Short
อย่าถามหาความจริงใจจากผู้คนในโลกหล้า

อย่าถามหาความจริงใจจากผู้คนในโลกหล้า

By:  รอยหมึกสถิตบุปผาCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในวันที่ข้าสอบได้อันดับเอกในรายชื่อผลการสอบ เป็นวันเกิดของพี่หญิงใหญ่ ระหว่างงานเลี้ยง ทุกคนต่างถามนางว่ามีความปรารถนาสิ่งใดหรือไม่ นางเอียงศีรษะเล็กน้อย หันไปมองคู่หมั้นของข้า ริมฝีปากบางแย้มยิ้มเอื้อนเอ่ย “ข้าอยากได้ตำแหน่งอันดับหนึ่ง ท่านไท่ฟู่จะมอบให้ได้หรือไม่?” บุรุษผู้นั้นหลุบตาลงโดยไม่เอ่ยคำใด วันรุ่งขึ้น อันดับหนึ่งของข้าก็มลายหายไป หลังจากนั้น ข้ายังคงต้องสอบได้รั้งท้ายติดต่อกันถึงห้าครา เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามคาดคั้นของข้า เขากลับทำเพียงยื่นขนมตะลุ่มชิ้นหนึ่งมาให้ “พี่หญิงใหญ่ของเจ้าช่างน่าเวทนายิ่งนัก หากนางไม่สามารถคว้าอันดับหนึ่งแห่งสำนักศึกษาหลวงติดต่อกันห้าคราได้ จะต้องถูกตระกูลส่งตัวไปออกเรือนเชื่อมสัมพันธไมตรีกับท่านอ๋องขาพิการผู้นั้น” “ส่วนเจ้า ภายภาคหน้ายศถาบรรดาศักดิ์ยังมีโอกาส” ทว่าเขากลับไม่รู้เลยว่า ตัวข้าหาได้มีวันเวลาในภายภาคหน้าหลงเหลืออยู่ ในฐานะที่เป็นเพียงบุตรีอนุ สัญญาหมั้นหมายฉบับนี้ คือสิ่งที่มารดาของข้าเอาชีวิตเข้าแลกมาเพื่อแย่งชิงไว้ บัดนี้มารดาสิ้นบุญแล้ว เนื่องจากพี่หญิงใหญ่หลงใหลในตัวเขา จึงพาลกลั่นแกล้งรังแกข้าสารพัดภายในจวน เพื่อตบตาผู้คน บิดาจึงจงใจปล่อยปละละเลยให้พี่หญิงใหญ่เปิดหอบรรพชนตั้งเงื่อนไขเดิมพันขึ้นมา ขอเพียงพี่หญิงใหญ่คว้าอันดับหนึ่งติดต่อกันห้าครา ก็จะบีบบังคับให้เราสลับตัวคู่หมั้นกันได้ เพื่อการนี้ ข้าจุดตะเกียงร่ำเรียนตำราทั้งวันทั้งคืน หวาดกลัวอย่างยิ่งว่าจะต้องยกเขาให้ผู้อื่น ทว่ายามลูบไล้บริเวณฝ่ามือพลันสัมผัสได้ถึงรอยด้านหนาเป็นชั้น ๆ ข้ากลับหัวเราะเบา ๆ ยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้ว

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ศิษย์ก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ข้าหลุบตาลง ถอยกายไปข้างหลังก้าวหนึ่ง เพื่อเว้นระยะห่างจากบุรุษตรงหน้า

“ขนมตะลุ่มนี้ เก็บไว้ให้พี่หญิงใหญ่เถอะเจ้าค่ะ”

“ท้ายที่สุดแล้ว ภายหน้าพวกท่านก็ต้องแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอยู่ดี”

คำพูดที่เอ่ยขึ้นอย่างกะทันหันนั้น ทำให้อีกฝ่ายชะงักงันไปชั่วครู่

ทว่าเมื่อได้สติ เขากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคือง

“ซูเหอ เจ้าจะหึงหวงอย่างไรก็ควรมีขอบเขตเสียบ้าง”

“ตัวข้ากับหมิงซูหาได้มีความสัมพันธ์อันมิชอบต่อกันไม่”

นั่นสินะ

เขาผู้นี้สง่างามดั่งหยกเนื้อดี เคยทูลเสนอชื่อสตรีจากตระกูลยากให้เข้ารับราชการนับไม่ถ้วน ยื่นมือช่วยเหลือผู้คนมากมายให้พ้นจากห้วงทุกข์เข็ญ

ผู้คนต่างพากันยกย่องว่าเขามีความเมตตาและโอบอ้อมอารี ในตอนแรกข้าเองก็คิดเช่นนั้น คิดว่าเขาเพียงต้องการช่วยเหลือพี่หญิงใหญ่เท่านั้น

ทว่าเขากลับเรียกข้าด้วยชื่อเต็มว่าซูเหอ แต่กลับเอ่ยเรียกนางอย่างสนิทสนมว่าหมิงซู

ข้าไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดอีก จึงย่อกายคารวะแล้วเอ่ยขอตัวลา

เพียงชั่วลมหายใจเดียวที่หมุนตัวกลับ ข้ากลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา

สายสัมพันธ์ยามเยาว์วัยตลอดสิบปี ถึงคราวต้องตัดใจกลับรู้สึกฝาดเฝื่อนขมปร่า

ทว่าข้ามิได้หันกลับไปมอง

ชั่วครู่ต่อมา ข้าก็เห็นบิดาและมารดาเอกยืนรออยู่ ณ โถงใหญ่

ยามเห็นข้า ทั้งสองแย้มยิ้มพลางกวักมือเรียกอย่างเอ็นดู

ทว่าสิ่งที่พวกท่านยื่นส่งมาให้ กลับเป็นเครื่องนุ่งห่มและข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของพี่หญิงใหญ่

ยามรู้ตัวว่าตนไม่เป็นที่รัก ข้าทำได้เพียงเงียบงัน และเฝ้ารอคอยจุดจบที่ถูกกำหนดไว้แล้วแต่แรก

เมื่อหันหน้ากลับไป พี่หญิงใหญ่ก็เอื้อมมือมาเชยคางข้าขึ้นอย่างแรง พร้อมกับยื่นมือออกไปเบื้องหน้า

“ในเมื่อเจ้าเป็นฝ่ายแพ้ ก็จงทำตามสัญญาเปลี่ยนตัวเจ้าสาว เอาของหมั้นแทนใจของเผยเยี่ยนออกมาเสีย”

เพราะเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ข้าจึงหยิบหยกชิ้นนั้นที่อยู่ในกำมือมาเนิ่นนานหลายปีออกมาส่งให้นาง

คล้ายว่าจะรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างหาได้ยาก บิดากระแอมเบา ๆ สองที ก่อนจะมอบสิ่งชดเชยให้

“ทางฝั่งท่านอ๋องจะมารับตัวเจ้าในวันที่สามเดือนหน้า ในเมื่อเจ้าชอบอ่านตำรา ก็ไปพำนักอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงต่ออีกสักระยะเถอะ”

เจ็ดวัน เป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นนัก

ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาสุดท้ายในสำนักศึกษาหลวงของข้าไปตลอดกาล

“ขอบพระคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ”

อย่างน้อยที่สุด ก็มิได้ถูกมัดตัวส่งเข้าพิธีแต่งงานทันทีมิใช่หรือไงเล่า?

เมื่อพ้นจากโถงใหญ่ แสงตะวันสาดส่องเจิดจ้า

ราวกับทุกคราที่ออกประกาศผลสอบไม่มีผิดเพี้ยน นับเป็นวันที่อากาศดียิ่ง

ทว่าข้ากลับรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วทั้งร่าง

เมื่อได้สติ เหล่าบัณฑิตต่างพากันมารวมตัวที่ลานกว้าง

มีแม่นางผู้หนึ่งกำลังจะเดินไปทางนั้น นางเอื้อมมือมาดึงรั้งตัวข้าให้ตามไปด้วย

“นี่มิใช่ซูเหอผู้ครองอันดับเอกในสำนักศึกษาหลวงติดต่อกันสามปี แต่กลับสอบได้รั้งท้ายติดต่อกันถึงห้าคราหรอกรึ? ไฉนจึงดูไร้จิตวิญญาณปานนี้เล่า?”

น้ำเสียงเย้ยหยันเจือความสมเพชเวทนาลอยมาเข้าหู สีหน้าของข้ายังคงเรียบเฉย

ทว่ากลับถูกสหายรับใช้ข้างกายของพี่หญิงใหญ่ผลักไสเข้าอย่างแรง

“หมิงซูบอกว่าเห็นเจ้าน่าสงสารนัก จึงยอมหลีกทางให้อันดับเอกแก่เจ้าสักครา”

“ยังไม่รีบรับธนูไปอีกหรือ? ของรางวัลเดิมพันท่านไท่ฟู่ เป็นผู้ประทานไว้เชียวนะ”

ทุกคราที่การทดสอบตำราสิ้นสุดลง ย่อมมีกิจกรรมเช่นนี้เสมอ

ผู้ใดสามารถยิงผลไม้ที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตรได้ ผู้นั้นย่อมได้รับรางวัล

ในบรรดาห้าคราที่พ่ายแพ้ติดต่อกัน ข้าไม่เคยเข้าร่วมแม้แต่คราเดียว

ทว่ายามนี้ในมือกลับถูกยัดเยียดคันธนูอย่างขืนใจ

เผชิญหน้ากับสายตาดูแคลนรอบกาย ข้าค่อย ๆ ง้างสายธนูขึ้นช้า ๆ

สตรีออกเรือนแล้วจึงจะสามารถเข้ารับราชการในราชสำนักได้ จำต้องได้รับความยินยอมจากตระกูลสามี

บางที นี่อาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้าย

ข้าตั้งใจมั่น ทว่าสายธนูกลับขาดผึ่งขึ้นกะทันหัน ดีดกระแทกง่ามมือจนปริแตกอย่างรุนแรง

ยังไม่ทันได้ดึงสติกลับมาจากความเจ็บปวด ฝ่ามือข้างหนึ่งพลันฟาดลงบนแก้มอย่างหนักหน่วง

พี่หญิงใหญ่ชี้ไปยังลูกธนูที่ตกลงแทบเท้าของนาง ก่อนจะหันขวับพุ่งเข้าไปซบในอ้อมอกของเผยเยี่ยน

“ท่านไท่ฟู่ น้องหญิงทำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ เป็นเพียงการพ่ายแพ้ห้าครา ถึงกับคิดปลิดชีพข้าเชียวหรือ!”

ข้าเหม่อลอยสบเข้ากับดวงตาที่เคยอ่อนโยนคู่นั้น อ้าปากหมายจะเอ่ยว่า ข้ามิได้ทำ

ทว่าเขากลับขยับริมฝีปากตัดบทเสียก่อนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบบาดลึกถึงกระดูก

“มีฐานะเป็นบัณฑิต แท้จริงกลับริษยาจนหน้ามืดตามัว คิดทำร้ายสหายร่วมสำนัก โทษสถานเบาคือโบยด้วยไม้เรียวสี่สิบที และงดสำรับเย็น”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
9 Chapters
บทที่ 1
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ศิษย์ก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”ข้าหลุบตาลง ถอยกายไปข้างหลังก้าวหนึ่ง เพื่อเว้นระยะห่างจากบุรุษตรงหน้า“ขนมตะลุ่มนี้ เก็บไว้ให้พี่หญิงใหญ่เถอะเจ้าค่ะ”“ท้ายที่สุดแล้ว ภายหน้าพวกท่านก็ต้องแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอยู่ดี”คำพูดที่เอ่ยขึ้นอย่างกะทันหันนั้น ทำให้อีกฝ่ายชะงักงันไปชั่วครู่ทว่าเมื่อได้สติ เขากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคือง“ซูเหอ เจ้าจะหึงหวงอย่างไรก็ควรมีขอบเขตเสียบ้าง”“ตัวข้ากับหมิงซูหาได้มีความสัมพันธ์อันมิชอบต่อกันไม่”นั่นสินะเขาผู้นี้สง่างามดั่งหยกเนื้อดี เคยทูลเสนอชื่อสตรีจากตระกูลยากให้เข้ารับราชการนับไม่ถ้วน ยื่นมือช่วยเหลือผู้คนมากมายให้พ้นจากห้วงทุกข์เข็ญผู้คนต่างพากันยกย่องว่าเขามีความเมตตาและโอบอ้อมอารี ในตอนแรกข้าเองก็คิดเช่นนั้น คิดว่าเขาเพียงต้องการช่วยเหลือพี่หญิงใหญ่เท่านั้นทว่าเขากลับเรียกข้าด้วยชื่อเต็มว่าซูเหอ แต่กลับเอ่ยเรียกนางอย่างสนิทสนมว่าหมิงซูข้าไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดอีก จึงย่อกายคารวะแล้วเอ่ยขอตัวลาเพียงชั่วลมหายใจเดียวที่หมุนตัวกลับ ข้ากลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาสายสัมพันธ์ยามเยาว์วัยตลอดสิบปี ถึงคราว
Read more
บทที่ 2
ยามฟาดลงมา ความเงียบสงัดพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณผู้มีสายตาแหลมคมย่อมมองออกว่า คันธนูที่พี่หญิงใหญ่ยื่นให้ข้านั้นมีความผิดปกติทว่าพวกเขาย่อมไม่มีทางยื่นมือเข้าช่วยบุตรีอนุเช่นข้าเป็นแน่บ่าวรับใช้ยกไม้เรียวเข้ามา ข้าเอ่ยปากอย่างติดขัดพร้อมกับชูมือที่เลือดไหลนองหางตาเหลือบมองบัณฑิตหนุ่มผู้เป็นไท่ฟู่ หวังให้หยดเลือดแดงฉานนี้ช่วยสะกิดใจให้เขารู้แจ้งเห็นจริงทว่าพี่หญิงใหญ่เพียงแค่เบะปาก ทำหน้าตาน่าสงสารแล้วคร่ำครวญออกมาประโยคหนึ่ง“เมื่อครู่ตอนข้าดึงคันธนู เผลอโดนสายธนูบาดข้อมือจนแดงไปหมด ท่านไท่ฟู่ช่วยเป่าแผลให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?”รอยแดงเพียงจาง ๆ เขากลับก้มลงเป่าให้ทว่าไม้เรียวกลับฟาดลงบนบาดแผลของข้าอย่างแรง เลือดสด ๆ สาดกระเซ็นจนภาพตรงหน้าพร่ามัวข้ากล้ำกลืนความเจ็บปวด แล้วเดินจากไปโดยไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ข้ารื้อค้นหาผ้ามาพันรอบบาดแผล แล้วทิ้งแขนเสื้อลงชั้นเรียนแรกยามบ่าย เป็นวิชาของเผยเยี่ยนในใจนึกต่อต้าน ทว่าท้ายที่สุดข้าก็ยังคงไปไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือมหาบัณฑิต บทเรียนที่สั่งสอนย่อมมีประโยชน์ต่อให้ต้องลืมเลือนความสัมพันธ์เก่าก่อน ถือเสียว่าเขาเป็นเพียงพี่เขยในอน
Read more
บทที่ 3
เมื่อส่งมอบกุญแจหอตำราคืนไปแล้ว ก็ก้าวเดินสวนผ่านร่างของพวกเขาไปแสงตะวันสาดส่องบาดตา จนข้าต้องยกมือขึ้นป้องนึกว่าตนเองคงจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกคราทว่าบนหลังมือกลับมีเพียงความแห้งผากที่แท้ การกระทำเช่นนี้ของเขาก็ไม่อาจทำให้ข้าหลั่งน้ำตาได้อีกแล้วสองวันหลังการทดสอบตำรา คือวันจัดลำดับที่นั่งใหม่ตามผลคะแนนของสำนักศึกษาหลวงเดิมทีข้านั่งอยู่แถวหน้าห้าคราก่อนหน้านี้ แม้พี่หญิงใหญ่จะสอบได้อันดับเอก ทว่าเผยเยี่ยนยังเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อน จึงมิได้โยกย้ายตำแหน่งที่นั่งของข้ายามนี้เขากำลังขัดเคืองใจถึงกับถือป้ายชื่อด้วยตนเอง เพื่อโยกย้ายข้าไปไว้ที่มุมอับสกปรกที่สุดบริเวณแถวหลังสุดตำแหน่งนั้นเว้นไว้สำหรับเหล่าศิษย์ผู้เกียจคร้าน ไร้ความรู้ และมีความประพฤติเสื่อมทรามเท่านั้นแต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยมีผู้ใดต้องไปนั่ง ณ ที่แห่งนั้นเลยสักคราการกระทำของเขาในครานี้ เท่ากับการประกาศให้ทุกคนประจักษ์ว่า ข้าคือคนไร้ค่าผู้นั้นโดยแท้ในฐานะที่เผยเยี่ยนดำรงตำแหน่งไท่ฟู่และเป็นหัวหน้าสำนักศึกษาหลวงจึงไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากทักท้วงแม้แต่ครึ่งคำถ้อยคำโสมมไร้สาระ พร้อมกับเศษเปลือกไม้และสิ่งปฏ
Read more
บทที่ 4
เผยเยี่ยนในอาภรณ์ที่ชุ่มน้ำ พาพี่หญิงใหญ่กลับไปส่งแล้ว จึงหันกลับมาตามหาข้า“หมิงซูเป็นบุตรสาวภรรยาเอก ย่อมมีศักดิ์ศรีของนาง อาเหอ เจ้าช่วยยอมให้นางสักหน่อยจะได้หรือไม่?”ข้าตอบรับอย่างง่ายดาย แววตาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นความรู้สึก“ได้เจ้าค่ะ”อย่างไรเสีย บุรุษที่ข้าต้องแต่งงานด้วยในท้ายที่สุด ก็มิใช่เขาอยู่แล้วเมื่อเห็นมุมปากของข้าแย้มยิ้ม ไร้ซึ่งร่องรอยความโกรธเคือง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก“เจ้าวางใจเถอะ ต่อให้วันหน้าเจ้าต้องเข้าจวนมาเป็นอนุ ข้าก็ไม่มีวันยอมให้เจ้าต้องถูกรังแกเด็ดขาด”สิ้นคำพูด เขาก็หยิบยาประสานแผลที่เตรียมไว้พร้อมสรรพ แล้วเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของซูหมิงซูทันทีข้ายืนอยู่ลำพัง ณ ที่แห่งนั้น ทอดมองแผ่นหลังที่ก้าวเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใยห้วงความคิดพรั่งพรูทบทวนถึงเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดสิบกว่าปีที่เราเคียงคู่กันมาเพิ่งจะตระหนักรู้ในยามนี้เองว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงข้าฝ่ายเดียวที่เป็นฝ่ายเฝ้ารอมาโดยตลอดรอคอยให้เขาสำเร็จการศึกษา รอคอยให้เขาทำตามสัญญาพาข้าเข้าสำนักศึกษาหลวง รอคอยให้เขาจัดขบวนเกียรติยศสินสอดเก
Read more
บทที่ 5
พริบตาเดียว สามวันก็ผ่านพ้นไปโคมไฟเทศกาลโคมไฟหยวนเซียวถูกประดับประดาเตรียมรับเทศกาลตามท้องถนน แสงสีระยิบระยับสาดส่องสะท้อนความอบอุ่นไปทั่วทั้งนครเผยเยี่ยนผู้ใช้เวลาอยู่เคียงข้างซูหมิงซูมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็หวนนึกถึงสัญญาที่เขาหลงลืมไว้เบื้องหลังเขากุลีกุจอส่งคนไปซื้อโคมดอกบัวที่ประณีตงดงามที่สุด ปลายนิ้วกุมด้ามโคมแน่นขณะเร่งก้าวเท้าไปยังห้องกักบริเวณเขามั่นใจนักหนาว่า ข้าจะต้องเฝ้ารอเขาอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอนกระทั่งคิดไว้เรียบร้อยแล้วว่า ยามพบหน้าข้าแล้วจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และส่งมอบโคมไฟในมือให้นึกคิดไปว่าขอเพียงเขาทำตามสัญญา ข้าก็คงจะเปี่ยมล้นด้วยความยินดี และพร้อมจะลืมเลือนความผิดพลาดทั้งหมดโดยไม่ติดใจเอาความทว่าเมื่อเขาผลักประตูห้องกักบริเวณเปิดออกอย่างแรง ภายในห้องกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตกละอองฝุ่นลอยล่องอยู่ท่ามกลางแสงสลัว ไหนเลยจะมีเงาร่างของข้าอยู่แม้แต่น้อยสีหน้าของเผยเยี่ยนมืดครึ้มลงในทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมา เขาคว้าคอเสื้อของคนเฝ้าประตูอย่างแรง“ไม่มีคำสั่งจากข้า บัณฑิตที่ถูกกักบริเวณจะออกไปได้อย่างไร?”“หร
Read more
บทที่ 6
เขายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อความเจ็บปวดแล่นริ้วจู่โจมขั้วหัวใจราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น กระจายลามไปทั่วทุกอณูยังไม่ทันที่เขาจะดึงสติกลับมาจากความตื่นตระหนกและวุ่นวายใจอันใหญ่หลวงนี้ บิดาและมารดาแห่งตระกูลซูต่างก็เดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าทั้งสองแสดงท่าทางกระตือรือร้นเกินพอดี คนหนึ่งซ้ายคนหนึ่งขวาผายมือเชิญเขาเข้าสู่ด้านในจวน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประจบสอพลอและกระตือรือร้น“เชิญท่านไท่ฟู่เข้ามาด้านในก่อนเถิดขอรับ”“ทางจวนเราจัดเตรียมชาชั้นดีไว้คอยต้อนรับท่านอยู่พอดีเลยเจ้าค่ะ”เผยเยี่ยนจิตใจล่องลอยไร้สติ ถูกทั้งสองคนกึ่งลากกึ่งเชิญให้นั่งลงยังข้างตำแหน่งหลักเขาอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำพูดใดออกมา ทว่าผู้เป็นบิดากลับเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยความร้อนรน รีบเร่งสรุปกำหนดการออกเรือนในทันที“ท่านไท่ฟู่ ข้ากับฮูหยินปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”“งานมงคลสมรสระหว่างท่านกับหมิงซู กำหนดให้จัดขึ้นในวันที่สิบห้าเดือนนี้ ดีหรือไม่ขอรับ?”มารดาตระกูลซูรีบส่งเสียงเออออห่อหมกตามทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความลำพองใจและความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อ
Read more
บทที่ 7
ข่าวคราวเรื่องท่านอ๋องลุกขึ้นยืนท่ามกลางผู้คนในวันคืนเยี่ยมบ้านเดิม ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งนครจิงชั่วข้ามคืนผู้คนทั่วทั้งนครต่างตื่นตระหนกและวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ทุกคนล้วนกล่าวว่า แม้ท่านไท่ฟู่เผยจะสุภาพอ่อนโยนดั่งหยกงาม ทั้งยังดำรงตำแหน่งผู้นำเหล่าบัณฑิตทั่วหล้ายามเมื่อนำไปเทียบกับท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจล้นมือ ทั้งยังรูปงามองอาจและร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ย่อมเหนือกว่าในทุกด้านอย่างเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อยซูหมิงซูผู้นี้ แท้จริงแล้วกำลังทิ้งแตงโมผลใหญ่เพื่อไปคว้าเอาเพียงเมล็ดงาแท้ ๆ การเปรียบเทียบเช่นนี้เมื่อแพร่สะพัดไปถึงจวนตระกูลซู ก็โหมกระพือโทสะของซูหมิงซูให้ลุกโชนขึ้นอย่างถึงที่สุดนางขังตนเองไว้ในห้องและอาละวาดทุบทำลายข้าวของราวกับคนเสียสติเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น สะท้อนภาพใบหน้าที่บิดเบี้ยวของนาง“มิใช่ว่าสองขาพิการมาสองปี ใกล้ตายและมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานหรอกหรือ?”“เหตุใด! เหตุใดซูเหอที่เป็นเพียงบุตรีอนุผู้นั้น จึงมีวาสนาถึงเพียงนี้!”นางแผดเสียงกรีดร้อง น้ำตานองหน้า เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและเจ็บใจที่ไม่ยอมจำนนฮูหยินซูมองบุตรสาวที่มีสภาพใกล้เ
Read more
บทที่ 8
ภายหลังถอนหมั้นกับซูหมิงซูแล้ว เผยเยี่ยนรีบรุดไปตามหาหยกเนื้อดีที่มีสัมผัสอบอุ่นชิ้นนั้นกลับคืนมาในทันทีนั่นคือของหมั้นหมายที่เขาเป็นผู้มอบให้ข้าด้วยตนเองในปีนั้นเนื้อหยกนุ่มนวลลำลึก สัมผัสราวกำซาบความอบอุ่นไว้ในมือ ดุจดั่งวันเวลาในอดีตทว่ายามเมื่อกุมไว้ในฝ่ามือ ณ เวลานี้ กลับร้อนรุ่มจนบีบคั้นหัวใจให้เจ็บแปลบระทมจนแทบทนไม่ไหวเขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการปีนั้นยามที่ข้าถูกบีบบังคับให้ต้องมอบหยกชิ้นนี้คืนไป ในใจยามนั้นจะสิ้นหวังและอับอายขายหน้าเพียงใดไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่า ข้าต้องพากเพียรศึกษาตำราทั้งวันทั้งคืน ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักษาการหมั้นหมายนี้ไว้กลับต้องมาถูกความลำเอียงของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า บดขยี้ความหวังทั้งปวงจนแหลกสลายด้วยมือของเขาเองณ เวลานี้ เขานึกเสียใจจนกระดูกแทบสลาย เจ็บปวดจนหายใจไม่ออกเขานั่งอยู่บริเวณหน้าต่างเพียงลำพัง ทอดสายตามองจันทร์กระจ่างอันเหน็บหนาวนอกหน้าต่าง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจแน่วแน่วันที่ข้าได้รับแต่งตั้งให้เข้ารับราชการ ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่างเรืองรองเผยเยี่ยนก็มารออยู่หน้าประตูจวนอ๋องแต่เช้าตรู่ และขวางกั้นข้าผู้กำลังจะเข้าเฝ้าในวัง
Read more
บทที่ 9
ยามที่เผยเยี่ยนได้สติฟื้นคืนมาอีกครา อาการปวดศีรษะราวจะฉีกขาด ร่างกายปวดเมื่อยไร้เรี่ยวแรงวินาทีถัดมา ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ ราวกับร่วงหล่นลงไปในถ้ำน้ำแข็งด้านข้างกาย ซูหมิงซูนอนเปลือยกายอยู่บนแท่นบรรทม คราบน้ำตายังคงเปรอะเปื้อน พยายามแสร้งทำท่าทีน่าสังเวชเบื้องนอกประตูพลันมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบและวุ่นวายดังขึ้นมารดาตระกูลซูพานายบ่าวญาติมิตรจำนวนมาก พังประตูบุกเข้ามาจับได้คาหนังคาเขาทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุต่างครบถ้วน ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งได้เลยมารดาตระกูลซูกล่าววาจาเฉียบขาด ข่มขู่บีบบังคับให้เขาออกเรือนกับซูหมิงซูทันทีเพื่อรักษาเกียรติเผยเยี่ยนหลับตาลง ในอกเต็มไปด้วยความรังเกียจเขารู้ดีว่าตนเองตกลงไปในอุบายของนางอีกคราแล้วท่ามกลางความจนใจนับพันประการ ในที่สุดเขาทำได้เพียงพยักหน้ารับคำครึ่งเดือนต่อมา เผยเยี่ยนรับซูหมิงซูเข้าจวนด้วยท่าทีเย็นชาไร้ซึ่งผ้าแพรสีแดง ไร้ซึ่งงานเลี้ยงฉลองมงคล ไร้ซึ่งแขกเหรื่อคืนเข้าหอครานั้น เขามิได้กลับเข้าห้องตลอดทั้งคืนทว่ากลับนั่งดื่มสุราอยู่ภายในห้องตำราตามลำพัง ดื่มแล้วดื่มเล่า ในนัยน์ตามีเพียงความรกร้างว่างเปล่าเขาเคียดแค้นค
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status