หลังจากการประชุม Kick-off Meeting จบลง โชแปงในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์จึงลุกขึ้นกล่าวปิดการประชุม
“Thank you for your time today. We look forward to working closely with you and your team. Together, we will make this Smart Hospital project a success.”
[“ขอบคุณสำหรับเวลาวันนี้ครับ เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับทีมของคุณอย่างใกล้ชิด และทำให้โครงการ Smart Hospital นี้ประสบความสำเร็จไปด้วยกันครับ”]
บรรยากาศในห้องคลายตัวลง ทุกคนเริ่มเก็บเอกสาร ปิดโน้ตบุ๊ก และทยอยลุกขึ้นออกไปทีละกลุ่ม เสียงเก้าอี้เลื่อนดังแผ่ว ๆ คลอไปกับเสียงทักทายและคำอำลาสั้น ๆ ของทีมงานทั้งสองฝ่าย
จนกระทั่ง… ประตูห้องประชุมปิดลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ตอนนี้เหลือเพียง ไวน์ เวกัส โชแปง ที่ยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน สายตาของโชแปงจับจ้องมายังหญิงสาวโดยไม่หลบเลี่ยง
ขณะที่ไวน์เองก็เก็บเอกสารกำลังจะเตรียมลุกออกจากห้องประชุมเพราะรู้สึกว่าโดนสายตาของเด็กตรงข้ามจับจ้องนานเกินไปตั้งแต่เริ่มประชุมมา
ไม่ว่าจะมั่นใจในตัวเองขนาดไหนโดนจ้องนานๆ มันก็มีสั่นคลอนกันบ้างล่ะ แล้วอีกอย่างเธอก็ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับเขาสักเท่าไหร่หรอก เพราะไรน่ะเหรอ ก็เพราะไอ้เรื่องเมื่อสองเดือนก่อนนั่นแหละ นึกแล้วเธอก็รีบสบัดความคิดเรื่องคืนนั้นออกจากหัวทันที
“ฉันไปก่อนนะพอดีมีผ่าตัด”
“เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันที่คลับไอ้ขุนนะโชแปง”
เวกัสหันไปบอกโชแปงที่นั่งอยู่ ก่อนจะหันมาหาไวน์แล้วเอามือแตะบ่าเธอเบาๆ
“มีไรที่อยากเน้นเป็นพิเศษก็คุยกับน้องมันเลย”
ยังไม่ทันจะได้ลุกไปไหนกลับโดนเวกัสชิงตัดหน้าออกจากห้องไปสะก่อนทำเอาไวน์ในตอนนี้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะต้องอยู่ในห้องสองต่อสองกับชายตรงหน้า
“ไงครับ…พี่คนสวย”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแทรกขึ้นในความเงียบ ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นก้าวท้าวเดินอ้อมโต๊ะประชุมเดินตรงมายังเธอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“……”
คำทักทายด้วน้ำเสียงพร้อมแววตาเจ้าเล่ห์ทำเอาไวน์เลือกที่จะไม่ตอบ แต่กลับมองคนที่เดินมาหาอย่างไม่ละสายตาเมื่อเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
เหมือนร่างกายถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ทั้งที่สมองสั่งให้รีบขยับตัวหนี แต่ทว่าร่างสูงที่เดินมากลับใช้แขนแกร่งสองข้างกักขังเธอไว้กับเก้าอี้โดยที่เธอได้แต่มองเครื่องหน้าคมคายเหมือนโดนมนต์สะกด
“ได้ผมแล้วจะทิ้ง?” ประโยคที่เอ่ยขึ้นทำเอาไวน์หน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นซับสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้
“ทิ้ง?” เธอทวนคำว่าทิ้ง พร้อมขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน นี่เธอไปเป็นอะไรกับเขาตอนไหนถึงจะมาใช้คำพูดประหนึ่งว่าเธอทำอะไรไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้
“ผมจะฟ้องม๊าว่าพี่คนสวยได้ผมแล้วทิ้ง” ใบหน้าคมคายแสดงสีหน้าเหมือนเด็กโดนรังแก พร้อมน้ำเสียงที่ดูเหมือนเด็กที่ขู่รุ่นพี่ว่าจะไปฟ้องผู้ปกครองทำเอาไวน์นึกหมั่นใส้ในใจ
หืมมมม…ดูพูดเข้าเหมือนฉันไปขืนใจอย่างงั้นอ่ะ
“พี่ต้องรับผิดชอบผม…ผมเสียหาย”
ปากหยักยังไม่หยุดทวงความยุติธรรมให้ตัวเองประหนึ่งว่าเป็นสาวน้อยถูกพรากความบริสุทธิ์
“ฉันจ่ายเงินนายไปแล้วไง” เธอจำได้ว่าคืนนั้นเธอจ่ายเงินให้เขาไปจำนวนไม่น้อยเลยนะ จะมาทวงถามความรับผิดชอบบ้าบออะไรอีก
“ผมไม่ได้ขายตัว” คืนนั้นเธอเข้าใจผิดเองว่าเขาเป็นโฮสต์ที่เจ้าขุนจัดเตรียมไว้ให้
“แต่นายก็ไม่ปฏิเสธ” ไวน์ยืนกรานว่าเขาก็ยินยอมไม่ได้โดนเธอบังคับและขืนใจ ถ้าไม่ใช่ทำไมเขาไม่ปฏิเสธเธอตั้งแต่แรกล่ะ
“จะรับผิดชอบผม…รึให้จะผมรับผิดชอบเลือกมาครับ”
ห๊ะ…แบบนี้ก็ได้เหรอวะ
จะเลือกทางไหนมันก็ค่าเท่ากันรึเปล่า
ไอ่เด็กนี่มัน!!!!!!
“ฉันไม่ชอบเด็ก” ไวน์ขึงตาดุใส่เมื่อโชแปงยังยียวนกวนประสาทเธอไม่เลิก แต่ท่าทีของเธอไม่ได้ทำให้เขาสลดแม้แต่น้อย กลับทำให้เขาชอบอีกต่างหากล่ะ เพราะมันดูน่ารักเหมือนแมวน้อยกำลังขู่หมาตัวโตที่มารังแกซะมากกว่า
“แต่คืนนั้น…พี่ก็นอนครางใต้ร่างเด็กคนนี้มาแล้วหนิครับ” โน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบชนกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขากลิ่นที่เธอขำได้ขึ้นใจลอยเข้ามาในโสตประสาท
อ่า….แล้วจะตัวหอมอะไรขนาดนี้เล่า
“ผมให้เวลาพี่คิด แล้วผมจะมา… ‘เอา’ …” โชแปงจงใจเว้นคำพูดให้คนฟังคิดไปไกล สายตาคมมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่แววตาซุกซนหายไปเหลือแค่ความประหม่าเมื่อโดนรุกในระยะประชิดตัวแบบนี้
“อะ…เอาอะไรฉันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำสองหรอกนะ”
หน้าสวยเชิดขึ้นพร้อมดันแผงออกของเขาออกไม่ให้เข้าใกล้เธอมากไปกว่านี้ เพราะถ้าใกล้กว่านี้ก็จูบกันแล้วล่ะ
“เอาคำตอบไงครับ…นี่พี่คิดอะไรอยู่เหรอ? พึ่งจะรู้ว่าพี่คนสวยคิดแต่เรื่องอย่างว่ากับผม” ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างกวนๆ ก่อนจะผละร่างออกจากคนตัวเล็กเพราะหน้าเธอเริ่มจะแดงเหมือนมะเขือเทศสุกแล้วในตอนนี้
“ฉันไม่ได้คิดสักหน่อย” ไวน์ตอบไม่เต็มเสียงนัก ก็เพราะว่าเธอคิดน่ะสิจะไม่คิดได้ยังไงคำพูดสองแง่สองง่ามขนาดนั้น
“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะครับ” โชแปงยืนกอดอกเอียงหน้ามองคนตัวเล็ก ปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดูท่าทีเขินปนประหม่าของเธอ ซึ่งแตกต่างจากคืนนั้นราวงกับคนละคน
“ฉันร้อน” คำตอบที่ไม่น่าหลุดออกมาในห้องที่อุณภูมิเย็นพอที่ใส่เสื้อผ้าหลายชั้นก็ยังไม่ทำให้ร่างกายอุณภูมิเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
“ร้อน?.....แต่แอร์ในห้องเย็นมากนะครับ” โชแปงเลิกคิ้วถามเพราะอุณภูมิในห้องตอนนี้มัน 23 องศา เขารู้ว่าเธอเสียอาการแล้วเขาก็อยากแกล้งให้เธอเสียอาการมากกว่านี้เพราะมันโคตรน่ารัก
เมื่อถูกไล่ต้อนจนมุมไวน์เลยเลือกที่จะหยิบแฟ้มเอกสารกับไอแพดแล้วรีบลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เครื่องหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
“ฉันไม่คุยกับนายแล้ว…ไอ่เด็กบ้า” ร่างเล็กเดินชนคนตัวโตกว่าที่ยืนขวางอยู่จนเขาเซเล็กน้อย ขาเรียวรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องประชุมในทันที
โชแปงได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่ลับตาไป ปากหยักยกยิ้มด้วยความพอใจ
อย่างดื้อเลยเหอะ…
เจินเข่ออ้าย…
(น่ารักจริงๆ) …
ตอนบ่าย…
@ห้องทำงานของหมอเวกัส
“มือแกไปไหนไวน์” เวกัสละสายตาจากเอกสารตรงหน้ามองน้องสาวที่เปิดประตูห้องเข้ามา ทำหน้าบอกบุญไม่รับเดินตรงมาหาหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน
ไวน์มักจะไม่เคาะประตูห้องของเวกัส ไม่สิไม่เคยเคาะเลยต่างหากล่ะแต่เธอก็ทำเฉพาะกับเวกัสแค่คนเดียวกับคนอื่นเธอก็ไม่ทำคงเป็นเพราะเป็นเวกัสนี่แหละเธอถึงทำอะไรก็ได้
“เวย์~…เปลี่ยนพาร์ตเนอร์ได้มั้ย?” เธอยื่นหน้าเข้าไปหาเวกัสทำตาปริบๆ เหมือนเด็กน้อยขออนุญาติจากผู้ปกครอง
“ทำไม? … ขอเหตุผลด้วยเวณิกา” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันสายตาคมจ้องมองหน้าน้องสาวอย่างตั้งคำถาม
“ก็…ฉันคิดว่าคนดูแลโปรเจกต์ยังเด็กเกินไป” คำตอบที่โคตรโง่และไร้เหตุผลสุดๆ แต่ไวน์ก็เลือกที่จะตอบออกไป
“นี่คือคิดมาแล้ว?” คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมน้ำเสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความสงสัยในเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
“……”
“เราเซ็นสัญญาไปแล้วไวน์ วันที่ฉันถามแกก็บอกว่าแล้วแต่ฉันให้ฉันตัดสินใจเลย แต่วันนี้แกจะมาเปลี่ยน?”
เสียงเข้มพร้อมสีหน้าจริงจังดวงตาคมจ้องมองตรงไปยังน้องสาวที่กำลังนึกหาเหตุผลมาโต้แย้ง
“ก็วันนั้นรายชื่อทีมงานที่เคยอ่านผ่านตาไม่ใช่คนนี้”
ปากเล็กเอ่ยเถียงถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้มาวันที่เซ็นสัญญาแต่เธอก็พอจะจำได้ผ่านๆ ว่าคนคุมโปรเจคที่เคยดีลกันไว้ไม่ใช่เด็กนั่นแน่นอน
“แล้วโชแปงมันเป็นยังไง?”
“ก็เด็กอยู่ อาจจะทำงานเราได้ไม่ดีเท่าที่ควร”
เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นอีกแล้ว....
แต่ก็ยังจะแถไปอีกเวณิกา.....
“แล้วแกจะให้ฉันตอบฝั่งนั้นยังไง?”
“เราก็ยอมจ่ายค่าเสียเวลาไปสิ” ปากเล็กยกยิ้มแสดงความพอใจเหมือนกับว่าเวกัสจะยอมเปลี่ยนใจทำตามที่เธอขอ
“เรื่องเงินมันไม่ใช่ปัญหาไวน์ แต่ความน่าเชื่อถือกับชื่อเสียงของวิวัฒนกุลชัยล่ะ แกจะให้ทางนั้นมองเราว่าไม่เป็นมืออาชีพ.....กลับกลอกงั้นเหรอ?”
เหตุผลที่ผู้เป็นพี่เอ่ยทำเอาไวน์ต้องหยุดความคิดดื้อรั้นดึงดันในทันที นี่เธอมัวแต่เอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้งานได้รับผลกระทบสินะ ใบหน้าที่เคยยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเศร้าในทันทีแววตาที่เคยมีความหวังกลายเป็นความผิดหวัง
“อืม…ฉันคิดน้อยเกินไป” เธอตอบเสียงเนือยๆ
“ก็คิดได้หนิ!” เสียงทุ้มย้ำคำตอบของเธอเข้าไปอีก
“แต่แกเป็นคนเซ็น..แกก็รับผิดชอบไปสิ”
“ยัยไวน์ มันหน้าที่แกนะแค่ผ่าตัดฉันก็ไม่มีเวลาแล้วมั้ย”
พูดจบก็ดีดเข้าไปที่หน้าผากมนอย่างมันเขี้ยว
“โอ๊ยยย…มันเจ็บนะเว้ย!!”
หน้าสวยยู่พร้อมดวงตาติดงอนมองพี่ชายฝาแฝด มือเล็กยกขึ้นมาลูบหน้าผากที่โดนดีดไปเมื่อครู่ไปมาซ้ำๆ
“เออ…เจ็บก็ดีแล้วไปตั้งใจทำงาน!!!”
ทว่า....ผู้เป็นพี่ยังมีความเคลือบแคลงใจ ที่น้องสาวผู้ที่ตั้งใจทำงานและทุ่มเทกับทุกงานของตน จู่ๆ กลายเป็นคนที่ดูจะไม่ค่อยมีเหตุผล
ได้ยังไง....
“แต่เดี๋ยวนะ…แกมีอะไรที่ฉันไม่รู้รึเปล่า?”
ดวงตาคมหรี่ลงมองผู้เป็นน้องสาวอย่างจับผิด สายตาคมจ้องมองสายตาซุกซนที่พยายามหลบเลี่ยง
“ปะ…เปล่า!!! ฉันไปดีกว่า” เมื่อโดนต้อนจนมุมไวน์เลยเลือกที่จะรีบออกจากห้องเวกัสในทันทีก่อนที่จะโดนจับผิดมากไปกว่านี้แล้วโป๊ะแตก