All Chapters of สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน: Chapter 1 - Chapter 10

20 Chapters

บทที่ 1

เมื่อสหายวัยเยาว์ทั้งสามมาหาเจียงหลินหลาง บอกว่าวันคล้ายวันเกิดของเจียงไต้เยว่ใกล้จะมาถึงแล้ว นางอยากได้พิณหงส์เป็นของขวัญวันเกิด และหวังว่านางจะยอมตัดใจยกให้ เจียงหลินหลางกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ได้”เซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่ต่างนิ่งงันไปตามกันเพราะพิณหงส์ตัวนี้ พวกเขาทั้งสามเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล เสาะหาวัสดุชั้นเลิศทั่วหล้า เชิญอาจารย์ทำพิณผู้วางมือไปนานแล้วกลับมาสร้างพิณ ใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็ม กว่าจะทำขึ้นเป็นของขวัญวันเกิดสำหรับนางเพียงผู้เดียววันมอบพิณ พวกเขาเคยหัวเราะหยอกล้อกันว่า“หลินหลาง พิณตัวนี้คือของแทนใจที่พวกเราสามคนมอบให้เจ้า คนอยู่พิณอยู่ เจ้าต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดี ชั่วชีวิตก็ห้ามทำหาย”บัดนี้ เจียงไต้เยว่เพียงเอ่ยขึ้นมาว่าชอบ พวกเขากลับลังเลอยู่เนิ่นนาน กว่าจะรวบรวมความกล้ามาเอ่ยปากขอก่อนจะมาที่นี่ พวกเขายังนึกภาพปฏิกิริยาของเจียงหลินหลางเอาไว้แล้ว ว่านางอาจมีขอบตาแดงก่ำ กัดริมฝีปากแล้วบอกว่า “ไม่ได้”หรือไม่ก็เอ่ยถามพวกเขาด้วยความน้อยใจว่า“เหตุใดต้องนำของที่มอบให้ข้าไปยกให้ผู้อื่นด้วย”มีเพียงเรื่องเดียวที่พวกเขาไม
Read more

บทที่ 2

เจียงหลินหลางเคยเป็นดวงแก้วอันเจิดจรัสที่สุดแห่งเมืองหลวงคิ้วงามดุจทิวเขาไกลแต้มหมึก ดวงตาดั่งสายน้ำสารททอดระลอก นามหญิงงามอันดับหนึ่งติดตัวนางมาตั้งแต่วัยเยาว์ ยิ่งหาได้ยากกว่านั้นคือ นางมิได้มีดีเพียงรูปโฉม หากยังแตกฉานทั้งพิณ หมาก อักษร และภาพวาด นับเป็นยอดสตรีผู้เปี่ยมความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงอย่างแท้จริงสตรีเช่นนี้ ย่อมทำให้บุรุษนับไม่ถ้วนหลงใหลหมายปอง ทว่าข้างกายนางมีสหายวัยเยาว์ผู้สูงศักดิ์ทั้งสามคอยปกป้องไว้อย่างแน่นหนา ผู้อื่นอย่าว่าแต่จะได้ใจนาง แม้แต่จะก้าวเข้าใกล้สักครึ่งก้าวก็ยังยากเซียวจ้าน องค์ชายสามแห่งราชสำนัก รูปโฉมสง่างามดุจมังกรหงส์ เย็นชา สูงส่ง และแฝงพระบารมีแห่งผู้ปกครองมาแต่กำเนิดเซี่ยอวิ๋น บุตรชายสายตรงแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพตั้งแต่อายุยังน้อย เปี่ยมด้วยความองอาจฮึกเหิม ทุกหนที่ปลายทวนเงินชี้ไป กองทัพศัตรูล้วนหวาดผวาจนขวัญหนีดีฝ่อหรงจิ่งหลี่ รัฐทายาทแห่งจวนอ๋องจิ้งอัน อบอุ่นละมุนดุจหยก สุภาพสง่างามสมเป็นวิญญูชน ทว่ากลับมีสายตาเฉียบคมที่มองทะลุใจคน และมีวิธีการเด็ดขาดดุจอัสนีฟาดตั้งแต่วัยเยาว์อันไร้เดียงสา พวกเขาทั้งสามต่
Read more

บทที่ 3

แต่ดูเหมือนเซียวจ้านและพวกนั้นจะมิได้ใส่ใจคำว่า “ผู้ใดก็ไม่แต่งทั้งนั้น” ของนางเลยหลังผ่านความตกตะลึงและใจหายไปชั่วครู่ หรงจิ่งหลี่ก็ได้สติกลับมาก่อนผู้ใด เขาราวกับได้ยินถ้อยคำประชดประชันอย่างเอาแต่ใจของเด็กน้อย จึงส่ายหน้าเบา ๆ น้ำเสียงกลับมาผ่อนคลายดังเดิม “พอเถิด พอเถิด รู้แล้วว่าเจ้ายังขุ่นใจเรื่องคราวก่อน พวกเราก็บอกแล้วมิใช่หรือว่าจะชดเชยให้เจ้า ไว้คราวหน้าดีหรือไม่ วันนี้ไต้เยว่ยังรอพวกเราไปล่องทะเลสาบด้วยกันอยู่ มิใช่ว่าไม่พาเจ้าไป เพียงแต่ร่างกายเจ้ายังไม่หายดี หากต้องลมอีก เกรงว่าจะทรมานเอา”เซียวจ้านก็พยักหน้า คิ้วตาอันเย็นชาคลายลงเล็กน้อย “ใช่ คราวหน้าเราค่อยไปสนามล่าสัตว์กัน เจ้านั้นชอบขี่ม้าที่สุดมิใช่หรือ”เซี่ยอวิ๋นยิ้มอย่างอ่อนโยน หยิบพิณหงส์บนโต๊ะขึ้นมา “เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนให้ดี พวกเราขอตัวก่อน”ทั้งสามราวกับมีความเข้าใจตรงกัน รีบกลบความไม่รื่นรมย์เมื่อครู่ให้ผ่านพ้นไป ก่อนหันกายจากไปด้วยฝีเท้าเร่งร้อน ออกจากเรือนหลินหลางในพริบตาเจียงหลินหลางนั่งอยู่ที่เดิมอย่างสงบนิ่ง มองแผ่นหลังของพวกเขาลับหายไปตรงประตู ฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ซึ่งแฝงความร้อนรนแทบอดใ
Read more

บทที่ 4

เจียงไต้เยว่ชะงักไป ครู่หนึ่งก็มิอาจหยั่งรู้ได้ว่าวาจานี้จริงใจหรือประชดประชัน “เจ้า...เจ้ากำลังหลอกล่อข้าหรือ? เจ้าตัดใจจากพวกเขาได้จริงหรือ?”เจียงหลินหลางหันหน้าไปอีกทาง มิได้มองนางอีก “ไต้เยว่ มิใช่สตรีทุกคนต้องอาศัยความเอ็นดูจากบุรุษ จึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”เจียงไต้เยว่หัวเราะหยันเบา ๆ เห็นชัดว่านางคิดว่าอีกฝ่ายกำลังเสแสร้งวางท่า ครั้นถึงงานเลี้ยงในวัง แสงโคมสว่างไสว ผู้คนเนืองแน่นดุจหมู่เมฆเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่ถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่กลางงาน สนทนาและหัวเราะกันอย่างออกรสออกรส เปี่ยมด้วยความฮึกเหิม ครั้นเห็นพี่น้องตระกูลเจียงเดินเข้ามา ทั้งสามก็รีบก้าวตรงมาทันที“ไต้เยว่ เหตุใดเจ้าจึงสวมอาภรณ์บางเพียงนี้?” เซี่ยอวิ๋นเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อน พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วปลดเสื้อคลุมสีดำปักดิ้นทองของตนออกคลุมให้นาง “ยามค่ำลมเย็นนัก ระวังจะปวดศีรษะอีก”เซียวจ้านและหรงจิ่งหลี่ก็แทบจะปลดเสื้อคลุมของตนออกพร้อมกันเสื้อคลุมบุรุษอันหรูหราสามผืนถูกยื่นไปหาเจียงไต้เยว่พร้อมกันใบหน้าเจียงไต้เยว่ขึ้นสีแดงเรื่อ นางแสร้งทำเป็นเขินอายแล้วเอ่ยปฏิเสธ “พี่เซี่ยอวิ๋น พี่เซียวจ้าน พี่จิ่
Read more

บทที่ 5

ลานกว้างนอกตำหนักกำลังจุดดอกไม้ไฟ เจียงหลินหลางยืนอยู่ริมฝูงชนเพียงลำพัง มองสีสันพร่างพรายที่แต่งแต้มเต็มผืนฟ้า แววตาเหม่อลอยราวกับใจล่องลอยไปไกลกาลก่อน ในสถานที่เช่นนี้ ข้างกายนางมักมีบุรุษทั้งสามอยู่เคียงเสมอ พวกเขาคอยกันผู้คนที่เบียดเสียดออกไป คอยชี้ดอกไม้ไฟที่งดงามที่สุดให้นางดู และคอยสรรหาวิธีต่าง ๆ มาทำให้นางมีความสุข...“ผึ้ง! มีผึ้งเต็มไปหมด—!”เสียงร้องตื่นตระหนกที่ดังขึ้นกะทันหันตัดห้วงความคิดของนาง ขณะเดียวกันนั้นเอง ฝูงผึ้งสีดำทะมึนจำนวนมหาศาลก็ไม่รู้บินมาจากแห่งใด พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงชนที่กำลังชมดอกไม้ไฟ!ฝูงชนแตกตื่นในพริบตา ส่งเสียงกรีดร้องแล้วพากันวิ่งหนีอลหม่าน!ท่ามกลางความโกลาหล เจียงหลินหลางได้ยินเสียงเรียกอย่างร้อนรนของเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่ ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร“ไต้เยว่!”“ไต้เยว่ เจ้าอยู่ที่ใด?!”“ไต้เยว่ มาทางนี้เร็ว!”ไม่มีสักเสียงที่เรียกชื่อนางนางอดนึกถึงวันวานมิได้ ไม่ว่าจะเผชิญอันตรายใด คนที่พวกเขาปกป้องเป็นคนแรก ล้วนเป็นนางเสมอนางหัวเราะเยาะตนเองเบา ๆ ก่อนหลบฝูงผึ้งอย่างคล่องแคล่ว ถอยไปซ่อนอยู่หลังเสาระเบ
Read more

บทที่ 6

“อึก...อ๊าก—!”แม้ถูกสกัดจุดใบ้ไว้ แต่ความเจ็บปวดถึงขีดสุดก็ยังบีบให้เสียงครางแตกพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอ กลิ่นเนื้อหนังไหม้ฉุนจัดพลันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณก้าวหนึ่ง ก้าวสอง ก้าวสาม...ทุกย่างก้าวล้วนเป็นความแสบร้อนที่แทงลึกถึงกระดูก ดวงตาของนางพร่าเลือนเป็นระลอก เหงื่อเย็นไหลซึมจนชุ่มอาภรณ์ในพริบตารอบด้านเงียบงันราวป่าช้า มีเพียงเสียงถ่านไฟเผาไหม้เนื้อหนังดังซู่ซ่า และเสียงสะอื้นที่นางมิอาจกลั้นไว้ได้เซียวจ้านทั้งสามคุกเข่าอยู่ที่เดิม ก้มหน้าไม่กล้ามอง กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาวส่วนเจียงไต้เยว่เอนกายพิงสาวใช้ด้วยท่าทีอ่อนแรง ใช้แขนเสื้อปิดบังใบหน้า ไหล่สั่นไหวเบา ๆ ไม่รู้ว่าเพราะหวาดกลัว หรือกำลังหัวเราะการลงทัณฑ์อันยาวนานสิ้นสุดลงในที่สุดครั้นเจียงหลินหลางถูกลากลงมา ร่างนางอ่อนยวบดุจโคลนเลน ฝ่าเท้าทั้งสองเละเป็นเลือดเนื้อ ไหม้ดำไปทั้งแถบ นางไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะคราง ก่อนหมดสติไปทันทีทว่านี่ยังมิใช่จุดจบตามกฎวัง ผู้รับโทษนี้ยังต้องถูกแขวนประจานบนหอประตูวังตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน เพื่อเตือนผู้อื่นมิให้เอาเยี่ยงอย่างเจียงหลินหลางที่ยังหมดสติถูกพันแผลที่เท้าอย่างลวก ๆ ก่อนถูก
Read more

บทที่ 7

เจียงไต้เยว่าสวมอาภรณ์หรูหรา ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความยินดี แล้วก้าวเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดี“พี่หญิง ข้ามาเยี่ยมเจ้า แล้วก็อยากหาอาภรณ์งาม ๆ สักสองสามชุดด้วย พี่เซียวจ้าน พี่เซี่ยอวิ๋น และพี่จิ่งหลี่ต่างบาดเจ็บเพราะข้า ข้าต้องไปดูแลพวกเขา แต่เสื้อผ้าของข้าล้วนเรียบง่ายเกินไป ไม่เหมาะจะออกไปพบผู้คน ของดี ๆ ในเรือนพี่มีอยู่มากนี่นา”ชิงจื่อตัวสั่นด้วยความโกรธ “คุณหนูรอง! ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร?! ที่นี่คือเรือนของคุณหนูใหญ่!”เจียงหลินหลางยกมือห้ามชิงจื่อไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หากเจ้าจะหา ก็หาเถิด หาเสร็จแล้วก็ไปเสีย”เจียงไต้เยว่เลิกคิ้วขึ้น ดูประหลาดใจอยู่บ้างกับปฏิกิริยาของนาง แต่ไม่นานก็กลับมาผยองดังเดิม แล้วสั่งสาวใช้ที่พามาด้วยว่า “ได้ยินหรือไม่? พี่หญิงอนุญาตแล้ว! พวกผ้าหยุนจิ่น ผ้าปักสู่ซิ่ว แล้วก็ชุดเครื่องประดับทับทิมแดงนั่น เอาไปให้ข้าทั้งหมด!”เหล่าสาวใช้พากันกรูเข้าหาตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง กวาดเอาอาภรณ์งดงามและเครื่องประดับล้ำค่าของเจียงหลินหลางไปเสียเกือบหมด“อย่างไรเสีย ตอนนี้พี่หญิงก็อยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว คงไม่มีโอกาสได้สวมอาภรณ์งาม ๆ เหล่านี้อีก”
Read more

บทที่ 8

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เจียงหลินหลางก็ปวดร้าวไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกท่อนแหลกสลายไปแล้วนางพบว่าตนเองนอนอยู่ในกระท่อมไม้ร้างของนายพรานแห่งหนึ่ง เซียวจ้านทั้งสามยืนล้อมอยู่ข้างเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“หลินหลาง! เจ้าฟื้นแล้ว! ดีเหลือเกิน!” เซี่ยอวิ๋นเอ่ยทั้งดวงตาแดงก่ำ“ขาของเจ้า...” หรงจิ่งหลี่เอ่ยเสียงฝืดเฝื่อน “กระดูกหักหลายท่อน หมอหลวงบอกว่าต้องพักรักษาตัวอีกนาน...”เจียงหลินหลางมองพวกเขาอย่างสงบนิ่ง บนใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความคับแค้น แม้แต่ระลอกอารมณ์สักนิดก็ไม่มีความสงบนิ่งนั้น กลับทำให้เซียวจ้านทั้งสามหวาดกลัวยิ่งกว่าการร่ำไห้หรือต่อว่าใด ๆ“หลินหลาง ฟังพวกเราอธิบายก่อน!” เซียวจ้านกำมือนางไว้แน่น ปลายนิ้วเย็นเฉียบ “ตอนนั้นเหตุเกิดกะทันหัน รถม้าของไต้เยว่อยู่ใกล้ขอบผามากกว่า สถานการณ์คับขันกว่า! มิใช่ว่าพวกเราไม่ช่วยเจ้า พวกเราคิดว่ายังทัน...”“ใช่! พวกเราคิดว่ายังทันดึงรถม้าของเจ้าไว้!” เซี่ยอวิ๋นรีบเสริม “พวกเรามิได้ตั้งใจจริง ๆ!”เจียงหลินหลางค่อย ๆ ชักมือกลับมา ยังคงไม่เอ่ยวาจาใดความเงียบงัน
Read more

บทที่ 9

นางยกมือที่สั่นเทาขึ้น หยิบพลุสัญญาณดอกแรกออกมา แล้วดึงชนวนอย่างแรง!“ฟิ้ว—!” แสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งทะลุช่องลมสูงของศาลบรรพชนขึ้นสู่ท้องราตรี พร้อมเสียงหวีดแหลม ก่อนจะแตกกระจายเป็นดอกไม้เงินดอกเล็กกลางนภาไร้เสียงตอบรับใด ๆเสือร้ายย่างเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ลมหายใจร้อนคาวพ่นรดใบหน้าของนางดอกที่สอง!“ฟิ้ว—!”ยังคงไร้ความเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงดนตรีและเสียงขับร้องร่ายรำจากที่ไกล ๆ ดังแว่วมา ราวกับที่นั่นกำลังมีงานเลี้ยงอยู่เสือร้ายคล้ายถูกแสงจากพลุสัญญาณกระตุ้น มันคำรามต่ำอย่างหงุดหงิด ก่อนพุ่งเข้าใส่อย่างดุดัน!เจียงหลินหลางกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล กรงเล็บคมกริบเฉียดผ่านหัวไหล่ของนาง ฉีกเนื้อหนังติดออกมาเป็นแถบ!ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้สายตาของนางพร่าเลือน!ดอกที่สาม! ดอกสุดท้าย!นางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ดึงชนวนมันออก!“ฟิ้ว—!”ดอกไม้เงินส่องประกายในท้องราตรีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะดับวูบลงทว่าสิ่งที่ตอบกลับนาง มีเพียงเสียงคำรามอันดุร้ายยิ่งกว่าเดิมของเสือร้ายครานี้นางหลบไม่ทัน ถูกมันกระโจนใส่จนล้มลงกับพื้นอย่างแรง เขี้ยวแหลมคมฝังเข้าที่หัวไหล่ ส่วนกรงเล็บก็กระช
Read more

บทที่ 10

เจียงหลินหลางจากเมืองหลวงไปครบหนึ่งเดือนเต็มแล้วเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่กำลังอยู่เป็นเพื่อนเจียงไต้เยว่ในห้องรับรองของร้านอีผิ่นไจ เพื่อเลือกขนมชนิดใหม่กันอยู่เจียงไต้เยว่หยิบขนมกุ้ยฮวาซูชิ้นหนึ่งขึ้นมา ยิ้มหวานดุจบุปผา ก่อนยื่นไปตรงริมฝีปากของทั้งสาม “พวกท่านรีบชิมเถิด หอมหวานแต่ไม่เลี่ยน น่ากินที่สุด”สายตาของเซียวจ้านมองไปยังท้องถนนอันจอแจนอกหน้าต่าง นับแต่วันนั้นที่เจียงหลินหลางปล่อยม่านรถม้าลงอย่างเด็ดขาด คำว่า “ข้าไม่มีวันขอโทษ” ก็ราวกับแท่งน้ำแข็งแหลมคม คอยทิ่มแทงหัวใจของทั้งสามอยู่ทุกเช้าค่ำเซี่ยอวิ๋นลูบไล้ถ้วยชาที่เย็นชืดไปนานแล้ว ส่วนหรงจิ่งหลี่จ้องมองขนมชิ้นนั้นนิ่ง ๆ นั่นเป็นขนมที่เจียงหลินหลางชอบกินที่สุด“เฮ้อ พวกเจ้าได้ยินหรือยัง? คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงผู้นั้นไปสุสานหลวงจริง ๆ! นี่ก็จากไปครบหนึ่งเดือนแล้ว!”เสียงสนทนาที่ดังมาจากห้องรับรองข้างเคียงอย่างกะทันหัน ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางความสงบจอมปลอมนี้“สุสานหลวงหรือ? นั่นเป็นงานลำบากที่สามปีออกมาไม่ได้เชียวนะ! นางเป็นถึงหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง เหตุใดถึง...”“ผู้ใดจะไปรู้? ได้ยินว่าอาสาไปเฝ้าสุสา
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status