Compartir

บทที่ 5

Autor: เทียนเทียน
ลานกว้างนอกตำหนักกำลังจุดดอกไม้ไฟ เจียงหลินหลางยืนอยู่ริมฝูงชนเพียงลำพัง มองสีสันพร่างพรายที่แต่งแต้มเต็มผืนฟ้า แววตาเหม่อลอยราวกับใจล่องลอยไปไกล

กาลก่อน ในสถานที่เช่นนี้ ข้างกายนางมักมีบุรุษทั้งสามอยู่เคียงเสมอ พวกเขาคอยกันผู้คนที่เบียดเสียดออกไป คอยชี้ดอกไม้ไฟที่งดงามที่สุดให้นางดู และคอยสรรหาวิธีต่าง ๆ มาทำให้นางมีความสุข...

“ผึ้ง! มีผึ้งเต็มไปหมด—!”

เสียงร้องตื่นตระหนกที่ดังขึ้นกะทันหันตัดห้วงความคิดของนาง ขณะเดียวกันนั้นเอง ฝูงผึ้งสีดำทะมึนจำนวนมหาศาลก็ไม่รู้บินมาจากแห่งใด พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงชนที่กำลังชมดอกไม้ไฟ!

ฝูงชนแตกตื่นในพริบตา ส่งเสียงกรีดร้องแล้วพากันวิ่งหนีอลหม่าน!

ท่ามกลางความโกลาหล เจียงหลินหลางได้ยินเสียงเรียกอย่างร้อนรนของเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่ ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร

“ไต้เยว่!”

“ไต้เยว่ เจ้าอยู่ที่ใด?!”

“ไต้เยว่ มาทางนี้เร็ว!”

ไม่มีสักเสียงที่เรียกชื่อนาง

นางอดนึกถึงวันวานมิได้ ไม่ว่าจะเผชิญอันตรายใด คนที่พวกเขาปกป้องเป็นคนแรก ล้วนเป็นนางเสมอ

นางหัวเราะเยาะตนเองเบา ๆ ก่อนหลบฝูงผึ้งอย่างคล่องแคล่ว ถอยไปซ่อนอยู่หลังเสาระเบียงต้นใหญ่ และปกป้องตนเองด้วยสองมือของตน

ยังดีที่เหล่าองครักษ์ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว จุดคบไฟขับไล่ฝูงผึ้งจนสลายตัวไป

ความวุ่นวายเพิ่งสงบลง ก็มีผู้ร้องขึ้นอีกว่า “แย่แล้ว! องค์ชายสิบสามตกน้ำแล้ว! รีบช่วยคนเร็ว!”

ที่แท้ท่ามกลางความชุลมุนเมื่อครู่นี้ องค์ชายสิบสามผู้ยังทรงพระเยาว์ถูกฝูงชนเบียดไปถึงริมสระไท่เยี่ย ก่อนจะพลัดตกลงไปโดยไม่ทันระวัง!

ไม่นานนัก เหล่าองครักษ์ก็ช่วยองค์ชายสิบสามขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ เด็กน้อยสำลักน้ำไปหลายอึก ร้องไห้จ้าเพราะความตกใจ

ฮองเฮารีบรุดมาทันทีเมื่อได้ข่าว สีหน้าถมึงทึงอย่างยิ่ง องค์ชายสิบสามคือโอรสองค์เล็กที่นางรักใคร่เอ็นดูที่สุด

องค์ชายน้อยสะอื้นไห้พลางเอ่ยว่า “เสด็จแม่...มีคน...มีคนผลักลูกจากด้านหลังโดยเจตนา!”

ฮองเฮาพลันกริ้วจัด “ตรวจสอบ! จงตรวจสอบให้ถึงที่สุด! ผู้ใดบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปองร้ายองค์ชาย?! เมื่อพบตัวคนร้ายแล้ว ข้าจะลงโทษอย่างหนักเป็นแน่!”

ครั้นรับสั่งออกมา บรรยากาศโดยรอบก็พลันอบอวลไปด้วยไอสังหาร

ในเวลานั้นเอง เจียงไต้เยว่โซซัดโซเซวิ่งเข้ามา คว้าชายแขนเสื้อของเซียวจ้านและเซี่ยอวิ๋นที่อยู่ใกล้ที่สุดไว้แน่น“พี่เซียวจ้าน พี่เซี่ยอวิ๋น พี่จิ่งหลี่...ทำอย่างไรดี...เมื่อครู่ชุลมุนเกินไป ข้าเหมือนจะ...เหมือนจะเผลอชนองค์ชายสิบสามเข้า...ข้ามิได้ตั้งใจจริง ๆ ข้ามิได้ตั้งใจจริง ๆ! ข้ากลัวยิ่งนัก...”

ครั้นกล่าวมาถึงตอนท้าย นางก็พูดจาสับสนไร้ลำดับ ราวกับจะเป็นลมอยู่รอมร่อ

เซียวจ้านทั้งสามรีบประคองนางไว้ เห็นนางหวาดกลัวและไร้ที่พึ่งเช่นนั้น ก็อดปวดใจมิได้

ทั้งสามสบตากันครู่หนึ่ง สื่อความหมายผ่านสายตาอย่างรวดเร็ว

จากนั้น สายตาของพวกเขาก็มองไปยังเจียงหลินหลางที่เพิ่งก้าวออกมาจากหลังเสาระเบียง พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

เซียวจ้านก้าวมาหยุดตรงหน้าเจียงหลินหลางเป็นคนแรก ก่อนลดเสียงลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่มิอาจโต้แย้งได้“หลินหลาง ไต้เยว่ร่างกายอ่อนแอ ทั้งยังขวัญน้อย หากถูกฮองเฮาซักถาม เกรงว่าจะตกใจจนล้มป่วย เจ้าเป็นพี่หญิงของนาง และรักใคร่นางมาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้...เจ้ารับแทนนางเถิด”

เจียงหลินหลางชะงักไปชั่วขณะ ราวกับคิดว่าตนฟังผิด“เจ้า...ว่าอันใดนะ?”

เซี่ยอวิ๋นก็ก้าวเข้ามาเช่นกัน น้ำเสียงแฝงความวิงวอน“หลินหลาง พวกเรารู้ว่าคำขอนี้เกินเลยนัก แต่ไต้เยว่รับเรื่องนี้ไม่ไหวจริง ๆ ส่วนเจ้า...ไม่เหมือนนาง”

หรงจิ่งหลี่ถอนหายใจเบา ๆ มองนางด้วยแววตาซับซ้อน“หลินหลาง ถือเสียว่า...ช่วยไต้เยว่อีกสักครั้ง ได้หรือไม่?”

เจียงหลินหลางมองใบหน้าทั้งสามที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า มองความปกป้องที่พวกเขามีต่อเจียงไต้เยว่โดยไม่คิดปิดบัง และมองท่าทีที่เห็นว่านางควรยอมรับเรื่องนี้เป็นเรื่องสมควร เพียงรู้สึกว่าความเย็นเยียบสายหนึ่งพุ่งจากปลายเท้าขึ้นสู่ศีรษะ จนโลหิตทั่วร่างแทบแข็งตัว

“ข้าไม่ยินยอม”นางได้ยินเสียงของตนเย็นเยียบเหลือเกิน“มิใช่สิ่งที่ข้าทำ แล้วเหตุใดข้าต้องรับ?”

นางหันกายคิดจะจากไป แต่ทางองค์ชายสิบสามนั้น ขันทีได้เริ่มเรียกผู้ที่อยู่ใกล้ริมสระเมื่อครู่นี้ให้ทยอยออกมาทีละคน เพื่อให้องค์ชายน้อยชี้ตัวแล้ว

เซียวจ้านทั้งสามเห็นเจียงหลินหลางกำลังจะจากไป แล้วหันไปมองเจียงไต้เยว่ที่หวาดกลัวจนแทบยืนไม่อยู่ ก็รู้ว่ามิอาจรอช้าได้อีกแล้ว

หรงจิ่งหลี่พลันลงมือ ฉับไวประหนึ่งสายฟ้า แตะจุดใบ้ของเจียงหลินหลางเข้าอย่างกะทันหัน!

เจียงหลินหลางทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น ทว่ากลับเปล่งเสียงมิได้แม้แต่น้อย

เซียวจ้านและเซี่ยอวิ๋นประคองนางไว้คนละข้าง ท่ามกลางสายตาไม่อยากเชื่อของนาง ทั้งสองผลักนางออกไปเบื้องหน้าฝูงชนอย่างแรง“ฮองเฮา! เมื่อครู่นี้...ดูเหมือนหลินหลางจะเผลอชนองค์ชายสิบสามเข้า นางรู้ความผิดแล้ว จึงมาขอรับโทษ!”

สายตาของผู้คนทั้งงานพลันจับจ้องมาที่เจียงหลินหลางพร้อมกัน

ฮองเฮาจ้องนางด้วยสายตาคมกริบราวคมมีด“เจียงหลินหลาง เป็นเจ้าหรือ?”

เจียงหลินหลางอ้าปากจะเอ่ย ทว่ากลับเปล่งเสียงมิได้ ได้แต่ส่ายหน้าอย่างสุดแรง

ทว่าเซียวจ้านคุกเข่าลงแล้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “หลินหลางนาง...เพียงพลาดพลั้งชั่วขณะ มิได้มีเจตนา ขอฮองเฮาโปรดผ่อนโทษด้วยเถิด!”

เซี่ยอวิ๋นและหรงจิ่งหลี่ก็คุกเข่าลงพร้อมกัน

ฮองเฮามองบุรุษทั้งสามผู้เป็นดั่งโอรสสวรรค์ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนหันไปมองเจียงหลินหลางที่ใบหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าไม่หยุดแต่เอ่ยคำใดมิได้ แววตาก็เย็นชาลงหลายส่วน

“ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสามต่างยืนยันว่าเป็นฝีมือของเจียงหลินหลาง อีกทั้งนางก็ไม่มีวาจาใดโต้แย้ง...” ฮองเฮาเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงแฝงอำนาจอันเย็นเยียบ “เช่นนั้นก็จัดการตามกฎวัง ทำร้ายองค์ชายย่อมมีโทษ เมื่อเห็นว่าเป็นความผิดครั้งแรก และมิได้มีเจตนา จึงละเว้นโทษถึงตาย แต่โทษเป็นยังมิอาจละเว้นได้ มาเถิด ลากบุตรสาวตระกูลเจียงผู้นี้ออกไป รับโทษเดินบนทางถ่านไฟสิบลี้!”

ครั้นวาจานี้หลุดออกมา ผู้คนทั้งงานต่างสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง

ทางถ่านไฟสิบลี้ คือทางลงทัณฑ์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษภายในวัง ปูเต็มไปด้วยถ่านแดงคุกรุ่น ผู้รับโทษต้องเดินเท้าเปล่าผ่านไป พอให้ผิวหนังไหม้เกรียม เนื้อหนังพุพอง เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตาย

ดวงตาเจียงหลินหลางหดวูบ นางดิ้นรนคิดจะถอยหนี ทว่าถูกแม่นมร่างกำยำสองคนจับยึดไว้แน่น ก่อนจะถอดรองเท้าและถุงเท้าของนางออกอย่างหยาบคาย แล้วลากตรงไปยังทางลงทัณฑ์ที่มีแสงแดงเรืองรองอยู่เบื้องหน้า!

ไอร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะใบหน้า ก้อนถ่านแดงฉานเปล่งแสงสีชาดเรืองรองอยู่ท่ามกลางราตรี

นางถูกกดบังคับไว้ แล้วเหยียบลงบนถ่านก้อนแรกอย่างมิอาจขัดขืน!

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 20

    เจียงหลินหลางพยักหน้า “ถ่านเงิน สมุนไพร รวมถึงหนังสือคลายเหงาที่ท่านอ๋องส่งคนมามอบให้ทุกเดือน... หลินหลางล้วนจดจำไว้ในใจ”ฮั่วเจวี๋ยมองนางอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน “ข้า... มีใจให้เจ้ามานานแล้ว”“หลินหลางเข้าใจ” เจียงหลินหลางยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นงดงามจนแทบหยุดลมหายใจใต้แสงเทียน “ฟ้าดินชักพาให้คลาดเคลื่อนไปมา กลับกลายเป็นว่าข้าเลือกคนได้ถูกต้องแล้ว”หลังแต่งงาน ชีวิตของเจียงหลินหลางกับฮั่วเจวี๋ยรักใคร่กลมเกลียวกันเกินกว่าที่ผู้ใดคาดคิดแม้ฮั่วเจวี๋ยจะมีนิสัยเย็นขรึม ไม่ถนัดเอ่ยวาจาหวานหู ทว่าเขากลับมอบความอ่อนโยนและความอดทนทั้งหมดให้แก่ภรรยาผู้อ่อนวัยกว่าตนมากผู้นี้เขาจำได้ว่านางกลัวหนาว ยามเข้าฤดูเหมันต์จึงสั่งคนให้จุดเตาใต้พื้นแต่เนิ่น ๆ จำได้ว่านางชอบอาหารรสอ่อน จึงเชิญพ่อครัวจากเจียงหนานมาโดยเฉพาะ จำได้ว่านางชอบอ่านหนังสือ จึงมอบกุญแจหอหนังสือของจวนอ๋องให้นาง ให้นางหยิบอ่านได้ตามใจปรารถนาเขาจะเล่นหมากกับนางใต้แสงจันทร์ จะเฝ้าไข้ทั้งคืนยามนางล้มป่วย และในวันคล้ายวันเกิดของนาง ก็ยอมวางงานในกองทัพ พานางไปพักผ่อนที่เรือนนอกเมืองเจียงหลินหลางค่อย ๆ พบว่า บุรุ

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 19

    “เคร้ง!”กริชหล่นกระทบพื้นตะขอเหล็กห้อยตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรงขวดยาพิษกลิ้งหล่น เฮ่อติ่งหงหกเกลื่อนพื้น ส่งกลิ่นฉุนแสบจมูกทั้งสามราวถูกอสนีบาตฟาด ร่างแข็งค้างอยู่กับที่ สีหน้าซีดเผือดดุจเถ้าธุลีในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักว่า สตรีตรงหน้ามิใช่เจียงหลินหลางคนเดิม ผู้เคยหลั่งน้ำตาเพื่อพวกเขา และอ่อนใจเพียงเพราะวาจาอ่อนโยนคำเดียวของพวกเขาอีกต่อไปแล้วหัวใจของนางตายสิ้นแล้วถูกพวกเขาฆ่าตายด้วยมือตนเองเจียงหลินหลางมิได้เหลือบมองพวกเขาอีกแม้สักนิด นางหันกายเดินเข้าสู่ห้องชั้นใน ทิ้งไว้เพียงวาจาเย็นเยียบประโยคหนึ่ง“ส่งแขก”วันอภิเษกใหญ่ ผู้คนทั่วเมืองหลวงพากันออกมาชมจนถนนหนทางแทบว่างเปล่าจวนอ๋องจิ้งอันรับองค์หญิงหย่งอันเข้าพิธีวิวาห์ สินเดิมสีแดงทอดยาวสิบลี้จากจวนองค์หญิงไปจนถึงจวนอ๋องจิ้งอัน ฆ้องกลองกึกก้อง ประทัดดังสนั่น เป็นภาพครึกครื้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบเจียงหลินหลางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงปักทองลายหงส์ สวมมงกุฎเก้ามังกรสี่หงส์ ม่านไข่มุกปกพักตร์ ประทับนั่งอยู่ในเกี้ยวมงคลมังกรหงส์แปดคนหาม ม่านเกี้ยวทิ้งตัวลงต่ำ บดบังโฉมสะคราญล่มเมืองของนางไว้ ทว่ามิอาจบดบังสง่าราศีสูงศักดิ์ทั่วกายได

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 18

    คืนนั้น จวนองค์หญิงเทียนแดงลุกโชน ม่านแพรปักลายทิ้งตัวลงต่ำเจียงหลินหลางผลัดฉลองพระองค์อันหนักอึ้งออกแล้ว เปลี่ยนมาสวมเสื้อกระโปรงสีขาวนวลเรียบง่าย นางนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง เหม่อมองกระดานหมากที่เล่นค้างไว้ตรงหน้าแสงจันทร์นอกหน้าต่างพร่างพรายดุจสายน้ำ ส่องใบหน้าด้านข้างของนางให้ขาวผ่องราวหยก งามเย็นจนคล้ายมิใช่คนในโลกมนุษย์ทันใดนั้น นอกหน้าต่างพลันมีเสียงผิดปกติดังขึ้น ตามมาด้วยเงาดำสามสายที่พลิกกายผ่านหน้าต่างเข้ามาดุจภูตผี!คนทั้งสามก็คือเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาบุกฝ่าเข้ามาด้วยกำลัง เสื้อผ้ายุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม บนร่างยังมีร่องรอยการต่อสู้อยู่หลายแห่งบาดแผลตรงขมับของเซียวจ้านปริแตกอีกครา เลือดสดไหลอาบไม่หยุด ตะขอเหล็กของเซี่ยอวิ๋นเปื้อนคราบเลือด ส่วนอาภรณ์นักพรตของหรงจิ่งหลี่ถูกฉีกขาด เขาหอบหายใจถี่หนัก“เจียงหลินหลาง!” เซียวจ้านดวงตาแดงก่ำ จ้องนางเขม็ง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธและสิ้นหวัง “เจ้าคิดจะแต่งกับฮั่วเจวี๋ยจริงหรือ?! เจ้ายอมแต่งกับเขา แต่ไม่ยอมมองพวกเราอีกสักครั้งเลยหรือ?!”มือที่คีบหมากของเจียงหลินหลางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะวางห

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 17

    เซียวจ้านส่งเสียงคำรามอย่างสิ้นหวัง พลันถลาเข้าไปข้างหน้า คว้าคานเสลี่ยงหงส์ไว้แน่นในคราเดียว!เหล่าองครักษ์ตกตะลึง ดาบและกระบี่ถูกชักออกจากฝักในพริบตา แสงคมเย็นเยียบวาบขึ้น ก่อนพาดลงบนลำคอของเขา!“ปล่อย!” ในที่สุดเจียงหลินหลางก็ตวาดเสียงกร้าว ม่านไข่มุกกระทบกันจนเกิดเสียงใสกังวาน นางหันกลับมาอย่างฉับพลัน ดวงตาปรากฏแววพิโรธขึ้นเป็นครั้งแรก “เซียวจ้าน! เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!”“ใช่! ข้าบังอาจ!” เซียวจ้านดวงตาแดงก่ำ กำคานเสลี่ยงหงส์ไว้แน่น ปล่อยให้คมดาบบาดผิวหนัง เลือดสดไหลลงมาตามลำคอ ย้อมคอเสื้อเก่าคร่ำให้แดงฉาน “เจียงหลินหลาง! เจ้าดูพวกเราสิ! ดูสภาพของพวกเราในยามนี้สิ! ทั้งหมดนี้ก็เพราะเจ้า! เพื่อเจ้า!!”“เพื่อข้าหรือ?” เจียงหลินหลางคล้ายได้ฟังเรื่องน่าขันที่สุดในใต้หล้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “องค์ชายสามคงมิได้ลืมกระมัง เมื่อสามปีก่อน เป็นพวกเจ้าที่บังคับให้ข้ารับผิดแทนเจียงไต้เยว่ ต้องทนรับโทษถ่านเพลิงสิบลี้ เป็นพวกเจ้าที่มองดูข้าตกหน้าผาอย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นพวกเจ้าที่ปล่อยให้พลุสัญญาณทั้งสามดอกของข้าจมหายไร้ร่องรอย จนข้าเกือบต้องตายในปากเสือ! สภาพเช่นนี้ในวันนี้ล้วนเป็

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 16

    ผู้ที่นำหน้า สวมเสื้อผ้าฝ้ายเก่าคร่ำของทหารชายแดนเหนือ ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งลมฝนและความตรากตรำ แก้มซ้ายมีรอยแผลดาบน่าสะพรึงพาดจากโหนกคิ้วจรดคาง ผู้นั้นคือเซียวจ้านข้างกายเขา เซี่ยอวิ๋นสวมเกราะศึกสีซีดจาง แขนเสื้อข้างขวาห้อยว่างเปล่าปลิวไหวไปตามสายลม ตำแหน่งแขนที่ขาดถูกแทนด้วยตะขอเหล็กเย็นเยียบ ปลายตะขอส่องประกายเย็นเยือกใต้แสงตะวันคนสุดท้าย หรงจิ่งหลี่สวมชุดยาวผ้าสีครามที่ซักจนซีดขาว ร่างผอมซูบราวกับลมพัดก็อาจล้มลงได้ เส้นผมดำทั่วศีรษะกลับกลายเป็นสีขาวดุจหิมะจนหมดสิ้น ใบหน้าซูบเซียวชราภาพอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงดวงตาลึกโหลคู่นั้นที่ยังหลงเหลือเงาแห่งความอ่อนโยนในวันวานอยู่บ้างสามปี! สามปีเต็ม!ลมทรายของชายแดนเหนือขัดเกลาความหล่อเหลาของเซียวจ้านจนเลือนหาย ลมคาวทะเลพรากแขนขวาของเซี่ยอวิ๋นไป ส่วนความเดียวดายนอกสุสานหลวงก็ทำให้ผมดำของหรงจิ่งหลี่กลายเป็นสีขาวโพลนพวกเขาทุ่มเททุกสิ่ง ใช้วิธีอันเจ็บปวดยิ่งเพื่อไถ่โทษ เพียงเพื่อให้วันนี้ได้มายืนอยู่ที่แห่งนี้ ขอเพียงนางหันกลับมามองสักครา และให้อภัยสักครั้ง“หลินหลาง—!”เสียงแหบพร่าของเซียวจ้านดังแหวกอากาศ แฝงไว้ด้วยความเศร้าสลดร

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 15

    ส่วนเจียงไต้เยว่ หลังจากความชั่วช้านานัปการถูกเปิดโปง ก็มีพระราชโองการลงมา ขับนางออกจากจวนตระกูลเจียงนางเร่ร่อนอยู่สามเดือนเต็มเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปรอะเปื้อน ดุจหนูข้างถนนที่ผู้คนพากันรังเกียจนางเคยเดินทางไปถึงหน้าค่ายทหารชายแดนเหนือที่เซียวจ้านประจำการ ร่ำไห้ร้องขอพบเขา แต่กลับถูกทหารเฝ้าค่ายใช้ไม้รุมตีขับไล่จนเกือบสิ้นชีพนางยังไปดักรอเซี่ยอวิ๋นที่ท่าเรือ ขณะเขากำลังจะยกทัพออกศึก คุกเข่าวิงวอนว่า “พี่เซี่ยอวิ๋น ข้าผิดไปแล้ว... พาข้าไปด้วยเถิด...”เซี่ยอวิ๋นเพียงมองนางอย่างเย็นชา สายตานั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าลมหิมะแห่งชายแดนเหนือเสียอีก “ไสหัวไป มิเช่นนั้นข้าก็ไม่รังเกียจที่จะให้เจ้าได้ลิ้มรสไม้ลงทัณฑ์ของทหารดูสักครา”ท้ายที่สุด นางก็ตามหากระท่อมฟางอันทรุดโทรมของหรงจิ่งหลี่จนพบหรงจิ่งหลี่มิได้เปิดประตู เพียงเอ่ยผ่านบานไม้บาง ๆ จากด้านใน เป็นวาจาสุดท้ายที่มอบให้นาง “เจ้าควรดีใจที่หลินหลางยังมีชีวิตอยู่ มิเช่นนั้น... ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ก็มิสู้ตาย”ทุกหนทางล้วนถูกตัดขาดความหวังทั้งปวงล้วนมอดดับในค่ำคืนที่ลมและหิมะโหมกระหน่ำ เจียงไต้เยว่เพียงลำพังมาถึงริ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status