริงนะ ที่ผมบอกว่าจะจีบคุณ แล้วผมก็บอกคุณไว้ตรงนี้เลยว่าผมพูดจริงทำจริงและผมจะทำทุกอย่างให้คุณใจอ่อนยอมคบผมให้ได้" พูดกับหญิงสาวอย่างมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้
"ฉันบอกนายไปแล้วไงว่าฉันไม่......." ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ ชายหนุ่มก็เอ่ยออกมาก่อน
"ผมรู้ ผมแค่อยากจะขอโอกาสจากคุณ ถ้าผมทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่คุณก็ยังไม่ใจอ่อนให้ผม ผมจะถอยออกมาเองและจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตคุณอีก"
"ฉัน..." เมื่อเจอมาดจริงจังไม่มีล้อเล่นของชายหนุ่ม ก็ทำให้หญิงสาวไปไม่เป็นเหมือนกัน
"ผมไม่ได้ขอให้คุณเปิดใจให้ผมตอนนี้ ผมแค่ขอโอกาสจากคุณเท่านั้น อย่าพึ่งปฏิเสธผมเลย ให้ผมได้ทำให้คุณเห็นถึงความจริงใจของผมก่อน ผมขอแค่นั้น" ชายหนุ่มสบตากับหญิงสาว เพื่อให้เธอเห็นความตั้งใจและความจริงใจของเขาจากทางสายตา
"ฉันแค่ไม่อยากให้นายมาเสียเวลากับฉัน นายยังเด็กยังต้องเจอคนอีกมากและฉันก็เชื่อว่านายจะต้องเจอคนที่ดีที่เหมาะสมกับนายมากกว่าฉัน เพราะฉันรู้ตัวเองดีว่าฉันไม่เหมาะสมไม่คู่ควรกับใครหรอก"
"คุณเอาอะไรมาคิดมาตัดสินใจแทนผม อายุเหรอ ผมเด็กกว่าคุณแล้วไง ถึงผมจะเด็กกว่าคุณแต่ผมก็มีความคิดนะ และอีกอย่างคุณรู้ได้ไงว่าตัวเองไม่เหมาะสมไม่คู่ควรกับผม คุณลองคบกับผมแล้วเหรอ"
"ทำไมนายเป็นคนเข้าใจอะไรยากแบบนี้นะ" เธอพูดกับชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ
"ผมว่าคุณต่างหากที่เข้าใจอะไรยาก ไม่ใช่ผม" ชายหนุ่มเถียงกับทันที
"ตกลงนายจะขอโอกาสจากฉันให้ได้เลยใช่ไหม" ถามกลับอย่างจริงจัง
"ใช่" ตอบหญิงสาวอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
"งั้นก็ได้ ฉันให้เวลานาย 6 เดือน ถ้าภายใน 6 เดือน นายไม่สามารถทำให้ฉันใจอ่อนยอมคบกับนายได้ นายต้องออกไปจากชีวิตฉัน" หญิงสาวเสนอข้อตกลงกับชายหนุ่ม แล้วคิดในใจว่าเวลาแค่ 6 เดือน ชายหนุ่มไม่มีทางทำให้เธอใจอ่อนได้แน่นอน เธอคิดอย่างมั่นใจ แต่ใครจะรู้เลยว่าข้อเสนอที่ตัวเองเสนอไปอย่างมั่นใจนั้นจะผูกมัดเธอกับเขาไว้ตลอดไป
"โอเค ตกลงตามนี้ครับ" เมื่อได้ฟังข้อเสนอของหญิงสาว ชายหนุ่มก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา แค่เธอให้โอกาสก็พอ ที่เหลือเขาจัดการได้ ชายหนุ่มคิดอย่างมาดหมายว่ามีเวลาให้ทำคะแนนให้จีบตั้ง 6 เดือน หลังจากนี้คุณตั้งรับผมให้ดีๆ ก็แล้วกัน เพราะถ้าคุณพลาดเมื่อไหร่คุณเสร็จผมแน่ ระวังตัวไว้เถอะแม่สาวเหลือน้อย
หลังจากทำข้อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็เดินมารอรถเมย์เพื่อกลับคอนโด เมื่อเดินทางมาถึงคอนโดต่างคนก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องของตัวเองไป โดยหญิงสาวกลับไปเขียนนิยายของตัวเองต่อไม่ได้คิดถึงหรือสนใจชายหนุ่มที่พึ่งทำข้อตกลงกับตัวเองไป ต่างกับชายหนุ่มที่กำลังคิดและเตรียมตัวให้พร้อมกับการเผด็จศึกหญิงสาวให้สำเร็จ โดยชายหนุ่มคิดว่าจะค่อยเป็นค่อยไปก่อน จะไม่รีบรุกหญิงสาวมากไป ทำตัวเหมือนน้ำซึมบ่อทราย ค่อยๆ แทรกซึมไปทีละนิดทีละนิดไม่เกิน 6 เดือนเต็มแน่นอน เริ่มจากชวนไปหาอะไรกินเย็นนี้เลยแล้วกัน ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรชวนหญิงสาว แต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็ทำให้นึกได้ว่าไม่มีทั้งเบอร์ทั้งไลน์ของหญิงสาว คิดได้ดังนั้นก็อยากจะเคาะหัวตัวเองจริงๆ ที่มัวแต่ดีใจที่หญิงสาวเปิดโอกาสให้จนลืมขอเบอร์กับขอไลน์ไว้ เมื่อคิดได้ก็เดินไปเคาะประตูห้องหญิงสาวทันที
ก๊อก ๆ ๆ ๆ
"ว่าไง"
"ทักแบบนี้ ผมเสียใจนะ" พูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
"ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายเดินมาเคาะห้องดิฉันเนี่ย มีธุระอะไรหรือเปล่าค่ะ" ชายหนุ่มทำหน้าเซ็ง เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดจาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แต่ชายหนุ่มก็ไม่ถือสาคิดว่าปล่อยไปก่อน แล้วยื่นมือถือของตัวเองไปตรงหน้า หญิงสาวก้มมองโทรศัพท์ในมือชายหนุ่มที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างสงสัย พร้อมกับเอ่ยปากถามออกไป
"นายเอาโทรศัพท์มายื่นให้ฉันทำไม"
"ก็ผมยังไม่มีทั้งเบอร์ทั้งไลน์คุณเลย"
"แล้ว ??" ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างอ่อนใจ นี่เธอแกล้งไม่รู้หรือเธอไม่รู้จริงๆ ว่าคนจะจีบกันมันต้องมีเบอร์มีไลน์ไว้ติดต่อกันไม่งั้นจะจีบจะคุยกันยังไง
"ก็ถ้าผมไม่มีทั้งเบอร์ทั้งไลน์คุณ ผมจะจีบคุณได้ไง"
"มันจำเป็นด้วยเหรอ ห้องก็อยู่ตรงข้ามกันแค่นี่เอง ปกติถ้ามีอะไรนายก็มาเคาะห้องฉันอยู่แล้ว" หญิงสาวบอกออกไปอย่างที่คิด
"จำเป็นสิ จำเป็นมากด้วย" เมื่อชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ทำให้หญิงสาวครุ่นคิดสักพัก แล้วก็พยักหน้าหยิบโทรศัพท์มากดเบอร์ตัวเองลงในเครื่องแล้วยื่นไปคืนชายหนุ่ม พร้อมหันหลังจะปิดประตูแต่ชายหนุ่มดันไว้ไม่ให้ปิดเสียก่อน
"อะไรอีก" ถามออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญนิดๆ
"แล้วมือถือคุณล่ะ"
"มือถือฉันทำไม" ถามออกไปอย่าง งงๆ
"ผมขอเช็คดูหน่อยว่าคุณไม่ได้ให้เบอร์ผมมามั่วๆ" เมื่อหญิงสาวได้ฟังก็กรอกตาไปมา แล้วเดินกลับเข้าห้องเพื่อไปหยิบโทรศัพท์มาให้ชายหนุ่มจะได้จบๆ เธอจะได้กลับไปทำงานของเธอต่อสักที เมื่อได้โทรศัพท์ของหญิงสาวมา ชายหนุ่มก็ทำการโทรเข้าทันที เมื่อเช็คแล้วว่าเป็นเบอร์ของหญิงสาวจริงๆ ก็จัดการเมมชื่อและแอดไลน์ตัวเองลงในเครื่องหญิงสาวทันที พร้อมส่งรูปตัวเองไปในเครื่องหญิงสาวเพื่อตั้งเป็นรูปโปรไฟล์เวลาโทรเข้าโทรออกจะได้เห็นหน้าเขาตลอด เมื่อจัดการเสร็จก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เจ้าของพร้อมรอยยิ้มเท่ๆ ส่งให้หญิงสาว
"มีอะไรอีกไหม" ถามออกไปอย่างประชดประชัน
"มี" ชายหนุ่มก็ตอบกลับทันทีเหมือนกัน
"อะไรอีก ฉันว่านายชักจะเยอะไปละนะ" เธอเริ่มจะโมโหกับความเยอะของเขาละนะ
"อย่าพึ่งโมโหสิคุณ ผมแค่จะชวนคุณไปกินข้าวตอนเย็น" ชายหนุ่มรีบบอกก่อนที่หญิงสาวจะโมโหและไม่พอใจไปมากกว่านี้ เมื่อได้ฟังชายหนุ่มพูดก็พยักหน้าเข้าใจ
"อืม ๆ แต่ฉันขอใกล้ๆ แถวนี้นะ ฉันขี้เกียจไปไกลๆ"
"ครับผม แถวๆ นี้แหละไม่ไกลแน่นอน งั้นเย็นนี้ประมาณ 6 โมงผมมารับนะ" ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงดีใจที่หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นึกว่าต้องใช้แผนสำรองสะแล้วถ้าหญิงสาวปฏิเสธ เมื่อชายหนุ่มบอกแถวๆ นี้ หญิงสาวก็พยักหน้าให้ชายหนุ่ม แล้วต่างคนก็ต่างแยกเข้าห้องตัวเอง
ฝากกดติดตาม ฝากกดใจ ฝาก comment เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะค่ะ
หลังจากที่ได้คำตอบของความรู้สึกที่ตัวเองมีให้ชายหนุ่มแล้ว หญิงสาวก็นัดชายหนุ่มออกไปกินข้าวข้างนอก โดยที่หญิงสาวนั้นจองร้านอาหารที่อยู่บนตึกที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก“วันนี้คิดยังไงถึงชวนผมมากินอาหารที่นี่” ชายหนุ่มถามออกไปขณะที่อยู่ในลิฟท์“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากมากินเฉยๆ ““วันนี้คุณทำตัวแปลกๆ นะ”“แปลกตรงไหน”“ก็คุณ..” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบลิฟท์ก็เปิดออกพอดี“ถึงแล้ว” พูดจบหญิงสาวก็จับมือชายหนุ่มให้เดินตามตัวเองไปยังร้านอาหารที่จองไง“สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือเปล่าค่ะ”“จองไว้ค่ะ”“ไม่ทราบว่าจองชื่ออะไรค่ะ”“ภูริตาค่ะ” หลังจากที่พนักงานเช็คชื่อที่จองตรงกันก็เชิญทั้งคู่เข้าไปด้านในทันที“เชิญด้านนี้ค่ะ”“ค่ะ”เมื่อเข้ามาด้านในก็พบเข้ากับบรรยากาศของร้านที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวเพราะแต่ละโต๊ะค่อนข้างจะห่างกัน“โต๊ะนี้ค่ะ ที่ลูกค้าจองไว้” พนักงานหันมาบอกหนุ่มสาวทั้งสองที่เดินตามด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“ขอบคุณค่ะ”“เชิญครับคุณผู้หญิง” พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรับคำด้วยรอยยิ้มกับท่าทางของชายหนุ่ม“เมนูค่ะ”“ขอบคุณครับ คุณอยากทานอะไรเป็นพ
หลังจากที่กลับมาจากบ้านสวนหญิงสาวก็เริ่มทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับชายหนุ่มกันแน่ และที่ปรึกษาที่ดีที่สุดคงไม่พ้นเพื่อนรักอย่างพราวฟ้าตูดดด“ยัยพราวแกทำอะไรอยู่” เมื่อพราวฟ้ากดรับโทรศัพท์หญิงสาวก็กรอกเสียงลงไปทันที“ไม่ได้ทำอะไร ว่าแต่ช่วงนี้หายไปเลยนะ ติดเด็กเหรอย่ะ” พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนสาว“ติดบ้าอะไร”“เหรอค่ะ”“เย็นนี้แกว่างไหม ไปร้านเจ้แก้วกัน”“มีเรื่องอะไรถึงชวนไปร้านเจ้แก้ว”“มีเรื่องจะปรึกษา งั้นเย็นนี้เจอกันนะ”“โอเค เจอกัน”ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำหญิงสาวกำลังนั่งมองสายน้ำที่ไหลไป พร้อมกับคิดถึงเรื่องของตัวเองกับชายหนุ่มไปด้วย“นั่งเหม่อคิดอะไรอยู่จ๊ะ” เจ้แก้วเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามคนที่นั่งเหม่อลอยอยู่“ก็คิดไปเรื่อยเปื่อยน่ะเจ้”“แน่ใจ ไม่ใช่คิดถึงเรื่องเด็กนั่นอยู่หรอกเหรอ” เมื่อได้ยิมแบบนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มแหย่ๆ ออกไป“มีเรื่องอะไรที่แก้มปิดเจ้ได้บ้าง” พูดจบหญิงสาวก็ยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบแก้เก้อ“โน้นมาแหละ ที่ปรึกษาตัวแสบ” เจ้แก้วพยักหน้าไปทางพราวฟ้าที่เดินตรงมาที่โต๊ะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่“เหมือนเดิมเจ้” พราวฟ้าสั่งเครื่องดื่มทันท
เมื่อตกลงใจว่าจะพาชายหนุ่มไปบ้าน หญิงสาวก็โทรบอกแม่ว่าจะพาคนไปแนะนำให้รู้จัก"ฮัลโหล ว่าไง" แม่หญิงสาวกรอกเสียงไปตามสาย"อาทิตย์นี้แก้มกลับบ้านนะ จะพาคนไปแนะนำให้รู้จัก" หญิงสาวบอกทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์"จะพาแฟนมาบ้านรึไง" ปลายสายถามหยั่งเชิง"ก็ทำนองนั้น""แล้วเขาเป็นคนที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร พะ......." เมื่อได้ยินแบบนั้นปลายสายก็รั่วคำถามมาทันที"พอก่อนๆ เอาไว้ซักเจ้าตัวเขาเองนะ" หญิงสาวรีบห้ามเมื่อปลายสายรั่วคำถามมา"จะซักให้ขาวเลยคอยดู""ค่าา แค่นี้นะค่ะ" แล้วหญิงสาวก็รีบวางสายทันทีเมื่อถึงวันที่จะไปบ้านหญิงสาว ชายหนุ่มก็รู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก กลัวว่าตัวเองจะไม่ถูกใจว่าที่พ่อตาแม่ยาย ทำให้หญิงสาวต้องส่ายหน้าอย่างขบขันกับความกังวลของชายหนุ่ม"คุณ คุณว่าผมแต่งตัวเป็นยังไง โอเคไหม" พูดจบก็หมุนตัวให้หญิงสาวดู"นี่นายถามฉันตั้งแต่บนห้องจนถึงลานจอดรถนายก็ยังถามฉันอีกเนี่ยนะ" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ"ก็ผมตื่นเต้นนี่ กลัวจะแต่งตัวไม่ถูกใจว่าที่พ่อตาแม่ยาย" ชายหนุ่มบอกอย่างกังวล"พ่อกับแม่ฉันน่ะเป็นชาวสวนไม่เรื่องมากหรอก อะไรก็ได้ แค่เป็นคนดีไม่ทำให้ลูกสาวเขาเสียใจก็
เช้าวันใหม่ หลังจากที่ผ่านค่ำคืนแสนหวาน ชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ยังไม่ได้ลุกไปไหน เป็นชายหนุ่มที่ตื่นมาก่อนแต่ยังไม่ได้ลุกไปไหน เขานอนมองหญิงสาวที่กำลังหลับอยู่ พลางคิดว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเจอหญิงสาวหลับอยู่ในอ้อมกอดเขาแบบนี้ทุกวันเขาคงจะมีความสุขมาก เมื่อคิดได้ก็โน้มใบหน้าไปคลอเครียอยู่ที่ซอกคอหญิงสาว"อืมมม...อย่าแกล้งได้ไหม คนจะนอน" หญิงสาวครางอย่างรำคาญทั้งที่ยังไม่ลืมตาพร้อมกับหันหน้าหนี ชายหนุ่มได้ยินก็อมยิ้มอย่างเอ็นดู"ขี้เซาจริงๆ ตื่นได้แล้ว" เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มกระซิบอยู่ข้างๆ หูก็ทำให้หญิงสาวค่อยๆ งัวเงียลืมตาขึ้นมา หลังจากปรับแสงได้แล้วก็สบเข้ากับในตาของชายหนุ่มที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หญิงสาวนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทำให้หญิงสาวรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเขินอายขึ้นมาทันที เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ กับความน่ารักของหญิงสาว แล้วก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยนเนินนาน "พะ...พอแล้ว" เมื่อรู้สึกหายใจไม่ทันหญิงสาวก็ดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม แล้วคิดว่าที่ได้ไปเมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอ ไอ้คนไม่รู้จักพอ"สำหรับผมเท่าไหร่ก็
แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่างในห้องนอนของชั้นบนสุดของคอนโดหรู หลังจากที่ผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนปราชญ์นอนมองพราวฟ้าที่ตอนนี้หลับตาพลิ้มอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง“ตื่นได้แล้ว” ปราชญ์พูดจบก็ก้มหน้าลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวของพราวฟ้าอย่างอดใจไม่ไหว“อือออ อย่ากวนได้ไหม ฉันง่วง” พูดจบพราวฟ้าก็หันหน้าหนีสิ่งที่กำลังรบกวนการนอนของเธอ“ถ้าคุณไม่ตื่น ผมลักหลับคุณแน่” ปราชญ์ก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างใบหูของพราวฟ้าพร้อมกับแลบลิ้นออกมาหยอกเย้าที่ใบหูขาวสะอาดของพราวฟ้าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำให้พราวฟ้าจำเป็นต้องลืมตาตื่นขึ้นมาจากความง่วงงุนเพราะกลัวว่าปราชญ์จะทำอย่างที่พูดจริงๆ ซึ่งพราวฟ้าก็ได้สัมผัสมากับตัวจากเมื่อคืนแล้วว่าปราชญ์นั้นเป็นผู้ชายไม่รู้จักพอ ขนาดเธออ้อนวอนขอให้หยุดปราชญ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตามคำขอของเธอสักนิด จนเธอสลบคาอกเขานั่นแหละปราชญ์ถึงยอมหยุด“นายมีอะไร” พราวฟ้าหันมามองหน้าปราชญ์ด้วยความไม่พอใจที่ปราชญ์ปลุกเธอทั้งที่เธอนั้นแสนจะง่วง“ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เมื่อเห็นว่าพราวฟ้ายังนอนมองหน้าตัวเองนิ่งไม่ยอมขยับไปไหน ปราชญ์จึงเอ่ยประโยคเด็ดออกมา ซึ่งเมื่อพราว
ภายในผับหรูที่มีเสียงดนตรีเปิดคลอเบาๆ กับบรรยากาศมืดสลัว พราวฟ้ากำลังนั่งดื่มเหล้าพร้อมกับปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงชายหนุ่มแปลกหน้าเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น“แล้วเห็นว่ามากี่คนล่ะค่ะ” พราวฟ้าตอบกลับไปด้วยสายตาหวานเยิ้มเนื่องจากดื่มไปพอสมควรแล้ว“ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”“ตามสบายค่ะ”“ผมชื่อภัทร ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ”“พราวฟ้าค่ะ” ในขณะที่พราวฟ้ากำลังนั่งคุยกับชายหนุ่มแปลกหน้าอยู่นั้น ด้านบนชั้นสองของผับปราชญ์ที่กำลังนั่งดื่มเพียงลำพังก็มองลงมาที่พราวฟ้าด้วยสายตาไม่พอใจที่เห็นพราวฟ้าพูดคุยหัวเราะกับชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างมีความสุขหลังจากที่นั่งคุยกับชายหนุ่มมาได้สักพักพราวฟ้าก็ขอตัวกลับก่อนเนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเมาแล้ว“พราวขอตัวกลับก่อนนะค่ะ รู้สึกเหมือนจะไม่ไหวแล้วค่ะ”“ให้ผมไปส่งไหมครับ”“ไม่เป็นไรค่ะ พราวกลับเองได้ ขอตัวนะค่ะ” คงเพราะดื่มไปเยอะเพียงแค่ลุกขึ้นยืนพราวฟ้าก็ทำท่าจะเซ ทำให้หายหนุ่มต้องรีบเข้ามาประคองพราวฟ้าทันที“เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่านะครับ” พูดจบชายหนุ่มก็ประคองพราวฟ้าออกไป เมื่อเดินมาถึงรถชายหนุ่มก็ประคองพราวฟ้าขึ้







