Share

บทที่ 7

Penulis: suyuesui
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-30 12:51:18

ช่วงค่ำ @JK Club โซน VVIP

เสียงดนตรีสากลบีทหนักคลอเบาๆ ในคลับที่ตกแต่งด้วยความลักชัวรี เหล่าบรรดานักธุรกิจและไฮโซทั้งหลาย ต่างเข้ามาสังสรรค์และเจรจาพูดคุยธุรกิจที่นี่เพราะให้ความเป็นส่วนตัว เพราะผู้เข้ามาได้ต้องมีบัตรสมาชิกของคลับเท่านั้น ซึ่งการจะเป็นสมาชิกได้ต้องได้รับการพิจารณาจากเจ้าของคลับเป็นอย่างดี

ที่มุมส่วนตัวของเจ้าขุนและเหล่าเพื่อนสนิทตอนนี้มีเพียงบุรุษหนุ่มสี่คนที่นั่งดื่มด่ำบรรยากาศและสนทนากันตามประสาชายหนุ่ม

“ไงตี๋น้อย......ทำงานวันแรก” เสียงทุ้มเอ่ยถามมือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ ขาเรียวยาวยกขึ้นไขว่ห้างนั่งอยู่บนโซฟาหนังเนื้อดีตัวยาวฝั่งตรงข้ามน้องชายลูกพี่ลูกน้อง

“ก็ดีครับเฮีย” เครื่องหน้าคมคายยกยิ้มขึ้นบางๆ ดวงตาสีนิลมองไปยังเจ้าขุนที่นั่งเอนกายพิงโซฟาอย่างอารมณ์ดี

“ดี...จนยัยไวน์หงุดหงิดอยากเปลี่ยนพาร์ทเนอร์เลยล่ะ” เวกัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขำพลางมองไปยังโชแปงที่นั่งอมยิ้มเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่คิดว่า พี่คนสวยจะไปเสนอความคิดนี้กับพี่ชายของเธอ

“ดีแล้วทำไมอยากเปลี่ยน..มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

ภีม ชายหนุ่มที่ปกติไม่ค่อยจะพูดสักเท่าไหร่ เอ่ยขึ้นเพราะปกติไม่เคยเห็นเพื่อนสาวจะมีปัญหาอะไรกับใคร

“เจี๋ยเจียไม่ชอบหน้าผมรึเปล่า?” เขาพูดติดเล่นนิดๆ

“โสดแล้ว อารมณ์สวิงจังนะยัยตัวแสบ” เจ้าขุนบ่นพึมพำถึงเพื่อนสาว

“โสด?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเพื่อเป็นการถามย้ำ ถึงจะจำได้ว่าวันที่มีซัมติงกันเธอเคยบอกแล้ว แต่เขาก็อยากได้ความชัวร์จากปากเหล่าเพื่อนสนิทของเธออีกที

ก็นะ...พี่คนสวยดูดื้อขนาดนั้นในใจก็คิดว่าเธอแค่พูดตามอารมณ์เบื่อๆ ของวันนั้นเฉยๆ พอได้ยินแบบนี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีแบบบอกไม่ถูก มันเหมือนหัวใจกำลังเต้นรัวขึ้นทั้งที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยสักนิด จนเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัวจนคนอายุมากกว่าสามคนสังเกตได้ถึงอาการ โดยเฉพาะพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง

“ไง..สนใจเจี๋ยเจียคนสวยรึไงไอ่ตี๋”

เขาไม่ได้เอ่ยตอบแต่ก็พอจะทำให้สามคนที่เหลือพอเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“แล้วพักอยู่ชั้นเดียวกันไปอีก กูว่าสนุกแน่!!”

น้ำเสียงติดขำพร้อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกถึงหน้าน้องสาวฝาแฝดเวลาทำหน้าเสียอารมณ์เมื่อเธอเจอเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เวกัสรู้เพราะว่าบังเอิญเจอโชแปงวันที่เขาไปดูห้องพร้อมกับภีม เพราะภีมเป็นเจ้าของโครงการคอนโดที่พวกเขาอาศัยอยู่

“แล้วยัยไวน์รู้ยัง? ...อย่าบอกนะว่า!!” ภีมเลื่อนสายตามองทุกคนในห้องทีละคน การไม่ตอบและยิ้มบางๆ บนใบหน้าก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนให้กับภีมเป็นอย่างดีว่า ไวน์ยังไม่รู้เรื่องนี้

เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยที่บึ้งตึงสายตาติดงอนนิดๆ และเสียงดุเหมือนแมวน้อยขู่ฟ่อๆ ของพี่คนสวยก็ทำเอาโชแปงนึกอยากให้ถึงวันที่เธอรู้ขึ้นมาเร็วๆ เขาอยากรู้รีแอคของเธอว่าจะเป็นยังไง

สามวันต่อมา....

โชแปงและทีมงานจากฮ่องกงอีกสี่คนเข้ามาวางแผนระบบงานของทางโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า การทำงานของโชแปงและทีมงานดูจริงจังและตั้งใจกันมากจนทีมงานทางไทยที่ทำงานด้วยแอบเกร็งกันเป็นระยะเพราะการทำงานที่มาก่อนเวลาและทำงานกันแบบทุ่มเทชีวิตมาก

10:30 น.

ไวน์เข้าโรงพยาบาลช้าเพราะเมื่อคืนนี้เธอกลับไปนอนที่บ้าน ทันทีที่เธอก้าวออกจากลิฟต์ชั้นผู้บริหาร เธอก็รีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที

แต่เหมือนพระเจ้าจะเล่นตลกกับเธออีกแล้ว

เมื่อร่างสูงที่คุ้นเคยเดินออกมาจากห้องทำงานของทีมวางระบบของโรงพยาบาล ซึ่งห้องนั้นดันอยู่ถัดไปจากห้องทำงานของเธอเพียงสามห้อง เธอพยายามทำเป็นไม่เห็นเขาแล้วรีบสาวเท้าเพื่อที่จะรีบเปิดประตูเข้าห้องทำงานของตัวเองให้เร็วที่สุด

แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อความเร็วมันเป็นของปีศาจ

“มาพอดีเลย..ผมมีเรื่องจะคุยด้วยพอดี”

ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าสวยที่พยายามฝืนยิ้มธุรกิจให้เขาอยู่ เพราะอยู่ในโรงพยาบาลเธอจึงจำต้องรักษาภาพพจน์ผู้บริหารไว้จะแสดงท่าทีเหวี่ยงใส่คนตรงหน้าก็จะดูไม่ดี

“แต่ฉันว่าฉันไม่มีนะ” เธอแค่อยากรักษาระยะห่างเจ้าหมาเด็กตรงหน้าให้ได้มากที่สุด อยากสนทนาด้วยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น เรื่องอื่นที่นอกเหนือไม่จำเป็นเธอก็ไม่อยากสนทนาด้วยสักเท่าไหร่

เธอไม่ได้เกลียดรึไม่ชอบขี้หน้าอะไรเขาหรอกนะ แต่เธอแค่รู้สึกว่าการใกล้ชิดกันมากเกินไปมันจะไม่เป็นผลดีต่อเธอ

เพราะเธอไม่ชอบอาการของตัวเองเวลาอยู่ใกล้ชายตรงหน้าเอาซะเลย เหมือนสมองเธอกับร่างกายเธอมันชอบทำงานสวนทางกัน

จนเธอไม่มั่นใจว่ามันคืออาการอะไร

“แต่มันเป็นเรื่องงานนะครับ เพี้ยวเลี่ยง เสี่ยวเจี๋ยเจีย (พี่สาวคนสวย) ”

“อย่ามาหลอกด่าฉันเป็นภาษาจีนนะ เด็กบ้า” ไวน์เอ่ยเสียงดุพร้อมขึงตาใส่ร่างสูงตรงหน้า

ทำท่าทางน่ารักฉิบหาย...

นี่คือดุแล้วสินะ......ดุยังไงให้น่ารักขนาดนี้วะ!!!

“เปล่าด่าสักหน่อย ผมชมต่างหากล่ะ” เครื่องหน้าคมคายยกยิ้มกวนๆ ทำเอาคนตัวเล็กตรงหน้ากำหมัดแน่นเพราะความกวนประสาท

“แล้วจะเข้าห้องได้ยังครับ ผมอยากจะ..เอา..” จงใจเว้นคำพูดให้คนฟังคิดไปไกลซึ่งมันก็ได้ผลดีซะด้วย

“นี่!!!...อย่ามาพูดทะลึ่งนะ” นั่นไงล่ะเขาเดาผิดซะที่ไหน

อาการหน้าแดง หูแดง เพราะความคิดที่ทำให้เขินของเธอทำเอาเขาหยุดแกล้งเธอไม่ได้ อยากแกล้งให้เธอเสียอาการบ่อยๆ

“ทะลึ่งตรงไหน แค่อยากเอาแพลนงานให้ดู นี่เจี๋ยเจียคิดไรอยู่ครับเนี่ย?” โชแปงทำเป็นไขสือ ทั้งที่จงใจพูดให้เธอเข้าใจไปในทางเรื่องนั้นเองแท้ๆ ขายาวก้าวเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กทำให้เธอถอยหลังหนีโดยสัณชาติญาณจนแผ่นหลังบางติดผนังทางเดิน

“งั้นก็ตามมา” ร่างบางเบี่ยงตัวออกมาจากสถานการณ์ล่อแหลมตรงหน้าแล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองโดยมีหมาเด็กตัวโตเดินตามเข้าไปอย่างอารมณ์ดี

ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตนเอง แขนเรียวยกขึ้นกอดอก สายตาคู่สวยจ้องมองร่างสูงที่เดินมานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธอด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดเล็กน้อย

มือหนาวางไอแพดลงบนโต๊ะทำงานก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าคนตัวเล็กที่นั่งจ้องหน้าเขาอยู่ ทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความสงสัย

“อะไร?”

“ขอโทรศัพท์ด้วยครับ” ปากหยักเอ่ยถึงความต้องการ

“เอาไปทำไม.. ฉันไม่ให้!!” น้ำเสียงปนหงุดหงิดเพราะความโมโหที่คนตรงหน้าดูจะมาวุ่นวายกับเธอมากเกินไป มันเกินไป เพราะเธอไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของส่วนตัวของเธอ

“งั้นเรื่องของเราคืนนั้น....”

หน็อยไอ่เด็กนี่เอาเรื่องนี้มาขู่เธอ เธอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ อยากจะหยุมหัวคนตรงหน้าที่มันเจ้าเล่ห์เกินไป รู้ว่าถือไพ่เหนือกว่าจะทำไงกับเธอก็ได้งั้นสิ เธอชักจะหมดความอดทนแล้วสิ ปกติเธอไม่จำเป็นต้องยอมใครขนาดนี้สักหน่อย

“หยุดพูดเรื่องคืนนั้นสักที ฉันไม่ได้บังคับนายสักหน่อย ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการก็น่าจะจบได้แล้วหนิ” เธอโพล่งออกไปอย่างเหลืออดเมื่อถูกขู่บ่อยๆ จากเรื่องบ้านั่น มันไม่ต่างอะไรจากการแบล็คเมล์เลยเหอะ

“ก็ใช่ครับ... แต่ผมไม่จบเพราะเจี๋ยเจียมาพรากความเวอร์จิ้นของผมไป!!!”

“……”

“ผมเสียหายนะ ผมตั้งใจจะเก็บมันไว้ให้ภรรยาในอนาคตของผม”

หา....ไอ่เด็กนี่พูดเหมือนเธอบังคับขืนใจ

แล้วคืออะไร....เวอร์จิ้นเหรอ?

การกระทำไม่ได้ดูเวอร์จิ้นเลยเหอะออกจะช่ำชองด้วยซ้ำ

“อย่าบอกนะว่าไม่เชื่อผม” เพราะสีหน้าเธอตอนนี้มันแสดงออกมากๆ ว่าไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย

“ก็ดูเก่งซะขนาดนั้น ใครจะเชื่อ” ปากเล็กรีบเม้มหากันเป็นเส้นตรงเมื่อหลุดพูดสิ่งที่คิดออกไป

เชี่ยละ....แพ้เสียงในหัวเฉย

คำพูดนั้นทำเอาคนฟังแอบอมยิ้ม เพราะเหมือนเธอชมว่าเซ็กส์ของเขานั้นทำเธอทำให้เธอจดจำและประทับใจเสียอย่างงั้น

“แสดงว่าเจี๋ยเจียชอบ ที่ผมทำให้ใช่รึเปล่า?” เครื่องหน้าคมคายยื่นเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าที่เริ่มเสียอาการ

“นี่โชแปงอย่ามากวนประสาทฉันนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนายนะ” ทำเป็นโกรธจัดเพราะต้องการกลบเกลื่อนไอ้อาการประหม่า หน้าเริ่มแดง พูดจาอะไรก็เข้าทางไอ่คนตรงหน้าไปเสียหมด

“ไม่ใช่เพื่อนแน่นอน...เพื่อนกันเค้าไม่เอากันครับ”

“นายนี่มัน!!!”

“มันยังไงครับ” ทำหน้าทะเล้นจนเธออยากจะข่วนหน้าหล่อๆ นั่นให้เสียโฉมซะจริงๆ

“มาครับ ขอโทรศัพท์ด้วย” มือหนายื่นไปตรงหน้าเธออีกครั้ง ดวงตาคมจ้องมองเหมือนเป็นการบอกว่ายังไงเธอก็ต้องยอมทำตาม มือเล็กหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบโปรด ส่งให้คนตรงหน้าด้วยอารมณ์ไม่เต็มใจนัก

“ปลดล็อคด้วยครับ” ไวน์ดึงโทรศัพท์กลับไปปลดล็อคหน้าจอแล้วส่งกลับให้คนตรงหน้าอีกครั้ง

“นี่ครับ เบอร์โทร แล้วก็คอนแทคของทุกแอปผมคอนเน็คไว้ให้หมดแล้ว” เขายื่นโทรศัพท์คืนเธอเมื่อทำการพิมพ์ข้อมูลติดต่อของตนเองเรียบร้อยแล้ว แต่ก็เหมือนจะเดาความคิดดักทางคนตรงหน้าได้

“อ่อ...อย่าคิดที่จะบล็อกนะครับ ไม่งั้นผมไปเคาะห้องเจี๋ยเจียแน่” คำขู่ที่เหมือนจะทำให้คนฟังดูตกใจไม่น้อย

“ห๊ะ!! เคาะห้อง? ... อย่าบอกนะว่า...”

ชาติที่แล้วฉันไปทำอะไรไว้เนี่ย.....

“ครับ เราอยู่คอนโดเดียวกันชั้นเดียวกัน”

ฉันหนีไม่พ้นแล้วสินะ.........
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สะดุดรักพี่คนสวย   บทที่ 104

    “แตมป์แตมป์เค้าไปด้วย” เฌอปอรีบวิ่งตามไปทันทีปล่อยให้ผู้ใหญ่สี่คนนั่งมองท่าทางของพวกเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเอ็นดู ไวน์ได้แต่คิดในใจว่า ถ้าคุณปู่กับคุณย่าของเธอยังอยู่ ตอนนี้พวกท่านคงได้เป็นคุณทวด ได้มองเห็นเจ้าสองเฌอที่กำลังเติบโตแบบนี้ไปพร้อมๆ กับพวกเธอ พวกท่านคงจะมีความสุขไม่ต่างจ

  • สะดุดรักพี่คนสวย   บทที่ 103

    ร่างเล็กสองคนในชุดคู่เข้าเซ็ท เฌอแตมป์ในชุดเอี๊ยมสีชมพู มัดจุกดังโงะสองข้าง เท้าเล็กป้อมสวมถุงเท้าลายคิตตี้น่ารักหวานแหวว ส่วนเฌอปอสวมชุดเอี๊ยมสีฟ้า มัดแกะสองข้างกอดตุ๊กตาหมีเน่าคู่ใจ สวมถุงเท้าโดเรมอนสีฟ้าลายโปรด สองร่างเล็กนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น สายตากลมโตสองคู่กำลังนั่งมองหน้าจอโน๊

  • สะดุดรักพี่คนสวย   บทที่ 102

    “เสร็จแล้วครับ เฌอแตมป์ของป๊า” วางหวีลงบนโต๊ะหน้ากระจก ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ร่วงลงมาปรกแก้มลูกขึ้นทัดหูให้ “ปะป๊าเก่งที่สุดเลย” หันมายกนิ้วโป้งป้อมๆ สองนิ้วชูให้ผู้เป็นพ่อ แก้มกลมยกขึ้นเพราะรอยยิ้มกว้าง โชแปงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา สายตาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน เฌอแตมป์เป็นเด็กช่า

  • สะดุดรักพี่คนสวย   บทที่ 101

    ห้าปีผ่านไป “ปะป๊าขา~” เสียงใสเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล เด็กสาววัยห้าขวบมัดผมจุกดังโงะสองข้างเข้ากับผมหน้าม้า รูปร่างจ้ำม่ำใส่ชุดเอี๊ยมกระโปรง ขาป้อมๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นในบ้าน สองแขนป้อมกอดลำคอแกร่งผู้เป็นพ่อ จมูกเล็กกดลงบนแก้มสากซ้ายทีขวาที ก่อนจะเอียงแก้มป่องให้ผู้เป็นพ่อ

  • สะดุดรักพี่คนสวย   บทที่ 100

    ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าต้าวก้อนสองคนนี้โตขึ้น จะโดนตามใจขนาดไหนกัน แต่จะว่าไปทางฝั่งบ้านเธอเองก็ไม่แพ้กันหรอก ทั้งคุณปู่คุณย่า คุณพ่อคุณแม่ของเธอ ก็เห่อหลานไม่แพ้กัน สลับกันมาหาหลานทุกวันบางคืนก็มานอนที่บ้านเธอเพราะจะเลี้ยงหลานกันเอง กลายเป็นว่าตั้งแต่คลอดยัยหนูสองเฌอมา เธอพึ่งจะได้มีเวลาอยู่กับลูกข

  • สะดุดรักพี่คนสวย   บทที่ 99

    8 เดือนผ่านไป “เจ็บมั้ยครับ ถ้าเจ็บบอกผมนะ” มือหนาจับเท้าเล็กวางบนตักอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจับนิ้วเท้าทีละนิ้วอย่างตั้งใจ มืออีกข้างจับกรรไกรตัดเล็บอย่างคล่องแคล่ว เสียงกรรไกรตัดเล็บดัง แกร๊ก แกร๊ก เบาๆ ในห้องที่เงียบ จนกระทั้งทุกเล็บเล็กถูกจัดการจนหมด “จริงๆ บี๋ไปที่ร้านก็ได้ เบ๊บไม่เห็นต้องลำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status