Share

บทที่ 8

Author: เทียนเทียน
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เจียงหลินหลางก็ปวดร้าวไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกท่อนแหลกสลายไปแล้ว

นางพบว่าตนเองนอนอยู่ในกระท่อมไม้ร้างของนายพรานแห่งหนึ่ง เซียวจ้านทั้งสามยืนล้อมอยู่ข้างเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“หลินหลาง! เจ้าฟื้นแล้ว! ดีเหลือเกิน!” เซี่ยอวิ๋นเอ่ยทั้งดวงตาแดงก่ำ

“ขาของเจ้า...” หรงจิ่งหลี่เอ่ยเสียงฝืดเฝื่อน “กระดูกหักหลายท่อน หมอหลวงบอกว่าต้องพักรักษาตัวอีกนาน...”

เจียงหลินหลางมองพวกเขาอย่างสงบนิ่ง บนใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความคับแค้น แม้แต่ระลอกอารมณ์สักนิดก็ไม่มี

ความสงบนิ่งนั้น กลับทำให้เซียวจ้านทั้งสามหวาดกลัวยิ่งกว่าการร่ำไห้หรือต่อว่าใด ๆ

“หลินหลาง ฟังพวกเราอธิบายก่อน!” เซียวจ้านกำมือนางไว้แน่น ปลายนิ้วเย็นเฉียบ “ตอนนั้นเหตุเกิดกะทันหัน รถม้าของไต้เยว่อยู่ใกล้ขอบผามากกว่า สถานการณ์คับขันกว่า! มิใช่ว่าพวกเราไม่ช่วยเจ้า พวกเราคิดว่ายังทัน...”

“ใช่! พวกเราคิดว่ายังทันดึงรถม้าของเจ้าไว้!” เซี่ยอวิ๋นรีบเสริม “พวกเรามิได้ตั้งใจจริง ๆ!”

เจียงหลินหลางค่อย ๆ ชักมือกลับมา ยังคงไม่เอ่ยวาจาใด

ความเงียบงันไร้ถ้อยคำนั้นราวกับขุนเขาลูกหนึ่ง กดทับอยู่บนอกของทั้งสาม จนแทบหายใจไม่ออก

ท้ายที่สุด เซียวจ้านราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่ จึงหยิบพลุสัญญาณสีเงินสามดอกที่ทำขึ้นอย่างประณีตออกจากอกเสื้อ แล้ววางลงในมือเจียงหลินหลาง

“หลินหลาง ครั้งนี้เป็นความผิดของพวกเรา ผิดมหันต์จริง ๆ” เขาเอ่ยเสียงต่ำ ด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “เจ้าเก็บสิ่งนี้ไว้เถิด นับจากนี้ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด พบอันตรายใด เพียงจุดพลุสัญญาณดอกใดดอกหนึ่ง พวกเราทั้งสามไม่ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ ก็จะรีบไปอยู่ข้างกายเจ้าทันที! พวกเราขอสาบานด้วยชีวิต จะไม่ปล่อยให้เจ้าได้รับอันตรายอีกเป็นอันขาด!”

เซี่ยอวิ๋นและหรงจิ่งหลี่ก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “หากพวกเราผิดคำสาบาน ทำไม่ได้ดังที่กล่าว จะให้เจ้าจัดการเช่นใดก็สุดแล้วแต่เจ้า!”

เจียงหลินหลางมองพลุสัญญาณเย็นเยียบทั้งสามดอกในฝ่ามือ มิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงค่อย ๆ กำนิ้วเข้าหากันช้า ๆ

ช่วงเวลาต่อมา เซียวจ้านทั้งสามแทบไม่ห่างจากข้างกายนางแม้แต่ก้าวเดียว คอยป้อนยา เปลี่ยนยา ถามไถ่อาการ พยายามชดเชยทุกวิถีทาง กระทั่งเมื่ออาการบาดเจ็บของนางดีขึ้นเล็กน้อย ก็เสนอจะพานางไปพักผ่อนที่สนามล่าสัตว์หลวงชานเมืองหลวง

แน่นอนว่า พวกเขาพาเจียงไต้เยว่ไปด้วยเช่นกัน

ในสนามล่าสัตว์ ธงทิวสะบัดพลิ้ว ม้าพันธุ์ดีส่งเสียงร้องก้องกังวาน

เพื่อปลอบให้เจียงหลินหลางเบิกบานใจ เซียวจ้านทั้งสามจึงลงสนามด้วยตนเอง ล่าจิ้งจอกหิมะงดงามมาให้นางหลายตัว

ระหว่างนั้น เซียวจ้านกับเซี่ยอวิ๋นถูกฮ่องเต้เรียกไปสอบถามเรื่องบางอย่าง ส่วนหรงจิ่งหลี่ก็ไปจัดการธุระของจวนอ๋อง ในกระโจมที่ตั้งขึ้นชั่วคราวจึงเหลือเพียงเจียงหลินหลางกับเจียงไต้เยว่สองคน

เจียงไต้เยว่มองแผ่นหลังของทั้งสามที่เดินจากไปด้านนอก ก่อนจะหันมองเจียงหลินหลางที่เอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม หลับตาพักผ่อนอยู่ สีหน้าอาฆาตเคียดแค้นพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“พี่หญิง เจ้าคิดหรือว่าพวกเขาดีกับเจ้าขึ้นมาหน่อย ก็เพราะเปลี่ยนใจแล้ว? เจ้าคิดผิด พวกเขาเพียงรู้สึกผิดเท่านั้น ในใจของพวกเขา ข้าต่างหากที่สำคัญที่สุด หากไม่เชื่อ พวกเรามาพนันกันอีกสักครั้งดีหรือไม่?”

เจียงหลินหลางลืมตาขึ้น มองนางอย่างเย็นชา “เจียงไต้เยว่ เจ้ายังจะก่อเรื่องไปถึงเมื่อใด?”

“ข้าก่อเรื่องหรือ?” เจียงไต้เยว่แค่นหัวเราะ ดวงตาวาบผ่านความคลุ้มคลั่ง “ข้าเพียงอยากให้เจ้าเห็นชัด ๆ ว่าอย่างไรเสีย เจ้าก็ไม่มีวันเทียบข้าได้!”

กล่าวจบ นางกลับดึงปิ่นทองบนศีรษะออกมา แล้วแทงลงตรงตำแหน่งหัวใจของตนเองอย่างแรง!

แทบจะในเวลาเดียวกัน ม่านกระโจมก็ถูกเลิกขึ้น เซียวจ้านทั้งสามได้ยินเสียงจึงรีบพุ่งเข้ามา!

“ไต้เยว่!” เซียวจ้านตาแทบถลน รีบพุ่งเข้าไปประคองเจียงไต้เยว่ไว้ในอ้อมแขน

“หลินหลาง! เจ้าทำอันใดลงไป?!” เซี่ยอวิ๋นมองเจียงหลินหลางอย่างไม่อยากเชื่อ

หรงจิ่งหลี่รีบตรวจดูบาดแผลของเจียงไต้เยว่ สีหน้าพลันหม่นลง “รีบไปตามหมอหลวงมา!”

เจียงหลินหลางมองภาพตรงหน้า พลันรู้สึกว่าน่าขันสิ้นดี

นางเพิ่งจะอ้าปากคิดอธิบาย เจียงไต้เยว่ก็ยกมือขึ้นอย่างอ่อนแรง ชี้มาทางนาง พลางหลั่งน้ำตาราวสายฝน “พี่หญิง... เหตุใด... เหตุใดเจ้าจึงคิดฆ่าข้า? เพียงเพราะข้า... แย่งความเอาใจใส่ของพี่ ๆ ไปหรือ? ข้าคืนพวกเขาให้เจ้า... คืนให้เจ้าทั้งหมด... ขอเพียงเจ้าอย่าฆ่าข้า...”

“เจ้าใส่ร้ายข้า!” เจียงหลินหลางเอ่ยด้วยความเดือดดาล

“พอได้แล้ว!” เซียวจ้านตวาดตัดบทอย่างดุดัน สายตาเย็นเยียบและผิดหวัง “เจียงหลินหลาง! ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะใจร้ายถึงเพียงนี้! ไต้เยว่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้านะ!”

“ข้าไม่ได้ทำ!” เจียงหลินหลางเอ่ยเสียงแหบพร่า “นางเป็นคน...”

“แทงตัวเองงั้นหรือ? เพื่อใส่ร้ายเจ้า?” เซี่ยอวิ๋นโกรธจนหัวเราะออกมา “เจียงหลินหลาง ไต้เยว่อ่อนแอและขี้กลัวถึงเพียงนั้น นางจะกล้าหรือ? แล้วนางจะทำไปเพื่อสิ่งใด?!”

หรงจิ่งหลี่มองเจียงหลินหลาง ความอบอุ่นเสี้ยวสุดท้ายในดวงตาก็เลือนหายไป “หลินหลาง เจ้าทำให้พวกเราผิดหวังยิ่งนัก ใครก็ได้! พาคุณหนูใหญ่กลับจวน ขังไว้ในศาลบรรพชน คัดลอกคัมภีร์สตรีและคัมภีร์หัวใจอย่างละร้อยจบ เพื่อทบทวนความผิดของตน! หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ผู้ใดก็ห้ามปล่อยนางออกมา!”

ไม่เปิดโอกาสให้อธิบาย เจียงหลินหลางถูกพาตัวออกจากสนามล่าสัตว์โดยใช้กำลัง ก่อนจะถูกขังไว้ในศาลบรรพชนตระกูลเจียงอันเย็นเยียบและวังเวง

ภายในศาลบรรพชน แสงเทียนสลัวเลือน ป้ายวิญญาณตั้งเรียงราย กลิ่นธูปเก่าคละคลุ้งอยู่ทั่วอากาศ

เจียงหลินหลางคุกเข่าอยู่บนเบาะรอง มองคัมภีร์หนาเตอะตรงหน้า หัวใจด้านชาจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว

นางคัดลอกคัมภีร์อยู่ครึ่งค่อนคืน จนข้อมือปวดเมื่อยและจิตใจอ่อนล้า

ประตูศาลบรรพชนพลันถูกผลักเปิดออกเบา ๆ

เจียงไต้เยว่เดินเข้ามา หน้าอกของนางพันผ้าพันแผลไว้ สีหน้ายังซีดอยู่บ้าง แต่ดวงตากลับสว่างวาบอย่างน่าประหลาด แฝงไว้ด้วยความสะใจอันบิดเบี้ยว

“พี่หญิง รสชาติของการคัดลอกคัมภีร์เป็นอย่างไรบ้าง? ข้ายังไม่พอใจนักเลย ข้าแทงตัวเองไปหนึ่งปิ่น แต่พวกเขากลับลงโทษเจ้าเพียงให้คัดลอกคัมภีร์สำนึกผิด ดูท่าว่าในใจพวกเขา น้ำหนักของข้ายังมากไม่พอจริง ๆ...”

เจียงหลินหลางมองนางอย่างเย็นชา “เจียงไต้เยว่ เจ้ายังจะคลุ้มคลั่งไปถึงเมื่อใด?”

“ถูกต้อง! ข้ามันเสียสติไปแล้ว!” ความอ่อนหวานบนใบหน้าของเจียงไต้เยว่แตกสลายสิ้น เผยให้เห็นความชิงชังอันน่าหวาดหวั่น “ข้าจะทำให้เจ้าเจ็บปวด! ให้เจ้าได้ลิ้มรสความทุกข์ที่ข้าทนมาหลายปี! เหตุใดเรื่องดี ๆ จึงตกเป็นของเจ้าทั้งหมด?! ครานี้ ข้าจะคอยดูว่าผู้ใดจะมาช่วยเจ้าได้!”

นางตบมือเบา ๆ หนึ่งครั้ง

ประตูข้างอันหนักอึ้งของศาลบรรพชนถูกผลักเปิดออก บุรุษชุดดำร่างกำยำสองคนกลับลากเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่ที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กและส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ เข้ามา!

“เจ้า...” สีหน้าของเจียงหลินหลางซีดเผือด นางลุกพรวดขึ้นทันที “เจียงไต้เยว่! เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่?!”

“ข้าย่อมรู้ดี” เจียงไต้เยว่ยิ้มอย่างคลุ้มคลั่ง “ข้าต้องการให้เจ้าตาย! หรือไม่ก็... มีชีวิตอยู่ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!”

นางส่งสัญญาณให้บุรุษชุดดำปลดโซ่เหล็ก จากนั้นก็รีบถอยไปยืนที่ประตู ก่อนเผยรอยยิ้มอำมหิตให้เจียงหลินหลาง “พี่หญิง ขอให้เจ้าเพลิดเพลินให้เต็มที่เถิด ส่วนน้องผู้นี้... คงไม่อยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

กล่าวจบ นางก็ปิดประตูศาลบรรพชนอันหนักอึ้งดังปัง ก่อนจะลงกลอนล็อกจากด้านนอก!

“โฮก—!”

เสือร้ายที่หลุดพ้นจากพันธนาการส่งเสียงคำรามกึกก้อง ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในศาลบรรพชน—เจียงหลินหลาง!

ความสิ้นหวังเข้าครอบงำหัวใจของเจียงหลินหลางในชั่วพริบตา!

นางถอยหลังอย่างโซเซ แผ่นหลังแนบติดกำแพงเย็นเยียบ จนไม่เหลือทางให้ถอยอีกต่อไป!

ในห้วงเป็นตาย เจียงหลินหลางพลันนึกถึงพลุสัญญาณในอก นั่นคือคำมั่นสัญญาครั้งสุดท้ายที่พวกเขาให้ไว้!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 20

    เจียงหลินหลางพยักหน้า “ถ่านเงิน สมุนไพร รวมถึงหนังสือคลายเหงาที่ท่านอ๋องส่งคนมามอบให้ทุกเดือน... หลินหลางล้วนจดจำไว้ในใจ”ฮั่วเจวี๋ยมองนางอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน “ข้า... มีใจให้เจ้ามานานแล้ว”“หลินหลางเข้าใจ” เจียงหลินหลางยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นงดงามจนแทบหยุดลมหายใจใต้แสงเทียน “ฟ้าดินชักพาให้คลาดเคลื่อนไปมา กลับกลายเป็นว่าข้าเลือกคนได้ถูกต้องแล้ว”หลังแต่งงาน ชีวิตของเจียงหลินหลางกับฮั่วเจวี๋ยรักใคร่กลมเกลียวกันเกินกว่าที่ผู้ใดคาดคิดแม้ฮั่วเจวี๋ยจะมีนิสัยเย็นขรึม ไม่ถนัดเอ่ยวาจาหวานหู ทว่าเขากลับมอบความอ่อนโยนและความอดทนทั้งหมดให้แก่ภรรยาผู้อ่อนวัยกว่าตนมากผู้นี้เขาจำได้ว่านางกลัวหนาว ยามเข้าฤดูเหมันต์จึงสั่งคนให้จุดเตาใต้พื้นแต่เนิ่น ๆ จำได้ว่านางชอบอาหารรสอ่อน จึงเชิญพ่อครัวจากเจียงหนานมาโดยเฉพาะ จำได้ว่านางชอบอ่านหนังสือ จึงมอบกุญแจหอหนังสือของจวนอ๋องให้นาง ให้นางหยิบอ่านได้ตามใจปรารถนาเขาจะเล่นหมากกับนางใต้แสงจันทร์ จะเฝ้าไข้ทั้งคืนยามนางล้มป่วย และในวันคล้ายวันเกิดของนาง ก็ยอมวางงานในกองทัพ พานางไปพักผ่อนที่เรือนนอกเมืองเจียงหลินหลางค่อย ๆ พบว่า บุรุ

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 19

    “เคร้ง!”กริชหล่นกระทบพื้นตะขอเหล็กห้อยตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรงขวดยาพิษกลิ้งหล่น เฮ่อติ่งหงหกเกลื่อนพื้น ส่งกลิ่นฉุนแสบจมูกทั้งสามราวถูกอสนีบาตฟาด ร่างแข็งค้างอยู่กับที่ สีหน้าซีดเผือดดุจเถ้าธุลีในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักว่า สตรีตรงหน้ามิใช่เจียงหลินหลางคนเดิม ผู้เคยหลั่งน้ำตาเพื่อพวกเขา และอ่อนใจเพียงเพราะวาจาอ่อนโยนคำเดียวของพวกเขาอีกต่อไปแล้วหัวใจของนางตายสิ้นแล้วถูกพวกเขาฆ่าตายด้วยมือตนเองเจียงหลินหลางมิได้เหลือบมองพวกเขาอีกแม้สักนิด นางหันกายเดินเข้าสู่ห้องชั้นใน ทิ้งไว้เพียงวาจาเย็นเยียบประโยคหนึ่ง“ส่งแขก”วันอภิเษกใหญ่ ผู้คนทั่วเมืองหลวงพากันออกมาชมจนถนนหนทางแทบว่างเปล่าจวนอ๋องจิ้งอันรับองค์หญิงหย่งอันเข้าพิธีวิวาห์ สินเดิมสีแดงทอดยาวสิบลี้จากจวนองค์หญิงไปจนถึงจวนอ๋องจิ้งอัน ฆ้องกลองกึกก้อง ประทัดดังสนั่น เป็นภาพครึกครื้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบเจียงหลินหลางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงปักทองลายหงส์ สวมมงกุฎเก้ามังกรสี่หงส์ ม่านไข่มุกปกพักตร์ ประทับนั่งอยู่ในเกี้ยวมงคลมังกรหงส์แปดคนหาม ม่านเกี้ยวทิ้งตัวลงต่ำ บดบังโฉมสะคราญล่มเมืองของนางไว้ ทว่ามิอาจบดบังสง่าราศีสูงศักดิ์ทั่วกายได

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 18

    คืนนั้น จวนองค์หญิงเทียนแดงลุกโชน ม่านแพรปักลายทิ้งตัวลงต่ำเจียงหลินหลางผลัดฉลองพระองค์อันหนักอึ้งออกแล้ว เปลี่ยนมาสวมเสื้อกระโปรงสีขาวนวลเรียบง่าย นางนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง เหม่อมองกระดานหมากที่เล่นค้างไว้ตรงหน้าแสงจันทร์นอกหน้าต่างพร่างพรายดุจสายน้ำ ส่องใบหน้าด้านข้างของนางให้ขาวผ่องราวหยก งามเย็นจนคล้ายมิใช่คนในโลกมนุษย์ทันใดนั้น นอกหน้าต่างพลันมีเสียงผิดปกติดังขึ้น ตามมาด้วยเงาดำสามสายที่พลิกกายผ่านหน้าต่างเข้ามาดุจภูตผี!คนทั้งสามก็คือเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาบุกฝ่าเข้ามาด้วยกำลัง เสื้อผ้ายุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม บนร่างยังมีร่องรอยการต่อสู้อยู่หลายแห่งบาดแผลตรงขมับของเซียวจ้านปริแตกอีกครา เลือดสดไหลอาบไม่หยุด ตะขอเหล็กของเซี่ยอวิ๋นเปื้อนคราบเลือด ส่วนอาภรณ์นักพรตของหรงจิ่งหลี่ถูกฉีกขาด เขาหอบหายใจถี่หนัก“เจียงหลินหลาง!” เซียวจ้านดวงตาแดงก่ำ จ้องนางเขม็ง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธและสิ้นหวัง “เจ้าคิดจะแต่งกับฮั่วเจวี๋ยจริงหรือ?! เจ้ายอมแต่งกับเขา แต่ไม่ยอมมองพวกเราอีกสักครั้งเลยหรือ?!”มือที่คีบหมากของเจียงหลินหลางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะวางห

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 17

    เซียวจ้านส่งเสียงคำรามอย่างสิ้นหวัง พลันถลาเข้าไปข้างหน้า คว้าคานเสลี่ยงหงส์ไว้แน่นในคราเดียว!เหล่าองครักษ์ตกตะลึง ดาบและกระบี่ถูกชักออกจากฝักในพริบตา แสงคมเย็นเยียบวาบขึ้น ก่อนพาดลงบนลำคอของเขา!“ปล่อย!” ในที่สุดเจียงหลินหลางก็ตวาดเสียงกร้าว ม่านไข่มุกกระทบกันจนเกิดเสียงใสกังวาน นางหันกลับมาอย่างฉับพลัน ดวงตาปรากฏแววพิโรธขึ้นเป็นครั้งแรก “เซียวจ้าน! เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!”“ใช่! ข้าบังอาจ!” เซียวจ้านดวงตาแดงก่ำ กำคานเสลี่ยงหงส์ไว้แน่น ปล่อยให้คมดาบบาดผิวหนัง เลือดสดไหลลงมาตามลำคอ ย้อมคอเสื้อเก่าคร่ำให้แดงฉาน “เจียงหลินหลาง! เจ้าดูพวกเราสิ! ดูสภาพของพวกเราในยามนี้สิ! ทั้งหมดนี้ก็เพราะเจ้า! เพื่อเจ้า!!”“เพื่อข้าหรือ?” เจียงหลินหลางคล้ายได้ฟังเรื่องน่าขันที่สุดในใต้หล้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “องค์ชายสามคงมิได้ลืมกระมัง เมื่อสามปีก่อน เป็นพวกเจ้าที่บังคับให้ข้ารับผิดแทนเจียงไต้เยว่ ต้องทนรับโทษถ่านเพลิงสิบลี้ เป็นพวกเจ้าที่มองดูข้าตกหน้าผาอย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นพวกเจ้าที่ปล่อยให้พลุสัญญาณทั้งสามดอกของข้าจมหายไร้ร่องรอย จนข้าเกือบต้องตายในปากเสือ! สภาพเช่นนี้ในวันนี้ล้วนเป็

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 16

    ผู้ที่นำหน้า สวมเสื้อผ้าฝ้ายเก่าคร่ำของทหารชายแดนเหนือ ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งลมฝนและความตรากตรำ แก้มซ้ายมีรอยแผลดาบน่าสะพรึงพาดจากโหนกคิ้วจรดคาง ผู้นั้นคือเซียวจ้านข้างกายเขา เซี่ยอวิ๋นสวมเกราะศึกสีซีดจาง แขนเสื้อข้างขวาห้อยว่างเปล่าปลิวไหวไปตามสายลม ตำแหน่งแขนที่ขาดถูกแทนด้วยตะขอเหล็กเย็นเยียบ ปลายตะขอส่องประกายเย็นเยือกใต้แสงตะวันคนสุดท้าย หรงจิ่งหลี่สวมชุดยาวผ้าสีครามที่ซักจนซีดขาว ร่างผอมซูบราวกับลมพัดก็อาจล้มลงได้ เส้นผมดำทั่วศีรษะกลับกลายเป็นสีขาวดุจหิมะจนหมดสิ้น ใบหน้าซูบเซียวชราภาพอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงดวงตาลึกโหลคู่นั้นที่ยังหลงเหลือเงาแห่งความอ่อนโยนในวันวานอยู่บ้างสามปี! สามปีเต็ม!ลมทรายของชายแดนเหนือขัดเกลาความหล่อเหลาของเซียวจ้านจนเลือนหาย ลมคาวทะเลพรากแขนขวาของเซี่ยอวิ๋นไป ส่วนความเดียวดายนอกสุสานหลวงก็ทำให้ผมดำของหรงจิ่งหลี่กลายเป็นสีขาวโพลนพวกเขาทุ่มเททุกสิ่ง ใช้วิธีอันเจ็บปวดยิ่งเพื่อไถ่โทษ เพียงเพื่อให้วันนี้ได้มายืนอยู่ที่แห่งนี้ ขอเพียงนางหันกลับมามองสักครา และให้อภัยสักครั้ง“หลินหลาง—!”เสียงแหบพร่าของเซียวจ้านดังแหวกอากาศ แฝงไว้ด้วยความเศร้าสลดร

  • สะเทือนถึงหัวใจที่ตายด้าน   บทที่ 15

    ส่วนเจียงไต้เยว่ หลังจากความชั่วช้านานัปการถูกเปิดโปง ก็มีพระราชโองการลงมา ขับนางออกจากจวนตระกูลเจียงนางเร่ร่อนอยู่สามเดือนเต็มเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปรอะเปื้อน ดุจหนูข้างถนนที่ผู้คนพากันรังเกียจนางเคยเดินทางไปถึงหน้าค่ายทหารชายแดนเหนือที่เซียวจ้านประจำการ ร่ำไห้ร้องขอพบเขา แต่กลับถูกทหารเฝ้าค่ายใช้ไม้รุมตีขับไล่จนเกือบสิ้นชีพนางยังไปดักรอเซี่ยอวิ๋นที่ท่าเรือ ขณะเขากำลังจะยกทัพออกศึก คุกเข่าวิงวอนว่า “พี่เซี่ยอวิ๋น ข้าผิดไปแล้ว... พาข้าไปด้วยเถิด...”เซี่ยอวิ๋นเพียงมองนางอย่างเย็นชา สายตานั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าลมหิมะแห่งชายแดนเหนือเสียอีก “ไสหัวไป มิเช่นนั้นข้าก็ไม่รังเกียจที่จะให้เจ้าได้ลิ้มรสไม้ลงทัณฑ์ของทหารดูสักครา”ท้ายที่สุด นางก็ตามหากระท่อมฟางอันทรุดโทรมของหรงจิ่งหลี่จนพบหรงจิ่งหลี่มิได้เปิดประตู เพียงเอ่ยผ่านบานไม้บาง ๆ จากด้านใน เป็นวาจาสุดท้ายที่มอบให้นาง “เจ้าควรดีใจที่หลินหลางยังมีชีวิตอยู่ มิเช่นนั้น... ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ก็มิสู้ตาย”ทุกหนทางล้วนถูกตัดขาดความหวังทั้งปวงล้วนมอดดับในค่ำคืนที่ลมและหิมะโหมกระหน่ำ เจียงไต้เยว่เพียงลำพังมาถึงริ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status